จัดตั้งรัฐบาล : ปชป. เลื่อนประชุม-ไร้มติจับขั้ว พปชร.

  • 28 พฤษภาคม 2019
ประชาธิปัตย์ พลังประชารัฐ Image copyright Wasawat lukharang/bbc thai
คำบรรยายภาพ เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการ ปชป. (ซ้าย) จับมือกับ อุตตม สาวนายน หัวหน้า พปชร. ให้สื่อมวลชนถ่ายภาพเมื่อ 27 พ.ค. ภายหลังปิดห้องพูดคุยและรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันนาน 1.30 ชม.

พลันที่การเมืองไทยกลับเข้าสู่ระบบรัฐสภา พรรค 73 ปีอย่างประชาธิปัตย์ (ปชป.) คล้ายพลิกกลับมาเป็น "ผู้กำหนดกลเกม" ในสภา ทั้งที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เพียง 53 คน แต่ดูเหมือนจะมี "อำนาจนำ" พรรคอื่น ๆ ทั้งในฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร ท่ามกลางความไม่พอใจของนักการเมืองค่ายอื่น ๆ

แต่ล่าสุด ปชป. ไม่อาจมีมติพรรคว่าจะจับขั้วตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หรือไม่ หลังได้รับ "ขันหมากการเมือง" จากแกนนำ พปชร. นำโดย อุตตม สาวนายน หัวหน้า พปชร. วานนี้ (27 พ.ค.)

"เจ้าบ่าวโลเล" พนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อเวลา 18.20 น. วันนี้ (28 พ.ค.) หลังเดินออกจากห้องประชุมอาคาร ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช พร้อม ๆ กับบรรดากรรมการบริหาร และ ส.ส. ของพรรค

ไม่ต่างจาก ส.ส. อีกหลายคนที่ระบุว่า "เป็นปัญหาภายในของ พปชร. เขา"

ปชป. นัดหมายประชุมโดยมีวาระสำคัญคือการพิจารณาการประสานงานทางการเมือง แต่สุดท้ายต้อง "เลื่อนการประชุมอย่างไม่มีกำหนด" แต่ถึงกระนั้น บรรดา ส.ส. ทุกคนถูกสั่งการให้เตรียมพร้อมอยู่ใน กทม. เพื่อรอนัดหมายประชุม

ราเมศ รัตนเชวง โฆษก ปชป. แถลงว่า พปชร. ได้เชิญ ปชป. เข้าร่วมรัฐบาล ซึ่งมีการพูดคุยหลักการทำงานไว้หลายประเด็น ในจำนวนนี้คือ 1. การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 และ 2. การนำนโยบายของ ปชป. ที่หาเสียงไว้กับประชาชนไปทำให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะนโยบาย "แก้จน สร้างคน สร้างชาติ" และ "ประกันรายได้เกษตรกร" ทั้งนี้ พปชร. รับปากจะตอบกลับมาก่อนเวลา 17.00 น. แต่เมื่อถึงเวลา พปชร. กลับไม่แจ้งข้อมูลกลับมา

"เมื่อมีข้อมูลไม่ครบถ้วน จึงไม่สามารถประชุมได้" โฆษก ปชป. ให้เหตุผลต่อสื่อ

Image copyright กองโฆษก พรรคประชาธิปัตย์
คำบรรยายภาพ ราเมศ รัตนเชวง โฆษก ปชป. บอกว่า "ยังไกลเกินไป" ที่จะพูดถึงการพลิกไปจับมือตั้งรัฐบาลกับขั้ว พปชร. หลังเกิดปรากฏการณ์ พปชร. "นัดไว้ ไม่มา"

โยน พปชร. ตอบปัญหาโควต้า รมต.

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า พปชร. ขอดึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กลับไปอยู่ในความดูแลของพรรค แทนที่จะจัดสรรโควต้าให้ ปชป. นั้น ราเมศบอกว่า "อันนี้เป็นปัญหาของ พปชร. ที่ต้องตอบว่าการที่ไม่สามารถนำนโยบาย นำเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เราเสนอไป ติดขัดตรงไหน ต้องแจ้งมา"

ตลอดเวลาในการแถลงข่าว ราเมศ พยายามบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามสื่อเกี่ยวกับปัญหาการจัดสรรเก้าอี้รัฐมนตรีที่ไม่ลงตัว โดยอ้างว่า "ไม่ทราบ" และ "ไม่มีการพูดถึง" แต่ 2 นโยบายของ ปชป. ที่เขาเน้นย้ำไม่ต่ำกว่า 4 ครั้ง อาจสะท้อน "วาระในใจ" ของ ปชป. ที่หวังจะได้ดูแลกระทรวงเกษตรฯ

นอกจากนี้ยังโยนหลายคำถามสำคัญที่เกิดขึ้นจากผู้สื่อข่าว โดยเฉพาะปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาลในอนาคต กลับไปให้ฝ่าย "เจ้าบ่าว" เป็นผู้ตอบ

กับคำถามที่ว่า มองอย่างไรที่เพิ่งมีการยกขันหมากมาเมื่อวาน แต่วันนี้กลับ "โดนเท" แล้ว ราเมศ ตอบว่า "ที่จริงแล้วจะเรียกว่าขันหมากไม่ได้.. คงไม่ตรงตามความเป็นจริง เป็นการมาคุยเชิญไปร่วมรัฐบาล และถ้ามาจะมีหลักการอย่างไรบ้าง"

ส่วนถ้า "ขั้วตรงข้าม" ยอมรับเงื่อนไขของ ปชป. จะเป็นเหตุให้เกิดการ "พลิกขั้ว" การเมืองหรือไม่ เขาบอกเพียงว่าเป็นเรื่องที่ต้องติดตามและรอดูหลังจากนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยกัน นอกจากนี้ยังไม่ได้พูดถึงโอกาสที่ ปชป. จะพลิกไปเล่นบทบาท "ฝ่ายค้านอิสระ" อย่างชัดเจนนัก

พปชร. ซึ่งเป็น "พรรคอันดับ 2" คาดหวังจะ "ปิดดีล" จัดตั้งรัฐบาล 19 พรรค ด้วยปริมาณมือในสภา 254 เสียง และได้นายกฯ คนใหม่ภายในเดือน พ.ค. นี้

ขณะที่ขั้วพรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายประชาธิปไตย" 7 พรรค ที่มีพรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นแกนนำ มี 245 เสียงในสภา หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรอง ส.ส. ครบ 500 คน

วิเคราะห์ ปชป. ในปรากฏการณ์ "loser-take-all"?

ในการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 ปชป. ต้องพบกับ "จุดต่ำสุด" ในรอบ 14 ปี เมื่อตกที่นั่ง "พรรคต่ำร้อย" ถูก "ตีแตก" เมืองเอกอย่าง จ. ตรัง และต้อง "สูญพันธุ์" ในสนาม กทม. เป็นผลให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่อาจรักษาเก้าอี้หัวหน้าพรรคคนที่ 7 เอาไว้ได้

ทว่าสถานะ "พรรคครึ่งร้อย" กลับกลายเป็นจำนวนที่พอเหมาะพอควรในการเป็น "พรรคตัวแปร" ชี้ขาดชัยชนะในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่ง "2 ขั้วการเมือง" เปิดฉากช่วงชิงอำนาจกันมากว่า 2 เดือน

ก่อนแกนนำ พปชร. เดินทางไปส่งเทียบเชิญ ปชป. ให้เข้าร่วมรัฐบาลอย่างเป็นทางการ พลพรรค ปชป. ไม่ยอม "ปริปาก" แสดงจุดยืนใด ๆ ต่อสาธารณะ มีเพียงแหล่งข่าวพรายกระซิบคอย "ปล่อยข่าว-กระจายความเคลื่อนไหว" ผ่านสื่อมวลชนเป็นระยะ ๆ ทั้งข่าวลับ-ลวง-ลือ

ยึดบัลลังก์ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ

"ข่าวจริง" เพียงข่าวเดียวที่ได้รับการยืนยัน 1 วันก่อนการประชุมสภานัดแรกเมื่อ 25 พ.ค. คือ ปชป. ประกาศส่ง ชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ชิงบัลลังก์ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ

Image copyright Wasawat lukharang/bbc thai
คำบรรยายภาพ ชวน หลีกภัย ได้รับการเสนอชื่อให้ชิงเก้าอี้ประธานสภาโดย ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พปชร.

ในวันดังกล่าว ได้เกิดเหตุ "ลองของ" ภายในขั้วเดียวกัน และ "ประลองกำลัง" กับคนต่างขั้วการเมือง แต่ที่สุด พปชร. ก็เป็นผู้เสนอชื่อ ชวน เป็นประธานสภา ก่อนได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกไปด้วยคะแนนเสียง 258 ต่อ 235

2 ประโยคสำคัญที่หลุดจากปากว่าที่ประธานสภาอย่างตั้งใจในระหว่างแถลงเปิดใจกับสื่อมวลชนคือ "ส่วนนี้เป็นส่วนที่เจาะจงมาว่าถ้าเป็นผมก็จะยอมรับ" และ "ไม่มีการต่อรอง ถ้าต่อรอง ผมก็ไม่รับ ต้องไม่อยู่ในโควต้า"

ถือเป็นการนำ "เงื่อนไขลับ" มาเปิดเผยในที่แจ้ง เพื่อดักคอพรรคแกนนำว่าบัลลังก์ประธานสภาต้องไม่ถูกนับเป็น 1 โควต้าที่ พปชร. จะจัดสรรให้แก่ ปชป. แม้แกนนำ-แกนตามพรรคเก่าแก่จะชักแถวออกมาปฏิเสธว่า ตำแหน่งประธานสภาไม่เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลก็ตาม

"การลงคะแนนเสียงให้คุณชวนไม่ได้มาจากการ 'จัดตั้ง' และ 'ต่อรอง' แต่ ส.ส. เล็งเห็นแล้วว่าท่านมีศักยภาพ ให้ความศรัทธาว่าซื่อสัตย์สุจริต และจะไปทำหน้าที่ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติด้วยความเป็นกลาง" โฆษก ปชป. กล่าว

Image copyright Wasawat lukharang/bbc thai

จับตายึดเก้าอี้ รมต. 7 กระทรวง

ปชป. ยัง "ชิงเปรียบ" อย่างต่อเนื่องในชั้นเจรจาจับขั้วการเมือง เมื่อสื่อหลายสำนัก อาทิ มติชน ไทยรัฐ รายงานตรงกันว่า พปชร. มีแนวโน้มจัดสรรโควต้ารัฐมนตรีให้ ปชป. ซึ่งมี 53 เสียง และพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ซึ่งมี 51 เสียง พรรคละ 7 กระทรวง ซึ่งเป็นไปตามสูตร "7 ส.ส. ต่อ 1 รมต."

เฉพาะในส่วน ปชป. มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับจัดสรร 7 กระทรวง รวม 8 ตำแหน่ง (มี 1 รองนายกรัฐมนตรี)

ผู้สื่อข่าวได้นำรายชื่อ 2 กระทรวงหลักคือ กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปตรวจสอบจาก เฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการ ปชป. ระหว่างรอรับ "ขันหมากการเมือง" เมื่อ 27 พ.ค. ว่า ปชป. ต้องการทั้ง 2 กระทรวงหรือไม่เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการแก้ปัญหาราคายางและปาล์มตกต่ำ เลขาธิการ ปชป. ปฏิเสธว่ายังไม่มีการพูดจากันเรื่องตำแหน่ง แต่บอกใบ้ว่า "ถ้าไปร่วมรัฐบาล นโยบายต่าง ๆ ของพรรคต้องนำไปสู่การปฏิบัติได้"

ชิงเป็น "หัวหอก" แก้ รธน. 2560

อีก "ข่าวจริง" ที่มีการยืนยันภายหลังแกนนำ 2 พรรค ปิดห้องคุยกันกว่า 1.30 ชม. คือ เฉลิมชัย ได้ยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ก่อนที่ พปชร. จะออกมาบอกว่า "รับหลักการ"

Image copyright Wasawat lukharang/bbc thai

"เงื่อนไขแทรก" จาก ปชป. ทำให้คนการเมืองอีกขั้ว ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ วิจารณ์ ปชป. ว่า "ได้คืบจะเอาศอก ได้ประธานสภาไปแล้ว ก็เอารัฐธรรมนูญมาต่อรอง" ร้อนถึงโฆษก ปชป. ต้องออกมาปฏิเสธพัลวัน และย้ำว่า ปชป. เป็นหนึ่งในพรรคการเมืองที่ประกาศจุดยืน "ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ" ตั้งแต่ชั้นประชามติปี 2559 และไม่แปลกหากจะนำเสนอเรื่องนี้ต่อพรรคที่มาเจรจาเรื่องตั้งรัฐบาล

ภายใต้ระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ซึ่งกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับ "ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา" ซึ่งเป็น "วรรคทอง" ที่หลุดจากปาก สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำ พปชร. ได้เปิดโอกาสให้ "ผู้แพ้กินแบ่ง" โดยมี 10 "พรรคจิ๋ว" ที่ได้คะแนนมหาชนต่ำกว่าเกณฑ์มี "ส.ส. พึงมีได้" หิ้ว ส.ส. เข้าสภาได้พรรคละคน ซึ่งทั้งหมดประกาศเป็นพันธมิตรการเมืองของ พปชร.

ขณะที่ "พรรคอันดับ 4" อย่าง ปชป. แม้ต้องพ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งย่อยยับ แต่ดูเหมือนว่าจะมีปรากฏการณ์ "loser-take-all" เกิดขึ้น เมื่อ ปชป. พลิกกลับมาเป็นผู้คุมเกมทั้ง "ฝ่ายนิติบัญญัติ" และ "ฝ่ายบริหาร" ในศึกชิงเสียงจัดตั้งรัฐบาล และยังสามารถ "เปิดสวิตช์นายกฯ คนนอก" ได้อีกด้วย

ท้ายที่สุดหากรัฐสภาโหวตเลือก "นายกฯ คนใน" ในขยักแรกไม่ได้ ก็จะนำไปสู่การมี "นายกฯ คนนอก" ในขยักสอง ปชป. ได้คิดถึงประเด็นนี้หรือไม่ คำถามผู้สื่อข่าวรายหนึ่งดังขึ้น

"อันนี้ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ถ้าสามารถรวบรวมคะแนนเสียงได้ 500 จาก 750 เสียงในรัฐสภา ก็ให้คนนอกเข้ามาได้ ก็เป็นกระบวนการที่รัฐรรมนูญกำหนดไว้" โฆษกพรรคการเมืองเก่าแก่ตอบ ในวันที่ ปชป. "โดนเท"

วาทะประยุทธ์ สร้าง "เงื่อนไขใหม่" ดีลตั้งรัฐบาล

วันเดียวกัน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. แคนดิเดตนายกฯ ในบัญชีของ พปชร. ตอบคำถามผู้สื่อข่าวถึงความเคลื่อนไหวในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งมี "คำสำคัญ" ที่กลายเป็น "เงื่อนไขเพิ่มเติม" ในการเจรจาจัดตั้งรัฐบาล

Image copyright กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ

ปชป. ยื่นเงื่อนไขขอแก้ไขรัฐธรรมนูญในการร่วมงานกับ พปชร.?

  • คิดว่าไม่ใช่การตั้งเงื่อนไขกับผม แต่เป็นเรื่องของรัฐบาลใหม่ที่ต้องดำเนินการต่อไป เพราะเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลง ก็จะต้องมีการแก้ไขกฎหมายบ้าง ก็ต้องไปว่ากัน เรื่องนี้ต้องแยกประเด็นกับการร่วมจัดตั้งรัฐบาล เพราะเราทุกคนต้องทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพพอสมควร อย่าลืมว่าประเทศชาติต้องมาก่อนเสมอ ทุกคนต้องปรับตัวเองกันบ้าง

ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ ของ พปชร. จะช่วยต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีที่ยังไม่ลงตัวหรือไม่?

  • จะต้องมีการหารือกันต่อไป ปัญหานี้เป็นเรื่องของนายกฯ คนต่อไป ซึ่งทุกพรรคจะต้องมาพูดคุยกันเพื่อแก้ไขปัญหาว่าจะหาทางออกอย่างไร...

จะมีส่วนพิจารณาตำแหน่งรัฐมนตรีด้วยหรือไม่?

  • ก็ต้องดูเอง รอให้แต่ละพรรคเขาเสนอเข้ามา แล้วค่อยไปประชุมร่วมกัน... คนที่จะเป็นนายกฯ ก็ต้องดูรายชื่อของแต่ละพรรคที่เสนอมา จากนั้นจึงพูดคุยกับพรรคร่วมว่าเห็นชอบด้วยกันหรือไม่ ถ้ามีพรรคใดพรรคหนึ่งไม่เห็นด้วยแล้ว จะไปกันได้อย่างไร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม