นานา เดกิ้น ผู้กำกับละครคนไทยกับผลงานละครตลกร้ายบนเวทีใหญ่ในกรุงลอนดอน

  • เรื่องและวิดีโอโดย ก้าวหน้า พงศ์พิพัฒน์
  • ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

ไทย - สหรัฐฯ - ปากีสถาน - ฝรั่งเศส - แทนซาเนีย - ฝรั่งเศส - สหรัฐ - ไทย - สหรัฐฯ…

นี่ไม่ใช่เส้นทางเที่ยวบินระยะไกล แต่เป็นลำดับประเทศที่ นานา เดกิ้น ผู้กำกับละครเวทีลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เคยเติบโตอาศัย

ไม่แปลกที่หญิงวัย 36 ปีผู้นี้บอกกับบีบีซีไทยว่า "เรารู้สึกว่าเราเป็นคนนอกตลอดเวลา"

และความรู้สึกแปลกแยกนี้เองที่ทำให้ นานา เริ่มชอบละครเวที และหากไม่ได้ประสบการณ์ในวัยเด็กที่หลากหลายเช่นนี้ เธอก็อาจจะไม่ได้เป็นคนไทยคนแรกที่กำลังมีผลงานกำกับละครเวทีระดับมืออาชีพในกรุงลอนดอนอยู่ในขณะนี้ก็ได้

"ช่วงที่โตขึ้น เราย้ายไปย้ายมา เราก็รู้สึกว่าเราเป็นคนแปลกหน้าตลอดเวลา" นานา เล่า "แล้วประสบการณ์ที่เราได้จากการทำละครเวทีทุกครั้ง เรารู้สึกว่าเราได้เข้าชุมชนพิเศษชุมชนหนึ่ง …รู้สึกว่าเราสามารถสร้างเพื่อนได้"

ละครเรื่องนี้ชื่อ White Pearl เป็นละครตลกร้ายว่าเรื่องของอคติ การเหยียดเชื้อชาติ จัดแสดงที่ Royal Court Theatre ซึ่งเป็นโรงละครเก่าแก่เกือบ 70 ปี และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน

คำบรรยายภาพ,

White Pearl เขียนโดย อัญชุลี เฟลิเซีย คิง ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย

โรงละครนี้เป็นสมาชิกสมาคมละครเวทีลอนดอน (Society of London Theatre) ร่วมกับโรงละครชื่อดังอื่น ๆ อาทิ Queen's Theatre, National Theatre, Victoria Palace Theatre, The Old Vic เป็นต้น ซึ่งผลงานจากโรงละครเหล่านี้มีสิทธิ์เข้าชิงรางวัลอันทรงเกียรติอย่าง The Laurence Olivier Award ด้วย

จากที่ช่วงวัยเด็กแค่ชอบอยู่บนเวทีในฐานะนักแสดง ชอบได้รับความสนใจ ช่วงมัธยมปลาย นานา ได้มีโอกาสกำกับละครเป็นครั้งแรกและเริ่มชื่นชอบการต้องทำหลายหน้าที่พร้อม ๆ กัน ได้สื่อสาร และหาวิธีที่ทำให้ทุกคนเดินทางไปในทิศทางเดียวกัน

หลังจากทำงานกับ B-Floor กลุ่มละครเล็ก ๆ ในไทยราว 7 ปี ต่อด้วยปริญญาโทด้านการกำกับละครจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในนิวยอร์ก และทำงานละครอยู่ที่นั่นจนถึงทุกวันนี้ White Pearl ถือเป็นก้าวสำคัญของ นานา ในวงการละครเวทีระดับนานาชาติ

ละครเรื่องนี้เขียนโดย อัญชุลี เฟลิเซีย คิง ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลียซึ่งเป็นเพื่อนร่วมห้องและชั้นเรียนของ นานา ที่นิวยอร์กด้วย

คำบรรยายภาพ,

อัญชุลี เฟลิเซีย คิง นักเขียน ก็มีเชื้อสายไทยเช่นกัน

ละครบอกเล่าเรื่องราวของบริษัทผลิตครีมทาผิวแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตหลังคลิปโฆษณาที่มีเนื้อหาเหยียดผิวหลุดออกไปและถูกนำไปเผยแพร่ต่ออย่างแพร่หลาย พนักงานบริษัทแห่งนี้ประกอบไปด้วยผู้หญิงเอเชียหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นไทย ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และอินเดีย และขณะที่พวกเขาพยายามจะกอบกู้สถานการณ์ของบริษัท ละครก็ค่อย ๆ เผยถึงอคติและการเหยียดเชื้อชาติในอีกระดับระหว่างตัวละครด้วยกันเอง

White Pearl ได้คะแนน 4 ดาว จากหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน ซึ่งระบุว่า ละครเป็น "อัญมณีเม็ดน้อย ๆ ...เป็นละครเสียดสีเกี่ยวกับเรื่องราวในบริษัทที่ตลกอย่างแปลกใหม่และมีพลัง" ส่วนนิตยสาร Time Out บอกว่า "มันปฏิเสธไม่ได้เลยถึงความทรงพลังที่ได้เห็นผู้หญิงเอเชียบนเวที ที่ได้ยินเสียงภาษาอังกฤษ จากคนที่ไม่ได้เป็นเจ้าของภาษา และที่ได้รู้ว่าละครเรื่องนี้ให้ความสำคัญกับการแสดงตัวตนอย่างสัตย์จริง"

นานา เล่าว่าความท้าทายของการกำกับเรื่องนี้คือ การต้องเล่าเรื่องที่เป็นประเด็นอ่อนไหวมากผ่านละครตลก และน่าเป็นห่วงว่านี่จะทำให้คนดูคิดว่า ผู้เขียน ผู้กำกับ และผู้ผลิตงาน มีความคิดเช่นนั้นด้วยหรือเปล่า ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วเป็นการยกประเด็นนี้ขึ้นมาให้คนดูวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นสิ่งดีหรือไม่ดีด้วยตัวเอง

นานา บอกว่า สำหรับเธอ ความสำเร็จในฐานะผู้กำกับคือการสร้างการเชื่อมต่อได้ในสองระดับด้วยกันคือระหว่างเธอเองและนักแสดง ไม่ว่าจะเป็นการให้เกียรติ มองเห็นความสามารถของนักแสดง และหาวิธีดึงสิ่งนั้นออกมาให้ได้

"แต่ว่าในแง่ของการโชว์งาน คอนเนคชัน (การเชื่อมโยง) ที่เราตามหาก็คือคนดู ...ความสำเร็จก็คือในเมื่อคนดูดูงานของเรา แล้วก็รู้สึกว่ามันสร้างคำถามในตัวเขา ทำให้รู้สึกว่า ชั่วโมง ชั่วโมงครึ่ง สองชั่วโมงผ่านไปในเรื่อง ๆ นึง แล้วมันมีคอนเนคชันอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในตัวเขา"

เมื่อให้เปรียบเทียบการทำงานละครเวทีที่ไทยและนิวยอร์ก นานา บอกว่า ศิลปินไทยและต่างประเทศมีความสร้างสรรค์ไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าเมืองนอกมีระบบการจัดเกื้อหนุนศิลปินที่ดีกว่า

คำบรรยายภาพ,

นานา เป็นสมาชิกกลุ่ม B-Floor ซึ่งเป็นกลุ่มละครในไทยที่ทำงานมายาวนานถึง 20 ปีแล้ว

ผลงานกำกับและร่วมกำกับของเธอกับ B-Foor ได้แก่ Begin Again, Damage Joy, The Giordano Bruno Project, และ Last Gasp of a Mournful Heart ขณะนี้ เธอเป็นศิลปินพำนักอยู่กับคณะละคร New York Theatre Workshop ที่นิวยอร์ก และเคยมีผลงานกำกับอาทิเรื่อง PASSING ที่ WOW Cafe Theatre ในนิวยอร์กจากเมื่อปี 2006

จริงอยู่ที่วงการละครเวทีไทยยังเล็กและมีผู้สนใจแค่เฉพาะกลุ่ม แต่นานาก็มั่นใจว่ามันก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

เธอปฏิเสธเสียงแข็งเมื่อถามว่าละครเวทีเป็นอาชีพที่ไม่ยั่งยืนหรือเปล่า หากเป็นเช่นนั้นจริง เธอถามว่า เป็นไปได้อย่างไรที่ B-Floor คณะละครที่เธอสังกัดอยู่สามารถยืนหยัดอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้เข้าปีที่ 20 แล้ว

คำบรรยายภาพ,

นานาเชื่อว่า ศิลปินไทยและต่างประเทศมีความสร้างสรรค์ไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าต่างประเทศมีระบบการจัดเกื้อหนุนศิลปินที่ดีกว่า

"ถามว่าเราสามารถอยู่รอดได้ยังไง คิดว่ามันก็เป็นเหมือนกับการประนีประนอมของตัวเอง ที่จะต้องดูว่าความสุขที่เราได้มาจากการทำละครเวที โดยที่เราไม่ได้รับค่าตอบแทนที่สามารถทำให้เราเลี้ยงชีพเป็นศิลปินทำละครเวทีอย่างเดียว มันโอเคไหม เราโอเคหรือเปล่าที่จะต้องทำงานหลายอย่าง เพื่อที่จะสามารถเป็นศิลปิน"

"เราก็ต้องถามตัวเอง ...อะไรคือ success (ความสำเร็จ) สำหรับเรา เราต้องการความดังไหม เราต้องการความรวย หรือว่าเราต้องการให้งานของเรามันสามารถเข้าถึงคน"

"A love of learning" นานา ตอบเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อถามว่าอะไรกันที่พาให้เธอมาถึงจุดนี้ได้

"เราอยากจะเรียนรู้เรื่องคนตลอด เรารู้สึกว่าคนทุกคนเป็นคนน่าสนใจมาก ...มนุษย์ที่เราได้เจอและรู้จักมันมีความแปลก ซับซ้อน สวยงาม เราคิดว่ามันเป็น curiosity (ความสงสัยใคร่รู้) ตรงนี้ และก็การที่เราอยากจะเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ที่พาเราไปข้างหน้า"