นานา เดกิ้น ผู้กำกับละครคนไทยกับผลงานละครตลกร้ายบนเวทีใหญ่ในกรุงลอนดอน

  • 8 มิถุนายน 2019
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
เหตุใดประเด็นเชื้อชาติจึงทำให้ผู้กำกับละครเวทีหญิงผู้นี้หลงรักละครเวที

ไทย - สหรัฐฯ - ปากีสถาน - ฝรั่งเศส - แทนซาเนีย - ฝรั่งเศส - สหรัฐ - ไทย - สหรัฐฯ…

นี่ไม่ใช่เส้นทางเที่ยวบินระยะไกล แต่เป็นลำดับประเทศที่ นานา เดกิ้น ผู้กำกับละครเวทีลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เคยเติบโตอาศัย

ไม่แปลกที่หญิงวัย 36 ปีผู้นี้บอกกับบีบีซีไทยว่า "เรารู้สึกว่าเราเป็นคนนอกตลอดเวลา"

Image copyright BBC Thai

และความรู้สึกแปลกแยกนี้เองที่ทำให้ นานา เริ่มชอบละครเวที และหากไม่ได้ประสบการณ์ในวัยเด็กที่หลากหลายเช่นนี้ เธอก็อาจจะไม่ได้เป็นคนไทยคนแรกที่กำลังมีผลงานกำกับละครเวทีระดับมืออาชีพในกรุงลอนดอนอยู่ในขณะนี้ก็ได้

"ช่วงที่โตขึ้น เราย้ายไปย้ายมา เราก็รู้สึกว่าเราเป็นคนแปลกหน้าตลอดเวลา" นานา เล่า "แล้วประสบการณ์ที่เราได้จากการทำละครเวทีทุกครั้ง เรารู้สึกว่าเราได้เข้าชุมชนพิเศษชุมชนหนึ่ง …รู้สึกว่าเราสามารถสร้างเพื่อนได้"

ละครเรื่องนี้ชื่อ White Pearl เป็นละครตลกร้ายว่าเรื่องของอคติ การเหยียดเชื้อชาติ จัดแสดงที่ Royal Court Theatre ซึ่งเป็นโรงละครเก่าแก่เกือบ 70 ปี และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน

Image copyright Helen Murray
คำบรรยายภาพ White Pearl เขียนโดย อัญชุลี เฟลิเซีย คิง ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย

โรงละครนี้เป็นสมาชิกสมาคมละครเวทีลอนดอน (Society of London Theatre) ร่วมกับโรงละครชื่อดังอื่น ๆ อาทิ Queen's Theatre, National Theatre, Victoria Palace Theatre, The Old Vic เป็นต้น ซึ่งผลงานจากโรงละครเหล่านี้มีสิทธิ์เข้าชิงรางวัลอันทรงเกียรติอย่าง The Laurence Olivier Award ด้วย

Image copyright BBC Thai

จากที่ช่วงวัยเด็กแค่ชอบอยู่บนเวทีในฐานะนักแสดง ชอบได้รับความสนใจ ช่วงมัธยมปลาย นานา ได้มีโอกาสกำกับละครเป็นครั้งแรกและเริ่มชื่นชอบการต้องทำหลายหน้าที่พร้อม ๆ กัน ได้สื่อสาร และหาวิธีที่ทำให้ทุกคนเดินทางไปในทิศทางเดียวกัน

หลังจากทำงานกับ B-Floor กลุ่มละครเล็ก ๆ ในไทยราว 7 ปี ต่อด้วยปริญญาโทด้านการกำกับละครจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในนิวยอร์ก และทำงานละครอยู่ที่นั่นจนถึงทุกวันนี้ White Pearl ถือเป็นก้าวสำคัญของ นานา ในวงการละครเวทีระดับนานาชาติ

ละครเรื่องนี้เขียนโดย อัญชุลี เฟลิเซีย คิง ลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลียซึ่งเป็นเพื่อนร่วมห้องและชั้นเรียนของ นานา ที่นิวยอร์กด้วย

Image copyright Helen Murray
คำบรรยายภาพ อัญชุลี เฟลิเซีย คิง นักเขียน ก็มีเชื้อสายไทยเช่นกัน

ละครบอกเล่าเรื่องราวของบริษัทผลิตครีมทาผิวแห่งหนึ่งในสิงคโปร์ที่ต้องเผชิญกับวิกฤตหลังคลิปโฆษณาที่มีเนื้อหาเหยียดผิวหลุดออกไปและถูกนำไปเผยแพร่ต่ออย่างแพร่หลาย พนักงานบริษัทแห่งนี้ประกอบไปด้วยผู้หญิงเอเชียหลายเชื้อชาติ ไม่ว่าจะเป็นไทย ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และอินเดีย และขณะที่พวกเขาพยายามจะกอบกู้สถานการณ์ของบริษัท ละครก็ค่อย ๆ เผยถึงอคติและการเหยียดเชื้อชาติในอีกระดับระหว่างตัวละครด้วยกันเอง

White Pearl ได้คะแนน 4 ดาว จากหนังสือพิมพ์เดอะการ์เดียน ซึ่งระบุว่า ละครเป็น "อัญมณีเม็ดน้อย ๆ ...เป็นละครเสียดสีเกี่ยวกับเรื่องราวในบริษัทที่ตลกอย่างแปลกใหม่และมีพลัง" ส่วนนิตยสาร Time Out บอกว่า "มันปฏิเสธไม่ได้เลยถึงความทรงพลังที่ได้เห็นผู้หญิงเอเชียบนเวที ที่ได้ยินเสียงภาษาอังกฤษ จากคนที่ไม่ได้เป็นเจ้าของภาษา และที่ได้รู้ว่าละครเรื่องนี้ให้ความสำคัญกับการแสดงตัวตนอย่างสัตย์จริง"

นานา เล่าว่าความท้าทายของการกำกับเรื่องนี้คือ การต้องเล่าเรื่องที่เป็นประเด็นอ่อนไหวมากผ่านละครตลก และน่าเป็นห่วงว่านี่จะทำให้คนดูคิดว่า ผู้เขียน ผู้กำกับ และผู้ผลิตงาน มีความคิดเช่นนั้นด้วยหรือเปล่า ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วเป็นการยกประเด็นนี้ขึ้นมาให้คนดูวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นสิ่งดีหรือไม่ดีด้วยตัวเอง

Image copyright Helen Murray

นานา บอกว่า สำหรับเธอ ความสำเร็จในฐานะผู้กำกับคือการสร้างการเชื่อมต่อได้ในสองระดับด้วยกันคือระหว่างเธอเองและนักแสดง ไม่ว่าจะเป็นการให้เกียรติ มองเห็นความสามารถของนักแสดง และหาวิธีดึงสิ่งนั้นออกมาให้ได้

"แต่ว่าในแง่ของการโชว์งาน คอนเนคชัน (การเชื่อมโยง) ที่เราตามหาก็คือคนดู ...ความสำเร็จก็คือในเมื่อคนดูดูงานของเรา แล้วก็รู้สึกว่ามันสร้างคำถามในตัวเขา ทำให้รู้สึกว่า ชั่วโมง ชั่วโมงครึ่ง สองชั่วโมงผ่านไปในเรื่อง ๆ นึง แล้วมันมีคอนเนคชันอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในตัวเขา"

เมื่อให้เปรียบเทียบการทำงานละครเวทีที่ไทยและนิวยอร์ก นานา บอกว่า ศิลปินไทยและต่างประเทศมีความสร้างสรรค์ไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าเมืองนอกมีระบบการจัดเกื้อหนุนศิลปินที่ดีกว่า

Image copyright Thomas S.G. Farnetti
คำบรรยายภาพ นานา เป็นสมาชิกกลุ่ม B-Floor ซึ่งเป็นกลุ่มละครในไทยที่ทำงานมายาวนานถึง 20 ปีแล้ว

ผลงานกำกับและร่วมกำกับของเธอกับ B-Foor ได้แก่ Begin Again, Damage Joy, The Giordano Bruno Project, และ Last Gasp of a Mournful Heart ขณะนี้ เธอเป็นศิลปินพำนักอยู่กับคณะละคร New York Theatre Workshop ที่นิวยอร์ก และเคยมีผลงานกำกับอาทิเรื่อง PASSING ที่ WOW Cafe Theatre ในนิวยอร์กจากเมื่อปี 2006

จริงอยู่ที่วงการละครเวทีไทยยังเล็กและมีผู้สนใจแค่เฉพาะกลุ่ม แต่นานาก็มั่นใจว่ามันก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

เธอปฏิเสธเสียงแข็งเมื่อถามว่าละครเวทีเป็นอาชีพที่ไม่ยั่งยืนหรือเปล่า หากเป็นเช่นนั้นจริง เธอถามว่า เป็นไปได้อย่างไรที่ B-Floor คณะละครที่เธอสังกัดอยู่สามารถยืนหยัดอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้เข้าปีที่ 20 แล้ว

Image copyright .
คำบรรยายภาพ นานาเชื่อว่า ศิลปินไทยและต่างประเทศมีความสร้างสรรค์ไม่ต่างกัน เพียงแต่ว่าต่างประเทศมีระบบการจัดเกื้อหนุนศิลปินที่ดีกว่า

"ถามว่าเราสามารถอยู่รอดได้ยังไง คิดว่ามันก็เป็นเหมือนกับการประนีประนอมของตัวเอง ที่จะต้องดูว่าความสุขที่เราได้มาจากการทำละครเวที โดยที่เราไม่ได้รับค่าตอบแทนที่สามารถทำให้เราเลี้ยงชีพเป็นศิลปินทำละครเวทีอย่างเดียว มันโอเคไหม เราโอเคหรือเปล่าที่จะต้องทำงานหลายอย่าง เพื่อที่จะสามารถเป็นศิลปิน"

"เราก็ต้องถามตัวเอง ...อะไรคือ success (ความสำเร็จ) สำหรับเรา เราต้องการความดังไหม เราต้องการความรวย หรือว่าเราต้องการให้งานของเรามันสามารถเข้าถึงคน"

"A love of learning" นานา ตอบเป็นภาษาอังกฤษ เมื่อถามว่าอะไรกันที่พาให้เธอมาถึงจุดนี้ได้

"เราอยากจะเรียนรู้เรื่องคนตลอด เรารู้สึกว่าคนทุกคนเป็นคนน่าสนใจมาก ...มนุษย์ที่เราได้เจอและรู้จักมันมีความแปลก ซับซ้อน สวยงาม เราคิดว่ามันเป็น curiosity (ความสงสัยใคร่รู้) ตรงนี้ และก็การที่เราอยากจะเรียนรู้ไปเรื่อย ๆ ที่พาเราไปข้างหน้า"

Image copyright BBC Thai

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม