การมีเซ็กส์อย่างปลอดภัยเป็นไปได้หรือไม่ เมื่อซิฟิลิสกลับมาระบาดในหมู่วัยรุ่นไทย

  • 31 พฤษภาคม 2019
วัยรุ่น Image copyright Panumas Sanguanwong

กามโรคสารพัดชนิดกำลังกลับมาระบาดในไทยอีกครั้ง โดยมีเด็กวัยรุ่นเป็นกลุ่มที่ติดเชื้อมากที่สุด หนึ่งในสาเหตุหลัก คือ ไม่นิยมใส่ถุงยางอนามัย และ ขาดความรู้ว่าการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัยต้องทำอย่างไรกันแน่ บีบีซีไทย ไปค้นหาคำตอบเรื่องที่สังคมไทยยังตะขิดตะขวงใจจะพูดคุยกันอย่างเปิดเผย

"ส่วนใหญ่จะไปหาข้อมูลจากเน็ตกันครับ วัยรุ่นอ่ะ" คือคำตอบที่ กรรชัย ตันติชาญชัยกุล นักเรียนชั้น ม.ปลายจากโรงเรียนวัดราชบพิธที่บอกเมื่อถูกถามว่าหากติดโรคทางเพศสัมพันธ์จะทำอย่างไร

ขณะที่ธนากร ธรรมกุล นักศึกษาชั้นปี 2 อายุ 20 ปี จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เล่าให้บีบีซีไทยฟังว่า "การเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาในส่วนตัวของผมและสังคมที่พบเจอ จะเป็นการเรียนรู้แบบปากต่อปากมากกว่า เพราะว่าในการศึกษาระดับอุดมศึกษา เขาจะไม่ค่อยปลูกฝังอะไรมากด้วยค่านิยมของประเทศเรา"

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
การมีเซ็กส์อย่างปลอดภัยเป็นไปได้หรือไม่ ?

รายงานของกรมควบคุมโรคที่เผยแพร่เมื่อเร็ว ๆ นี้สอดคล้องกับความเห็นของธนากร โดยระบุว่าปัจจุบันวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์กันเร็วขึ้น ตั้งแต่อายุ 13 ปี จากเดิมราว 15 ปี และกว่า 30% ของคนกลุ่มนี้ไม่ใช้ถุงยางอนามัยเมื่อมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรก ทั้งยังขาดความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องเพศศึกษาด้วย

และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ "หนองใน" และ "ซิฟิลิส" รวมถึงโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อีกหลายชนิดกำลังกลับมาระบาดมากขึ้น และกลุ่มผู้ที่ติดเชื้อโรคเหล่านี้มากที่สุด คือวัยรุ่นอายุระหว่าง 15-24 ปี ซึ่งคิดเป็น 36.9% ของผู้ป่วยทั้งหมด

ผู้ใหญ่เขินแทนเด็ก

แม้เด็กไทยจะใช้เวลาที่โรงเรียนและสถาบันการศึกษายาวนานในแต่ละวัน แต่การเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาและการทำกิจกรรมสอดแทรกในเรื่องนี้ยังเป็นสิ่งที่ถูกตั้งคำถามเสมอว่าเพียงพอหรือไม่

Image copyright Panumas Sanguanwong
คำบรรยายภาพ ภูษณิศา จิรธัชชกุล สาธิตวิธีการใช้ถุงอย่างที่ถูกต้อง

ภูษณิศา จิรธัชชกุล หรือแจม เจ้าหน้าที่สาววัย 26 ปี ของโครงการป้องกันการตั้งครรภ์วัยรุ่นของมูลนิธิแพธทูเฮลท์ (Path 2 Health) เล่าให้บีบีซีไทยฟังว่า การทำกิจกรรมในเรื่องเพศศึกษากับนักเรียนในโรงเรียนไทยหลายแห่งยังมีอุปสรรค

"กลายเป็นว่าเราจะแจก [ถุงยางอนามัย] เราจะพูด ก็จะมีคุณครูหรือผู้ใหญ่ท่านอื่นกอดอกมองหน้าแล้วว่า โรงเรียนฉันเป็นโรงเรียนที่นักเรียนดียอดเยี่ยม ไม่มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นหรอก"

ภูษณิศา เห็นว่าหลักสูตรการสอนเพศวิถีศึกษานั้นครอบคลุมหลายมิติ ทั้งเรื่องเพศสัมพันธ์ ความสัมพันธ์ สังคมและวัฒนธรรม การเจริญเติบโตของร่างกาย หรือการคุมกำเนิด ที่สำคัญมีการกำหนดไว้ใน พ.ร.บ. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ให้เด็ก ๆ จะต้องได้เรียนเพศวิถีศึกษาอย่างรอบด้าน

Image copyright Panumas Sanguanwong
คำบรรยายภาพ ถุงยางอนามัยไม่ได้มีประโยชน์เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์เท่านั้น แต่ยังสามารถช่วงป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดต่าง ๆ ได้อีกด้วย

กฎหมายดังกล่าวยังระบุด้วยว่า หากมีการตั้งครรภ์ก็ห้ามบังคับให้พักการเรียน แต่เด็ก ๆ มีสิทธิ์เข้าถึงคำปรึกษาด้านสุขภาพโดยตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง และต้องได้รับการคุ้มครองความเป็นส่วนตัวในเรื่องข้อมูลและความลับ หากสถานศึกษาหรือใครไม่ยอมทำตามก็ถือว่ากระทำผิดได้เหมือนกัน

วัยรุ่นบางคนที่บีบีซีไทยคุยด้วยบอกตรงกันว่าพวกเขาไม่ได้เขินอายและพร้อมที่จะเรียนรู้เรื่องเพศศึกษา "ควรสอนเด็กตั้งแต่ ม.ต้นเลยครับ สอนมากกว่าที่มีอยู่ในปัจจุบัน ควรเปิดโลกกับเด็กมากกว่านี้ เพราะว่าเด็ก ม.ต้น หรือเด็ก ม.ปลาย บางคนเรียนรู้ช้าเกินไป แต่เขาก็มีแฟนตั้งแต่ ม.ต้น" กรรชัย นักเรียนมัธยมปลายจากโรงเรียนวัดราชบพิตร ให้ความเห็น

Image copyright Panumas Sanguanwong

"ควรจะต้องสอนในโรงเรียนครับ ควรจะเปิดเผยว่า จริง ๆ แล้วเรื่องเพศศึกษาหรือการมีเพศสัมพันธ์เนี่ยไม่ใช่เรื่องที่น่าอายหรือเป็นเรื่องผิดปกติ" " ธนากร นักศึกษาจาก มธ. ก็คิดแบบนี้เช่นเดียวกัน "มันเป็นปกติของมนุษย์ ยิ่งถ้าเรารู้มากเท่าไหร่เรายิ่งจะระวังได้มากเท่านั้นครับ

มีเซ็กส์อย่างปลอดภัยทำอย่างไร

"เย็นนี้จะไปมีเซ็กส์เป็นครั้งแรกเนอะ ก่อนอื่นเลยข้อมูลต้องแน่นก่อน" แจม แห่งโครงการป้องกันการตั้งครรภ์วัยรุ่นของมูลนิธิแพธทูเฮลท์ แนะ ข้อมูลที่เธอหมายถึงนั่นคือการป้องกันตนเอง

Image copyright Panumas Sanguanwong

"เอาถุงยางขึ้นมาก่อนเลย อันนี้คือง่ายที่สุด แล้วก็หาวิธีใส่ที่ปลอดภัย" ภูษณิศากล่าวขณะสาธิตวิธีการสวมถุงยางอนามัยชายให้ทีมงานบีบีซีไทยดู ก่อนจะตือนให้ตรวจสอบว่าถุงยางอนามัยกล่องนั้นหมดอายุหรือยัง จากนั้นใส่ครอบอวัยวะเพศชายที่กำลังแข็งตัว บีบตรงหัวถุงยางอนามัยเพื่อป้องกันไม่ให้มีอากาศค้างอยู่ แล้วจึงรูดถุงยางลงมาจนสุดก็เป็นอันเสร็จ

ข้อควรระวังคืออย่าใช้วาสลีนเป็นสารหล่อลื่น เพราะส่วนประกอบอาจมีผลทำให้ถุงยางขาดและรั่วได้ หลังจากเสร็จธุระทางเพศเรียบร้อยแล้ว อย่าสัมผัสถุงยางอนามัยด้วยมือเปล่า ให้หันไปหยิบทิชชู่หรือเสื้อผ้ามาช่วยถอด เพราะเชื้อโรคบางชนิดอาจติดต่อสู่คนได้แม้จะไม่มีแผลก็ตาม

Image copyright Panumas Sanguanwong
คำบรรยายภาพ ภูษณิศา จิรธัชชกุล หรือแจมพบว่าปัญหาของการสื่อสารเรื่องเพศกับวัยรุ่นเกิดมาจากผู้ใหญ่

"ถุงยางอนามัยผู้หญิงก็มีเหมือนกัน" เธอบอกก่อนจะฉีกถุงพลาสติกสีครีมขนาดฝ่ามือ แล้วดึงถุงยางอนามัยสีใสรูปทรงห่วงออกมาแสดงและ อธิบายวิธีการใช้งานว่า ต้องบิดปลายเป็นเลข 8 จากนั้นจึงค่อยสอดเข้าไปในช่องคลอด เพียงเท่านี้ก็พร้อมปฏิบัติภารกิจโดยที่ผู้ชายไม่ต้องใส่ถุงยางอนามัยอีก

"แจมมองว่ายุคสมัยนี้คงห้ามน้องเขาไม่ได้ ด้วยข้อมูลหลายอย่างที่เขามี และด้วยพัฒนาการของสมองว่าสมองส่วนที่อยากได้อยากมีอยากลองมันโตกว่าส่วนอื่น ส่วนสมองเรื่องเหตุผลของเขาจะค่อย ๆ พัฒนาตามมา เพราะฉะนั้นการที่จะคอยไปห้ามเขา มันเป็นไปไม่ได้ ยิ่งดิ้นยิ่งหลุดค่ะ"

กันไว้ดีกว่าแก้

การคุมกำเนิดของผู้หญิงมีหลากหลายวิธีนั้น แจมแนะนำว่า "การฝังยาคุมกำเนิด" เป็นวิธีที่เรียบง่ายและเหมาะสมที่สุด "เขาจะฝังเข้าไปแล้วก็ปล่อยฮอร์โมนมาเรื่อย ๆ ประมาณ 3 - 5 ปี คุมไปได้ยาว ๆ เลย - เรื่องผลข้างเคียงไม่ได้เกิดกับทุกคน 100% อยู่ที่สรีระหรือว่าพันธุกรรม"

Image copyright Panumas Sanguanwong

"แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าการคุมกำเนิดเนี่ย มันคุมได้แค่ท้อง ไม่ได้กันโรค ถ้าโรคและท้องด้วยเนี่ยคือถุงยางอนามัยค่ะ" เธอเตือนด้วยเสียงดังฟังชัดและพูดติดตลกว่า "ตอนนี้ก็มีหลากหลายให้เลือกสรร ทั้งเรืองแสงและตะปุ่มตะป่ำ สนุกกับมันได้ค่ะ"

ส่วนใครที่กลัวว่าตัวเองเสี่ยงจะติดโรคทางเพศสัมพันธ์ ภูษณิศาเน้นย้ำว่าให้ "เลิกกูเกิล - อย่ามัวแต่พิมพ์ อาการแบบนี้ที่จู๋มันจะเป็นอะไรมั้ย ไปหาหมอ" และหากพบว่าติดเชื้อเข้าให้แล้ว ก็ต้องกลับมาพาคู่รักหรือคู่นอนของตัวเองไปหาหมอด้วย