"จ่านิว" นักเคลื่อนไหวการเมืองในประเทศรายล่าสุดที่ถูกรุมทำร้าย หลังรณรงค์ต่อต้านคณะรัฐประหารต่อเนื่อง

  • 3 มิถุนายน 2019
จ่านิว Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

"ตอนนั้นมองไม่เห็นอะไรเลย รู้แต่ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งฟาดผมด้วยของแข็งตอนผมล้มลง พวกนั้นเตะที่ปาก และมีของแข็งลักษณะคล้ายไม้หน้าสามฟาดลงมาที่ศีรษะและลำตัวอย่างไม่ยั้ง"

นายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ "จ่านิว" นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยวัย 27 ปี และแกนนำกลุ่ม "คนอยากเลือกตั้ง" บอกกับบีบีซีไทยในช่วงเช้าจากห้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล หลังจากที่โดนทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บจากชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งเมื่อกลางดึกของวันที่ 2 มิ.ย.

แม้ยังไม่ทราบถึงสาเหตุจูงใจและผู้ก่อเหตุ แต่สิรวิชญ์เชื่อว่า ผู้ก่อเหตุน่าจะเป็นกลุ่มคนที่ไม่พอใจการเคลื่อนไหวทางการเมืองของเขาตลอด 5 ปี ของการครองอำนาจของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

ล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว เขาได้ทำกิจกรรมรวบรวมรายชื่อผ่าน change.org เรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) งดออกเสียงในการยกมือเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 5 มิ.ย. นี้ โดยให้ผู้ที่เป็น ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งเป็นผู้ออกเสียงเท่านั้น และได้นำลิงก์การรณรงค์มาเผยแพร่อีกครั้งในเฟซบุ๊กส่วนตัวไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ถูกทำร้ายร่างกาย ล่าสุดได้มีผู้ลงชื่อไปแล้วกว่า 5,300 รายชื่อ

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา สิรวิชญ์ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัววิพากษ์วิจารณ์พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ หลังอสัญกรรมของอดีตนายกรัฐมนตรี ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ

สิรวิชญ์ เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมืองรายล่าสุดที่ถูกทำร้ายร่างกายโดยกลุ่มคนที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ ก่อนหน้านี้มีนักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ถูกข่มขู่หรือทำร้ายร่างกาย ในลักษณะคล้ายกันนี้มาแล้วหลายคนในประเทศ ส่วนนักเคลื่อนไหวที่ลี้ภัยไปต่างประเทศ ก็หายตัวไปโดยไร้ร่องรอยอย่างน้อย 8 คน ในรอบ 3 ปี

ไม่ทันตั้งตัว

สิรวิชญ์ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้บีบีซีไทยฟังว่า ราว 21 น. ของวันที่ 2 มิ.ย. ระหว่างรอรถประจำทางอยู่ที่ป้ายรถประจำทางบริเวณรัชดาภิเษก ซอย 7 มีชายกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาประชิดทางด้านหลังโดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว

Image copyright Ratthapol Supasopon
คำบรรยายภาพ จ่านิวได้รับบาดเจ็บหลังจากถูกกลุ่มชายปริศนารุมทำร้าย

"กลุ่มคนร้ายใช้ไม้ตีผมข้างหลัง ผมจึงวิ่งหนีแต่สะดุดล้ม พอผมล้มลงก็โดนเตะเข้าที่ปาก และถูกไม้ตีที่หน้าและหัวหลายรอบ" สิรวิชญ์เล่าเหตุการณ์ และยอมรับว่าเขาไม่สามารถจำรายละเอียดได้ทั้งหมด เพราะขณะที่ถูกทำร้ายร่างกายนั้นเขาพยายามคว่ำหน้าไว้ตลอดเพื่อป้องกันตัวเอง

เขาคาดว่ากลุ่มคนร้ายมี 5 - 6 คน ทุกคนใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีดำ สวมหมวกกันน็อคแบบเต็มใบปิดบังใบหน้า ทั้งหมดขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปหลังก่อเหตุ

สิรวิชญ์ รีบเดินทางไปที่สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางเพื่อแจ้งความ แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็นว่าเขาได้รับบาดเจ็บจึงส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ ก่อนจะย้ายไปรักษาที่โรงพยาบาลมิชชั่นในเวลาต่อมา ด้วยบาดแผลที่ศีรษะ มือ และใบหน้าบวม

"นี่ไม่ใช่การทำร้ายร่างกายธรรมดา มันคือการพยายามฆ่า ผมจะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำให้ถึงที่สุดทันทีที่ผมออกจากโรงพยาบาล" สิรวิชญ์ กล่าว

Image copyright Ratthapol Supasopon

ตำรวจกำลังหาตัวคนร้าย

สื่อไทยหลายสำนัก รายงานคำให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รักษาการแทน.ผกก.สน.ห้วยขวาง ว่า ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนค้นภาพจากกล้องวงจรปิดรอบจุดเกิดเหตุแล้ว เพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

บีบีซีไทย พยายามติดต่อ พ.ต.อ.ศักยะ และ พ.ต.ท. พงศธร วงศ์ธรรมนันท์ สารวัตรสอบสวน สน. ห้วยขวาง เพื่อสอบถามความคืบหน้า แต่ไม่สามารถติดต่อได้

ไม่ใช่รายแรก

สิรวิชญ์ ไม่ใช่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองรายแรกที่ถูกทำร้ายร่างกาย นับตั้งแต่รัฐประหาร 22 พ.ค.2557 มีนักกิจกรรมที่ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาล คสช. และเรียกร้องประชาธิปไตยถูกข่มขู่และทำร้ายร่างกายหลายราย หนึ่งในนั้นคือนายเอกชัย หงส์กังวาน นักเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ถูกทำร้ายร่างกายจากการทำกิจกรรมการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองต่าง ๆ

เริ่มจากเมื่อต้นปีที่ 2561 เอกชัยได้เข้าไปที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อนำนาฬิกา 3 เรือน และโปสเตอร์คอลเล็คชั่นนาฬิกา 25 เรือน มาให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม ซึ่งถูกสังคมตรวจสอบเรื่องนาฬิกาหรู หลังจากทำกิจกรรมเสร็จภายในวันเดียวกัน นายเอกชัย ก็ถูกชกเข้าที่ใบหน้าจนปากแตก

Image copyright BBC Thai

หลังจากนั้น เมื่อเอกชัยได้เข้าไปทำกิจกรรมเพื่อทวงถามความคืบหน้าเรื่องการตรวจสอบกรณีนาฬิกาหรูของ พล.อ.ประวิตร เมื่อเดือนสิงหาคม 2561 ก็มีชายสองคนที่ตามเอกชัยมาถึงที่บ้าน และรุมทำร้ายเขาด้วยการตีที่มือด้วยไม้หน้าสามจนเป็นเหตุให้กระดูกนิ้วแตก

ล่าสุดเขาได้เข้าร่วมกิจกรรมล่ารายชื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่บริเวณแยกราชประสงค์เมื่อ 31 มี.ค. 2562 และต่อมาเมื่อกลางดึกของวันที่ 1 เม.ย. 2562 รถของเขาถูกราดน้ำมันและจุดไฟเผา

จากการรวบรวมของเว็บไซต์ข่าวประชาไท นายเอกชัยถูกทำร้ายร่างกายและทรัพย์สินไม่ต่ำกว่า 6 ครั้งตั้งแต่เดือนมกราคม 2561

Image copyright JIRAPORN KUHAKAN

ผู้ก่อเหตุล้วนสวมหมวกกันน็อก

อนุรักษ์ เจนตวนิชย์ นักเคลื่อนไหวอีกหนึ่งคนที่ใช้ชื่อว่า "ฟอร์ด เส้นทางสีแดง" ระบุในเฟซบุ๊กของเขาว่าถูกผู้ก่อเหตุ 6 - 8 คน สวมหมวกกันน็อกเต็มใบ สวมเสื้อแจ๊คเก็ต ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คันมาดักรอบริเวณบ้านพักแถว อ.เมือง จ. สุมทรปราการ ในขณะที่กำลังออกจากบ้านเพื่อไปร่วมประท้วงการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดแรกเมื่อวันที่ 25 พ.ค.2562 โดยเขาระบุว่าถูกผู้ก่อเหตุรุมทุบตีที่ศีรษะด้วยท่อนไม้และท่อนเหล็ก ทำให้ศีรษะแตก ต้องเย็บ 6 เข็ม

นักเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกคนหนึ่งที่ปรากฏในสื่ออยู่บ่อยครั้งก็คือนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ "เพนกวิน" นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์อยู่หลายครั้ง เช่น กิจกรรมเรียกร้องการเลือกตั้ง ที่สกายวอล์ค แยกปทุมวัน การทำกิจกรรมเผาพริกเผาเกลือหน้าทำเนียบรัฐบาล และการทำกิจกรรมคัดค้านการเปิดเพลงหนักแผ่นดินของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก

Image copyright TANAWAT WONGCHAI/FACEBOOK
คำบรรยายภาพ นายพริษฐ์ (คนที่ 2 จากขวามือ) ร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนนักศึกษาเพื่อให้กำลังใจกลุ่มพลเมืองโต้กลับที่ฟ้องร้อง พล.อ.ประยุทธ์ และ คสช. ในข้อหากบฏกรณีก่อรัฐประหาร เมื่อเดือนมิถุนายน 2561

ถึงแม้จะยังไม่เคยถูกทำร้ายร่างกายเหมือนกรณีของจ่านิวหรือเอกชัย แต่เพนกวินเพิ่งได้รับโทรศัพท์ข่มขู่และคำเตือนหลังจากโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวด้วยเนื้อหาที่อาจสร้างความไม่พอใจในวงกว้าง ทำให้เขาหวั่นว่าจะเป็นรายต่อไปที่ถูกกลุ่มชายปริศนาทำร้ายร่างกาย

ล่าสุดเพนกวินได้โพสต์คลิปวิดีโอบันทึกการพูดคุยทางโทรศัพท์กับบุคคลไม่ทราบชื่อที่พูดกับเขาในลักษณะข่มขู่ บุคคลดังกล่าวพยายามซักไซ้ข้อมูลเกี่ยวกับที่อยู่ของเขาและการจัดกิจกรรมทางการเมืองครั้งต่อไปเพื่อที่จะได้เตรียม "ต้อนรับ"

"ตอนแรกว่าจะไม่เผยแพร่คลิปนี้ แต่สถานการณ์แบบนี้ที่เริ่มมีคนคิดต่างถูกทำร้าย วันก่อนก็มีผู้ใหญ่เตือนมาว่ามีคนอยากทำร้ายจ่านิวกับผม นี่จ่านิวก็โดนทำร้ายไปหมาด ๆ ก็คงต้องเผยแพร่คลิปนี้ไว้เป็นหลักฐานว่าภัยคุกคามกำลังคืบคลานเข้ามา" เพนกวินได้กล่าวไว้ในเฟซบุ๊กของเขาหลังจากที่จ่านิวถูกทำร้ายร่างกาย พร้อมกับบอกว่าระบุเตรียมเผยแพร่คลิปเสียงโทรศัพท์ข่มขู่ฉบับเต็มที่บันทึกไว้

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม