ตำรวจสั่งชายฝรั่งเศสถอดวิดีโอล้อเพลง "คืนความสุขให้ประเทศไทย" หลังยอดคนดูพุ่ง "1 ล้าน ใน 24 ชม."

  • 13 มิถุนายน 2019
Yan Marchal Image copyright Yan Marchal

"ผมต้องขอโทษต่อคณะ คสช. และประชาชนชาวไทยในสิ่งที่กระผมได้กระทำลงไปในการร้องเพลงล้อเลียนคณะ คสช.จึงกราบขอโทษมา ณ ที่นี้"

นี่คือข้อความที่ นายยัน ฮีริค มาฉัล ชาวฝรั่งเศสโพสต์ทางหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัวทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. หลังจากก่อนหน้านี้เขาได้โพสต์วิดีโอที่ตัวเองร้องเพลงแปลงเนื้อร้องของเพลง "คืนความสุขให้ประเทศไทย"ผลงานการแต่งเนื้อร้องของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และนายกรัฐมนตรี

วิดีโอเพลงแปลงนี้ แพร่ระบาดไปอย่างรวดเร็วในชั่วข้ามคืน และส่งผลให้ในเวลาต่อมีเจ้าหน้าที่ตำรวจไป "เยี่ยมเยียน" ที่บ้านพัก แล้วสั่งให้เขาลบวิดีโอดังกล่าว และโพสต์ข้อความขอโทษนี้

"ล้านวิวภายในไม่ถึง 24 ชม."

กรณีนี้เกิดขึ้นหลังจากนายมาฉัล โพสต์วิดีโอความยาว 34 วินาที ซึ่งเป็นภาพเขาร้องเพลงซึ่งมีเนื้อหาตอนหนึ่งว่า "เราจะทำผิดสัญญา ขอเวลาอีกนาน ๆ แล้วระบบเผด็จการจะอยู่ค้ำฟ้า..."

นายมาฉัล โพสต์ทางเฟซบุ๊กว่า "1 ล้าน ผมคาดไม่ถึงว่าบทเพลงหยอกล้อบทเพลงของรัฐบาลทหาร ซึ่งไม่ใช่เพลงแรกในลักษณะนี้ จะมียอดชมมากขนาดนี้ภายในเวลาเพียงหนึ่งวัน !"

นายมาฉัล เขียนต่อว่า หลังวิดีโอถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้รับคำขอเป็นเพื่อนทางเฟซบุ๊กกว่า 1,000 ราย

Image copyright Yan Marchal/Facebook

แรงบันดาลใจ

ชายชาวฝรั่งเศสวัย 46 ปี เผยกับบีบีซีไทย ว่าเขาอาศัยอยู่ในประเทศไทยมา 15 ปี โดยทำธุรกิจพัฒนาเกมคอมพิวเตอร์ที่เพิ่งจะปิดทำการสำนักงานในกรุงเทพฯ ไปเมื่อต้นปีนี้

เมื่อถามถึงสาเหตุที่เขาทำวิดีโอเสียดสีรัฐบาลทหารไทย นายมาฉัล เล่าว่าได้รับแรงบันดาลใจหลังจากได้ทราบผลการเลือกตั้ง และการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) มีมติเห็นชอบให้ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย ซึ่งนายมาฉัล มองว่าเป็นสิ่งที่ขัดแย้งกับเนื้อเพลงในบทเพลง "คืนความสุขให้ประเทศไทย"ที่มีใจความสำคัญว่า "ทหารขอเวลาอีกไม่นาน" เพื่อทำให้แผ่นดินไทยกลับคืนสู่ความปกติสุขอีกครั้ง

นายมาฉัล ยืนยันว่า จุดประสงค์ของการทำวิดีโอนี้คือเพื่อความบันเทิง

เสียงวิจารณ์

ในโพสต์ทางเฟซบุ๊กของเขา เขาระบุว่า แม้วิดีโอได้รับความสนใจและมีการแชร์ต่อ ๆ กันเป็นจำนวนมาก แต่ก็มีส่วนน้อยที่แสดงความไม่พอใจ และมีการส่งข้อความต่อว่าเขาทางอินบ็อกซ์ส่วนตัว

"มันไม่ใช่วิดีโอชิ้นแรกที่ผมโพสต์ในลักษณะนี้ แต่ผมเดาว่าวิดีโอที่ยอดวิวแตะ 10,000 วิว ไปไม่ถึงผู้ที่เกลียดชัง แต่วิดีโอที่ยอดวิวแตะหลักล้านไปถึง"

นายมาฉัล ระบุว่า เสียงวิจารณ์ส่วนใหญ่ที่เขาได้รับคือ "ทำไมคุณถึงเกลียดชังประเทศที่ไม่ใช่แม้แต่ประเทศของคุณเอง" "ไม่รักก็ออกไป" และ "หากคุณเป็นแขกของประเทศนี้ก็ควรอยู่ในที่ทางของตัวเอง"

นายมาฉัล เขียนชี้แจงต่อกระแสวิจารณ์ดังกล่าวว่า " 1) การวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและระบอบการปกครองไม่ได้หมายถึงความเกลียดชังประเทศ ผมรักประเทศไทย ผมแค่ไม่ได้รักผู้นำเผด็จการ และการทำรัฐประหาร 2) ผมรู้ที่ทางของตัวเองในที่ที่เป็นทางการต่าง ๆ ที่ทำงาน หรือที่สาธารณะ แต่ในหน้าเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งเป็นพื้นที่ของผม ที่ผมโพสต์ความคิดเห็นส่วนตัว หากคุณไม่ชอบสิ่งที่ผมโพสต์ ก็ไม่มีใครบังคับให้คุณกดติดตาม ผมไม่ได้ยัดเยียดใส่หน้าคุณ"

Image copyright Facebook

อย่างไรก็ตาม มีผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กที่ชื่อ Mark Val แสดงความเห็นต่อโพสต์ดังกล่าวว่า "เมื่อคุณพูดว่า 'ถ้าไม่ชอบสิ่งที่ผมโพสต์ ก็ไม่มีใครบังคับให้กดติดตาม' แต่วิดีโอนี้เปิดเป็นสาธารณะ และหากมีการแชร์กับเพื่อน มันก็จะถูกยัดเยียดใส่หน้าเพื่อนของพวกเขา...จำกัดไว้แค่เพื่อนของคุณ ทำให้มันเป็นส่วนตัว"

ขณะที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กอีกรายเขียนให้กำลังใจนายมาฉัล

Image copyright Facebook

ตำรวจเยี่ยมบ้าน

หลังจากนายมาฉัล โพสต์ข้อความขอโทษ คสช. และคนไทย ที่ทำวิดีโอล้อเลียนดังกล่าว ในเวลาต่อมาเขาได้โพสต์อีกข้อความว่า "ข้อความก่อนหน้านี้ค่อนข้างสั้น เพราะตำรวจ 2 นาย ที่มาเยี่ยมเยียนผมไม่ยอมกลับไปจนกว่าผมจะโพสต์มัน..."

จากนั้นเขาได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ว่า "เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความสุภาพ ไม่ได้แสดงความมุ่งร้าย พวกเขาแค่ทำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย"

นายมาฉัล อธิบายว่า หน้าที่ดังกล่าวก็คือ การทำให้เขาลงชื่อในบันทึก "ข้อตกลง" ซึ่งมีเนื้อหาว่าเขายอมรับว่าการโพสต์คลิปวิดีโอล้อเลียน คสช.เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และจะไม่กระทำอีก รวมทั้งให้เขาทำคลิปแสดงความขอโทษต่อรัฐบาลและประชาชนชาวไทยต่อพฤติกรรมไม่เหมาะสมที่เกิดขึ้น

นายมาฉัล ยอมรับว่า ได้เซ็นชื่อในข้อตกลงดังกล่าว เพราะ "ประการแรก ผมจะไม่สู้ในการต่อสู้ที่ผมไม่มีทางชนะ และมีแต่จะทำให้เกิดปัญหาทางกฎหมาย หรือการถูกยกเลิกวีซ่า หรือทั้งสองอย่าง"

"ประการที่สอง ผมมีแผนจะหยุดพักจากการโพสต์เรื่องการเมืองอยู่แล้วหลังจากคลิปล่าสุดกลายเป็นกระแสโด่งดังเกินความคาดหมายของผม คลิปดังกล่าวทำให้คนหัวเราะมากกว่าทำให้ไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม มันทำให้บางคนโกรธเคือง และผมก็ไม่ได้มีความสุขจากสิ่งนั้น ความพึงพอใจของผมคือการเป็นคนตลกและกล้าแสดงออก ซึ่งยากจะทำได้เมื่อผู้คนโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ผมเลือกที่จะรอให้อะไร ๆ เย็นลงก่อน เพื่อที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในทางที่สร้างสรรค์มากกว่านี้"

นายมาฉัล บอกกับบีบีซีไทยว่า เขายังปรารถนาที่จะอาศัยอยู่ในประเทศไทยต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะเดียวกันก็ยอมรับว่า การกระทำในครั้งนี้ของเขาอาจเป็นการล้ำเส้น และสิ่งที่เขารู้สึกกังวลในขณะนี้ไม่ใช่การคุกคามจากตำรวจ แต่เป็นกระแสต่อต้านจากกลุ่มผู้สนับสนุนรัฐบาลที่โกรธแค้น ซึ่งล่าสุดมีเพจเฟซบุ๊กหนึ่งได้โพสต์ข้อความตำหนิการกระทำของนายมาฉัลอย่างรุนแรง อีกทั้งผู้จัดการเพจยังมีการนำภาพถ่ายและใบอนุญาตทำงานของเขามาเผยแพร่ด้วย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม