อาเซียน : ที่ประชุมสุดยอดผู้นำรับรองปฏิญญาต้านขยะทะเลอาเซียน เร่งผลักดัน RCEP ภายในปีนี้

  • 23 มิถุนายน 2019
ผู้นำ Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ผู้นำอาเซียนคล้องมือร่วมกันบนเวที ถือว่าการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ

การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 34 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพกำลังจะจบลงในช่วงเย็นวันนี้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมต่อสื่อมวลชน ที่ประชุมเห็นพ้องส่งเสริมบทบาทนำของอาเซียนในการสร้างความสัมพันธ์กับภูมิภาคอื่น โดยอาเซียนได้หารือและจัดทำเอกสารมุมมองของอาเซียนต่อแนวคิดอินโด-แปซิฟิก ตามแนวคิดความเป็นแกนกลางของอาเซียน

ในการแถลงข่าวช่วงบ่ายของ พล.อ. ประยุทธ์ ไม่มีวาระร้อนของอาเซียนอย่างประเด็นวิกฤตการณ์ผู้ลี้ภัยมุสลิมโรฮิงญาในรัฐยะไข่ของเมียนมา แม้ว่าจะมีการหารือในที่ประชุมระดับรัฐมนตรี วานนี้ (22 มิ.ย.) ตามการเปิดเผยของนายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย

ความคืบหน้าสำคัญในกรอบของเศรษฐกิจ อาเซียนได้เห็นร่วมกันว่าจะผลักดันให้การเจรจาความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาคอาเซียน หรืออาร์เซป (RCEP) ให้แล้วเสร็จในปีนี้ เพื่อช่วยให้อาเซียนรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและผลความไม่แน่นอนในภูมิภาค

"โดยเฉพาะผลกระทบจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างคู่ค้าที่สำคัญอาเซียน" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึงเป้าหมายที่ต้องการผลักดันให้เกิดขึ้นระหว่าง กลุ่มอาเซียนและสมาชิกอีก 6 ประเทศ คือ จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์

บีบีซีไทยสรุปคำแถลงของ พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงบ่ายวันนี้

ปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน

หนึ่งในความคืบหน้าสำคัญต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมว่าด้วยขยะพลาสติกในอาเซียน คือ การรับรองปฏิญญากรุงเทพฯ ว่าด้วยการต่อต้านขยะทะเลในภูมิภาคอาเซียน ในการประชุมสุดยอดครั้งนี้

จากรายงานการทิ้งขยะพลาสติกลงในทะเลขององค์กรอนุรักษ์ท้องทะเล (Ocean Conservancy) เมื่อปี 2015 พบว่าชาติสมาชิกอาเซียน 3 ชาติ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เวียดนามไทย และจีน ทิ้งขยะลงท้องทะเลมากที่สุด

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า ปฏิญญานี้ "แสดงเจตนารมณ์ของอาเซียนที่มุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาขยะทะเลอย่างจริงจังและยั่งยืน" โดยอาเซียนจะสนับสนุนนวัตกรรม งานวิจัย ตลอดจนการมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

เปิดศูนย์ช่วยเหลือภัยพิบัติทางไกลที่ชัยนาท

ผู้นำอาเซียนประกาศเปิดตัวศูนย์เดลซ่า (DELSA Satellite Warehouse) คลังเก็บสิ่งของช่วยเหลือทางไกล ภายใต้โครงการจัดตั้งระบบโลจิสติกส์ฉุกเฉิน สำหรับใช้ในกรณีเกิดภัยพิบัติของอาเซียน ตามนโยบาย "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" ก่อนคล้องมือร่วมกันบนเวที ถือว่าการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนได้มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังมีการยกระดับศูนย์แพทย์ทหารอาเซียนให้เป็นองค์กรของอาเซียนในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ

เผยอาเซียนไม่ติดใจเรื่องตั้งรัฐบาล

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า การเป็นประธานอาเซียนเป็นไปตามหน้าที่ ผมก็ทำให้ดีที่สุด ส่วนเรื่องการพัฒนาประชาธิปไตย เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็สนับสนุน "ได้มีการสอบถามว่าจะเรียบร้อยเมื่อไหร่ ก็บอกว่าไม่เกินเดือนหน้านี้ทุกอย่างจะเรียบร้อย เขาก็ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร"

นายกฯ ยังเปิดเผยอีกว่า หนึ่งในประเด็นที่ทุกชาติบอกว่าเผชิญปัญหานี้เช่นกัน คือ การสร้างวาจาที่สร้างความเกลียดชัง (Hate speech) บนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังและยึดตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาระหว่างคนรุ่นใหม่ และรุ่นเก่า เป็นเรื่องไม่ง่ายนัก ต้องใช้หลักการและยึดหลักการเป็นหลัก

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ประยุทธ์ ปลุกดีเอ็นเออาเซียน ในพิธีเปิดประชุมอย่างเป็นทางการ

ผู้นำ 10 ประเทศอาเซียน และคู่สมรส ร่วมพิธีเปิดการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 3 ของการประชุมที่ไทยเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ โดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โชว์วิสัยทัศน์ประธานอาเซียน "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน"

"ขอเชิญชวนให้ชาติสมาชิก ปลุกดีเอ็นเอความเป็นอาเซียนในตัว ร่วมแรงร่วมใจในการสร้างประชาคมอาเซียน ที่ประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่ง

เขาเริ่มต้นกล่าวเปิดการประชุมในเวลา 09.10 น. โดย พล.อ. ประยุทธ์ ทักทายผู้นำชาติต่าง ๆ ด้วยภาษาอังกฤษว่า "เรียนท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน I wish to welcome all of you to the Kingdom of Thailand, the birthplace of Asean" ซึ่งแปลได้ว่า ผมมีความยินดีและเป็นเกียรติที่ได้ต้อนรับทุกท่านสู่ราชอาณาจักรไทย จุดกำเนิดของประชาคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน)" ก่อนขออนุญาตพูดต่อเป็นภาษาไทย และให้ทุกคนเตรียมหูฟังที่มีล่ามแปลเป็นภาษาอังกฤษให้ โดยระหว่างรอ พล.อ. ประยุทธ์ ได้ส่งยิ้มหวานยาวนานหลายวินาที

"เรากล้าฝัน เรายินดีแบ่งปัน" พล.อ. ประยุทธ์ ยกเนื้อร้องของเพลง Asean Way ที่สะท้อนถึงเส้นทางความร่วมมือของ 10 ชาติอาเซียน ตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมา ก่อนกล่าวถึงการฝ่าฟันหลายวิกฤตการณ์ เช่น ยุคสงครามเย็น วิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 รวมทั้งภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่ เช่น คลื่นยักษ์สึนามิ พายุไซโคลนถล่ม

การแข่งขันทางการค้า การเมืองระหว่างประเทศ ปัญหาก่อการร้าย อาชญากรรมข้ามชาติ เทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด ปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นความท้าทายของอาเซียนที่ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวถึง

"หากไม่มีอาเซียนเราจะรับมือกับความท้าทายเช่นนี้ได้อย่างไร... ผมเชื่อมั่นว่าพลังแห่งอาเซียนที่เข้มแข็ง ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวคือคำตอบที่จะช่วยให้ผ่านพ้น และสามารถวางรากฐานที่มั่นคงให้กับอนุชนรุ่นหลังด้วย นั่นคือ เหตุผลที่ไทยได้ประกาศแนวคิดหลัก ร่วมมือ ร่วมใจ ก้าวไกล ยั่งยืน"

Image copyright AFP/Getty Images

หลังจากนั้น พล.อ. ประยุทธ์ ได้กล่าวถึง ความร่วมมือของอาเซียนที่ไทยจะสานต่องานของประธานอาเซียนรุ่นก่อน ๆ ไปยังปีถัดไปใน 3 ประเด็น ภายใต้แนวทาง "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" เพื่อรับมือกับความท้าทายในอนาคต

"มั่นคงขึ้น" พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวว่า อาเซียนจะต้องรับกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วได้ดีขึ้น หนึ่งในนั้นคือความมั่นคงทางไซเบอร์ที่ชาติสมาชิกได้รับประโยชน์จากศูนย์ความมั่นคงไซเบอร์อาเซียน-ญี่ปุ่น อาเซียนจะส่งเสริมการบริหารจัดการชายแดนเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากอาชญากรรมข้ามชาติ

"มั่งคั่งขึ้น" จากกระแสต่อต้านระบบการค้าพหุภาคี เป็นเครื่องย้ำเตือนว่าอาเซียนจะจับมือและผลักดันความตกลงพันธมิตรทางการค้าระดับภูมิภาคอาเซียน หรืออาร์เซป (RCEP) ให้ได้ในปีนี้ ซึ่งจะกลายเป็นความร่วมมือที่ใหญ่ที่สุดในโลกเพื่อป้องกันภัยคุกคามจากสงครามทางการค้า

Image copyright AFP/Getty Images

นอกจากนี้ยังสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (จีดีพี) 1 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ ภายในปี 2025 การสร้างมูลค่าเพิ่มจากในทุกห่วงโซ่อุปทานของระบบเศรษฐกิจ เพื่อลดช่องว่างของการพัฒนา และชูโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงอาเซียนอย่างไร้รอยต่อ

"ยั่งยืนขึ้น" นายกฯ กล่าวถึงความยั่งยืนทั้งในมิติสังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม โดยระบุว่า อาเซียนจะพัฒนาศักยภาพของประชาชนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะการส่งเสริมพัฒนาทักษะของผู้สูงวัย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้อัตลักษณ์ระหว่างชาติอาเซียนผ่านสภาวัฒนธรรมอาเซียน

สำหรับคำขวัญ "มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" นั้นเป็น "วิสัยทัศน์ของประเทศไทย" ที่ปรากฎอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งจัดทำในยุครัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และวันนี้ได้กลายเป็นสิ่งที่ไทยในฐานะประธานอาเซียนระบุว่า จะสานต่อข้อริเริ่มของประธานอาเซียนในปีที่ผ่าน ๆ มา และขับเคลื่อนการดำเนินงาน เพื่อบรรลุความฝันที่วางไว้ และให้ประชาชนของอาเซียนสามารถรับมือกับความท้าทายและได้ประโยชน์จากอาเซียนใน 3 มิติดังกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม