อรุณ วัชระสวัสดิ์ : 5 ทศวรรษ ประวัติศาสตร์การเมืองผ่านการ์ตูน

  • 25 มิถุนายน 2019
อรุณ วัชระสวัสดิ์ Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ หลักในการวาดการ์ตูนล้อการเมืองของ อรุณ วัชระสวัสดิ์ คือ "มีเมตตาในการ์ตูน"

"เรื่องมันซ้ำมาก จนผมอาย ไม่มีอะไรจะเขียน... แสดงว่ามันไม่พัฒนาเลย" อรุณ วัชระสวัสดิ์ นักเขียนการ์ตูนล้อการเมือง วัย 72 ปี อธิบายหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาตัดสินใจ "เว้นวรรค" การเขียนการ์ตูนล้อการเมืองมาแล้ว 5 เดือน

วงจรการเมืองไทยที่ "ย้อนยุค-วนเวียนซ้ำซาก" ทำให้ประเทศชาติตกอยู่ในวังวนเดิม ๆ ถูกผู้สังเกตการณ์การเมืองอย่าง อรุณ อุปมาว่าเป็น "การดูมวยปล้ำที่เขาเขียนบทไว้แล้ว แค่เปลี่ยนนักชกเท่านั้น"

ดินสอ-ปากกา-พู่กัน ที่เขาจับติดมือทุกวันตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ถูกวางไว้บนโต๊ะทำงาน เช่นเดียวกับโปรแกรมโฟโต้ชอป (Adobe Photoshop) ในคอมพิวเตอร์ ที่ไม่ได้เปิดใช้งาน เมื่อเจ้าของเครื่องไม่ได้วาดลวดลาย-ระบายเส้นสีการ์ตูนตัวต่าง ๆ

สุทธิชัย หยุ่น สื่อมวลชนอาวุโส เล่าว่า เมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน อรุณ โทรมาแจ้งว่า "จะหยุดเขียนการ์ตูนแล้ว" ฟังแล้วรู้สึกโกรธมาก เพราะตัวเขายังไม่หยุดทำข่าว ก่อนมาคิดได้ว่านักข่าวนั้นเป็นกรรมกร แต่นักวาดการ์ตูนเป็นศิลปิน และศิลปินมีสิทธิหยุด แต่กรรมกรไม่มีสิทธิหยุด

สุจิตต์-ขรรค์ชัย-สุทธิชัย ผู้เปิดประตูบานแรก-เปิดโลกทัศน์ทางการ์ตูน

อรุณ เริ่มต้นงานวาดการ์ตูนล้อการเมืองครั้งแรกในปี 2515 กับหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ซึ่งในขณะนั้นเขายังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 6 คณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ ม. ศิลปากร โดยได้ 2 รุ่นพี่คือ สุจิตต์ วงษ์เทศ และ ขรรค์ชัย บุนปาน ศิษย์เก่า ม. ศิลปากร และนักข่าวสยามรัฐ เป็นผู้ "เปิดประตูบานแรก" ให้น้องร่วมสำนักก้าวเข้าสู่อาชีพการ์ตูนนิสต์ หลังเขาส่งการ์ตูนชุด 5 รูปที่ล้อหนังไทยไปถึงกอง บก. สยามรัฐ

"ผมแกะซองแล้วเอารูปออกมาดู แล้วก็ตบอกผางว่าฝีมือดีเหลือกำลัง แต่ยังเขียนเลียนแบบ 'พีนัท' การ์ตูนฝรั่งอยู่ หากดัดแปลงเป็นเจ้าหนูหัวจุกแบบไทย ๆ เสีย คงสนุกพิลึก" สุจิตต์ กล่าวไว้ในหนังสือ "อรุณตวัดการเมือง" ของสำนักพิมพ์มติชน ถึงจุดเริ่มต้นของการ์ตูนเด็กไทยหัวโต "ม้าหิน-จอมปลวก" ล้อเสียดสีสังคม ซึ่งปรากฏอยู่บนหน้ากลางของสยามรัฐรายวัน

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ นิทรรศการ "ล้อธรรม" จะจัดแสดงผลงานของ อรุณ วัชระสวัสดิ์ ไปจนถึง 31 ก.ค. 2562

ส่วน สุทธิชัย เป็นคนที่ อรุณ บอกว่าช่วย "เปิดโลกทัศน์ทางการ์ตูน" ให้แก่เขา

วันหนึ่ง ในระหว่างทั้งคู่นั่งอยู่ในกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชาชาติรายวัน ก็มีห่อหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์มาส่ง

"เฮ้ย! อรุณดู สุดยอดเลยอ่ะ" สุทธิชัย กล่าวกับเพื่อนร่วมงาน พลางยื่นการ์ตูนของนิวยอร์กไทม์ให้ดู ซึ่งเนื้อหาเป็นการล้อประธานาธิบดี ริชาร์ด มิลเฮาส์ นิกสัน ของสหรัฐฯ ผู้ตกเป็นข่าวฉาวระดับโลกในคดี "วอเตอร์เกต"

อรุณ หวนนึกถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้นว่า "เหมือนมวยไทยได้ดูนักชกมวยสากลต่อย ดูแล้วออกหมัดสวยกว่า แฟร์กว่า ผมก็เลยเปลี่ยนสไตล์เขียนเลย" เพราะ "เวลาผมชอบใคร ผมก็ชอบลอกเลียนเขา ความสุขในการเขียนของผมคือการได้ค้นคว้าศึกษา เพราะถ้าเขียนสไตล์เดียว 40-50 ปีก็คงเบื่อ"

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ การ์ตูนนิสต์วัย 72 ปีเคยบอกว่า ขรรค์ชัย สุจิตต์ และ สุทธิชัย (คนซ้าย) คือ 3 บุคคลที่ "ปั้น" เขาให้เป็นนักเขียนการ์ตูน

ในช่วงทำงานให้เครือเดอะเนชั่น (The Nation) 1 ใน 2 หนังสือพิมพ์ฉบับภาษาอังกฤษของไทย สุทธิชัย มักสรรหาการ์ตูนต่างประเทศมาแบ่งปันให้การ์ตูนนิสต์ของเขาได้ดูอยู่เสมอ

"ผมไม่รู้ภาษาอังกฤษ ไม่รู้จะเขียนแคปชั่น (คำบรรยาย) อย่างไร เปรียบเหมือนเอามุสลิมไปขายข้าวขาหมู จึงต้องศึกษาทำการบ้านมากเลย เพื่อทำให้การ์ตูนสามารถสื่อความได้หมดโดยไม่ต้องมีแคปชั่น" อรุณ เฉลยที่มาของการ์ตูนไร้คำบรรยายที่กลายเป็นลายเซ็นของเขา

มีเมตตาในการ์ตูน เน้นความ ไม่เน้นคน

ในขณะที่ผู้คนในสังคมการเมืองไทยตกอยู่ภายใต้ลัทธิ "เชิดชูตัวบุคคล" และ "เชิดชูผู้นำ" แต่นั่นไม่ใช่กับ อรุณ

แนวทางการวาดการ์ตูนของ อรุณ ไม่เน้นตัวบุคคล แต่เน้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วกระทบต่อผู้คนในวงกว้าง หรือพูดง่าย ๆ ว่า "เน้นความ มากกว่าเน้นคน" เป็นผลให้อายุการ์ตูนของเขายืนยาวกว่า และโอกาสพลาดน้อยกว่า

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ภาพชุด "นายกรัฐมนตรี" นี้ ถูกเขียนขึ้นในปี 2526 โดยใช้เทคนิค แอร์บรัช

อรุณ มีเมตตากับนักการเมืองที่ถูกเขียนถึงเสมอ และมั่นใจว่าสามารถมองหน้าทุกคนได้อย่างเต็มตา เพราะเมื่อเห็นตัวแสดงทางการเมืองทำอะไรไม่เหมาะควร เขาเลือกใช้วิธี "ติ" แต่ไม่เคย "ด่า" ขนาดบางคนถูก "ติอย่างหนัก" ก็ยังมีแก่ใจขอรับการ์ตูนของ อรุณ ไปปะฝาบ้านไว้เป็นที่ระลึก

"วันหนึ่งผมเขียนเรื่องนักการเมืองคนหนึ่ง เรียกว่าติเขาอย่างหนักเลย เขาโทรหาผมทันทีเลย ขอเอารูปไปติดข้างฝาหน่อย ผมคิดว่าผมมีความเมตตาอยู่ ถึงเขาทำไม่ถูก ผมก็ไม่ไปหยาบคายใส่เขา" เขาบอกเล่าประสบการณ์ในอดีต

ในช่วงที่ยังวาดลวดลายตามหน้าหนังสือพิมพ์ สิ่งที่การ์ตูนนิสต์รายนี้ไม่ชอบเลยมี 2 อย่างคือ หนึ่ง การถูกตั้งคำถามว่า "ภาพนี้หมายความว่าอย่างไร" เพราะบางครั้งคนเขียนก็ยังไม่รู้ งง ๆ เหมือนกัน กับ สอง การพบปะนักการเมือง แต่เมื่ออายุตัวมากขึ้นย่อมรู้จักคนมากขึ้น ทั้งที่นักวาดการ์ตูนล้อการเมืองไม่ควรรู้จักนักการเมืองเลย "พอไปเจอหน้า เราก็ต้องไหว้เขา ก็จะเหมือนเสียจรรยาบรรณไป มันทำให้อึดอัด และไม่สนิทใจในการเขียนถึง"

การ์ตูนเป็นความเห็นของ นสพ. ทั้งฉบับ ไม่ใช่ของนักวาด

ตลอดเวลาครึ่งศตวรรษที่ อรุณ เฝ้าดูปรากฏการณ์ทางสังคม-การเมือง แล้วบันทึกเรื่องราวผ่านลายเส้นการ์ตูน ซึ่งบุตรสาวของเขาประเมินว่ามีไม่ต่ำกว่าหมื่นภาพจากหนังสือพิมพ์รายวันและนิตยสารข่าวรายสัปดาห์รวม 9 เล่มที่เขาเคยร่วมงาน

อรุณ นิยามหน้าที่การงานของตัวเองเป็นการทำงานศิลปะร้อยละ 50 และเขียนการ์ตูนร้อยละ 50 ซึ่งในส่วนหลังนี้ก็เป็นการ "เขียนการ์ตูนสูตร" ไปครึ่งหนึ่ง สูตรที่เขาศึกษา-สะสม-หยิบฉวยออกมาใช้ในจังหวะอันเหมาะควร

"การ์ตูนมันจะมีสูตรของมัน เช่น ตกหน้าผา ติดเกาะ คนเล็กสู้คนใหญ่ เวลาเราได้เรื่องมา 1 เรื่อง ก็เอามาใส่ในสูตรเดิม แล้วเขียนเป็นแก๊ก ถ้ายิ่งอ่านมาก ก็มีสูตรมาก ถึงเวลาเขียนก็จะไม่ตัน" การ์ตูนนิสต์รุ่นใหญ่ระบุ

นักวาดการ์ตูนรุ่น อรุณ เติบโตขึ้นมาในบรรยากาศห้องข่าว นอกจากศึกษารูปแบบและถอดวิธีเขียนจากการ์ตูนหัวนอก เขายังศึกษาวิธีคิดและการตีประเด็นจากการอ่านหนังสือพิมพ์วันละหลาย ๆ ฉบับ ฟังเสียงสนทนาของนักข่าวภายในกองบรรณาธิการ ได้ยินเสียงนักข่าวคุยข่าว ได้เห็นการถกเถียงประเด็นในห้องประชุมข่าว ได้ฟังเรื่องลึกไม่ลับในวงเหล้า ทำให้มีวิธีคิด-วิธีทำงานที่เขาเห็นว่าแตกต่างจากนักวาดการ์ตูนล้อการเมืองยุคปัจจุบัน

"สมัยก่อน การ์ตูนเป็นความคิดเห็นของหนังสือพิมพ์ทั้งฉบับ ไม่ใช่ความคิดเห็นของนักวาดการ์ตูน เรียกว่า editorial cartoon (การ์ตูนบรรณาธิการ) ไม่ใช่ political cartoon (การ์ตูนการเมือง)" อรุณ บอก

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ พระไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อ. แก้งคร้อ จ. ชัยภูมิ เป็นหนึ่งในผู้ติดตามการ์ตูนของ อรุณ มาตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียน มศ. 3 รวมระยะเวลา 47 ปี
Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ พระไพศาล วิสาโล ในรูปแบบการ์ตูนธรรมของ อรุณ

สุทธิชัย ยกให้ อรุณ เป็น "การ์ตูนนิสต์การเมืองรุ่นสุดท้าย" เพราะในหมู่นักเขียนการ์ตูนล้อการเมืองรุ่นใหม่ ไม่เห็นศิลปะของการ satirize (เหน็บแนม เสียดสี ถากถาง) ซึ่งเป็น "ศิลปะขั้นสูง" ที่ต้องฝึกฝน อ่านหนังสือ และรับฟังความเห็นรอบด้าน แต่รุ่นใหม่จะมีลักษณะสาดโคลนลงไปในโซเชียลมีเดีย และมองการ์ตูนเป็นที่แสดงความรู้สึกของฉัน เป็นมุมมองส่วนตัวต่อนักการเมืองคนนั้น ๆ แต่รุ่นก่อน การ์ตูนจะสะท้อนภาพว่าสาธารณชนมองนักการเมืองคนนั้นอย่างไร

"เราคิดว่าประชาชนกำลังมองเรื่องนี้เป็นแบบนี้ ก็เขียนออกมาด้วยอารมณ์ขันและประชดประชันบ้าง ถ้าดูงานการ์ตูนยุคต่าง ๆ ของ อรุณ ก็จะรู้ว่าในเหตุบ้านการเมืองหนึ่ง ประชาชนมีความรู้สึกอย่างไร สังคมคิดอย่างไร" สุทธิชัย กล่าว

จาก "ความสุขที่ได้ลากเส้น" การ์ตูนของ อรุณ จึงกลายเป็น "บันทึกประวัติศาสตร์" ขนาดย่อม ๆ

ติง "ไข่แมว" เขียนตามใจ จึงเกิดผลตามมา

กับนักวาดการ์ตูนล้อการเมืองไทยขวัญใจวัยรุ่นในโลกออนไลน์ ที่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งการ "เสียดสีผู้มีอำนาจ" แห่งยุคสมัยปัจจุบัน ผ่านเพจ "ไข่แมวx" ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 4.2 แสนคน จนเกิดปรากฏการณ์ "เพจปลิว" มาแล้ว เพราะถูกเจ้าหน้าที่รัฐมองด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ หรือถึงขั้น "เป็นอันตรายต่อรัฐ"

เกี่ยวกับเรื่องนี้ นักวาดการ์ตูนรุ่นพี่เห็นว่างานที่ออกมาไม่มีการกลั่นกรองโดยกอง บก. รับผิดชอบคนเดียว บางครั้งก็จะดูไม่รู้เรื่อง หรือแรงไป ถ้าเขียนในหนังสือพิมพ์ บางชิ้นตีพิมพ์ไม่ได้

"ถ้าเขียนไปตามใจ ก็จะมีผลตามมา" เขากล่าวเตือนนักวาดการ์ตูนรุ่นน้อง

ในช่วงที่ตวัดปากกาวาดการ์ตูน สิ่งที่ อรุณ ไม่เคยทำคือ "การโต้เถียง" หาก บก. บอกว่าลงไม่ไหว เขาก็จะเขียนรูปอื่นให้แทน เพราะต่อให้เถียงชนะ ได้ตีพิมพ์ลงหนังสือพิมพ์ แต่สุดท้ายเกิดความเสียหาย ก็จะเดือดร้อนกันทั้งบริษัท

แม้ผ่านประสบการณ์รัฐประหารอย่างน้อย 5 ครั้งตลอดชีวิตการเป็นนักเขียนการ์ตูน แต่ อรุณ ยังยืนหยัด-หยิกแกมหยอกเผด็จการมาโดยตลอด และไม่เคยถูกเรียกไปปรับทัศนคติแม้สักหนเดียว

ครั้งเดียวที่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐเชิญตัวไปพบ-ให้ข้อมูลเกิดขึ้นในช่วงรณรงค์ประชามติร่างรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2559 ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ตั้ง "กฎเหล็ก 6 ข้อทำได้ 8 ข้อทำไม่ได้" และเฝ้าระวังเป็นพิเศษกับการแสดงความคิดเห็นของฝ่ายต่าง ๆ ในสมรภูมิออนไลน์

ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์จำนวนหนึ่งได้แชร์ภาพการ์ตูนเก่าที่ อรุณ เขียนล้อรัฐธรรมนูญฉบับเก่าตีพิมพ์ในมติชนสุดสัปดาห์ แต่ กกต. "เข้าใจผิด" ว่าเป็นการล้อรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน

สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการ กกต. (ขณะนั้น) ออกหนังสือในนามส่วนตัวเพื่อเรียก อรุณ ไปให้ข้อมูลเมื่อ มิ.ย. 2559 โดยอ้างว่าการ์ตูนดังกล่าว "ใช้ข้อความอันเป็นเท็จ" เพราะสิ่งที่วิจารณ์ไม่ปรากฏในร่างรัฐธรรมนูญที่จะลงประชามติ และอาจเกิดความสำคัญผิดจนส่งผลต่อการออกเสียงประชามติได้

"นี่คือความวนเวียนของการเมือง ก็คงทำให้เขา (เจ้าหน้าที่) งงเหมือนกัน เขาก็ขอโทษขอโพย" อรุณ เล่าเจือเสียงหัวเราะเล็ก ๆ แม้ตอนถูกเรียกไปให้ข้อมูลกับ กกต. เขาจะออกอาการเครียดมากกว่าขำก็ตาม

เปิดตัวตน อรุณ วัชระสวัสดิ์

  • วางตัวเป็น "ผู้สังเกตการณ์" ไม่ใช่ "ผู้แสดง" จึงไม่ทุกข์ร้อนไปกับความขัดแย้งทางการเมือง
  • ขับเคลื่อนงานด้วย "ความรักในศิลปะ" ไม่ใช่ "ความชอบ-ความชังในทางการเมือง"
  • ไม่เคยคิดว่างานที่ทำเป็น "สิ่งที่ยิ่งใหญ่" แต่เห็นเป็น "ส่วนประกอบ" ที่นำไปจัดวางเข้ากับส่วนอื่น ๆ แล้วเหมาะสมลงตัว และมักเปรียบเปรยข่าวเป็นอาหารหลากรสที่อยู่บนโต๊ะจีน ส่วนการ์ตูนเป็นน้ำจิ้มที่ทำให้อาหารอร่อยขึ้น

ที่มา : บีบีซีไทยสรุปจากคำให้สัมภาษณ์ของ อรุณ วัชระสวัสดิ์ ในหลายกรรมหลายวาระกับเครือมติชน

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

จาก "ไม่มีวันลา" ถึง "ขออยู่ลอย ๆ ดีกว่า"

เวลาในโลกการ์ตูนของ อรุณ เดินเท่ากันทุกวัน ตลอดระยะ 50 ปีที่ผ่านมา โดยไม่มีคำว่า "ตัน" ทางความคิด และ "ลา" จากการทำงาน

"วันนี้ไม่ดี พรุ่งนี้เขียนใหม่ได้ เดือนนี้ไม่ดี เดือนหน้าเขียนใหม่ได้ เหมือนไก่ต้องไข่ทุกวัน" เขาเผยคติในการทำงาน

อรุณ ไม่เคยหยุดเขียนแม้สักวัน ไม่ว่าจะเจ็บป่วย หรือมีเหตุต้องไปต่างจังหวัด ไปต่างประเทศ เขาต้อง "ปิดต้นฉบับการ์ตูน" ส่งให้ บก. ล่วงหน้าเสมอ ทว่าบางช่วงการเมืองก็เดินช้ามาก จึงหันไปเขียนเรื่องธรรม

อย่างไรก็ตามด้วยปัญหาสุขภาพ ทำให้ อรุณ ไม่อาจปฏิเสธการ "ลาพัก" จากงานที่เขารักเมื่อช่วง 5 เดือนก่อน ต่อมาเมื่อร่างกายฟื้นคืน เขาวางแผนไปเที่ยวชมงานศิลปะที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ประเทศฝรั่งเศส แต่จนขณะนี้ยังไม่ได้ไปไหน

เมื่อให้เลือกการ์ตูน 1 ภาพ แทนปรากฏการณ์ในช่วง 5 เดือนที่หายไปของ อรุณ เจ้าตัวเลือกภาพที่วาดไว้ในคราวเกิดสงครามอ่าวเปอร์เซีย ฉายให้เห็นว่าการนำกำลังบุกโจมตีประเทศอิรักของกองทัพสหรัฐฯ กำลังพาผู้คนและโลกเข้าสู่หลุมดำ เขาบอกกับบีบีซีไทยว่าสภาพการณ์เช่นนี้กำลังเกิดขึ้นกับสหรัฐฯ ในปัจจุบัน

นี่คือเครื่องสะท้อนว่าแม้ไม่ได้วาดลวดลายการ์ตูน แต่เขายังสนใจติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่เสมอ

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ อรุณ เลือกการ์ตูนภาพนี้ซึ่งตีพิมพ์ที่ The Nation มาอธิบายปรากฏการณ์การเมืองระหว่างประเทศในช่วง 5 เดือนที่เขาไม่ได้จับปากกาวาดการ์ตูน

ถึงวันนี้สิ่งของติดมือ อรุณ ไม่ใช่ดินสอ-ปากกา อีกต่อไป แต่กลายเป็น "เทปธรรม" ซึ่งเขาเปิดฟังคืนละ 3 องก์ ใช้เวลาราว 45 นาทีเพื่อให้จิตใจสุขสงบ

สิ่งสำคัญที่เขาได้มาในช่วง "เว้นวรรค" การเขียนการ์ตูน คือการทบทวนตัวเองผ่านผลงานเก่า ๆ "ผมพบว่าผมคนเก่านี่เก่งมากเลย ทำให้ผมไม่กล้าเขียนอีก เพราะกลัวเขียนไม่ดีเท่าเดิม" และ "ผมดูของเก่าเยอะ มันดี จนผมกลัวว่าของใหม่จะเขียนไม่ได้"

แม้การ์ตูนนิสต์รุ่นน้องจะตั้งคำถามดัง ๆ ว่าจะกลับมาเขียนการ์ตูนอีกเมื่อไร

คำตอบของเขาคือ "ถ้าผมพอดำรงชีวิตได้ ผมขออยู่ลอย ๆ แบบนี้ ดีกว่าที่จะมาเขียนไป แล้วก็จมลงไปนะครับ"

พระนักเทศน์-การ์ตูนนิสต์ พูดถึงการ์ตูน "อรุณสไตล์"

  • พระไพศาล วิสาโล ติดตามผลงานมา 47 ปี - "รู้จักอรุณตั้งแต่เป็นนักเรียน มศ. 3 ผ่านหนังสือสังคมศาสตร์ปริทัศน์ ชอบลายเส้น แม้เนื้อหาหนักในเชิงสังคม แต่ก็ให้ความรู้สึกฟีลกู๊ด (รู้สึกดี)"
  • เซีย ไทยรัฐ ประสบการณ์วาดการ์ตูน 40 ปี - "ชอบการ์ตูนพี่อรุณ ในวงการศิลปะพี่คือแรงบันดาลใจ ก็คือการลอก... เราตามดูตลอดทั้งมุมมอง ลายเส้น เทคนิค"
  • หมอ ทิววัฒน์ บางกอกโพสต์, กรุงเทพธุรกิจ ประสบการณ์วาดการ์ตูน 30 ปี - "จับคาแรกเตอร์คนได้สุดยอด ไม่ต้องมีชื่อ แต่เห็นแล้วรู้เลยว่าใคร การวาดภาพเหมือนยังง่ายกว่าการจับคาแรคเตอร์แล้วมาวาด"
  • ขวด เดลินิวส์ ประสบการณ์วาดการ์ตูน 30 ปี วาดการ์ตูนล้อการเมือง 20 ปี - "ลายเส้นเก๋ ๆ ตัวหนังสือไม่ต้องเยอะ แต่มีความคมคาย"
Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ เซีย ไทยรัฐ , ขวด เดลินิวส์, หมอ ทิววัฒน์ (คนที่ 2 จากซ้ายมือไปขวา) ล้วนศึกษาลายเส้นการ์ตูนจาก อรุณ

หมายเหตุ : บีบีซีไทยเรียบเรียงบทสนทนาของผู้คนที่ไปร่วมงาน "ล้อธรรม" นิทรรศการศิลปะการ์ตูน 72 ปี อรุณ วัชระสวัสดิ์ จัดเมื่อ 24 มิ.ย. ณ สวนโมกข์กรุงเทพฯ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง