LGBT : ทูตอังกฤษประจำไทย คู่สมรสเพศเดียวกันลูก 3 ที่แสดงให้โลกประจักษ์ว่าคู่รักเพศเดียวกันก็มีครอบครัวอบอุ่นได้

  • 30 มิถุนายน 2019
ไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย หอมแก้มบุตรชายคนสุดท้องในฐานะ "คุณพ่อ" Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย หอมแก้มบุตรชายคนสุดท้องในฐานะ "คุณพ่อ"

เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย แสดงให้คนไทยและทั่วโลกได้เห็นว่า คู่รักเพศเดียวกันสามารถมีครอบครัวที่อบอุ่นได้

เสียงเด็กเล็กเล่นกันอย่างครื้นเครงดังออกมาจากตัวบ้านไม้เก่าแก่อายุเกือบศตวรรษ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางหมู่ต้นไม้ขนาดใหญ่ที่ร่มครึ้ม

"สวัสดีลูกรัก" ชายวัย 55 ปี ทักทายลูก ๆ อย่างเอ็นดู เขาคือไบรอัน เดวิดสัน เอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ที่วันนี้แต่งตัวลำลองดูสบาย ๆ

แต่สำหรับ เด็กชายเอเลียต วัย 3 ปี 2 เดือน เด็กหญิงเอสเม่ อายุ 1 ปี 11 เดือน และหนูน้อยเอริคที่ยังอยู่ในวัยทารก เขาเป็น 'หนึ่งในพ่อ 2 คน' ที่เพิ่งใช้เวลาอยู่กับพวกเขาอย่างเต็มที่นาน 3 เดือน จากการลาหยุดงานตามสิทธิในการลาเลี้ยงดูบุตร

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
LGBT : ทูตอังกฤษประจำไทย คู่สมรสเพศเดียวกันลูก 3

"ผมโชคดีมากที่ได้ทำงานกับกระทรวงต่างประเทศอังกฤษ...ที่ให้ผู้ชายอย่างผม ซึ่งมีบุตรผ่านการตั้งครรภ์แทนมีสิทธิเท่าเทียมกับผู้หญิงที่คลอดบุตรเอง เพื่อยอมรับถึงสถานการณ์ของครอบครัวเรา" เดวิดสัน นักการทูตที่แต่งงานกับสามีชาวอเมริกันเชื้อสายจีน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยภายในทำเนียบเอกอัครราชทูต ย่านเพลินจิต

แม้สื่อไทย-ต่างประเทศหลายสำนักยกเขาและคู่สมรสว่าเป็นต้นแบบของผู้มีตำแหน่งระดับสูง ที่กล้าออกมาเปิดเผยต่อสาธารณชนว่าเป็นเกย์ แต่เดวิดสันมองเพียงว่า พวกเขาเป็นเพียงคนธรรมดา ที่อยากสร้างครอบครัวที่มีความสุข

"เราไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างจากคนอื่น นอกจากว่าเราเป็นผู้ชาย 2 คนที่รักกัน"

สมรสในจีน สร้างครอบครัวในไทย

ช่วงปลายปี 2557 เดวิดสัน และ สกอต ชาง คู่สมรส ชาวอเมริกันเชื้อสายจีน เข้าพิธีวิวาห์ที่จัดขึ้นเป็นการส่วนตัวภายในสถานกงสุลอังกฤษในนครเซี่ยงไฮ้ของจีน ก่อให้เกิดกระแสถกเถียงอย่างกว้างขวางในจีนที่ยังไม่ยอมรับการสมรสของคนเพศเดียวกัน

Image copyright UK Embassy in Thailand
คำบรรยายภาพ สกอต ชาง (ซ้ายสุด) คู่ชีวิตของไบรอัน เดวิดสัน

"บางครั้งคุณเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์ คนที่คุณไม่รู้จักมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับชีวิตคุณ แต่ผมขอบอกว่า ทุกคนที่รู้จักเราจริง ๆ ต่างก็ยินดีกับเรา"

ต่อมาในเดือน มิ.ย. 2559 ไบรอัน เดวิดสัน ย้ายมาดำรงตำแหน่งในไทย และเข้าอาศัยในทำเนียบทูตสไตล์โคโลเนียล พร้อมคู่ชีวิต ทั้งสองตัดสินใจสร้างครอบครัว ด้วยการมีลูก และไม่ใช่แค่คนเดียว

"ตอนเรามาถึงไทย มีแค่ผมกับสามี สกอต วันนี้เรามีลูก 3 คน มันเป็นการเดินทางที่ยอดเยี่ยมมาก เราจึงอยากแบ่งปันประสบการณ์เหล่านี้แก่คนอื่น"

เอเลียต เอสเม่ เอริค

บุตรทั้งสามของเดวิดสันและชาง เกิดในสหรัฐฯ ด้วยการมีลูกผ่าน "ผู้ตั้งครรภ์แทน" หรือที่รู้จักกันว่า "แม่อุ้มบุญ"

เดวิดสันเตรียมจะพาเอริคไปแจ้งเกิดในอังกฤษในเดือนตุลาคมนี้

"สิ่งสำคัญที่สุด คือ ต้องถูกกฎหมาย ข้อบังคับชัดเจน และให้มั่นใจว่าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์แทนเรา ได้รับการดูแลอย่างดี และมารับงานนี้ด้วยเหตุผลที่ดี"

จนถึงวันนี้ เขาและสามียังติดต่อกับแม่อุ้มบุญทุกคน และพร้อมที่จะให้ลูกได้พบกับ "แม่ผู้ให้กำเนิด" หากเป็นความต้องการของเด็ก ๆ

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ เอเลียต (ซ้าย) 3 ปี 2 เดือน, เอสเม่ (กลาง) 1 ปี 11 เดือน และ เอริค (ขวา) 3 เดือน

"มีสิ่งที่ต้องคิดมากมาย" เดวิดสัน เล่าโดยมีทารกเอริคนั่งอยู่บนตัก "คุณจะอธิบายเด็ก ๆ ยังไงในอนาคตว่า พวกเขาเกิดมาได้ยังไง แล้วถ้าเกิดพวกเขา อยากพบแม่ที่อุ้มท้องเขามาล่ะ"

แม้ไม่ได้คลอดลูกเอง แต่เดวิดสันไม่เคยคิดว่า "การมีครอบครัวเป็นเรื่องเล่น ๆ" เขาวางแผนชีวิตเพื่อให้ลูกเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากจากวิธีกำเนิดของตนให้น้อยที่สุด

จุดไหนที่ไม่แน่ใจ เขาจะสอบถามหน่วยงานในอังกฤษ ที่ให้คำแนะนำอย่างครบถ้วน รวมถึงการเตรียมความพร้อมให้คุณพ่อทั้งสอง "สนทนากับลูกในเรื่องละเอียดอ่อน เมื่อพวกเขาโตขึ้น"

เตรียมอำลาบ้านหลังนี้

ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศทั่วโลกเลือกเดือน มิ.ย. เพื่อจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้ และชื่นชมบทบาทของชาว LGBTQI+ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลง จึงถือเป็นเดือนแห่งความหลากหลายทางเพศ หรือเดือน "แอลจีบีที ไพรด์"

LGBTQI+ประกอบด้วย เลสเบียน (Lesbian), เกย์ (Gay), ไบเซ็กชวล (Bisexual), คนข้ามเพศ (Transgender), ผู้ที่ไม่จำกัดกรอบทางเพศ (Queer) และผู้มีสภาวะเพศกำกวม (Intersex)

สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษ เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองความหลากหลายทางเพศ ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ในวันที่ 28 มิ.ย. 62 แต่สำหรับเดวิดสันแล้ว ความต้องการจัดกิจกรรมในปีนี้ เพื่ออำลาบ้านที่เขาอยู่มา 3 ปีแห่งนี้ด้วย

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ สถานเอกอัครราชทูตและทำเนียบเอกอัครราชทูตอังกฤษ ต้องย้ายออกในปี 2562

"นี่เป็นปีสุดท้ายแล้ว ที่เราจะได้อาศัยอยู่ในทำเนียบเอกอัครราชทูตแห่งนี้" เขากล่าว แล้วมองไปรอบห้องรับรองอันโอ่โถง และรองรับแขกได้นับร้อยคน

เมื่อต้นปี 2561 สถานเอกอัครราชทูตอังกฤษประจำประเทศไทยประกาศขายอาคารและพื้นที่ทั้งหมด รวมกว่า 23 ไร่ในย่านเพลินจิตให้กับฮ่องกงแลนด์ บริษัทร่วมทุนของ จาร์ดีน แมธทีสัน บริษัทสัญชาติอังกฤษ กับกลุ่มเซ็นทรัลเป็นเงินเกือบ 19,000 ล้านบาท นับเป็นการขายที่ดินมูลค่าสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

รัฐบาลอังกฤษตั้งใจนำเงินส่วนนี้ไปใช้พัฒนาสถานเอกอัครราชทูตหลายสิบแห่งทั่วโลก

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ รูปปั้นสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร ที่สร้างไว้ตั้งแต่ปี 2446

อีกไม่กี่สัปดาห์นับจากนี้ เดวิดสัน พร้อมสามีและลูกทั้ง 3 คน รวมถึงพนักงานทั้งหมดในทำเนียบทูต จะย้ายออกไปอยู่ที่พักใหม่ ส่วนสถานเอกอัครราชทูตจะยังดำเนินการต่อไปอีกพักหนึ่ง แต่จะย้ายออกภายในปี 2562 เช่นกัน

บรรยากาศงาน แอลจีบีทีไอไพรด์ ปาร์ตี สนุกสนาน อย่างไร้ขีดจำกัดทางเพศ

เป็นบรรยากาศที่หาชมได้ยากภายในทำเนียบเอกอัครราชทูตที่นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิผู้มีความหลากหลายทางเพศ และผู้มีอิทธิพลในชุมชน LGBTQI+ จำนวนกว่า 100 คน มาร่วมงานในเดือนแห่งความภาคภูมิใจ (Pride month) อย่างอบอุ่น

ปีเตอร์ เฮย์มอนด์ อุปทูตรักษาการแทนเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย บอกกับบีบีซีไทยว่า งานเฉลิมฉลองนี้มีขึ้นเพื่อให้ชุมชน LGBTQI+ ได้มีโอกาสที่จะสนุกสนานในเดือนแห่งความภูมิใจของความหลากหลายทางเพศรวมทั้งเปิดให้คนที่สนใจถึงสิทธิของชุมชนนี้ได้มาร่วมแสดงความสนับสนุนพวกเขาและเธอ

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ทูตอังกฤษเปิดบ้านฉลองความเท่าเทียมของทุกเพศ

เขากล่าวว่า สหรัฐฯ เองก็เพิ่งบรรลุความเท่าเทียมในการแต่งงานเมื่อปี 2015 นี้เอง ซึ่งเขาก็เห็นว่าในส่วนของไทย เป็นหน้าที่ของสังคมที่จะ "ตัดสินใจ" ว่าอยากเห็นความเท่าเที่ยมในประเด็นนี้ก้าวหน้าไปในทิศทางไหน

แม้แท้ที่จริงแล้วเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของสหรัฐฯ แต่เขาหวังว่ารัฐสภาไทยจะผ่านกฎหมายจดทะเบียนคู่ชีวิตในเร็ว ๆ นี้

ส.ส. จากพรรคพลังประชารัฐ และพรรคอนาคตใหม่ ที่ผลักดันสิทธิของชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ ก็มาร่วมงานเช่นกัน ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่รัฐสภาเพิ่งบรรจุคำว่า "ผู้มีความหลากหลายทางเพศ" เข้าไปอยู่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) เพื่อผลักดันกฎหมาย

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ไบรอัน เดวิดสัน ทูตอังกฤษประจำไทย และธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ อนาคตใหม่ และเป็น ส.ส. หลากหลายทางเพศคนแรก ของรัฐสภาไทย

ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ อนาคตใหม่ และเป็น ส.ส. หลากหลายทางเพศคนแรก ของรัฐสภาไทย กล่าวว่า เป็นก้าวแรกที่สำคัญเพราะก่อนหน้านี้ คำว่าหลากหลายทางเพศมันไม่ถูกบรรจุใน กมธ.ใดเลย และในอนาคตจะยังเดินหน้าเพื่อให้เกิดคณะกรรมาธิการขึ้นมาโดยเฉพาะ

เธอยังกล่าวเนื่องในโอกาสเดือนแห่งความภาคภูมิใจว่า ทุกคนในโลกนี้มีความเป็นตัวของเราเอง และไม่ควรจะถูกกีดกั้นถูกตัดสินด้วยอวัยวะเพศ ไม่ควรมีกรอบเรื่องเพศมาเลือกคุณค่าให้เรา

"ถ้าใครกำลังทุกข์ กำลังโดนสังคมบีบบังคับด้วยคำว่าบทบาททางเพศ เราควรจะหลุดจากกรอบเหล่านั้น ต้องเชื่อมั่นในสิ่งที่เราเป็น ใช้ความสามารถของเราเองสร้างสรรค์สังคมที่เราอยู่"

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ (ที่สองจากขวา)

ส่วน ธณิกานต์ พรพงษาโรจน์ ส.ส. กทม. พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายด้านสตรีของพรรค กล่าวกับบีบีซีไทยว่า พรรคพร้อมที่จะสนับสนุน ผลักดันข้อเรียกร้องของกลุ่มความหลากหลายทางเพศ

"เมื่อมี ส.ส. หลากหลายทางเพศเข้าสภาแล้ว เชื่อว่ายังไงประกายความหวังของสังคมเกิดขึ้นแน่นอน"

ส.ส. LGBT ในสภาไทย

ทูตอังกฤษวัย 55 ปียอมรับว่า รู้สึกยินดีมากที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นผู้มีความหลากหลายทางเพศ ได้เข้ามาทำงานในรัฐสภาไทย หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา

"รัฐสภาควรเป็นผู้แทนของประชาชนในประเทศนั้น...ถ้าขาดความหลากหลายด้านเพศ ชนกลุ่มน้อย มุมมอง พื้นเพทางวัฒนธรรมและการศึกษา ก็ไม่ถือเป็นตัวแทนของประชาชนได้อย่างแท้จริง"

เดวิดสันเชื่อว่า ไทยสามารถพัฒนาสิทธิของผู้มีความหลากหลายทางเพศได้ โดยอาจเริ่มจากร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต ที่คณะรัฐมนตรี (ปี 2561) ได้เห็นชอบในหลักการแล้ว แต่ยังไม่บังคับใช้เป็นกฎหมาย

ในฐานะ "บุรุษ" ที่สมรสกับ "สามี" มาแล้ว 5 ปี เขาเน้นว่า รัฐบาลไม่ควรมองกฎหมายคู่ชีวิต เป็นเพียงการเปิดทางให้ผู้มีความหลากหลายทางเพศสมรสกันได้

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai

"มันเป็นเรื่องการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม เรื่องของการมอบสิทธิที่เท่าเทียมให้แก่ทุกคนที่รักกัน"

แต่ไม่ใช่ว่าสหราชอาณาจักรได้บรรลุ "จุดสูงสุด" ของการ "ยอมรับความแตกต่าง" เพราะไอร์แลนด์เหนือ บ้านเกิดของเดวิดสันเองก็ยังไม่ยอมรับการแต่งงานของคู่รักเพศเดียวกัน และอันที่จริงแล้วในแง่ของคนข้ามเพศ ทูตอังกฤษชี้ว่า "เราอาจพัฒนาตามหลังไทย"

ประสบการณ์แห่งการปลดปล่อย

ระหว่างที่กำลังพูดคุยกับเอกอัครราชทูตอังกฤษ บุตรชายคนโตและลูกสาวคนเล็ก เริ่มส่งเสียงเจื้อยแจ้ว เดินไปมาเหมือนกำลังหาของเล่น ส่วนเอริคตัวน้อย นอนอยู่ในอ้อมกอดของเดวิดสัน ตาปรือเป็นสัญญาณว่าใกล้ถึงเวลางีบตอนกลางวันแล้ว

ในสายตาของผู้มีความหลากหลายทางเพศ ครอบครัว 'เดวิดสัน-ชาง' อาจเป็นนิยามของความสุข ที่ไร้ข้อจำกัด

แต่ในความคิดของเดวิดสัน กว่าที่เขาจะเริ่มย่าง "ก้าวแรก" สู่การยอมรับเพศสภาพของตนเอง เขาเคยต้องสวมหน้ากาก 2 ใบ ใช้ "2 ชีวิต" เหมือนชาว LGBTQI+ อื่น ๆ

"การไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง ไม่ยอมรับตัวเอง ท้ายสุดมันก็เหมือนกำลังใช้ 2 ชีวิต คือ ส่วนหนึ่งของชีวิตที่คุณพยายามเก็บงำความลับ และส่วนหนึ่งที่คุณอยากเปิดตัวต่อสาธารณะ การมี 2 ชีวิตแบบนั้นมันเหนื่อยมาก"

เดวิดสันเล่าว่า เมื่อยอมรับใน "ตัวตนที่แท้จริงของตนเอง" แล้ว มันเหมือนผ่าน "ประสบการณ์แห่งการปลดปล่อย" ได้อยู่บนโลกนี้ต่อไปด้วย "ชีวิตที่แท้จริง" ทำให้ซื่อสัตย์กับตนเอง สร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นกับคนอื่น ๆ บนพื้นฐานของความเชื่อใจ

จงกล้าหาญ

สำหรับนักการทูต หรือบุคคลที่มีตำแหน่งระดับสูง เขาชี้แนะว่า การมีเครือข่ายเพื่อนที่เข้มแข็ง กลุ่มคนที่คุณไว้ใจ และพร้อมจะเป็นตัวของตัวเองได้เวลาอยู่ด้วย เป็นปัจจัยที่ทำให้การตัดสินใจยอมรับเพศสภาพของตนเอง มีรากฐานที่มั่นคง

เดวิดสันยอมรับว่า "การเปิดใจครั้งแรก" ของเขามันก็น่ากลัว แต่ครั้งต่อ ๆ มา "มันง่ายขึ้น" ที่สำคัญคือ มองหาเพื่อน เพื่อนร่วมงานที่เข้าใจ แสวงหาคำแนะนำ และ "ทำมันในจังหวะเวลาของตัวเอง" เพราะวัตถุประสงค์ของการเปิดเผยสถานะเพศของตนเอง คือ การบรรลุศักยภาพสูงสุดของตนเอง

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ "จงกล้าหาญ" ไบรอัน เดวิดสัน

"จงกล้าหาญ" คำพูดสั้น ๆ ที่เอกอัครราชทูตอังกฤษกล่าวออกมาอย่างหนักแน่น

"มันเป็นการตัดสินใจของคุณ ในช่วงเวลาที่คุณเลือกเอง ไม่มีใครบอกได้ว่าอะไรถูกต้อง นอกจากตัวคุณเอง แต่ขอให้กล้าหาญสักเพียงเล็กน้อย แล้วก้าวขาแรกออกมา"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม