ประชาธิปัตย์ ยก "พระเจ้าตากโมเดล" อ้างต้องเดินหน้าร่วมรัฐบาล พปชร.

  • 29 มิถุนายน 2019
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคคนที่ 8 Image copyright Hataikarn Treesuwan/BBC Thai

พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ภายใต้การนำของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรคคนที่ 8 เตรียมเข้าสู่กระบวนการ "ปรับภาพลักษณ์" ครั้งใหญ่ ซึ่งเป็นผลพวงจาก 2 เหตุการณ์สำคัญคือ "แพ้เลือกตั้ง" และ "เข้าร่วมรัฐบาล" กับอดีตผู้นำคณะรัฐประหารปี 2557

จุรินทร์ ประกาศขับเคลื่อนพรรค 7 ทศวรรษภายใต้แนวคิด "อุดมการณ์ทันสมัย" ประกอบด้วย 3 แนวคิดหลักคือ 1. ยืนอยู่บนหลักของ "ระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข" 2. ทำงานเพื่อประชาชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และ 3. เดินหน้าพาพรรคไปสู่ความเป็นสถาบันทางการเมือง

ในระหว่างร่วมงานสัมมนา ส.ส. และกรรมการบริหารพรรค ที่ จ. ประจวบคีรีขันธ์ วันนี้ (29 มิ.ย.) จุรินทร์ ย้ำว่า ถึงเวลาที่ ปชป. "ต้องเปลี่ยนอย่างมีวุฒิภาวะ" และ "ต้องทำงานร่วมกันอย่างมีเอกภาพ" ด้วย "3 ทัพ" คือทัพรัฐมนตรีของพรรค, ทัพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และทัพกรรมการบริหารพรรค

หนึ่งในวิธีการสร้าง "อุดมการณ์ทันสมัย" แบบ จุรินทร์ คือการตั้งคณะกรรมการถึง 15 ชุดมาขับเคลื่อนวาระทางการเมือง

โจทย์สำคัญของพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดของประเทศคือทำอย่างไรให้ "กลับมาครองใจประชาชน" ไม่ว่าในกลุ่มผู้สนับสนุนดั้งเดิมของพรรค หรือในกลุ่มคนรุ่นใหม่

Image copyright Hataikarn Treesuwan/BBC Thai

"เราต้องพาคนที่เคยเชื่อมั่นศรัทธาประชาธิปัตย์ให้กลับมาเดินเคียงข้างเราในอนาคต" จุรินทร์ กล่าว

ส่วนการเข้าร่วมงานกับรัฐบาล พปชร. ถูกอธิบายโดยหัวหน้าพรรคว่า "วันนี้ประชาธิปัตย์ไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น ผมคิดถึง 'พระเจ้าตากโมเดล' ทางเดียวที่เราต้องเดิน คือต้องเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จเท่านั้น ไม่มีทางเลือกอื่น"

สาทิตย์ ชี้ถึงเวลา ปชป. ต้องทบทวนอุดมการณ์

ผลการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 สะท้อนว่าการเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุค "2 ขั้ว" อีกครั้ง ทว่าได้เปลี่ยนตัวแสดงนำใหม่ จากพรรคเพื่อไทย (พท.) ต่อสู้กับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เป็นพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ต่อกรกับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่สำคัญคือเป็นภาวะ "2 ขั้วแบบสุดโต่ง" ระหว่าง พรรคฝ่ายก้าวหน้าแบบสุด ๆ ที่นำเสนอ "ชุดอุดมการณ์ใหม่" กับพรรคฝ่ายอนุรักษนิยมแบบสุด ๆ

Image copyright Thai news pix
คำบรรยายภาพ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ยืนฟังการแถลงลาออกจากการเป็น ส.ส. ของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เมื่อ 5 มิ.ย. เพราะไม่สามารถลงมติสนับสนุนหัวหน้า คสช. เป็นนายกฯ ได้ตามมติพรรค

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส. ตรัง ปชป. ชี้ว่า ในช่วงเลือกตั้ง อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า ปชป. คนที่ 7 นำเสนอแนวทาง "ขั้วที่ 3" ไม่เอา "ระบอบทักษิณ" และไม่เอา "ระบอบประยุทธ์" ผลคือแนวคิดขั้วที่ 3 ไม่อาจนำได้ ปชป. จึงพ่ายแพ้การเลือกตั้ง-ต้องตกอยู่ในฐานะ "พรรคครึ่งร้อย" เขาจึงเห็นว่าถึงเวลาที่ ปชป. ต้องกลับทบทวนอุดมการณ์ของพรรคอย่างจริงจัง

มวลชนหายเพราะ "คนหัวเก่า" คลางแคลงใจ

ปรากฏการณ์ "มวลชนหาย" ไปถึง 7 ล้านเสียง จาก 11.3 ล้านคนในการเลือกตั้งปี 2554 เหลือ 3.9 ล้านคนในการเลือกตั้ง 2562 ถูกสรุปบทเรียนโดยคนใน ปชป.

ราเมศ รัตนะเชวง โฆษก ปชป. บอกกับบีบีซีไทยว่า "มีสถานการณ์บางอย่างแทรกแซงการตัดสินใจของประชาชน" แต่ถึงกระนั้นยังเชื่อว่า 11.3 ล้านเสียงยังผูกพันกับ ปชป. สูง

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/bbc thai
คำบรรยายภาพ บรรยากาศก่อนการปราศรัยปิดของพรรค ที่ลานคนเมือง กทม. เมื่อ 22 มี.ค. ก่อนที่ผลการเลือกตั้งจะออกมาว่า ปชป. "สูญพันธุ์" ในสนาม กทม.

ขณะที่อดีตรัฐมนตรีบางส่วนวิเคราะห์ว่า เป็นเพราะผู้สนับสนุน ปชป. "คลางแคลงใจ" ในท่าทีของ อภิสิทธิ์ จึงหันไปลงคะแนนเลือก พปชร. ด้วยความเชื่อที่ว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) คือ "ผู้พิทักษ์และปกป้องสิ่งที่พวกเขารักได้ดีที่สุด" โดยมี "ปรากฏการณ์ 8 กุมภาฯ" ซึ่งนำไปสู่การยุบพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) และเหตุการณ์ที่เกี่ยวเนื่อง ช่วยเพิ่มน้ำหนักในการตัดสินใจ

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/bbc thai
คำบรรยายภาพ แกนนำ พปชร. ส่งเทียบเชิญให้ ปชป. เข้าร่วมรัฐบาลด้วยโควต้า รมต. 7 คน 8 ตำแหน่ง

ยังไม่รวมการเกิดขึ้นของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า อนค. ที่สร้าง "กระแสสูง" ในหมู่คนรุ่นใหม่ หาเสียงด้วยการประกาศต่อต้านการสืบทอดอำนาจ และเปิดเกม "รื้อถอน" กลไกที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งน่าจะสร้างความวิตกกังวลในหมู่ชนชั้นนำฝ่ายอนุรักษนิยมไม่น้อย จึงไม่แปลกหาก "คนเคยรัก" ปชป. จะหันไปเลือก พปชร. ในวันที่ "มวลชนโตกว่าพรรค" ทั้งในเชิงอุดมการณ์และปริมาณ

คนรุ่นใหม่ ไม่มอง ปชป. เป็นตัวเลือกแรก

ขณะที่คนรุ่นใหม่ ก็ไม่ได้มองเห็น ปชป. เป็นตัวเลือกแรก แม้มีการเปิดตัวกลุ่มนิวเด็ม (New Dem) เพื่อขาย "คนใหม่" และ "แนวคิดใหม่" ในช่วงเลือกตั้ง ซึ่งสอดประสานกับความพยายามล้างภาพลักษณ์-ลบภาพจำ "พรรคอนุรักษนิยม" ของ อภิสิทธิ์ ด้วยการตอกย้ำว่า ปชป. เป็นพรรคการเมืองฝ่ายเสรีนิยมประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงที่สุดก็มีสมาชิกกลุ่มนิวเด็มเพียงคนเดียวที่ได้รับเลือกให้เข้าเป็น ส.ส. ที่ จ. ตรัง

ในงานวิจัยเรื่อง "การเลือกตั้งและทัศนะคติต่อประชาธิปไตย และการเมืองไทยของผู้เลือกตั้งครั้งแรก (First-time voters)" โดย ผศ.ดร. อรรถสิทธิ์ พานแก้ว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม. ธรรมศาสตร์ และคณะ ซึ่งสอบถามความคิดเห็นของผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรก อายุ 18-23 ปีในระบบการศึกษา จำนวน 1,061 คน พบว่า คนรุ่นใหม่ร้อยละ 43.9 คิดถึง อนค. เป็นชื่อแรกเมื่อถูกถามถึง รองลงมาคือ พท. ร้อยละ 28.3 ส่วน ปชป. มีคนคิดถึงเพียงร้อยละ 13.1

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/bbc thai
คำบรรยายภาพ สมาชิกกลุ่มนิวเด็มกลายเป็นอดีตไปแล้วสำหรับ ปชป. หลังสมาชิกคนสำคัญทยอยลาออกจากพรรคเพราะไม่เห็นด้วยกับการร่วมรัฐบาลกับ พปชร.

ผลการวิจัยระบุต่อไปว่า คนรุ่นใหม่มอง อนค. เป็นพรรคที่เป็นตัวแทนทางการเมืองของพวกเขา ร้อยละ 54.2 ขณะที่ร้อยละ 18.6 ตอบ พท. และร้อยละ 8.5 ตอบ ปชป. เมื่อถูกถามว่าคนรุ่นใหม่อยากได้ใครเป็น ส.ส. ปรากฏว่าสัดส่วนของ อนค. ทิ้งห่างที่ร้อยละ 61.9 ตามด้วย พท. ร้อยละ 19.1 และ ปชป. ร้อยละ 6.6 และเมื่อพิจารณาลงรายละเอียดแต่ละภาค ปรากฏว่าคนรุ่นใหม่เลือก ส.ส. ปชป. เป็นพรรคอันดับ 3 ทั้งหมด ไม่เว้นกระทั่งภาคใต้ จึงไม่แปลกหาก ปชป. จะกลายเป็น "พรรคอันดับ 4" หลังการเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม แกนนำ ปชป. ได้เลือกวิธี "หวนกลับไปหาอดีต" ด้วยการฟื้น "ยุวประชาธิปัตย์" (Young Democrat) ซึ่งหายไปหลายทศวรรษ และลดทอนกลุ่มนิวเด็ม (New Dem) ให้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในยุวประชาธิปัตย์ หลังสมาชิกในกลุ่มบางส่วนทยอยลาออกจากพรรคไป เพราะรับไม่ได้ที่พรรคต้นสังกัด "พลิกจุดยืน" ย้ายไปยืนเคียงรัฐบาล พปชร. พร้อมสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ

เกี่ยวกับเรื่องนี้ พายุ เนื่องจำนงค์ อดีตผู้สมัคร ส.ส. ชลบุรี กลุ่มนิวเด็ม กล่าวกับบีบีซีไทยว่า สมาชิกกลุ่มนิวเด็มที่ลาออกจากพรรคไปมีเพียง 4 คนเท่านั้น แต่สำหรับตัวเขายืนยันจะทำงานกับพรรคต่อไปในช่วงที่พรรคตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเพื่อช่วยกันฟื้นฟูพรรค และเห็นว่า "เราไม่สามารถเดินไปข้างหน้าได้ ถ้าไม่รู้จักอดีต" ซึ่งการฟื้นยุวประชาธิปัตย์ก็เป็นการใช้โครงสร้างที่พรรคเคยมีเพื่อเป็น "ข้อต่อ" ในการเชื่อมประสานกับคนรุ่นใหม่ เรื่องความเก่าหรือใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโครงสร้าง แต่ขึ้นอยู่กับเนื้อหาที่จะนำเสนอมากกว่า

สอดคล้องกับความเห็นของ โฆษก ปชป. ที่ว่า ยุวประชาธิปัตย์ 2562 จะต่างไปจากเมื่อ 40 ปีก่อนอย่างแน่นอน ทั้งบุคลากรหน้าใหม่ที่จะเข้ามาทำงานกับพรรค และวิธีคิดที่เท่าทันโลก "แต่ไม่ว่ายุวประชาธิปัตย์ยุคไหน สิ่งที่ไม่เปลี่ยนคืออุดมการณ์ของพรรค และการทำให้พรรคเป็นสถาบันทางการเมืองที่ยั่งยืน ไม่ฉาบฉวย"

แม้ผลสำรวจที่ออกมาจะพบว่า ปชป. ไม่ใช่ตัวเลือกแรก ๆ ของคนรุ่นใหม่ แต่ ราเมศ เชื่อว่าพรรคจะยังมีอนาคตทางการเมือง โดยโจทย์ใหญ่ที่จำเป็นต้องขบคิดคือการสร้างความยั่งยืนด้วยการได้รับการสนับสนุนจากคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นโหวตเตอร์ต่อไปอีก 30-40 ปี

โฆษก ปชป. ยอมรับว่ารู้สึก "ใจหาย" ที่พรรคเหลือ ส.ส. เพียง 53 คน แต่ก็คิดว่าพรรคกำลังเข้าสู่ยุค "ปรับเปลี่ยนเพื่อไปข้างหน้า"

เปิดรายชื่อสมาชิก "พรรคสีฟ้า" อำลาพรรค

วันที่ รายชื่อ อายุการเป็นสมาชิกพรรค เหตุผล
4 มิ.ย. สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส. สมุทรสาคร 7 เดือน อุดมการณ์แตกต่างกัน
4 มิ.ย. ธนัตถ์ ธนากิจอำนวย อดีตผู้สมัคร ส.ส. กทม. กลุ่มนิวเด็ม 7 เดือน คำพูดต้องเป็นคำพูด
4 มิ.ย. พริษฐ์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ 7 เดือน คำไหนคำนั้น
4 มิ.ย. นัฏฐิกา โล่ห์วีระ อดีตผู้สมัคร ส.ส. ชัยภูมิ 7 เดือน มติพรรคไม่ตรงกับความคิดเห็นและอุดมการณ์ส่วนตัว
5 มิ.ย. พริษฐ์ วัชรสินธุ อดีตผู้สมัคร ส.ส. กทม. กลุ่มนิวเด็ม 7 เดือน แสดงความรับผิดชอบที่หาเสียงกับประชาชนว่า ปชป. ไม่สนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ
11 มิ.ย. กษิต ภิรมย์ อดีต รมว. ต่างประเทศ 11 ปี ปชป. เข้าร่วมรัฐบาลกับ พปชร.
24 มิ.ย. กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ อดีตเลขาธิการนายกฯ 33 ปี -

ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวมความเคลื่อนไหวทั้งจากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และการโพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม