ศิลปินต้านเผด็จการรวมพลรอบใหม่ ยืนยันประชาชนต้องมีเสรีภาพในการแสดงออก-วิจารณ์รัฐบาล

  • 8 กรกฎาคม 2019
Headache Stencil, Rapper Against Dictator และศิลปินมีมากมาย Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ Headache Stencil, Rapper Against Dictatorship และศิลปินอีกหลายคนมาร่วมยืนยันถึงสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก

ศิลปินต้านเผด็จการรวมพลเพื่อยืนยันว่าประชาชนควรมีเสรีภาพในการแสดงออก วิจารณ์หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็น "ความอยุติธรรมในสังคม" อย่างเปิดเผย

"โจร 500" ธีมผลงานชิ้นล่าสุดของศิลปินกลุ่ม "เฮดเอค สเตนซิล (Headache Stencil)" เด่นอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมที่สร้างจำลองเป็นกล่องพัสดุขนาดใหญ่บนลานจัดกิจกรรมของ เดอะแจมแฟคทอรี่ ย่านคลองสาม ด้านนอกกล่องพัสดุยักษ์พ่นสีว่า "กรุณาส่งอดีตกาล"

เมื่อถามถึงนัยยะของผลงานชิ้นนี้ ศิลปินร่างใหญ่ในเสื้อยืดสีแดง ตอบบีบีซีไทยโดยขอสงวนชื่อจริงว่า "รูปนี้ แทบไม่ต้องอธิบาย"

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ศิลปินต้านเผด็จการรวมพลแสดงจุดยืน เสรีภาพการแสดงออกไม่ใช่พื้นที่เสี่ยง

"โจรห้าร้อย หรือลุงห้าร้อย หรืออะไรก็ตาม ผมว่าถ้าเป็นผมนะ...ไม่นั่งอยู่ให้คนด่าทุกวันแน่ ๆ" ศิลปินพ่นสีอธิบาย

"โจร 500" เป็นวลีที่ดังขึ้นหลังจากการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2562 ซึ่งเป็นวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับการโหวตจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จำนวน 500 เสียงให้เป็นนายกรัฐมนตรี

ศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงานนี้บอกว่า เขาต้องการให้คนไทยในอดีตจดจำว่าเกิดอะไรขึ้นหลังการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562

การแสดงผลงานศิลปะพ่นสีของ Headache Stencil เป็นส่วนหนึ่งของงานรวมพลศิลปินที่ชื่อว่า "อันเซ็นเซอร์" (Uncensored) ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2562 นอกจากศิลปะพ่นสีแล้ว ยังมีแร็ปเปอร์นับสิบคน รวมทั้ง Rap Against Dictatorship เจ้าของเพลงแร็ป "ประเทศกูมี" มาร่วมแสดงด้วย

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ โจร 500 คือใคร?

มือพ่นสี เจ้าของผลงานสร้างกระแส อาทิ "ลุงตู่นางกวัก" และ "เสือดำไม่ตายฟรี" ชี้ว่า คำพูดลักษณะนี้ หรือการสร้างสรรค์ผลงานวิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ ควรทำได้อย่างเสรี เพราะผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ทุกคนควรมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก นักการเมืองจะได้รับรู้ว่า จริง ๆ แล้วประชาชนคิดอย่างไร

ศิลปินรายนี้เชื่อว่านายกฯ ยังไม่ได้รับรู้ความคิดเห็นของประชาชนเพราะ "ลูกน้องเขาน่าจะรายงานแต่เรื่องดี ๆ ที่เขาอยากฟัง"

หากมีโอกาสพบหน้า พล.อ. ประยุทธ์ เขาอยากบอกนายกฯ ด้วยประโยคสั้น ๆ ว่า "มันจบแล้วครับนาย"

Headache Stencil สร้างชื่อในโลกสังคมออนไลน์จากผลงานเสียดสีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บริเวณสะพานลอยระหว่างซอยสุขุมวิท 23 กับ 58 เมื่อเดือน ม.ค. 2561

รูปหน้า พล.อ.ประวิตร อยู่ในนาฬิกาปลุก ล้อเลียนปมนาฬิกาหรู ที่รองนายกฯ อ้างว่า "ยืมเพื่อนมา" โดยที่สังคมไม่เคยได้คำตอบว่าแท้จริงแล้ว นาฬิกา 20 กว่าเรือนนั้นมีที่มาอย่างไร

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ผลงานบางส่วนของ Headache Stencil ที่นำมาจัดแสดง

นับแต่นั้น เขาก็สร้างผลงานข้างถนน ท้าทายอำนาจ คสช. และ พล.อ.ประยุทธ์ มาหลายครั้ง ส่วนใหญ่เป็นผลงานแบบ "ปัจจุบันทันด่วน" ตามกระแสข่าวในช่วงนั้น ๆ

ยกตัวอย่าง "เดรัจศาล" เป็นรูปเทพีอุ้มรัฐธรรมนูญ ส่วนมืออีกข้างถือตาชั่งที่เอียง วิจารณ์การทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญในคดีถือหุ้นสื่อของ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาล 32 คน ที่ศาลรับฟ้องแต่ไม่ได้มีคำสั่งให้ ส.ส.ที่ถูกตรวจสอบต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งต่างจากกรณีของ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่

เสรีภาพ...สิ่งที่ประเทศ 'กู' ไม่มี

ฟ้าเริ่มมืด สนามหญ้าที่ใช้จัดงานดูเล็กลงถนัดตา เพราะอัดแน่นด้วยเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ จนถึงวัยชราก็มี เรียงซ้อนแถวครึ่งวงกลม ล้อมหน้าเวที ซึ่งด้านหลังมีแผ่นกระดานสีขาวพ่นสีสเปรย์เป็นคำว่า "เสรีภาพ" ที่หากมองใกล้ ๆ จะเห็นว่าสระและตัวอักษรแต่ละตัวถูกเขียนขึ้นจากภาพทหาร-ปืน-รถถัง

บรรยากาศคึกคักด้วยเสียงโห่ร้องอย่างถูกใจ สอดรับจังหวะหนัก ๆ ผสมผสานกับเนื้อร้องที่ดุเดือด

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ Liberate P หนึ่งในแร็ปเปอร์ผู้ร้องเพลง 'ประเทศกูมี'

"สิ่งที่ประเทศกูไม่มี คนต้องจ่ายค่าอิสรภาพที่ไม่ฟรี แค่มึงยืนงั่ง ๆ แค่มึงนั่งก็โดนจับ แค่มึงพูดไม่เข้าหูมึงก็เสี่ยงโดนปรับทัศนคติ…"

เสียงแร็ปเพลง "สิ่งที่ประเทศกูไม่มี" โดย "ลิเบอร์เรต พี" (Liberated P) ดังก้องส่งท้ายช่วงเวลา 2 ชั่วโมงที่แร็ปเปอร์เกือบ 20 ชีวิตร่วมกัน "แร็ป" วิพากษ์สังคมและการเมืองแบบมาราธอน

จากนั้นกลุ่ม RAD หรือ 'แร็ปต่อต้านเผด็จการ' พร้อมแร็ปเปอร์คนอื่น ๆ ก็ร่วมร้องเพลง "ประเทศกูมี" ที่โด่งดังหลังจากเผยแพร่ทางยูทิวบ์เมื่อเดือน ต.ค. 2561 โดยล่าสุดมีผู้ชมกว่า 68 ล้านครั้ง และทำให้ศิลปินได้รับรางวัลจาก Human Rights Foundation (มูลนิธิสิทธิมนุษยชน) ในฐานะที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการคัดค้านความไม่ยุติธรรม

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ผู้ชมหลายคนพร้อมใจชู 3 นิ้ว ในหลายช่วงของการแสดง

"ประเทศกูยังมี"

งานรวมพลศิลปิน Uncensored ริเริ่มจากแนวคิดของ Headache Stencil ที่เบื่อหน่ายกับคอมเมนต์ในสังคมออนไลน์ที่สะท้อนความกลัวต่อการวิพากษ์วิจารณ์ผู้มีอำนาจ เช่น เมื่อมีคนวิจารณ์รัฐบาล ก็จะมีคนอื่น ๆ มาแสดงความเห็นว่า "อยากกินอะไรในคุก" หรือ "เดี๋ยวก็โดนอุ้มหรอก"

"เฮ้ย เราต้องอยู่ในสภาวะที่จะพูดอะไร แล้วเราต้องติดคุกเหรอ พูดอะไรแล้วต้องมีคนมาบุกบ้าน…เนี่ยเราเลือกตั้งมาสักพักแล้ว ทำไมเราถึงยังต้องอยู่ในกฎอะไรแบบนั้นอีก" เขาตั้งคำถาม

เขาจึงชวนเพื่อนศิลปินในแวดวงต่าง ๆ ที่มีแนวทางผลงานและความเห็นตรงกัน ว่าควรต้องทำอะไรสักอย่าง ให้ประชาชนได้เห็นว่า เรามีสิทธิที่จะกล่าวถึงรัฐบาลได้อย่างเสรี

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ "เราต้องอยู่ในสภาวะที่จะพูดอะไร แล้วเราต้องติดคุกเหรอ"

"เราต้องวิจารณ์คนที่เราจ่ายเงินจ้างให้มาทำงานได้...เมื่อเราวิจารณ์คุณแล้ว คุณไม่มีสิทธิส่งตำรวจหรือทหารมาไล่จับเรา หรือบุกบ้านเรา"

ปรัชญา สุรกำจรโรจน์ หรือ อาร์ท หนึ่งในเจ้าของเพลง 'ประเทศกูมี' มองว่าไม่ว่าเมื่อวาน วันนี้ หรือพรุ่งนี้จะมีรัฐบาลก็ "ไม่ต่างกัน" เพราะสุดท้ายก็คือรัฐบาลชุดเดิม ที่อาจสับเปลี่ยนบุคคลมาดำรงตำแหน่งต่าง ๆ เท่านั้นเอง

เขายังเล่าติดตลกว่า ประเทศกูมี ผ่านมากว่า 1 ปี ก็ยังรู้สึกว่า "ประเทศกูยังมี"

"สัปดาห์ที่แล้วผมไปเล่นในงาน ๆ หนึ่ง…เล่นเพลงประเทศกูมี ผมก็แบบว่า รู้สึกขึ้นมาตอนที่กำลังเล่นว่า ทำไมเนื้อเพลงมันดูอัพเดตจังวะ ออกมาจะปีแล้ว"

ศิลปะเสียดสีการเมือง = พื้นที่เสี่ยง?

สามวันก่อนจัดงาน Headache Stencil ประกาศผ่านหน้าเฟชบุ๊ก ถึงการย้ายสถานที่จัดงาน Uncensored อย่างกะทันหัน จากเดิมตั้งใจจัดที่ Warehouse 30 ซึ่งเขาเข้าใจเหตุผลดี

"ถ้าคนไม่ได้มองว่าสิ่งที่เราทำเป็นศิลปะ เขาจะมองว่าเป็นการเมืองแล้วเขากังวล มันเป็นเรื่องธรรมดา"

แต่ความต้องการของมือพ่นสีนักวิพากษ์การเมือง คือ ให้ทุกคนมองว่ากิจกรรมนี้เป็นแค่งานศิลปะ

สิตานันท์ บุณยโยธิน เคยเข้าร่วมชมงานศิลปะเสียดสี "คดีเสือดำ" และมองว่าการใช้ศิลปะเสียดสีการเมือง ช่วยให้เข้าถึงคนได้ง่ายขึ้น เธอมาร่วมงานวันนี้ เพราะอยากรู้ว่าผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว งานลักษณะนี้ยังเป็นพื้นที่เสี่ยงอยู่หรือไม่

Image copyright Smitanan Yongstar/BBCThai
คำบรรยายภาพ "หนูว่าจริงๆ มันก็เสี่ยง แต่เรามีสิทธิแสดงความคิดเห็นของเรา" สิตานันท์ บุณยโยธิน

"หนูว่าจริงๆ มันก็เสี่ยง แต่เรามีสิทธิแสดงความคิดเห็นของเรา ศิลปินเขาก็แสดงความคิดเห็นของเขาในด้านศิลปะออกมา ไม่ว่าจะเป็นเพลง หรืองานศิลปะ"

จุฑามาศ คำแดงไสย์ นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มองว่างานศิลปะที่ผสมผสานการเมืองเป็นสิ่งจำเป็น แม้ศิลปินต้องแบกรับความเสี่ยงก็ตาม

Image copyright Smitanan Yongstar/BBCThai
คำบรรยายภาพ "พอการเมืองมันเป็นอย่างนี้ยิ่งน่าสนใจ" จุฑามาศ คำแดงไสย์

"พอการเมืองมันเป็นอย่างนี้ยิ่งน่าสนใจ มันทำให้ผู้คนเข้าถึงงานศิลปะมากขึ้นด้วย จากเดิมที่อาจไม่รู้จักศิลปะเลย มันเหมือน วิน-วิน ทั้งคู่"

แม้จะต้องเปลี่ยนสถานที่จัดงานอย่างกะทันหัน แต่งานรวมพลศิลปิน Uncensored ก็ผ่านไปได้ด้วยดี โดยไม่มีการ "รบกวน" จากเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทหาร

"ผมไม่ได้บอกทุกคนว่าเราต้องก่อม็อบนะ แต่ผมแค่กำลังบอกว่า เราต้องมีสิทธิพูด มีสิทธิแสดงออก" ศิลปินพ่นสีผู้ริเริ่มจัดงาน Uncensored กล่าว "ถ้างานนี้จัดไปได้แล้วทุกอย่างผ่านไปด้วยดี เท่ากับว่าต่อไปนี้ประชาชนทุกคนจะต้องวิจารณ์รัฐบาลได้เหมือนที่เราทำ เพราะพวกเราคือคนธรรมดาเหมือนกัน"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม