ครบรอบ 5 ปี ของบีบีซีไทยโฉมใหม่ กับ 5 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้

  • 9 กรกฎาคม 2019
BBC Newsroom at NBH

บีบีซีไทยยุคใหม่ มีอายุครบ 5 ปี ในวันที่ 10 ก.ค. 2562 การกลับมาเปิดตัวอีกครั้งของ บีบีซีไทยที่เรียกได้ว่าเป็นโฉมใหม่เมื่อปี 2557 มีขึ้นเพียง 2 เดือน หลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2557 ที่ทำให้เกิดการปิดกั้นข่าวสารจากนานาชาติเป็นระยะเวลาสั้น ๆ บีบีซี ซึ่งเป็นองค์กรสื่อระดับโลก เห็นความสำคัญของการนำเสนอข่าวสารที่เป็นอิสระแก่สาธารณะ จึงกลับมาเปิดแผนกบีบีซี ภาคภาษาไทยขึ้นอีกครั้งเพื่อผู้อ่านทั่วโลก

ตลอด 5 ปี ของการกลับมาให้บริการข่าวสาร บีบีซีไทยได้สร้างมิติใหม่หลายด้านของการนำเสนอ ข่าวสาร ทั้งเนื้อหา รูปแบบ และวิธีการ จนทำให้ได้รับความเชื่อถือ และความนิยมจากผู้ติดตามชาวไทย มียอดผู้อ่านผู้ชมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว บีบีซีไทยจึงขอเสนอ 5 เรื่องที่คุณอาจยังไม่ทราบเกี่ยวกับเรา

1. นำเสนอข่าวสารที่หาอ่านจากที่อื่นไม่ได้

บีบีซีไทย พยายามอย่างยิ่งในการนำเสนอข่าวสารที่ผู้อ่านชาวไทยไม่สามารถหาอ่านจากที่อื่นได้ ทั้งข่าวในประเทศ และข่าวต่างประเทศ

ด้านข่าวในประเทศ บีบีซีไทย พยายามสรรหาบุคคลสำคัญในแวดวงต่าง ๆ และเรื่องราวที่อยู่ในความสนใจของผู้อ่านมานำเสนอ ส่วนข่าวต่างประเทศ ที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษจากผู้อ่าน ได้แก่ ข่าววิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์ และข่าวความก้าวหน้าทางการแพทย์

บทสัมภาษณ์พิเศษ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฮ่องกง เผยแพร่ทางเว็บไซต์บีบีซีไทย และทางยูทิวบ์ 2 วัน หลังการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 กลายเป็นบทความข่าวและวิดีโอที่มีคนพูดถึงทั่วประเทศ สื่อมวลชนทุกแขนงต่างนำมาอ้างอิง ได้รับความสนใจมากมายจนกลายเป็นวิดีโอที่มีผู้ชมมากที่สุดทางช่อง ยูทิวบ์ ของบีบีซีไทย

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษกับบีบีซีไทย ในช่วงหลังการเลือกตั้งปี 2562

ไม่เพียงข่าวนักการเมืองระดับประเทศ บีบีซีไทยให้ความสำคัญกับความทุกข์ของพี่น้องแรงงานไทยในต่างแดน และได้ส่งทีมข่าวไปติดตาม สืบค้น เปิดโปงสภาพการทำงาน ชีวิตความเป็นอยู่ของ แรงงานไทยในอิสราเอล ส่งผลให้ทางการไทย และอิสราเอลเข้าตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง

Image copyright BBC Thai

ส่วนข่าวที่อยู่ในกระแส บีบีซีไทย ก็ไม่พลาดเช่นกัน ข่าว นักประวัติศาสตร์ติงชุดชาวต่างชาติในละครบุพเพสันนิวาสผิดยุคไปเกือบ 200 ปี ที่เผยแพร่เมื่อ มี.ค. 2561 ขณะกระแสละครบุพเพสันนิวาสกำลังโด่งดังไปทั่วประเทศ กลายเป็นข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดทางเว็บไซต์ www.bbcthai.com ของปี 2561 ส่วนข่าววิทยาศาสตร์จากต่างประเทศ ข่าวนี้ กว่าครึ่งหนึ่งของร่างกายคนเราไม่ใช่มนุษย์ เป็นข่าวที่มีผู้อ่านมากเป็นอันดับ 3 ของ ปี 2561

Image copyright BROADCAST THAI TELEVISION/ ช่อง 3

2. นำเสนอข่าวในรูปแบบที่แปลกใหม่ ทันสมัย และหลากหลาย

บีบีซีไทย นำเสนอรูปแบบใหม่ ๆ ของการเสนอข่าวทางเว็บไซต์ เช่น Live Page และ Shorthand

Live Page คือ การรายงานเหตุการณ์สำคัญของประเทศ หรือของโลก ในรูปแบบของการรายงานแบบต่อเนื่อง ทันเหตุการณ์ นาทีต่อนาที ประกอบไปด้วยข่าวข้อความสั้น ภาพเหตุการณ์ อินโฟกราฟิก และวิดีโอสั้น เช่น ในวันเลือกตั้งทั่วไป 24 มี.ค. 2562 เราจัดทำหน้าพิเศษ พลังประชาชนกำหนดอนาคตประเทศไทย รายงานต่อเนื่องตั้งแต่เช้ายันดึก ทำให้กลายเป็นหน้าข่าวที่มีผู้อ่านมากที่สุดของปีนี้

ความเร็ว ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดที่บีบีซีไทยคำนึงถึงในการนำเสนอข่าว หากแต่คือ ความถูกต้อง เราตรวจสอบที่มาของข้อมูลจนแน่ใจว่าไม่ผิดพลาดก่อนเผยแพร่ ด้วยเหตุนี้ ในช่วงภารกิจ "ช่วยชีวิตทีมหมูป่า" ระหว่างปลาย มิ.ย. ถึง ก.ค. 2561 เราได้รับคำชมจากผู้อ่านผู้ชมจำนวนมากว่าเว็บไซต์ของบีบีซีไทยมีเนื้อหาข่าวที่น่าเชื่อถือ และให้ความรู้หลากหลาย โดยไลฟ์เพจของข่าว ถ้ำหลวง: ภารกิจพาทีมหมูป่ากลับบ้านสำเร็จ เมื่อ 10 ก.ค. 2561 กลายเป็นเพจที่มีคนอ่านมากที่สุดอันดับ 2 ของปีที่แล้ว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ เรื่องราวประสบการณ์ในถ้ำตลอด 18 วัน กำลังจะถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนต์ฮอลลีวูด

Shorthand คือ การนำเสนอเรื่องราวสารคดีที่น่าสนใจในรูปแบบสื่อผสม ได้แก่ ข้อความสั้น ภาพนิ่งขนาดใหญ่ และวิดีโอสั้น ร้อยเรียงให้น่าสนใจ ติดตาม ทั้งเรื่องในประเทศ และต่างประเทศ ล้วนแต่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากผู้อ่าน เช่น

Image copyright BBC Thai

ส่วนการนำเสนอในรูปแบบวิดีโอทางยูทิวบ์ บีบีซีไทยพยายามนำเสนอเรื่องราวที่อยู่ในความสนใจของสังคม เช่นช่วงก่อนการเลือกตั้ง 24 มี.ค. 2562 และช่วงก่อนพระราชพิธีราชาภิเษก โดยการเล่าเรื่องยาก ๆ ให้เป็นเรื่องง่าย ผ่านการนำเสนอรูปแบบ Explainer ภายใต้ชื่อชุด "เล่าง่าย เข้าใจเร็ว"

Image copyright BBC Thai

3. ประวัติบีบีซีไทยย้อนกลับไปตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2

แม้ว่าเฟซบุ๊กบีบีซีไทย มีอายุเพียง 5 ปี แต่วิทยุบีบีซีภาคภาษาไทยซึ่งเกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้น มีประวัติความเป็นมาย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยเริ่มออกอากาศครั้งแรกเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 2484 และดำเนินงานต่อเนื่องมายาวนานเกือบ 64 ปี ก่อนปิดตัวลงเมื่อ 13 ม.ค. 2549 ระหว่างการดำเนินงานในรอบกว่า 6 ทศวรรษนั้น ได้ปิดตัวลงราว 2 ปี คือตั้งแต่ 5 มี.ค. 2503 ถึง 2 มิ.ย. 2505 เนื่องจากเหตุผลทางด้านงบประมาณ เพราะเกิดภาวะฝืดเคืองทางเศรษฐกิจในยุโรป

เมื่อ 25 ต.ค. 2548 บีบีซีภาคบริการโลกได้ประกาศปรับองค์กรครั้งใหญ่โดยยุบบริการวิทยุแผนกภาษาต่าง ๆ 10 ภาษา ส่วนใหญ่ในยุโรปตะวันออก 8 ภาษา ที่เหลืออีกสองภาษาคือ ภาษาคาซัคและภาษาไทย ซึ่งปิดตัวลงอย่างเป็นทางการเมื่อ 13 ม.ค. 2549

หลังจากนั้นประเทศไทยเผชิญกับเหตุความวุ่นวายทางการเมืองหลายครั้ง และการยึดอำนาจโดยคณะนายทหารจากรัฐบาลพลเรือนถึง 2 ครั้ง คือ 19 ก.ย. 2549 และ 22 พ.ค. 2557 และตามมาด้วยการเปิดให้บริการด้านข่าวสารอีกครั้งจากบีบีซีภาคภาษาไทย ไม่ถึง 2 เดือนหลังการรัฐประหารครั้งหลัง

การกลับมาคราวนี้ เริ่มจากการนำเสนอข่าวสารผ่านทางเพจเฟซบุ๊กเพียงช่องทางเดียว จากนั้นจึงได้ขยายช่องทางไปทางยูทิวบ์ อินสตาแกรม และ เปิดเว็บไซต์บีบีซีไทย www.bbcthai.com เมื่อ16 พ.ย. 2559

บีบีซีไทย เป็นแผนกข่าวภาษาต่างประเทศหนึ่ง ในจำนวนแผนกภาษาต่างประเทศกว่า 40 ภาษาของบีบีซี ใต้ร่มของ บีบีซี องค์กรข่าวระดับโลก ที่มีสำนักงานใหญ่ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ การก่อกำเนิดของบีบีซีไทยยุคใหม่ มีขึ้นเพื่อผู้รับข่าวสารชาวไทยทั่วโลก และคำนึงถึงความต้องการของผู้ชมและผู้อ่านชาวไทยเป็นหลัก โดยเนื้อหาที่บีบีซีไทยมุ่งเน้นนำเสนอแบ่งเป็น 2 ส่วนสำคัญคือ นำข่าวสารเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่อาจหาไม่ได้ในสื่อไทย และเรื่องราวที่น่าสนใจจากทั่วทุกมุมโลก

ปัจจุบัน บีบีซีไทย มีสำนักงาน 2 แห่งคือที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และที่กรุงเทพมหานคร

Image copyright James Sales
คำบรรยายภาพ พนักงานวิทยุบีบีซีภาคภาษาไทยในอดีต

4. บีบีซีไทยได้เงินจากไหน

"บีบีซีไทย ถูกทักษิณซื้อไปแล้ว" ความเห็นลักษณะนี้มักปรากฏขึ้นมาหลายครั้งใต้โพสต์ข่าวการเมือง ทางเพจเฟซบุ๊กของบีบีซีไทย โดยล้อเลียนหรือกล่าวหาว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย ที่ลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ คือผู้ให้การอุดหนุนทางการเงินแก่บีบีซีไทย

แล้วแท้จริงแล้ว บีบีซีไทยได้เงินมาจากไหน

บีบีซีไทย คือ ส่วนหนึ่งของ บรรษัทกระจายเสียงสาธารณะของอังกฤษ (บีบีซี) และเป็นต้นแบบของสื่อสาธารณะหลายแห่งทั่วโลก งบประมาณส่วนใหญ่ที่บีบีซีได้รับ มาจากค่าธรรมเนียมโทรทัศน์ที่ทุกครัวเรือนที่มีโทรทัศน์ในสหราชอาณาจักรต้องจ่ายเป็นจำนวน 154.50 ปอนด์ต่อปีหรือราว 5,900 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน 1 ปอนด์อยู่ที่ราว 38.49 บาท)

บีบีซี นำงบประมาณนี้มาจัดสรรให้กับแผนกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแผนกข่าว แผนกกีฬา สารคดี ละคร และแผนกภาษาต่างประเทศใน บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส หรือ บีบีซี ภาคบริการโลก ซึ่งได้รับเงินสนับสนุนอีกก้อนหนึ่งจากรัฐบาลอังกฤษสำหรับเปิดให้บริการแผนกภาษาต่างประเทศอื่น ๆ

สีของตราสัญลักษณ์ของบีบีซี คือสีแดง และสีของทุกแผนกภาษาต่างประเทศ รวมทั้งบีบีซีไทย ก็ใช้สีแดง มีคำว่า บีบีซี นิวส์ เป็นภาษาอังกฤษ และคำว่า ไทย บนพื้นหลังสีแดง ไม่ได้แฝงความหมายใดทางการเมือง ไม่มีจุดยืนทางการเมืองเข้าข้างกลุ่มการเมืองใด หรือกลุ่มเคลื่อนไหวใด ๆ ทั้งสิ้น และบีบีซีไม่มีนโยบายปรับสีตราสัญลักษณ์ให้เข้ากับวาระพิเศษใด ๆ รวมถึง บีบีซีไทยด้วย

บีบีซีไทย ยึดถือแนวปฏิบัติของบีบีซีอย่างเคร่งครัด มุ่งเน้นการนำเสนอความจริงอย่างถูกต้องและแม่นยำ (Truth and Accuracy) มีแหล่งข่าวและหลักฐานที่น่าเชื่อถือ โดยไม่มีการเลือกข้าง (Impartiality) ให้น้ำหนักในการนำเสนอข่าวจากฝ่ายต่าง ๆ อย่างสมดุล มีความตรงไปตรงมาและเป็นอิสระ (Integrity and Independence) โดยให้ความสำคัญกับผลประโยชน์สาธารณะ (Serving the Public Interest) ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน บีบีซีไทยพยายามนำเสนอเนื้อหาอย่างมีความเป็นธรรม (Fairness) โปร่งใส (Transparency) และรับผิดชอบต่อผู้รับสาร (Accountability) ยอมรับในความผิดพลาดและแก้ไขให้ถูกต้อง

นอกจากนี้ เรายังเคารพในสิทธิความเป็นส่วนตัว (Privacy) เราจะไม่ละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้ใดโดยไม่มีเหตุผลที่ดีพอ และคำนึงถึงเนื้อหาที่อาจทำให้มีผู้ตกอยู่ในอันตรายและระมัดระวังในการนำเสนอเนื้อหาที่มีความรุนแรง (Harm and Offence) โดยเฉพาะเมื่อมีการนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับเด็ก (Children)

การให้คุณค่ากับเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้น ก็เพื่อคุณค่าสูงสุดที่บีบีซีไทยยึดมั่นนั่นก็คือ ความไว้วางใจ (Trust) จากผู้รับสารในทุกช่องทางนั่นเอง ซึ่งก็คือแนวทางเดียวกับ บีบีซี ต้นสังกัด

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ คุณค่าสูงสุดที่บีบีซียึดมั่นนั่นก็คือ ความไว้วางใจ (Trust)

5. เข้าถึงผู้อ่าน 1.7 ล้านคนต่อสัปดาห์

จากการสำรวจจำนวนผู้รับสารของบีบีซีทั่วโลก (Global Audience Measure) ระหว่าง เม.ย. 2561-มี.ค.2562 พบว่ามีผู้อ่านผู้รับสารชาวไทยทั่วโลกเข้าถึงเนื้อหาของ บีบีซีไทย ผ่านทางเว็บไซต์ และโซเชียลมีเดียถึง 1.7 ล้านคนต่อสัปดาห์ โดยตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นจาก 1.1 ล้านคน เมื่อปีที่แล้ว

สัดส่วนผู้ที่เข้ามาบริโภคข่าวสารของบีบีซีไทยเป็นผู้ชาย 52% และเป็นผู้หญิง 48% โดยบีบีซีมีนโยบายให้เพิ่มสัดส่วนของผู้รับสารหญิงให้เท่ากับผู้ชาย

เมื่อไม่นานมานี้ ยอดผู้ติดตามยูทิวบ์ของบีบีซีไทย ได้เพิ่มขึ้นเกินกว่า 100,000 คนแล้ว อินสตาแกรมมีผู้ติดตามมากกว่า 53,700 คน และเฟซบุ๊กมีผู้ติดตามมากกว่า 2.6 ล้านคน

บีบีซีไทย ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามรับข่าวสารและเรื่องราวต่าง ๆ ที่เรานำเสนอผ่านทุกช่องทาง เรายินดีรับฟังความเห็นจากผู้รับสารเพื่อนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความต้องการของผู้ติดตาม

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม