เมื่อการศึกษาไทยพาไปไม่ถึงอวกาศ เด็กสาววัย 18 ปี จึงลาออกจากโรงเรียนตอน ม. 5 มาศึกษาเอง

  • 17 กรกฎาคม 2019
นิศาชล คำลือ นักเขียน spaceth.co Image copyright Smitanan Yongstar/BBCThai

16 ก.ค. 1969 ยานอะพอลโล 11 พร้อมด้วยนักบินอวกาศ 3 คน นำโดย นีล อาร์มสตรอง ผู้บัญชาการยาน ออกเดินทางจากโลกไปดวงจันทร์ ภารกิจประวัติศาสตร์นี้ถูกศึกษาโดยผู้หลงใหลในอวกาศรุ่นแล้วรุ่นเล่าทั่วโลก หนึ่งในนั้นคือสาวน้อยชาวไทยนามว่า นิศาชล คำลือ

ปัจจุบัน นิศาชล หรือ กิ๊ก วัย 18 ปี เป็นนักเขียนประจำ Spaceth.co ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่นำเสนอเรื่องอวกาศและการสำรวจอวกาศที่ก่อตั้งและผลิตเนื้อหาโดยกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่นิยามตัวเองว่าเป็น "แฟนพันธุ์แท้" เรื่องอวกาศ

เธอเขียนแนะนำตัวเองไว้ว่า "ลาออกจากโรงเรียนเพราะไม่ชอบระบบการศึกษา ชอบอวกาศ เพราะอวกาศแสดงความเป็นหนึ่งเดียวของทุกสิ่งและทุกศาสตร์"

นิศาชลเป็นคน จ.น่าน ชอบเรียนวิทยาศาสตร์มาตั้งแต่เด็ก เธอบรรยายความรู้สึกที่ได้เรียนวิทยาศาสตร์ว่า "เหมือนดำน้ำที่ลึกมาก ๆ ดำเท่าไหร่ก็ไม่ถึง แต่สนุกมาก"

แต่นิศาชลพบว่าระบบการศึกษาในโรงเรียนไม่ตอบสนองความสงสัยใคร่รู้ในเรื่องอวกาศและดาราศาสตร์ของเธอได้มากเท่าที่ควร จึงตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนตอน ม.5 เพื่อทุ่มเทเวลาศึกษาเรื่องอวกาศที่เธอสนใจด้วยตัวเอง และหนึ่งในเรื่องราวที่เธอได้ศึกษาคือภารกิจประวัติศาสตร์ของยานอะพอลโล 11

"ความเป็นทีม" พามนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์

เมื่อพูดถึงภารกิจอะพอลโล 11 และก้าวแรกบนดวงจันทร์ สิ่งที่นิศาชลประทับใจที่สุดหาใช่ตัวบุคคลอย่าง นีล อาร์มสตรอง แต่คือ "การทำงานเป็นทีม" ของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นนักบินอวกาศทั้ง 3 คนที่ร่วมเดินทาง ทีมวิศวกรที่พัฒนายาน ทีมนักวิจัย ทีมงานที่ศูนย์ควบคุมภาคพื้นดิน ฯลฯ เพราะทุกคนล้วนเป็นคนสำคัญที่ทำให้มนุษย์ไปถึงดวงจันทร์ได้สำเร็จ

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ 20 ก.ค. 1969 หลังออกเดินทางจากโลกไปได้เกือบ 110 ชั่วโมง นักบินอวกาศ นีล อาร์มสตรอง ก็ได้เป็นมนุษย์คนแรกที่ก้าวลงเหยียบพื้นผิวดวงจันทร์

"ชอบที่เขาแก้ปัญหา พยายามใหม่จากความล้มเหลว นีล อาร์มสตรองไปเหยียบดวงจันทร์ได้คือความสำเร็จบนหยาดเหงื่อ คราบน้ำตาและเงินจำนวนมหาศาล" นิศาชลกล่าวกับบีบีซีไทย

แม้จะล้มเหลวจากความพยายามครั้งแรกในการส่งมนุษย์ขึ้นไปบนห้วงอวกาศในปี 1967 เนื่องจากเกิดไฟไหม้ยานอวกาศระหว่างการฝึกซ้อม ทำให้นักบินอวกาศ 3 คนเสียชีวิต แต่ทีมงานทุกคนก็ไม่ยอมแพ้และเดินหน้าพัฒนาโครงการต่อ ซึ่งนิศาชลมองว่านี่เป็น "เสน่ห์ของวิทยาศาสตร์"

"ถ้ามีโอกาสเจอพวกเขา อยากถามว่ารู้สึกยังไงที่ต้องแบกความคาดหวังของมนุษยชาติไว้บนบ่า มันยิ่งใหญ่มาก"

ในความคิดของนิศาชล ความสำเร็จของอะพอลโล 11 ทำให้เกิดการพัฒนาหลายอย่างขึ้นในโลก เทคโนโลยีอะไรที่ใช้บนอวกาศในปฏิบัติการครั้งนั้น ก็นำกลับมาทดลองใช้บนโลก แล้วก็ได้รับการพัฒนาต่อยอดไปเรื่อย ๆ จนมาถึงวันนี้

การศึกษาไทยพาไปไม่ถึงอวกาศ

ความรู้และความคิดเกี่ยวกับอวกาศและดาราศาสตร์ รวมทั้งเรื่องของดวงจันทร์และอะพอลโล 11 นั้น นิศาชลได้มาจากการค้นคว้าด้วยตัวเองและร่วมกิจกรรมนอกโรงเรียนเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนับตั้งแต่เธอตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนระหว่างเรียนชั้น ม.5

นิศาชลมีผลการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ดีมาตั้งแต่เด็ก และเป็นนักเรียนห้องเรียนโครงการพิเศษสำหรับการพัฒนาความเปิดเลิศด้านวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ที่โรงเรียนศรีสวัสดิ์วิทยาคาร จ.น่าน

เธอเรียนรู้เรื่องราวใหม่ ๆ เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ด้วยความกระหายใคร่รู้ เมื่อความอยากรู้ของเธอเพิ่มมากขึ้น ๆ แต่กลับไม่มีครูคนใดที่ตอบคำถามหลาย ๆ อย่างของนิศาชลได้ เธอจึงรู้สึกผิดหวังและเริ่มพับเก็บความสนใจเรื่องอวกาศไว้

Image copyright Smitanan Yongstar/BBCThai
คำบรรยายภาพ นิศาชลผิดหวังกับระบบการศึกษาในโรงเรียนที่ไม่สามารถตอบสนองความกระหายใครรู้ของเธอเกี่ยวกับอวกาศได้

"ตอนอยู่ ม.1 ไปถามคำถามครูว่า ครูคะอะไรอยู่นอกจักรวาล ครูบอกว่ายังไม่มีใครรู้ แต่เราคิดว่ามันต้องมีสิ หรืออย่างน้อยครูน่าจะแนะนำได้ว่ามีทฤษฎีอะไรบ้าง"

ความสนใจเรื่องอวกาศของนิศาชลถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งตอน ม.5 เมื่อครูสอนวิชาฟิสิกส์ชักชวนให้เธอสมัครเข้าร่วมการประชุมวิชาการดาราศาสตร์แห่งประเทศไทย (สำหรับเยาวชน) ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเรียนที่เข้าร่วมนำเสนอโครงงานดาราศาสตร์ที่สนใจ

กิจกรรมนี้ทำให้เธอพบกับ มติพล ตั้งมติธรรม ผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ที่เป็นแรงบันดาลใจให้เธอหันมาศึกษาเรื่องด้านอวกาศและดาราศาสตร์ต่อ

มติพลเป็นนักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ เขามักตั้งสมมติฐานและแก้สมการต่าง ๆ เป็นนักจัดกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นความสนใจทางวิทยาศาสตร์ให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และยังเป็นนักดูดาวและช่างภาพดาราศาสตร์ ภาพถ่ายของเขาเคยได้รับการเผยแพร่ในเว็บไซต์ Astronomy Picture of the Day (APOD) ของ NASA มาแล้ว

โครงงานดาราศาสตร์ที่นิศาชลนำเสนอคือการเอาคาบการโคจรของดาวยูเรนัส มาแปลงเป็นเสียงดนตรีด้วยความถี่อย่างง่ายที่ทำให้เกิดความไพเราะ ซึ่งเธอได้แนวคิดมาจากการสร้างเสียงดนตรีจากดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ (Exoplanet) ที่เพิ่งถูกค้นพบ

Image copyright นิศาชล คำลือ
คำบรรยายภาพ นิศาชลนำเสนอโครงงานดาราศาสตร์ สร้างเสียงดนตรีจากคาบการโคจรของดาวยูเรนัส

"ตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่เราทำโครงงานนี้ มันเริ่มเปลี่ยนเรา มันไม่ง่าย เราส่งผลงานไปโดยไม่รู้ว่าถูกไหม แต่สุดท้ายก็ทำถูก แม้ว่าดนตรีจะออกมาไม่เป็นเพลง แต่สอดคล้องกับคาบการโคจร"

โครงงานนี้ทำให้เธอได้รับเลือกไปนำเสนอผลงานที่ประเทศญี่ปุ่นและเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวเข้าสู่แวดวงดาราศาสตร์อย่างจริงจัง

ความยากและอุปสรรคต่าง ๆ ที่นิศาชลพบระหว่างทำโครงงานนี้ ทำให้เธอตั้งคำถามว่า "ทำไมวิธีการที่เราเรียนมาในโรงเรียนไม่ได้ช่วยอะไรเลย"

นิศาชลรู้สึกว่านอกจากครอบครัวจะต้องเสียเงินลงทุนไปกับการศึกษาของเธอในโรงเรียนแล้ว ตัวเองก็ต้องเสีย "เวลาชีวิต" ไปด้วย

นิศาชลตัดสินใจลาออกจากโรงเรียน ท่ามกลางเสียงห้ามปรามจากครอบครัว แต่เธอก็ยืนยันการตัดสินใจและสุดท้ายพ่อแม่ก็ยอมให้ลูกสาวเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง

นักเขียนเรื่องอวกาศ

แม้จะออกจากโรงเรียน แต่นิศาชลไม่หยุดเรียนรู้เพราะตระหนักดีว่าความรู้คือสิ่งที่จะทำให้ความฝันของเธอเป็นจริง

"ประสบการณ์ วิธีแก้ปัญหา เครือข่าย" คือสิ่งที่นิศาชลต้องการแต่ไม่ได้รับจากโรงเรียน เมื่อลาออกแล้วเธอจึงมุ่งหน้าหาสิ่งเหล่านี้ด้วยการสมัครเป็นนักเขียนประจำเว็บไซต์ Spaceth.co ที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับอวกาศและการสำรวจ

ในบทความเรื่อง "ตุ๊กตา Barbie นักบินอวกาศ เพราะผู้หญิงไม่ใช่แค่ต้องรอเจ้าชาย" นิศาชลเขียนถึงตุ๊กตาบาร์บี้ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Samantha Cristoforetti นักบินอวกาศหญิงคนแรกของอิตาลี โดยเธอสรุปว่า "แม้ปัจจุบันความเหลื่อมล้ำทางเพศจะยังมีอยู่ แต่ผู้หญิงหลายคนก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเธอเองก็สามารถมีความฝัน และสามารถเป็นตนเองในแบบที่ฝันได้"

นิศาชลบอกว่า 1 ปีที่ลาออกจากโรงเรียนและได้ร่วมงานกับ Spaceth.co ในฐานะนักเขียนถือเป็นครูชั้นยอด หลายเรื่องที่เธอได้รับมอบหมายให้เขียนเป็นสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน ทำให้เธอต้องศึกษาค้นคว้าอย่างหนัก

"เราต้องหาข้อมูลเอง อ่านเอง ซึ่งทำให้เราไม่ลืม ถ้าเราอยู่ในโรงเรียนคงไม่ได้ทำแบบนี้" เธอสรุป

Image copyright Smitanan Yongstar/BBCThai
คำบรรยายภาพ "เราต้องหาข้อมูลเอง อ่านเอง ซึ่งทำให้เราไม่ลืม ถ้าเราอยู่ในโรงเรียนคงไม่ได้ทำแบบนี้"

แม้ไม่ได้เรียนที่โรงเรียน เธอศึกษาด้วยตัวเอง เพื่อสอบเทียบ ม. 6 แล้วมุ่งสู่เป้าหมายต่อไปคือการเข้าเรียนต่อหลักสูตรวิศวกรรมอากาศยาน Aerospace Engineering (AERO) ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นหลักสูตรที่มีวิทยากรจาก NASA มาสอน

นิศาชลหวังว่าระบบการศึกษาในมหาวิทยาลัยจะช่วยให้ความฝันของเธอที่จะเป็นนักวิจัยและวิศวกรอวกาศหญิงเป็นจริงได้ สาวน้อยผู้หลงใหลในเรื่องอวกาศคนนี้ยังมุ่งมั่น ที่จะนำความรู้ที่ได้มาพัฒนาวงการดาราศาสตร์ไทยอีกด้วย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม