คนพิการ : "ลอเรน เอเวอร์รี" สาวอังกฤษหัวใจไทย ที่ต่อสู้เพื่อให้คนพิการเดินทางได้อย่างเท่าเทียมในกรุงเทพฯ

  • 31 กรกฎาคม 2019
อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
สาวอังกฤษผู้ต่อสู้ทวงสิทธิผู้พิการไทย

หญิงสาวชาวอังกฤษซึ่งผูกพันกับเมืองไทยเป็นพิเศษ เพราะมีน้องชายบุญธรรมเป็นคนไทยถึง 2 คน เธอใฝ่ฝันอยากให้กรุงเทพฯ ที่เป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 เป็นสังคมที่เผื่อแผ่ความเท่าเทียมให้ผู้พิการทุกคน โดยเริ่มจากการลดอุปสรรคในการเดินทาง ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายผู้พิการในทุก ๆ วัน

อากาศยามเช้าปลอดโปร่ง หญิงร่างเพรียวเดินเข้ามาในร้านกาแฟใกล้สถานีอารีย์ รถไฟฟ้าบีทีเอส ไม่นานนักชายวัยกลางคนก็หมุนล้อวีลแชร์เคลื่อนเข้ามาในร้านอย่างทะมัดทะแมง

"สวัสดีครับคุณฟ้า ขอโทษที่ทำให้รอ" มานิตย์ อินทร์พิมพ์ นักเคลื่อนไหวเพื่อสิทธิคนพิการทักทายหญิงสาว

"รอไม่นานค่ะ สั่งกาแฟก่อนได้นะคะ แล้วเราค่อยคุยกัน" สาวฝรั่งผมบลอนด์ตอบด้วยภาษาไทยชัดเจนจนคนในร้านบางคนต้องหันมามอง

ลอเรน เอเวอร์รี อายุ 30 ปี ที่มีชื่นเล่นภาษาไทยว่า "ฟ้า" เดินทางมาประเทศไทยครั้งนี้นาน 2 สัปดาห์ เพื่อต่อยอดงานวิจัยปริญญาโทในหัวข้อ "การเคลื่อนไหวและขบวนการทางสังคมของผู้พิการไทย: ความเป็นจริงในการใช้ระบบขนส่งสาธารณะในกรุงเทพมหานคร"

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ฟ้า และมานิตย์ คุยกันถึงปัญหาคนพิการใน กทม.

อาทิตย์แรก เธอตระเวนพูดคุยกับสมาคมผู้พิการต่าง ๆ และวันนี้ มานิตย์เป็นหนึ่งในคนที่เธอรอจะได้ทำความรู้จักและพูดคุยมานานแล้ว เพราะเป็นนักรณรงค์เพื่อสิทธิคนพิการที่มีบทบาทมากที่สุดคนหนึ่งของไทย

มานิตย์ ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ตอนอายุ 24 ปี ทำให้เป็นอัมพาตตั้งแต่เอวลงมา เขาเปิดเฟซบุ๊ก Accessibility is Freedom โดยมุ่งหวังที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้เป็นสังคมที่ตระหนักถึงสิทธิของผู้พิการ สื่อมวลชนเคยตั้งฉายาเขาว่า "มานิตย์ทุบลิฟต์" จากกรณีที่เขาทุบลิฟต์สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศก เมื่อต้นปี 2561 เพราะลิฟต์ถูกล็อก ทำให้ผู้พิการขึ้นไปชานชาลาไม่ได้

ฟ้าบอกกับเราว่าการเก็บข้อมูลในวันนี้ เธออยากเห็นภาพรวมอุปสรรคในการเดินทางของผู้พิการในกรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่ปัญหาของคนกลุ่มหนึ่งเพราะ "คนพิการแต่ละประเภทประสบอุปสรรคต่างกัน"

ฟ้า

ความสนใจในปัญหาผู้พิการในไทยของฟ้า มีรากฐานมาจากความรักและความผูกพันกับประเทศไทยซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่ตอนที่ครอบครัวของเธอมาเที่ยวเมืองไทยเมื่อราว 20 ปีก่อน

ตอนนัั้นฟ้าอายุ 11 ขวบ พ่อกับแม่พาเธอไปเยี่ยมมูลนิธิคริสเตียนเพื่อเด็กพิการ

"หลังจากนั้นครอบครัวรับเด็กคนไทย 2 คนไปเลี้ยง ฉันเลยมีน้องบุญธรรมคนไทย 2 คน" ฟ้าเล่า

Image copyright Lauren Avery
คำบรรยายภาพ น้องบุญธรรมชาวไทยของฟ้า เป็นผู้พิการทางการเรียนรู้

น้องชายบุญธรรมคนเล็กเป็นผู้พิการทางร่างกายและการเรียนรู้ ช่วงแรกครอบครัวเอเวอร์รีเดินทางมาไทยบ่อยครั้งเพื่อเยี่ยมเด็กชาย ก่อนจะพาทั้งสองคนไปอยู่ด้วยที่อังกฤษ

น้องชายคนเล็กนี่เองที่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ฟ้าสนใจเรื่องผู้พิการ

"ตอนนี้เขาอายุ 18 ปี น่ารักมาก"

ช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัย ฟ้าไปทำงานที่ร้านอาหารไทยใกล้บ้านอยู่นาน 3 ปี ทำให้ได้ฝึกพูดภาษาไทย หลังจากเรียนจบปริญญาตรีด้านกราฟิกดีไซน์ เธอมาอยู่ที่ไทย 2 ปี และได้เข้าทำงานที่บ้านนนทภูมิ เพื่อเรียนภาษาและช่วยเหลือเด็กพิการไปด้วย

"เป็นฝรั่งคนเดียวในออฟฟิศเลยค่ะ" ฟ้าเล่าอย่างร่าเริง

ไร้ความเท่าเทียม

ช่วงที่ทำงานอยู่ที่มูลนิธิคริสเตียนเพื่อเด็กพิการ ฟ้าในวัย 25 ปี ค้นพบว่าจริง ๆ แล้วเธอสนใจเรื่องผู้พิการ อีกทั้งยังเห็นว่าปัญหาและอุปสรรคของผู้พิการในไทยได้รับการแก้ไขอย่างล่าช้า เธอจึงเดินทางกลับอังกฤษเพื่อศึกษาต่อระดับปริญญาโทด้าน "การพัฒนาของเอเชียตะวันออก" มหาวิทยาลัยลีดส์

Image copyright Lauren Avery
คำบรรยายภาพ 2 ปีที่อยู่ในไทย และช่วยเหลือมูลนิธิเพื่อเด็กพิการ ทำให้ฟ้าตระหนักถึงสิ่งที่ตนเองอยากทำ

จากนั้นเธอได้ทุนการศึกษาจากสถานทูตไทยในลอนดอน เรียนต่อปริญญาโททางวิจัยอีกใบหนึ่ง ซึ่งเธอเลือกทำวิจัยเกี่ยวกับการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะของคนพิการใน กทม.

"ในเมือง ๆ หนึ่ง คนทุกคนควรมีความเท่าเทียม มีความสะดวกปลอดภัยเท่าเทียมกัน" มานิตย์บอกกับฟ้าที่ตั้งใจฟังและจดบันทึก

"คนที่มีร่างกายแข็งแรงเดินทางได้อย่างสะดวกปลอดภัย คนพิการก็ต้องเดินทางได้อย่างสะดวกปลอดภัยเช่นเดียวกัน"

สำหรับคนกรุง การเดินทางในแต่ละวันอาจเป็นเรื่องปกติและง่ายดาย แต่สำหรับคนนั่งวีลแชร์อย่างเขา การเดินทางในมหานครแห่งนี้เต็มไปด้วยอุปสรรค ซึ่งเขาจะพาฟ้าไปเห็นด้วยตัวเอง

อารีย์ ถึง สนามเป้า

"สองขา" และ "สองล้อ" เคลื่อนที่ไปบนบาทวิถีริม ถ.พหลโยธิน มุ่งหน้าไปทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ออกเดินทางได้ไม่นานนัก ทั้งคู่ก็พบกับปัญหาแรก คือ รถจักรยานยนต์นับสิบคันวิ่งบนบาทวิถี รวมถึงรถยนต์ที่ขึ้นมาจอดด้วย ฟ้าถึงกับอุทานออกมาว่า "โห ทำได้ด้วยหรือคะ"

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ "โห ทำได้ด้วยหรือคะ"

บรืน บรืน บรืน เสียงจักรยานยนต์ดังกระหึ่มมาจากด้านหลัง มานิตย์หันกลับไปแล้วพูดกับคนขี่มอเตอร์ไซค์ทันที

"พี่วิ่งแบบนี้ไม่ได้นะ" เขาเข็นรถเข้าไปเผชิญหน้ากับผู้ขับขี่มอเตอร์ไซต์ที่ดูตกตะลึง "พี่จะต้องถูกจับและปรับ 5,000 บาท พี่ต้องถอยไปแล้วลงบนถนน พี่วิ่งบนทางเท้าไม่ได้" คำเตือนของมานิตย์ทำให้ผู้ขับขี่ยอมกลับลงไปบนถนน

Image copyright Tossapol Chaisamritpol/BBC Thai
คำบรรยายภาพ "พี่วิ่งแบบนี้ไม่ได้นะ"

มานิตย์หันกลับมาอธิบายกับฟ้าว่า "ถ้าผมไม่ทำแบบนี้ มันก็จะเป็นแบบนี้ต่อไป"

รถไฟฟ้าไปอนุเสาวรีย์ฯ

เดิน-เข็นรถ บนทางเท้ามาเกือบ 500 เมตร ด้วยอากาศที่ร้อนจัดตอนเที่ยงวัน จึงตัดสินใจขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อไปยังจุดหมายปลายทาง คือ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่ยังไม่ทันไรพวกเขาก็พบอุปสรรคในการขึ้นไปบนสถานีรถไฟฟ้าสนามเป้า

"ฟ้าครับ เราต้องข้ามถนนแล้ว เพราะฝั่งนี้ไม่มีลิฟต์คนพิการ" ก่อนที่มานิตย์จะพาฟ้าข้ามถนนที่ปราศจากไฟข้าม เพราะทางม้าลายใกล้ที่สุด ต้องย้อนไปเกือบครึ่งทางของที่เดินกันมา พวกเขาจึงต้องอาศัยน้ำใจของผู้ขับขี่ยานยนต์หยุดรถให้ข้ามไป

แต่อุปสรรคของมานิตย์ไม่จบแค่นั้น บริเวณด้านหน้าลิฟต์ของบีทีเอสสถานีสนามเป้าในวันนั้น (23 มิ.ย. 2562) มีการก่อสร้างและรถยนต์จอดขวางอยู่ ทำให้เขาต้องขอให้คนงานเลื่อนรถออก ก่อนจะเข้าไปในลิฟต์ มานิตย์หันไปบอกคนงานว่า "คราวหลังควรตั้งป้ายเตือนด้วยนะครับว่ามีการก่อสร้าง"

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ฟ้าสอบถามมานิตย์ถึงอุปสรรคต่าง ๆ ที่คนพิการต้องเผชิญในการเดินทาง

เมื่อขึ้นลิฟต์มาถึงสถานีรถไฟฟ้าแล้ว การเดินทางราบรื่น พนักงานให้ความช่วยเหลือตามหลักปฏิบัติและยังพูดคุยอย่างคุ้นเคยกันด้วย

"This is Thailand!"

เมื่อถึงสถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิแล้ว ฟ้าสรุปให้บีบีซีไทยฟังถึงความรู้สึกที่ได้เดินทางเป็นระยะทางสั้น ๆ กับมานิตย์

"สิ่งที่ตกใจที่สุดจริง ๆ ก็คือ ถึงแม้มีกฎหมายและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ช่วยให้คนเดินทางอย่างสะดวก แต่ก็ไม่ค่อยมีระบบระเบียบ คนก็ไม่ได้ทำตามกฎหมาย"

"มันเป็นสิ่งที่ไม่ควรมี มันเป็นเรื่องความปลอดภัย และเป็นเรื่องระบบระเบียบด้วย เพราะมันผิดกฎหมาย แต่ก็ยังมีคนทำอยู่" ฟ้าให้ความเห็น

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ "This is Thailand!"

สำหรับมานิตย์ ซึ่งบอกเล่าภาพรวมอุปสรรคในการเดินทางของผู้พิการในกรุงเทพฯ ตั้งแต่ออกจากบ้าน เดินทางบนทางเท้า จนถึงขึ้นรถไฟฟ้าผ่านประสบการณ์และมุมมองของผู้พิการเองให้นักวิจัยชาวอังกฤษฟังตลอดการเดินทาง บอกว่าปัญหาทั้งหมดที่พบเจอสรุปได้เป็นประโยคสั้น ๆ ว่า "This is Thailand--นี่แหละประเทศไทย"

"พูดทีไรก็ขายหน้าทุกครั้ง แต่มันเป็นความจริงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ มันเป็นบริบท เป็นคำอธิบายที่แสดงให้เห็นว่าสังคมไทยและ พฤติกรรมของคนไทยบางอย่างต้องถูกแก้ไขอย่างเร่งด่วน"

สังคม (เพื่อคน) พิการ?

งานวิจัยของฟ้า ที่ทำการสำรวจทัศนคติของผู้พิการต่อการใช้บริการขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ ทั้งการเข้าถึงทางกายภาพ และมิใช่กายภาพ (เช่น ผู้ป่วยออทิสติก เป็นต้น) สรุปไว้ในบทคัดย่อว่า

"กรอบแนวคิดเชิงสังคม-วัฒนธรรมไทยได้หล่อหลอมความเข้าใจให้คนในสังคม และสร้างบรรทัดฐานสังคมว่า ผู้พิการคือผู้ที่รอรับความช่วยเหลือ และมักร้องขอความช่วยเหลือจากสังคมอยู่เสมอ" หรือกล่าวอีกอย่างว่า "สังคมไทยปฏิบัติโดยมองผู้พิการเป็นผู้รอรับการให้ทาน"

ฟ้าบอกว่าหลายประเทศมีความเข้าใจสิทธิของผู้พิการมากขึ้น อย่างเช่นประเทศอังกฤษ บ้านเกิดของเธอ เพราะผู้พิการมีบทบาทในสังคมมากขึ้น แต่ในประเทศไทย คนส่วนใหญ่ยังมองผู้พิการเป็นคนที่ "น่าสงสาร" และเมื่อเรียกร้องมากไปก็ "ดูก้าวร้าว"

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ "เห็นอยู่แล้วว่า มันไม่มีความเท่าเทียม" ลอเรน เอเวอรี

"เมื่อดูสภาพแวดล้อม เห็นได้ชัดว่ามันไม่มีความเท่าเทียม อีกอย่างคือเรื่องทัศนคติ มันไม่ใช่แค่การเข้าถึง แต่บางคนก็ไม่มีความรู้เรื่องเหล่านี้เลย"

ขณะที่มานิตย์แสดงความเห็นกับบีบีซีไทยว่า "ไม่ใช่ว่าทำให้คนพิการยิ้มได้...หน้าที่ของเราคือทำให้ทุก ๆ คนมีสิทธิเท่าเทียม เพราะฉะนั้นเมือง ๆ นี้ต้องถูกเปลี่ยนแปลง"

ต้องเอาความรู้จากคนพิการมาแก้ปัญหาคนพิการ

แม้จะได้เห็นปัญหาและอุปสรรคหลายอย่าง แต่ฟ้าเข้าใจว่า "แต่ละประเทศก็มีปัญหาของตนเอง อังกฤษก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบ"

ปัญหาที่พบไม่ได้ทำให้ฟ้ารักประเทศไทยน้อยลง แต่กลับทำให้เธอมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้น่าอยู่มากขึ้นสำหรับทุกคน รวมทั้งผู้พิการ

หนึ่งในข้อสังเกตที่ฟ้านำเสนอในงานวิจัยก็คือ ผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะมักกำหนดวิธีการใช้บริการและมาตรการความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ ทำให้ผู้พิการไม่สามารถตัดสินใจและวางแผนการเดินทางด้วยตนเองได้

Image copyright TOSSAPOL CHAISAMRITPOL/BBC Thai
คำบรรยายภาพ กว่าจะมาถึงที่หมาย

"ต้องเอาความรู้จากคนพิการที่เป็นผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ มาแก้ปัญหาคนพิการ" เธอเสนอแนะ

ก่อนจากกัน ฟ้าบอกกับเราว่าถ้ามีโอกาสอยากกลับมาทำงานในประเทศไทย เพื่อพัฒนาด้านสิทธิคนพิการทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก

"เพราะมันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับทุกประเทศในโลก ไม่ใช่ประเทศเดียวที่สู้เกี่ยวกับสิทธิคนพิการ"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม