ประชุมสภา : ฝ่ายค้านรุมวิจารณ์รัฐบาลประยุทธ์ แถลงนโยบายวันแรก

  • 25 กรกฎาคม 2019
ส.ส. หญิง Image copyright Thai news pix
คำบรรยายภาพ น.ส. จิราพร สินธุไพร ส.ส. ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย อภิปรายตั้งสังเกตนโยบายด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลเพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะการรับมือสงครามทางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ โดยตั้งคำถามถึงนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศของรัฐบาล

การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาในวันแรก สมาชิกพรรคฝ่ายค้านอภิปรายวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ตั้งแต่ที่มาของรัฐบาลที่ขาดความสง่างาม และรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับคดีความไปจนถึงนโนบายที่ขาดแนวทางการปฏิบัติ และงบประมาณที่จะนำมาใช้

ผู้นำฝ่ายค้านอัดรัฐบาลไร้ความสง่างาม

นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ว่าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯ กล่าวว่า รัฐบาลขาดความสง่างาม อาจเรียกได้ว่ามีการใช้เล่ห์เหลี่ยมทางการกฎหมาย ใช้อำนาจไม่เป็นธรรม เริ่มจากใช้ชื่อนโยบายของอดีตรัฐบาล มาตั้งเป็นชื่อพรรค และตัว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาสมัครเป็นนายกฯครั้งที่สอง โดยอยู่ในพรรคนั้น อีกทั้งก่อนเลือกตั้งไม่นาน มีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มค่าตอบแทนให้บัตรคนจน ร้ายที่สุดคือการโอนงบประมาณจำนวนหนึ่งให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน 2 วันก่อนวันเลือกตั้ง ทำให้เป็นรัฐบาล ที่ขาดความชอบธรรม ไม่สง่างาม

อย่างไรก็ตาม รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้เพิ่มคุณสมบัติรัฐมนตรีไว้อย่างเข้มข้น มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ไม่มีพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง แต่ในคณะรัฐมนตรี มีรัฐมนตรีหลายคนที่มีคดีความผิดติดตัวอยู่ บางคนเกี่ยวกับคดียาเสพติด แต่รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมายได้ออกมาแก้ต่างว่าความผิดที่เกิด เกิดต่างประเทศ ไม่ได้เกิดในประเทศไทย

"ดังนั้น ที่บอกว่าจะปฏิรูปการเมือง แต่การตั้งคณะรัฐมนตรีที่เป็นอยู่ กลับพบว่าเมื่อพี่เป็นรัฐมนตรีไม่ได้ เอาน้องมาเป็น สามีเป็นไม่ได้เอาภรรยามาเป็น พ่อเป็นไม่ได้ก็เอาลูกมาเป็น มีความพิลึกกึกกือ นี่หรือคือการปฏิรูปการเมือง"

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

นายสมพงษ์ กล่าวว่า จากการบริหารงานรัฐบาลที่ผ่านมา เศรษฐกิจเกิดสภาพรวยกระจุก จนกระจาย การขาดดุลเพิ่มสูงขึ้นมาก หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงเป็นประวัติการณ์ เศรษฐกิจที่ผ่านมาเป็นยุคที่ตกต่ำต่อเนื่อง อยู่ระดับท้าย ๆ อาเซียน ทั้งที่เดิมไทยเป็นอดีตผู้นำมาตลอด ทำให้ตอนนี้ถูกขนานนามว่า "ผู้ป่วยเอเชีย" เป็นเรื่องน่าเศร้าใจมาก และน่าเศร้าใจต่อเพราะ ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลชุดที่แล้วยังมาเป็นรัฐมนตรีในชุดนี้

ทั้งนี้ รัฐบาล มีนโยบายอัดฉีดเม็ดเงิน เข้าระบบ ต้องระมัดระวังปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือน เพราะสิ่งที่ทำมาตลอดหลายปี หากหนี้ครัวเรือนยังสูงอยู่จะยิ่งเป็นปัญหา อัดเม็ดเงินไปเท่าไหร่ก็ถูกนำไปใช้หนี้ ไม่ได้เอาไปกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างที่คาดหวัง ส่วนนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรก็เป็นเพียงคำพูดสวยเหลือขาดความชัดเจนที่จะเข้าไปช่วยเหลือ

นอกจากนี้ ในเรื่องการปฏิรูปการเมือง จากที่ออกคำส่งตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 ให้นักการเมือง ท้องถิ่นยุติการปฏิบัติงาน แต่ ไม่ทราบไปเจรจาอย่างไร นักการเมืองท้องถิ่นถึงได้กลับมาปฏิบัติงานอย่างเดิม และยังขึ้นเวทีหาเสียงกับพรรคที่นายกฯ สังกัดอยู่ อีกทั้งยังล้มเหลวในการปกป้องสิทธิมนุษยชน จนถึงวันนี้ยังไม่มีคำตอบเรื่องการทำร้ายร่างกาย จ่านิว - สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักกิจกรรมทางการเมือง

วันมูหะมัดนอร์ อัด นโยบายรัฐบาลเลื่อนลอย เรื่อยเปื่อย

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชาติ อภิปรายว่า นี่เป็นนโยบายเลื่อนลอย ทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ พูดเรื่อยเปื่อยไป แม้แต่นายกฯเองก็ไม่อยากอ่าน อ่านข้ามไปมา เพราะไม่จูงใจให้อ่าน และรู้ว่าที่เขียนไปทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ จะบรรลุวัตถุประสงค์ตรงไหนก็ไม่รู้ ไม่สามารถวัดเชิงปริมาณ และคุณภาพ รวมทั้งยากจะติดตามผล ตรวจสอบ โดยเฉพาะจากภาคประชาชน ดังนั้น นี่จึงเป็นเป็นนโยบายที่หาวิสัยทัศน์ชัดเจนได้ยาก และยากที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน

Image copyright Thai news pix

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า จากนโยบายกำหนดว่าการบริหารราชการแผ่นดิน 4 ปี จะยึดหลัก 4 ประการ หนึ่งในนั้นคือจะยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข แต่คนที่เคยทำปฏิวัติ อย่างน้อยสองครั้งจะบอกว่ายึดมั่นประชาธิปไตยได้อย่างไร เพราะคนที่จะยึดระบอบประชาธิปไตย ต้องเป็นคนที่เคารพต่อระบอบรัฐสภา รัฐธรรมนูญ

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ปี 2557 ที่มีการยึดอำนาจ พล.อ.ประยุทธ์ บอกในที่ประชุมพรรคการเมืองต่างๆ ว่า เมื่อตกลงกันไม่ได้ก็ยึดอำนาจ และบอกว่าคุณ "สู้ผมไม่ได้ ผมเตรียมการเรื่องนี้มา 3 ปี" ตรงนี้หมายความว่ามีการเตรียมการมาตั้งแต่ 2554 หากนายกฯ ออกมาปฏิเสธก็จะขอชี้แจงต่อว่ามีรายละเอียดอะไรที่ได้เตรียมการมา ไม่อยากบอกว่าคนที่ไม่เป็นประชาธิปไตย จะยื่นประชาธิปไตยให้ประชาชนได้ ดังสุภาษิต ไม่มีวันที่งาจะออกจากปากสุนัข

พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้ลุกขึ้น ชี้แจงต่อข้อกล่าวหานี้

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

นอกจากนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวโจมตีนโยบายการกำกับหน่วยงานรัฐให้ดำเนินการตามกฎหมายและวินัยการเงินอย่างเคร่งครัดของรัฐบาลนี้ ชี้ว่าการแต่งตั้ง นายอุตตม สาวนายน เป็น รมว.คลัง มาดูแลควบคุมเงินประเทศซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีวินัยการเงินการคลัง สมัยกำกับดูแลธนาคารกรุงไทย กรณีการปล่อยเงินกู้หมื่นกว่าล้าน จนต่อมามีคนติดคุก ซึ่งบันทึกการประชุมไม่ได้พบว่านายอุตตมได้แสดงความเห็นคัดค้านแต่อย่างไร ดังนั้นจะให้มั่นใจได้อย่างไรเมื่อคนเดียวกันนี้จะมากำกับดูแลเงินประเทศ

นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า นโยบายเร่งด่วนการแก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ในส่วนของจังหวัดชายแดนใต้ ยังมีปัญหาในเรื่องของความไว้วางใจ กฎหมายที่ใช้บังคับ และการปฏิบัติที่ไม่เท่าเทียมกัน ส.ส.ในพื้นที่ แม้กระทั่งในฝ่ายของรัฐบาลเอง ยังขอให้ยกเลิกกฎอัยการศึก กฎหมายความมั่นคง กว่า 10 ปี ใช้งบประมาณกว่า 3 หมื่นล้านบาท สถานการณ์ก็ไม่ดีขึ้น และมีความรุนแรงขึ้น

อย่างไรก็ตาม อยากให้นายกรัฐมนตรีไปถาม ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ที่อยู่ในพื้นที่ อย่างนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ส.ส.ยะลา ที่เป็นทนายให้คดีความมั่นคงเป็นร้อยคดี ซึ่งคดีเหล่านี้ผู้ถูกจับกุมจะต้องรับสารภาพ เกือบทุกคดีเอาถุงดำปิดหน้า ไม่ให้เขาหายใจ เขาบอกเขารับสารภาพดีกว่าไม่งั้นจะตาย

อนาคตใหม่ อัดนโยบาย เลื่อนลอย

นายปิยะบุตร แสงกนกกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลมีจุดเด่น 3 ประการ 1. เลื่อนลอย ไม่โฟกัสเจาะจงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ใช้คำสวยหรู ไม่ได้บอกวิธีการทำ 2. โลเล เช่น นโยบายเร่งคืนผืนป่า ให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่าได้ และ 3. หลอกลวง จากการรณรงค์หาเสียง แต่ละพรรคการเมืองนำเสนอนโยบายที่ก้าวหน้าสร้างสรรแต่ไม่ถูกบรรจุในนโยบายรัฐบาล เช่น ค่าแรงขั้นต่ำ 400 บาทของพรรคพลังประชารัฐ การยกเลิกเกณฑ์ทหาร ของพรรคประชาธิปัตย์ การปลูกกัญชา บ้านละ 6 ต้น ของพรรคภูมิใจไทย

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

นายปิยะบุตร กล่าวว่า ในนโยบายเร่งด่วน เรื่องการสนับสนุนให้มีการศึกษา รับฟังความเห็นประชาชนและการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องสำคัญอย่างเขียนเลื่อนลอยแบบขอไปที แต่ไม่รู้ว่าสุดท้ายจะได้แก้หรือไม่ได้แก้ ส่วนตัวและพรรคอนาคตใหม่สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะเล็งเห็นว่า รัฐธรรมนูญขาดความชอบธรรม ทั้งเรื่อง สมาชิกวุฒิสภา 250 คนที่มาจากการแต่งตั้งและมีสิทธิเลือกนายกฯ หรือมาตรา 279 ที่รับรองประกาศคำสั่ง คสช. ทำให้รัฐธรรมนูญมีสองระบบดังนั้นจึงต้องเห็นการเปลี่ยนแปลง แม้จะบอกว่ารัฐธรรมนูญ 2560 ผ่านการออกเสียงประชามติ แต่ก็เป็นประชามติที่ไม่ได้มาตรฐานประชาธิปไตย คนที่แสดงแสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญในครั้งนั้นยังถูกดำเนินคดีตอนนี้

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ในนโยบายเรื่องแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งเป็นเรื่องใหญ่แต่ไม่มีรายละเอียดแนวทางการปฏิบัติ และหลายนโยบายของรัฐบาลเลื่อนลอยขาดความชัดเจน ไร้เป้าหมาย ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ได้ เสมือนซ่อนเร้นปิดบังรัฐสภา และยังอาจไปขัดกับหลักธรรมาภิบาล รวมทั้งที่มาของรายได้ ที่ส่อว่าจะขัดรัฐธรรมนูญ เช่น คำชี้แจงว่า มาจากภาษี กองทุนต่างๆ แต่รัฐธรรมนูญกำหนดคาดหวังว่าจะให้แจงที่มาของรายได้แต่ละนโยบาย หากไม่ทำอย่างนั้นจะไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

Image copyright Thai news pix

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เรื่องการดำรงตำแหน่งของ นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ถูกมองว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และอาจกระทบไปถึงลักษณะต้องห้าม เพราะเรื่องนี้มีความชัดเจนมาก ดังนั้นประเด็นนี้ยิ่งจะทำให้นโยบายที่ไม่มีความชัดเจน คลุมเครือ

อุตตม พร้อมให้ตรวจสอบ เตรียมชี้แจงรายละเอียดปมปล่อยกู้กรุงไทย

นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ชี้แจงว่า คดีทุจริตการปล่อยกู้คดีธนาคารกรุงไทย บริษัทในเครือกฤษฎามหานคร ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำพิพากษาถึงที่สุดเมื่อวันที่ 26 ส.ค.58 ผู้ต้องโทษ 25 ราย แต่มีความพยายามบิดเบือนว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกระทำผิดและทำให้เกิดความเสียหาย และมีคุณสมบัติเหมาะสมดำรงตำแหน่งรมว. คลังหรือไม่ ในฐานะบุคลสาธารณะยินดีให้ตรวจสอบแต่ถ้าคนไม่ผิดแต่เดิมจะมาหาเหตุให้ผิดตอนนี้ได้อย่างไร ซึ่งประเด็นนี้จะมีการชี้แจงในรายละเอียดต่อไป

ประยุทธ์ แจงมีแผนแม่บทจัดการน้ำ

พล.อ.ประยุทธ์ ลุกขึ้นชี้แจงว่า ตัวเองพูดเร็วไปบ้าง มีพูดไม่ชัดบ้าง มีกลืนน้ำลาย เพราะตัวเองเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ส่วนสมาชิกรัฐสภา จะพูดเก่ง ก็ถือเป็นเรื่องของท่าน แต่ตัวเองพูดแล้วทำไปด้วย สำหรับการแก้ไขปัญหาภัยแล้งว่า ยืนยันว่า รัฐบาลทำมาโดยตลอด ผ่านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ซึ่งเป็นการบริหารจัดการน้ำทั้งประเทศ รวมทั้งน้ำประปา เพื่อการอุปโภคบริโภคด้วย เรามีแผนแม่บทยกระดับทุกอย่าง

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

"แต่ปัญหาคือน้ำไม่เพียงพอ ฝนไม่ตก ทำเกษตรเกินที่ส่งน้ำให้ได้ แต่รัฐบาลจะต้องแก้ไข โดยการพัฒนาแหล่งน้ำต่อไป มีการหารือว่าจะนำน้ำจากแม่น้ำโขง จากประเทศพม่า มาใช้ได้อย่างไร เพราะเป็นแหล่งน้ำระดับประเทศ วันนี้ระดับน้ำแม่น้ำโขงเพิ่มขึ้น ผมได้ติดต่อกับจีนและลาว เพราะน้ำไม่เพียงพอ จีนบอกเขาก็แล้ง ดังนั้น เรื่องนี้ติติงอย่างเดียวไม่สร้างสรรค์ วันนี้ส่งน้ำจนเกินขนาดไปแล้ว อาจกระทบกับน้ำประปาไม่มีนี่คือปัญหาของผม ที่ผ่านมาทำฝนหลวงมาก บินไปห้าพันชั่วโมง ใช้สารเคมีไปห้าพันตัน ตรงไหนมีเมฆก็ทำ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนถามว่าเรื่องงบประมาณจะนำมาจากไหนก็มาจากภาษี เงินกู้ รายได้ที่เก็บมา 2 ล้านล้านบาทต้องตั้งงบประมาณขาดดุล จะกู้ก็ได้ ไม่กู้ก็ได้ หากจำเป็นก็กู้เพื่อให้เกิดประโยชน์ ที่ผ่านมาก็เป็นแบบนี้แต่ไม่เห็นเกิดรถไฟ ไม่เกิดถนน เงินมันหายไปไหน ส่วนที่มีการเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้น ไทยก็เป็นแบบนั้นเมื่อ 30 ปีที่แล้วเมื่อมีการปฏิรูปเศรษฐกิจใหม่ วันนี้เขาก็โตแบบนี้บ้าง อย่างไรก็ตามขณะนี้มีหลายประเทศกำลังมาลงทุนในไทย

ประยุทธ์ ตอบแก้ไฟใต้ มีแต่ประเทศไทยกันเองที่ไม่เข้าใจ

พล.อ. ประยุทธ์ ยังได้ชี้แจงการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ต่อคำอภิปรายของ พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ โดย นายกฯ กล่าวว่า การแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ มีความต่างกับที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ การจะไปพูดแต่เรื่องละเมิดสิทธิมนุษยชนไม่ได้ เพราะปัญหาที่เกิดไม่ได้มาจากรัฐ รัฐไม่ได้เริ่มไปยิงใครก่อน ทหารเราไม่มีใครอยากยิงใคร ถ้าไม่ได้ถูกยิงก่อนหรือประชาชนถูกยิงก่อน นี่เป็นสิ่งที่ถูกสอนมาตลอด

"เวลาเจ้าหน้าที่ถูกยิงไม่เห็นมีใครไปร้องเรียนให้เขา เขาลาดตระเวนไปกับครู ไปดูพระ ไปดูวัด ถูกยิงก็เงียบ แต่เวลามีคนถูกจับก็บอกละเมิดสิทธิมนุษยชน วันนี้กฎหมายไม่สามารถยกระดับใครมาเจรจาได้ เป็นแค่การพูดคุยสันติสุขเพื่อนำมาสู่การแก้ไขปัญหา" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

นายกฯ กล่าวว่า วันนี้ต้องแก้ปัญหาด้วยการพัฒนา ด้วยการทำความเข้าใจและได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปเจรจากับเออีซี ประเทศซาอุดิอาระเบีย ประเทศหมู่เกาะ ซึ่งตอบรับมาว่า พอใจกับการแก้ปัญหาของประเทศไทย มีแต่ในประเทศไทยกันเองที่ไม่เข้าใจ

"คือ ดูแลผู้ร้ายตลอด ถ้าเจ้าหน้าที่ผิดก็ผิด ผมยอมรับ ไปหาหลักฐานมา อย่าพูดลอย ๆ วันก่อนก็บอกมีการซ้อมอะไรต่าง ๆ มา เขาก็ตรวจสอบโดยหมอ ไม่มีร่องรอยสักอันเลย เป็นลมหน้ามืดไป จับมาแล้วก็เป็นลมหน้ามืด แล้วบอกไปซ้อม ดูหนังมากไปรึเปล่า"

ระหว่างที่ พล.อ. ประยุทธ์ กำลังกล่าว นายธีระชัย พันธุมาศ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ได้ลุกขึ้นประท้วงเรียนต่อประธานสภาว่า นายกฯ ปฏิบัติขัดต่อข้อบังคับการประชุม ที่ห้ามใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพ หรือเสียดสี และกล่าวว่า พล.อ. ประยุทธ์ ใช้กิริยาที่กระแทกกระทั้น เหมือนสมาชิกรัฐสภาอยู่ใต้บังคับบัญชา

Image copyright Thai news pix

หลังจากนั้นนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ส.ส. สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ได้พยายามประท้วง แต่ประธานสภาไม่อนุญาต และให้ พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวชี้แจงต่อ

"ผมไม่เคยมองท่านเป็นทหารนะ ถ้าเป็นทหารผมไม่เป็นแบบนี้ ไม่งั้นผมก็อยู่กับทหารมาไม่ได้ แต่นี่ผมให้เกียรติท่านเป็นสมาชิกสภา เป็นประชาชน บางทีผมก็พูดเสียงดังบ้างอะไรบ้าง บางทีมันกดดันผมมากไง ท่านก็บอกให้ผมรักษากิริยาบางครั้งผมฟังท่านพูด ก็ไม่มีกิริยาให้ผมเหมือนกันแหล่ะ ในคลิปต่าง ๆ จำไว้ด้วย ไม่ได้อาฆาตหรอก" นายกรัฐมนตรีคนที่ 29 กล่าว

รมช.เกษตร แจง เตรียมแผนเยียวยาภัยแล้ง

นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวชี้แจงเรื่องปัญหาภัยแล้งว่า มีการปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพล 25 ล้าน ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และเขื่อนสิริกิตติ์ 20 ล้านลบ.ม. รวม 45 ล้านลบ.ม. คาดว่าน้ำจะมาถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยาวันเสาร์นี้ พื้นที่นาในภาคกลางก็จะสามารถทำนาได้ตลอดเดือนส.ค. และจะเริ่มลดการปล่อยน้ำเหลือ 40 ล้านลบ.ม.เพราะเริ่มมีฝนตก

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของความเสียหายภาคอีสานที่ฝนทิ้งช่วง. 2 เดือนจนกระทบกับนา 8 แสนไร่ รัฐได้เตรียมเมล็ดพันธุ์ปลูกใหม่ 1 หมื่นตัน พร้อมทั้งมีมาตรการเยียวยาความเสียหาย

"แต่วันนี้ถือว่าไม่เป็นรุ่นพี่ผม"

เมื่อเวลา 21.00 น. การประชุมรัฐสภาเกิดเหตุความวุ่นวายในช่วงที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย กำลังอภิปราย โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อภิปรายพาดพิงไปถึงเรื่องคดี ของคนใน ครม.และคนใกล้ชิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้งระบุว่าได้ยินชาวบ้านพูดว่ารัฐบาลนี้ชนะเลือกตั้งมาจากการโกงเลือกตั้ง ทำให้เกิดการประท้วงขอให้ถอนคำพูด แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่ถอนคำพูด ทำให้เกิดการประท้วงไปมา

พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งนั่งอยู่ในที่ประชุมได้ลุกขึ้นตอบโต้ว่า

"ทนฟังมานาน ผมกับท่านรู้จักกันมานาน แต่งงานก็วันเดียวกัน สมรสพระราชทานมาด้วยกัน เป็นรุ่นพี่ผม แต่วันนี้ถือว่าไม่เป็นรุ่นพี่ผม เพราะท่านไม่เคยให้เกียรติผมเลย ตอนนั้นท่านบอกจะชักปืนยิงผม ตั้งแต่วันนั้น ถ้าท่านชักปืนยิงวันนั้นก็ติดคุก เหรียญรามาท่านได้ ผมก็ได้ แต่ผมไม่เคยคุย ไม่เคยเอาไปแอบอ้าง ผลงานผมมีมากมาย พูดจาหยาบคาย อวดอ้างอำนาจ ท่านไปทบทวนตัวท่านเอง"

บรรยากาศยังเกิดการประท้วงวุ่นวายจนนายพรเพชร วิชิตชลชัย รองประธานรัฐสภาที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้ลุกขึ้นยืนเพื่อให้สมาชิกนั่งลง แต่บรรยากาศยังคงปั่นป่วน ทำให้ต้องสักพักการประชุม 10 นาที

ภายหลังการเปิดประชุมอีกครั้ง นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ระบุว่ามาตรการที่ผ่านมาหากประธานขอให้ถอนคำพูดแล้วสมาชิกไม่ถอนคำพูดก็จะต้องเชิญตัวสมาชิก ออกจากที่ประชุม หากไม่เป็นเช่นนั้นต่อไป หากสั่งให้ถอนคำพูดแล้วไม่ยอมถอนได้ คนอื่นก็จะทำเช่นนี้ต่อไป

ขณะที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า สิ่งที่พูดนั้นเป็นการฟังมาจากชาวบ้านที่ได้ยินมา และยืนยันว่าจะไม่ถอนคำพูด ทำให้ นายพรเพชร สั่งให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากห้องประชุม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม