ประชุมสภา : ศิษย์เก่า รร.เตรียมทหาร เล่าถึงวัฒนธรรม "พี่-น้อง" ในรั้วจักรดาว

  • 26 กรกฎาคม 2019
ตัดพี่ตัดน้อง Image copyright Thai News Pix

"ผมรู้จักกับท่านมานานแล้วนะครับ สมรสพระราชทานมาด้วยกัน เป็นรุ่นพี่ผม แต่วันนี้ถือว่าไม่เป็นรุ่นพี่ผม เพราะท่านไม่เคยให้เกียรติผมเลย" พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดด้วยเสียงแข็งกร้าวตอบโต้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ก่อนที่จะมีท่าทางคล้ายกระแทกแฟ้มลงบนโต๊ะและเดินออกจากที่ประชุมไป

นี่เป็นเหตุการณ์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดระหว่างการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาวันแรกเมื่อวานนี้ (25 ก.ค. 2562)

วลี "ไม่ถือว่าเป็นรุ่นพี่" ของ พล.อ.ประยุทธ์ ถูกแปลงมาเป็นแฮชแท็ก #ตัดพี่ตัดน้อง ซึ่งติดอันดับแฮชแท็กยอดนิยมในโซเชียลมีเดียทันที

บีบีซีไทยพูดคุยกับศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหาร 2 รุ่น เพื่อให้มองปรากฏการณ์ประกาศตัดพี่ตัดน้องที่เกิดขึ้น พร้อมกับเล่าถึงความหมายและความสำคัญของความสัมพันธ์รุ่นพี่-รุ่นน้องในโรงเรียนเตรียมทหาร

พล.ท. ภราดร พัฒนถาบุตร ที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะรุ่นน้องโรงเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 14 ของทั้ง พล.อ. ประยุทธ์ (รุ่น 12) และ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (รุ่น 8) ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยถึงการประกาศตัดพี่ตัดน้อง ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ค่อยพบได้บ่อยนักเพราะความเป็นพี่น้องของโรงเรียนเตรียมทหารเข้มข้นกว่าโรงเรียนพลเรือนทั่วไป

"เราทุกรุ่นเคารพกันมากในฐานะพี่น้อง เรากินและนอนอยู่ด้วยกันตลอด พอเรียนจบแล้วก็ยังประกอบสายอาชีพเดียวกัน อีกทั้งหลาย ๆ ท่านก็เคยร่วมรบด้วยกัน เพราะฉะนั้นความผูกพันในระดับพี่น้องร่วมสถาบันของพวกเราจึงเด่นชัดมากกว่าสถาบันอื่น ๆ" พล.ท. ภราดร กล่าว

"ส่วนตัวแล้วแปลกใจที่เห็นพี่ประยุทธ์ ประกาศตัดพี่ตัดน้องพี่เสรีพิศุทธ์ โดยทั้งคู่เป็นรุ่นพี่ของผม และเคารพนับถือกันมาตลอด แต่คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในที่ประชุมสภาฯ น่าจะเป็นการตัดพ้อ น้อยใจกันเท่านั้น ผมไม่คิดว่ามันจะลามไปถึงการกระทบกันระหว่างรุ่นเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างบุคคลมากกว่า เชื่อว่าเดี๋ยวทั้งสองท่านก็จะกลับมาคุยกันเหมือนเดิมเพราะคำว่าสายสัมพันธ์พี่น้องของสถาบันเรามันเข้มข้นมาก"

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ในทุกปีจะมีนักเรียนจำนวนหลักหมื่นสอบเข้าเป็นนักเรียนเตรียมทหารแต่โรงเรียนรับได้เพียงแค่ปีละหลักร้อยเท่านั้น

นอกจากเสียงสะท้อนของศิษย์เก่าในแวดวงการเมืองแล้ว ศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารที่อาจเรียกได้ว่าเป็น "รุ่นหลาน" ของ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ มองเหตุการณ์นี้อย่างไร?

พ.ต.ต.ปริยพล แสนเสน อายุ 30 ปี ศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมทหารรุ่น 49 ยอมรับว่านี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นรุ่นพี่-รุ่นน้องโรงเรียนเตรียมทหารประกาศตัดพี่ตัดน้องกัน

ตำรวจสังกัดสำนักงานจเรตำรวจอธิบายว่าสิ่งที่ถือเป็นแกนหลัก ของนักเรียนโรงเรียนเตรียมทหาร คือ ระบบกิตติศักดิ์และระบบอาวุโส

ระบบกิตติศักดิ์ คือการซื่อสัตย์สุจริต พูดอะไรก็ต้องยอมรับความจริง ถ้าทำความผิดก็ต้องยอมรับความจริงโดยไม่โกหก ส่วนระบบอาวุโส คือ การเคารพกันระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องซึ่งถือเป็นเรื่องที่นักเรียนให้ความสำคัญมาก

"ในฐานะของรุ่นพี่ก็จะมีหน้าที่ปลูกฝัง ไม่ว่าจะเป็นธรรมเนียมของทหาร ตำรวจ ที่ปฏิบัติกัน รุ่นพี่ส่วนมากก็จะช่วยเหลือเรื่องการเรียนของน้อง ๆ เพราะนักเรียนที่เข้าใหม่ส่วนมากจะมีความกดดัน ในช่วงที่เป็นการหล่อหลอมพฤติกรรม รุ่นพี่ก็จะมาช่วยเหลือ ดูแลว่าน้องเป็นยังไงบ้าง น้องไหวไหม ซึ่งก่อให้เกิดเป็นความสัมพันธ์ระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องขึ้นมา" พ.ต.ต.ปริยพลกล่าว

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ทหารผู้คุมสอบกำลังตรวจว่าผู้สมัครแต่ละคนได้นำอุปกรณ์สื่อสารเข้าไปในห้องสอบหรือไม่

พ.ต.ต.ปริยพล อธิบายว่าหลังจากจบโรงเรียนเตรียมทหารไปแล้ว นักเรียนที่นี่ก็จะไปขึ้นกับสี่เหล่าทัพ ทำให้รุ่นพี่รุ่นน้องที่ไปอยู่ต่างเหล่ากันห่างเหินกันไปบ้าง ยกเว้นบางคนที่อยู่จังหวัดเดียวกัน ก็จะมีการรวมตัวกันไปต้อนรับน้อง ที่บ้านอยู่จังหวัดนั้น ๆ หรือหากไปรับราชการอยู่ในสังกัดเดียวกันก็จะมีความสนิทสนมกัน

"ความเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันในบางครั้งก็ช่วยให้ประสานงานกันง่ายขึ้นในการทำงาน อย่างเช่นถ้ารู้ว่าเคยอยู่โรงเรียนเตรียมทหารด้วยกัน น้องดำเนินการไปเลยเดี๋ยวพี่ดูให้ เดี๋ยวบอกชื่อพี่ไปเลย มันก็มีครับ" พ.ต.ต.ปริยพลกล่าว

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

ในส่วนเรื่องการตัดพี่ตัดน้อง พ.ต.ต.ปริยพล อธิบายว่าเกิดขึ้นได้ทั้งในระดับบุคคลและระหว่างรุ่น

เขาเองก็เคยตัดพี่ตัดน้องกับรุ่นพี่คนหนึ่งเนื่องจากรู้สึกว่ารุ่นพี่คนนั้นปฏิบัติกับเขาอย่างไม่เป็นธรรม

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI

"การตัดพี่ตัดน้องกันในระดับบุคคลก็มีอยู่ โดยไม่ต้องประกาศเป็นทางการ แต่จะเป็นที่รู้กันระหว่างคนในรุ่นนั้น ๆ หรือกลุ่มเพื่อน" พ.ต.ต.ปริยพลกล่าว