นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ : โฆษกรัฐบาลคนใหม่ประกาศลบภาพลักษณ์อดีต คสช. ชูรัฐบาลที่หลอมรวมความแตกต่าง

  • 30 กรกฎาคม 2019
นฤมล Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ชี้แจงประเด็นวินัยทางการคลังและการจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้จ่ายในนโยบายของรัฐบาล เมื่อวันประชุมสภาแถลงนโยบายรัฐบาล วันที่ 26 ก.ค. ที่ผ่านมา

73 วัน คือ ระยะเวลาที่ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนจะได้รับตำแหน่งใหม่เป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งในวันนี้ (30 ก.ค.) นายกฯ ได้แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี โดยกล่าวว่า ขอให้สื่อได้ฟังเสียงของโฆษกคนใหม่​

"มีคนเตือนเยอะมากเลยว่าจะรับเหรอ ตำแหน่งนี้มันเป็นอย่างนี้ เราฟังเสร็จไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น" ศ.ดร.นฤมล บอกกับบีบีซีไทย ในวันที่ได้ทำหน้าที่แถลงต่อสื่อมวลชนครั้งแรกที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงคำเตือนจากคนใกล้ชิดถึงตำแหน่งในทางการเมืองที่เธอกำลังเริ่มทำหน้าที่เป็นวันแรก

โฆษกหญิง วัย 46 ปี มีตำแหน่งทางวิชาการนำหน้าว่า ศาสตราจารย์ เป็นอดีตอาจารย์สาขาการเงินและการบริหารความเสี่ยง สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) จบการศึกษาปริญญาตรี คณะบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้นได้ทุนรัฐบาล ศึกษาต่อระดับปริญญาโทและเอกที่สหรัฐอเมริกา จบการศึกษาสูงสุดระดับปริญญาเอก สาขาการเงิน มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย

ช่วยงานครั้งแรกที่กระทรวงแรงงาน

โฆษกรัฐบาลคนใหม่ หรือที่สื่อมวลชนเรียกว่า "อ. แหม่ม" บอกว่า เข้ามาช่วยงานทางการเมืองครั้งแรกที่กระทรวงแรงงาน ในสมัยที่ พล.อ. ศิริชัย ดิษฐกุล เป็นรัฐมนตรีว่าการ ได้รับมอบหมายให้ดูแลยุทธศาสตร์การลงทุนของกองทุนประกันสังคม โดยดูเรื่องการบริหารเงินตอบแทนการลงทุน เมื่อ พล.อ. ศิริชัย ลาออกจาตำแหน่งในปี 2560 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ จึงดึงมาช่วยงานที่กระทรวงการคลัง ก่อนได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ซึ่งมีนายอภิศักดิ์ ตันตระวงศ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง

เธอเล่าต่ออีกว่า "ตัดสินใจไม่นาน" เมื่อพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ทาบทามให้มาช่วยงานที่พรรคตั้งแต่ช่วงก่อตั้ง และในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นฤมลก็มีชื่อเป็นผู้สมัคร ส.ส. บัญชีรายชื่อลำดับที่ 5 นอกจากนี้ยังเป็นกรรมการบริหารพรรค และเลขานุการคณะกรรมการนโยบาย พปชร.

Image copyright กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ

"อยากเห็นการเมืองใหม่" เธอเปิดเผยถึงความคาดหวังจากการเข้ามาทำงานการเมือง "ที่ผ่านมาทำเพื่อตัวเองมาครบหมดแล้ว ทรัพย์สินเงินทองไม่เป็นหนี้สิน ตำแหน่งวิชาการได้สูงสุดแล้ว ทางธุรกิจเห็นมาหมดแล้ว คำถามคือจะทำอะไรต่อ หลังจากได้ศาสตราจารย์ เราอยากจะทำอะไรที่เห็นผลกับส่วนรวมได้มากกว่านี้ พอ (พปชร.) ชวนมาทำก็เลยมา"

ทีมทำนโยบายบัตรคนจน-มารดาประชารัฐ

ช่วงเวลาของการหาเสียงก่อนการเลือกตั้ง ศ.ดร. นฤมล ตระเวนออกสื่อแขนงต่าง ๆ ขายตรงหาเสียงนโยบายด้านเศรษฐกิจ สานต่อแนวทาง "ประชารัฐ" ของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์

เธอเล่าถึงการทำงานในการคิดนโยบายว่า นโยบายหลาย ๆ อย่างมาจาก ส.ส. ในพื้นที่ด้วยซ้ำ แต่ในฐานะที่ทำงานทางวิชาการมา นฤมล เป็นผู้นำข้อมูลมาหลอมรวมและเขียนออกมาให้เป็นรูปธรรมของนโยบาย โดยทุกคนในทีมนโยบายมีส่วนร่วมทั้งหมด มีการประเมินเรื่องงบประมาณว่าจะทำได้หรือไม่

"น่าจะเป็น อ. สุวิทย์ (เมษินทรีย์) คนต้นคิดเลย" นฤมลกล่าวถึงที่มาของชื่อ "มารดาประชารัฐ" และเผยว่าไอเดียมาจาก 3 คน คือ สุวิทย์ เมษินทรีย์ สันติ พร้อมพัฒน์ รมช. กระทรวงการคลัง และตัวเธอเองก่อนตกผลึกเป็นนโยบายนี้

"ไม่คิดว่าฝ่ายรัฐบาลต้องต่อสู้กับฝ่ายค้าน"

"มีคนเตือนเยอะมากเลยว่าจะรับเหรอตำแหน่งนี้ มันเป็นอย่างนี้ เราฟังเสร็จไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น" ศ. ดร. นฤมลกล่าว

แม้ว่าคนจะมองว่าอ่อนประสบการณ์ เพราะเป็นหน้าใหม่ แต่เธอยืนยันว่า "นี่ไงนักการเมืองหน้าใหม่ เราจะทำการเมืองใหม่"

การเมืองใหม่ในนิยามของโฆษกหญิง คือ ไม่ตอบโต้ด้วยการโจมตีสาดโคลน ไม่เช่นนั้นคนไทยจะเบื่อการเมืองเพราะมองว่า นักการเมืองกี่คน ๆ ก็เล่นการเมืองแบบเดิม ฉะนั้นต้องรับฟัง จะคิดว่าการวิจารณ์เป็นการค้านทั้งหมดไม่ได้ หากเป็นการติเพื่อการปรับปรุง นฤมลกล่าวว่า นี่เป็นการเมืองที่สร้างสรรค์ซึ่งต้องใช้ทั้งความจริงใจกับประชาชนและฝ่ายค้าน

"เช่น พรรคเพื่อไทย ที่อภิปรายว่าจะเปลี่ยนบัตรคนจนเป็นเงินสดได้ไหม เราก็รับฟัง ก็ต้องถือว่าทำหน้าที่อย่างสร้างสรรค์" ศ. ดร. นฤมลกล่าว "ไม่คิดว่าฝ่ายรัฐบาลต้องต่อสู้กับฝ่ายค้าน เขาติเพื่อให้เกิดการปรับปรุง"

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ส.ส. หญิง พรรคพลังประชารัฐ ในวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

ขอลบภาพอดีต คสช.

ภาพลักษณ์ของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ ในรัฐบาลชุดที่แล้วที่มีหมวกของการเป็นหัวหน้า คสช. อยู่ด้วย คือ ภาพลักษณ์ของรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร เมื่อถามว่าแล้วภาพลักษณ์ของรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ สมัยที่ 2 นี้จะเป็นอย่างไรในมุมมองของโฆษกรัฐบาล นฤมลกล่าวว่า คือ "การหลอมรวมความแตกต่างเข้าด้วยกันของพรรคร่วมรัฐบาล วันนี้ไม่มีคำว่า นโยบายแต่ละพรรค มีแต่นโยบายของประชาชนและนโยบายของรัฐบาล"

"ลืมภาพในอดีตไปได้แล้ว ตอนนี้ นายกฯ รองนายกฯ จะตัดสินใจอะไร ต้องฟังเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล ประชาชนก็น่าจะคลายความกังวลว่า ไม่ใช่เป็นเหมือนก่อนหน้านี้"

โฆษกหญิงกล่าวว่า ความท้าทายในการทำหน้าที่อันดับแรกคือ การประสานระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ ที่มีรัฐมนตรีจากหลายพรรค ซึ่ง ครม. ก็รับทราบความท้าทายเป็นอย่างดี อันดับต่อมา คือ การทำให้ฝ่ายค้านเห็นประโยชน์ของนโยบายที่ผลได้เกิดกับประชาชน

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

"สมมติว่าพลังประชารัฐชนะเลือกตั้งถล่มทลาย คงไม่ได้เห็นความหลอมรวมความสามัคคีที่เกิดขึ้นในสังคมไทย" โฆษกหญิงกล่าว "วันหนึ่งข้างหน้าเราอาจจะสามารถให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน เห็นด้วยกับนโยบายที่กำลังสนับสนุน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าฝ่ายค้านคงไม่ขัดข้อง หากนโยบายนั้นทำให้ประชาชนได้ประโยชน์"

ศ. ดร. นฤมล กล่าวว่า นั่นคืออดีตที่ผ่านไปแล้ว อยากให้อยู่กับปัจจุบันมากกว่าที่มีคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ขอให้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลยึดประชาชนเป็นที่ตั้งว่า นโยบายอะไรที่ประชาชนจะได้ประโยชน์มากที่สุด

"มีคนถามเหมือนกันว่า อาจารย์โลกสวยไปไหม ทุกคนก็เข้ามาแย่งชิงอำนาจ แต่อยากให้เวลาให้ ครม. พิสูจน์ว่า มีความจริงใจต่อประชาชนจริง ๆ อะไรที่เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนก็พร้อมที่จะทำ"

ความเสี่ยงสูงสุดทางการเมือง

เป็นคนกรุงเทพฯ มาแต่กำเนิด คุณพ่อเป็นเซลล์ หรือที่เรียกว่า หลงจู๊ขี่มอเตอร์ไซค์รับออร์เดอร์ซีอิ๊ว ไม่ได้มีชีวิตที่พร้อม เธอเปิดเผยส่วนหนึ่งของประวัติชีวิตให้บีบีซีไทยฟัง

"เตียงนอนไม่เคยมีตุ๊กตา เรามาได้ถึงทุกวันนี้ ส่วนใหญ่เลยเพราะได้ทุนรัฐบาล เลยมีโอกาสได้การศึกษา มันเกินต้นทุนมาหมดแล้ว"

ตอนนี้ ดร. แหม่ม เป็นแม่ของลูกสองคน วัย 8 ขวบ และ 6 ขวบ สามีเป็นผู้พิพากษา เธอบอกว่า ครอบครัวสนับสนุนทุกอย่างเมื่อตัดสินใจเข้ามาทำงานการเมือง

Image copyright กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ

"เชื่อว่ามีคนอีกเยอะที่อยากเข้ามาทำงาน แต่กลัวการเมือง กลัวเข้ามาแล้วถูกขยำ เลยขอเป็นตัวอย่างว่าอยู่ได้ ยังไม่ตาย" ศ. ดร. นฤมล บอกถึงเส้นทางการเมืองที่เธอเพิ่งเข้ามาข้องแวะไม่กี่ปี

นอกจากเรื่องความเป็นนักการเมืองหน้าใหม่แล้ว การเป็นโฆษกรัฐบาลผู้หญิง มีอะไรที่ต้องกังวลหรือไม่

"น่าจะไม่ต่างไม่ว่าจะเป็นโฆษกหญิงหรือชาย จริง ๆ แล้ว ประเทศไทยให้สิทธิผู้หญิงเยอะมาก ดีใจที่นายกรัฐมนตรีให้โอกาส ภาพของการเป็นผู้หญิงน่าจะทำให้ความแข็งกระด้างลดลง หวังว่าช่วยเติมเต็มได้ แต่ไม่ใช่ว่าผู้หญิงจะอ่อนปวกเปียก แต่ว่าก็ต้องไม่ก้าวร้าวเกินควร อยู่ในความพอดี" เธอให้ความเห็น

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเข้ามาทำงานการเมืองมีต้นทุนที่ต้องแลก เมื่อถามว่าอะไรคือความเสี่ยงสูงสุดทางการเมืองที่เธอคิดว่าจะเผชิญ โฆษกหญิง ตอบทันทีว่า "นั่นสิ" นี่อาจหมายถึงว่า เธอไม่อาจประเมินอะไรได้ในขณะนี้

"เต็มที่เราก็เดินออกจากการเมือง กลับไปใช้ชีวิตในแวดวงวิชาการ การเงิน ถ้าเราไม่ยึดติดว่าต้องไต่เต้า ถ้าสถานการณ์นำไปสู่จุดที่ต้องออกการเมืองก็เดินต่อไป แต่ตอนนี้คือทำหน้าที่ให้ดีที่สุด"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม