อนาคตใหม่โต้กลับ หลัง อภิรัชต์ กล่าวหา "บางพรรค" ใช้ "ข่าวปลอม" หลอกเยาวชน

  • 11 สิงหาคม 2019
"ผมมั่นใจว่า ถ้าการเมืองไม่เป็นต้นเหตุแห่งการจลาจล ก็ไม่มีอะไร ประเทศไทยเคยมีปฏิวัติมา 10 กว่าครั้ง.." พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าว Image copyright Thai News Pix

พรรคอนาคตใหม่โต้กองทัพใช้การโฆษณาชวนเชื่อเสียเอง หลัง ผบ.ทบ. วิพากษ์วิจารณ์พรรคใหม่ "บางพรรค" ใช้ข่าวปลอมชักจูงคนรุ่นใหม่

หลัง พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวต่างประเทศกล่าวหา "บางพรรค" ว่าใช้ "ข่าวปลอม" ในการโฆษณาชวนเชื่อที่มุ่งเป้าไปที่เยาวชนอายุน้อย พล.ท. พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จึงออกมาตอบโต้ว่า ผบ ทบ. กำลังทำการโฆษณาชวนเชื่ออยู่ด้วย โดย "อาศัยประเด็นต่าง ๆ เพื่อที่จะมารักษาสถานภาพของตนเอง"

"ให้เชื่อฟังกองทัพนะ เราเป็นคนดี เราจะดูแลเรื่องต่าง ๆ ให้คุณเอง มีแต่คนไม่ดีที่มาชักจูงลูกหลานของเรา" พล.ท. พงศกร อดีตรองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในสมัยรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์

Image copyright พรรคอนาคตใหม่

พล.อ. อภิรัชต์ ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวรอยเตอร์เมื่อ 9 ส.ค. ว่า กองทัพบกกำลังต่อสู้กับ "สงครามลูกผสม" ซึ่งข้าศึกกำลังใช้ "ข่าวปลอม" ที่ใช้ล้มล้างกองทัพและสถาบันพระมหากษัตริย์

"พรรคการเมืองบางพรรค เพิ่งตั้งมา 2-3 ปี มีแผนโฆษณาชวนเชื่อที่มุ่งไปยังกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่คนพวกนี้อายุ 16-17 ปี" ผู้บัญชาการทหารบก กล่าว "พวกเขาพยายามให้การศึกษาคนพวกนี้ด้วยข่าวปลอม" พล.อ. อภิรัชต์ ระบุ แต่ปฏิเสธที่จะระบุชื่อฝ่ายที่เขาสงสัยว่าอยู่เบื้องหลังการโฆษณาชวนเชื่อหรือเหตุระเบิด แต่ก็พูดถึงพรรคการเมืองบางพรรคโดยไม่ระบุชื่อ

พล.ท. พงศกร มองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญว่า ผบ.ทบ. กำลังพูดพาดพิงถึงพรรคไหน แต่การจุดประเด็นเรื่องข่าวปลอมขึ้นมาเป็นเรื่องอันตราย และเสริมว่าการที่กองทัพออกมาบอกว่าศัตรูกำลังใช้ข่าวปลอมในการชักจูงคนรุ่นใหม่ ก็สามารถมองในมุมกลับกันได้ว่ากองทัพเองกำลังทำการโฆษณาชวนเชื่อเช่นกัน

"อาศัยประเด็นต่าง ๆ เพื่อที่จะมารักษาสถานภาพของตนเอง ให้เชื่อฟังกองทัพนะ เราเป็นคนดี เราจะดูแลเรื่องต่าง ๆ ให้คุณเอง มีแต่คนไม่ดีที่มาชักจูงลูกหลานของเรา"

พล.ท. พงศกร กล่าวว่า กระบวนการดังกล่าวเป็นขั้นตอนหนึ่งในการสร้างความขัดแย้ง เหมือนกับในสารคดี "Five Steps To Tyranny" ของบีบีซี ซึ่งพูดถึงการแบ่งเขาแบ่งเรา นำไปสู่การกดให้อีกฝ่ายต่ำลง จัดการรุนแรง จนถึงฆ่ากันในที่สุด

เขากล่าวว่า พรรคการเมืองใหม่ ๆ ต่างก็มุ่งให้ความสำคัญกับเด็กรุ่นใหม่ทั้งนั้น แต่ไม่ถูกต้องนักหากจะคิดว่าเยาวชนจะถูกชักจูงได้ง่าย ๆ ด้วยการโฆษณาชวนเชื่อ

"คนรุ่นใหม่โอกาสจะถูกล้างสมองยากมาก เพราะเขามีความคิดอยู่ท่ามกลางกระแสของข้อมูล มีแต่ว่าเราจะไปทำให้เขาเชื่อ ไปทำให้มั่นใจในพรรคของคุณได้อย่างไร เท่านั้นเอง"

พล.ท. พงศกร บอกว่า คนรุ่นใหม่มีโซเชียลมีเดีย เห็นทั้งด้านบวกและด้านลบ เรื่องจริงและเรื่องโกหก ทำให้มีภูมิต้านทาน "ไม่ใช่เปิดวิทยุฟังเหมือนสมัยก่อน สมัยผมที่เปิดแต่วิทยุยานเกราะก็เชื่อกันแล้ว ออกไปทำร้ายผู้คนกันแล้ว"

Image copyright Getty Images

สู้คอมมิวนิสต์

ในการให้สัมภาษณ์กับรอยเตอร์ พล.อ. อภิรัชต์ เปรียบเทียบการต่อสู้ของกองทัพในตอนนี้ว่า เหมือนกับการต่อสู้กับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ในช่วงทศวรรษที่ 70 และ 80 โดยความท้าทายรูปแบบใหม่ที่ต้องรับมือคือ การโฆษณาชวนเชื่อบนโลกอินเทอร์เน็ต

"ภัยคุกคามในตอนนี้คือข่าวปลอม... เป็นเหมือนสงครามไซเบอร์ และเมื่อมารวมกับเหตุระเบิดเมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว มันเป็นเหมือนสงครามลูกผสม

"ตอนนี้ศัตรูไม่ใช่ที่เห็นกันแบบเปิดหน้าเหมือนแต่ก่อน... ดังนั้นเราจึงต้องจัดระบบกันใหม่ พัฒนาความรู้ จัดระบบหน่วยต่าง ๆ ของเรา และสิ่งต่าง ๆ อีกมากมาย เพื่อคงไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ"

ในประเด็น "สงครามลูกผสม" นี้ พล.ท. พงศกร มองว่า เป็นเรื่องที่พูดบ่อยเกินไป และเป็นเรื่องอันตรายหากจะตั้งสมมติฐานว่าประชาชนหรือพรรคการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเป็น "ศัตรู" เพราะนี่ก็เหมือนการสร้างข่าวปลอมขึ้นมาใหม่เช่นกัน

Image copyright BBC Thai

เหตุระเบิด

พล.อ. อภิรัชต์ บอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า เหตุระเบิดย่อย ๆ หลายจุดในกรุงเทพฯ ในช่วงต้นเดือนนี้ เป็นความพยายาม ที่จะบ่อนทำลายรัฐบาลชุดใหม่

ก่อนหน้านี้ พล.อ. อภิรัชต์ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ว่า ลักษณะเหตุการณ์รูปแบบการก่อเหตุคล้ายกับเหตุการณ์ในปี 2549 เป็นกลุ่มคนเดิม ๆ แนวคิดเดิม ๆ มาจากสำนักเดิม ๆ ที่เคยระเบิดป้อมตำรวจหลายจุด แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือจะมีฝ่ายการเมืองหรือพวกที่ไม่หวังดีกับประเทศมาใส่ความว่าฝ่ายความมั่นคงทำเรื่องแบบนี้ทำเอง เพราะเรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ทั้งนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น มาจากกลุ่มเดิม ๆ ความคิดเดิม ๆ คนสั่งการคนเดิม แต่คนลงมืออาจเป็นคนหน้าใหม่

เขาได้บอกอีกว่า นี่คือสิ่งบอกเหตุทางการเมือง เกิดจากกลุ่มที่มีความคิดแบบนี้ และสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ถือเป็นสิ่งบอกเหตุว่าอาจจะมีครั้งต่อไปเกิดขึ้นอีก แต่ขอให้มั่นใจว่านายกฯ และฝ่ายความมั่นคงสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และจะไม่ให้เกิดอีก

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด (กลาง) บิดาของ พล.อ. อภิรัชต์ เคียงข้าง พล.อ. ชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น (ซ้าย) เมื่อเดือน ม.ค. 2534 ก่อนเกิดการรัฐประหารในเดือนถัดมา

ไม่ยุ่งเกี่ยวการเมือง

เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พล.อ. อภิรัชต์ ให้คำมั่นสัญญาว่ากองทัพจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง และจะไม่มีการรัฐประหารเกิดขึ้นในยุคที่เขาเป็นผู้บัญชาการทหารบก

"ตราบใดที่ผมอยู่ในตำแหน่งนี้ ผมจะไม่มีวันปล่อยให้กองทัพล้ำเส้น หลังจากการเลือกตั้งไปแล้ว กองทัพต้องถอยออกมา" พล.อ. อภิรัชต์ กล่าว

รอยเตอร์รายงานด้วยว่า ย้อนไปเมื่อปี พ.ศ. 2534 พลเอก สุนทร คงสมพงษ์ พ่อของ พล.อ. อภิรัชต์ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด และหัวคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช. ที่ ยึดอำนาจจากพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
ผบ.ทบ. แถลงต่อสื่อถึงสถานการณ์บ้านเมืองหลังการเลือกตั้ง

จาตุรนต์วิจารณ์ ผบ.ทบ. ไร้หลักฐานรับรองสิ่งที่พูด

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตนักการเมืองของพรรคไทยรักษาชาติ ได้ทวีตข้อความแสดงความคิดเห็นในทวิตเตอร์ส่วนตัวเกี่ยวกับบทสัมภาษณ์ของ พล.อ. อภิรัชต์ โดยระบุว่า รู้สึกเป็นห่วงบ้านเมืองอย่างมาก ในขณะที่การสร้างความหวาดระแวงและความเกลียดชังกำลังเกิดขึ้นโดยปราศจากหลักฐานข้อเท็จจริงรองรับสิ่งที่พูดออกมาทั้งหมด

นอกจากนี้อดีตนักการเมืองรายนี้ยังตอบโต้ ผบ.ทบ. ว่า การเอาสถานการณ์ปัจจุบันไปเปรียบเทียบกับการต่อสู้คอมมิวนิสต์เมื่อ 40 ปีก่อน มีปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกัน ส่วนประเด็นเรื่อง สงครามลูกผสมระหว่างอินเทอร์เน็ตกับการวางระเบิด นายจาตุรนต์บอกว่า เป็นการพูดที่ตื้นและหยาบมาก ไม่มีหลักฐานอะไรรับรอง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม