ประชุมสภา : วิทยุทรานซิสเตอร์ 500 บาท จะช่วยแก้จุดอับเสียงของรัฐสภา 2 หมื่นล้านได้หรือไม่

  • 15 สิงหาคม 2019
วิทยุทรานซิสเตอร์จำนวน 10 เครื่อง จะถูกนำไปวางจุดต่าง ๆ ในอาคารรัฐสภาที่การถ่ายทอดสัญญาณเสียงการประชุมเข้าไม่ถึง เช่น หน้าห้องน้ำและโรงอาหาร Image copyright กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ
คำบรรยายภาพ วิทยุทรานซิสเตอร์จำนวน 10 เครื่อง จะถูกนำไปวางจุดต่าง ๆ ในอาคารรัฐสภาที่การถ่ายทอดสัญญาณเสียงการประชุมเข้าไม่ถึง เช่น หน้าห้องน้ำและโรงอาหาร

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รำพึงขึ้นมาระหว่างการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนครั้งหนึ่งว่า "อยู่ไปก็ไลฟ์บอยย์" ทำให้เด็กรุ่นใหม่งงไปตาม ๆ กันว่าหมายถึงอะไร เพราะเกิดไม่ทันยุคที่สบู่ยี่ห้อ "ไลฟ์บอยย์" เป็นที่นิยม ดังนั้น เมื่อ ส.ส.วิปรัฐบาลพากันหิ้ว "วิทยุทรานซิสเตอร์" เข้าสัปปายะสภาสถานเมื่อวานนี้ (14 ส.ค. 2562) ก็อาจเป็นไปได้ว่าจะมีคนจำนวนไม่น้อยที่สงสัยว่าวิทยุทรานซิสเตอร์คืออะไร แล้วเหตุใดจึงถูกนำมาใช้เพื่อการนี้

คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ที่นำโดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าวิปรัฐบาลได้จัดซื้อวิทยุทรานซิสเตอร์จำนวน 10 เครื่อง ราคาเครื่องละ 500 บาท เพื่อนำไปตั้งไว้ตามจุดต่าง ๆ ในอาคารรัฐสภาที่ไม่ได้ยินการถ่ายทอดเสียงการประชุมสภา เช่น โรงอาหาร หน้าห้องสุขาและห้องสูบบุหรี่ เพื่อให้ ส.ส.ติดตามการประชุมได้อย่างต่อเนื่องในทุกที่ และกลับเข้าห้องประชุมทันสำหรับการลงมติในวาระต่าง ๆ

นักวิจารณ์มองว่าเรื่องนี้เป็นเพียงการประชดประชันระบบการถ่ายทอดเสียงการประชุมที่บกพร่องของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ที่ใช้งบประมาณก่อสร้างหลายหมื่นล้านบาท หรือเป็นการแก้เกี้ยวที่ฝ่ายรัฐบาลลงมติแพ้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านถึง 2 วาระ โดยอ้างว่าเพราะ ส.ส.ไม่ได้ยินเสียงจากห้องประชุม จึงกลับเข้าไปลงมติไม่ทัน

แต่ต้องยอมรับว่าการ "เล่นมุก" วิทยุทรานซิสเตอร์นั้นได้ผลไม่น้อย โดยเฉพาะในแง่ของการทำให้สาธารณชนรับรู้ถึงปัญหาของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ในสายตาของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งก่อนหน้านี้เคยบ่นเรื่อง "มลพิษทางอากาศ" ในห้องประชุมจนต้องใส่หน้ากากอนามัยและต้องให้เจ้าหน้าที่วัดคุณภาพอากาศมาแล้ว

สำหรับเด็กรุ่นใหม่อาจงงนิดหน่อยว่าวิทยุทรานซิสเตอร์คืออะไร แต่สำหรับคนรุ่นเก่าที่โตมากับวิทยุทรานซิสเตอร์คงรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้างที่สัปปายะสภาสถานซึ่งเพียบพร้อมด้วยระบบเทคโนโลยีการสื่อสารที่ล้ำสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทยต้องพึ่งพาวิทยุทรานซิสเตอร์แห่งยุคแอนะล็อก

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลอ้างว่าพื้นที่บางจุดของอาคารรัฐสภาแห่งใหม่หรือ "สัปปายะสภาสถาน" ไม่ได้ยินการถ่ายทอดเสียงจากห้องประชุมสภา

วิทยุทรานซิสเตอร์ในตำนาน

"ทรานซิสเตอร์" เป็นอุปกรณ์ที่สามารถขยายสัญญาณให้มีขนาดใหญ่ขึ้น อุปกรณ์นี้ถูกสร้างขึ้นเป็นครั้งแรกที่ห้องปฏิบัติการของบริษัทเอทีแอนด์ที เบลล์ ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2490 หลังจากนั้นก็ถูกนำไปใช้งานอย่างแพร่หลาย ทั้งเป็นวงจรขยายในเครื่องรับวิทยุและโทรทัศน์และในวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่เป็นสวิตช์ เปิด-ปิด เมื่อนำมาใช้ในเครื่องรับวิทยุผู้คนจึงเรียกกันติดปากว่า "วิทยุทรานซิสเตอร์"

สุรินทร์ ภาคศิริ ครูเพลงและอดีตนักจัดรายการวิทยุวัย 77 ปี เล่าให้บีบีซีไทยฟังว่า วิทยุทรานซิสเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่มีอิทธิพลอย่างมาต่อการรับข่าวสารและความบันเทิงของคนไทยมาตั้งแต่ราวทศวรรษที่ 2510

"ก่อนหน้าที่จะมีวิทยุทรานซิสเตอร์ คนไทยใช้ 'วิทยุแปดหลอด' ซึ่งมีขนาดใหญ่มาก แล้วต้องใช้ถ่านถึง 36 ก้อน ฟังนอกบ้านไม่ได้เพราะยกไปลำบาก เท่านั้นยังไม่พอ ต้องมีเสาอากาศสูง ๆ แต่ถึงจะมีเสาอากาศสูง ๆ บ้านที่อยู่ต่างจังหวัดหรือในพื้นที่ไกล ๆ ก็ได้ยินเสียงขาด ๆ หาย ๆ อยู่ดี บางทีเราเปิดฟังพากย์มวย ต่อยซ้าย ต่อยขวา แล้วเสียงก็วูบหายไป กลับมาอีกทีชนะแล้ว"

ประมาณปี 2508 เริ่มมีวิทยุระบบทรานซิสเตอร์เข้ามา ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าวิทยุแปดหลอด ใช้ถ่านแค่ 6 ก้อน หิ้วออกไปฟังที่ไหนก็ได้ ทำให้ได้รับความนิยมมาก โดยที่สมัยก่อนนั้นรับฟังได้เฉพาะระบบ AM ครูสุรินทร์เล่า

"เราหิ้ววิทยุทรานซิสเตอร์ไปฟังระหว่างไปไร่ ไปนา ไปสวน ไปทำงานที่ไหนก็พกไปได้เพราะใช้ถ่าน แต่ถ้าฟังอยู่บ้านก็เสียบปลั๊กได้ ชาวบ้านไปดำนาหน้าฝนจะเอาวิทยุทรานซิสเตอร์ใส่ถุงพลาสติกหิ้วไปด้วย ช่วงแรก ๆ ราคาค่อนข้างแพง แต่พอมีโรงงานผลิตมากขึ้น ราคาก็ถูกลง วิทยุทรานซิสเตอร์ยี่ห้อที่ดังที่สุดคือธานินทร์ จำได้ว่ากรมการสื่อสารทหารบกก็เคยผลิตวิทยุทรานซิสเตอร์ขายเหมือนกัน" ครูสุรินทร์ย้อนอดีต

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ ครูสุรินทร์ ภาคศิริ ครูเพลงและอดีตนักจัดรายการวิทยุ ที่มีความผูกพันกับวิทยุทรานซิสเตอร์สนับสนุนแนวคิด ส.ส. ที่จะนำวิทยุรุ่นเก่านี้มาใช้แก้ปัญหาเรื่องเสียงในอาคารรัฐสภา

ครูเพลงและอดีตนักจัดรายการวิทยุชาวอุบลราชธานีที่รู้จักกันในชื่อ "ทิดโสโปข่าว" บอกว่าวิทยุทรานซิสเตอร์มีบทบาทต่อการรับข่าวสารและความบันเทิงของคนไทยในอดีตอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนชนบทและคนที่มีรายได้น้อย ก่อนยุคที่จะมีวิทยุระบบ FM และก่อนโทรทัศน์จะแพร่หลาย

"คนฟังวิทยุทรานซิสเตอร์ก็ฟังทั้งข่าวและเพลง แต่ที่ฟังมากที่สุดก็คือเพลง เพราะเมื่อก่อนรายการข่าวไม่ค่อยมีเท่าไหร่ มีแค่ตอนเช้า หลังเคารพธงชาติแล้วก็ฟังข่าวจากกรมประชาสัมพันธ์" ครูสุรินทร์เล่า

เขาสนับสนุนความคิดของ ส.ส. ที่นำวิทยุทรานซิสเตอร์มาใช้แก้ปัญหาระบบกระจายเสียงของรัฐสภาแห่งใหม่

"ทุกวันนี้ก็ยังมีคนใช้วิทยุทรานซิสเตอร์อยู่ เพราะราคาไม่แพงและใช้การได้ดี อย่างที่รัฐสภาซื้อมาหลาย ๆ เครื่องแล้วตั้งทุกมุมก็ยังได้ ส.ส.จะได้รู้ว่าเขาเรียกมาลงมติหรือเปล่า" ครูสุรินทร์เสนอแนะ

ความผูกพันระหว่างคนรุ่นเก่า ๆ กับวิทยุทรานซิสเตอร์และอิทธิพลของอุปกรณ์สื่อสารชนิดนี้ต่อสังคมไทยสะท้อนอยู่ในงานศิลปะหลายอย่างทั้งวรรณกรรม บทเพลงและภาพยนตร์ เช่น "มนต์รักทรานซิสเตอร์" วรรณกรรมของวัฒน์ วรรลยางกูร ซึ่งต่อมาเป็นเอก รัตนเรือง นำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ตลอดจนเพลง "อีสาวทรานซิสเตอร์" ที่แต่งโดยครูชลธี ธารทอง ต้นฉบับขับร้องโดยอ้อยทิพย์ ปัญญาธร และยังถูกนำมาขับร้องโดยพุ่มพวง ดวงจันทร์

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ ดูกันชัด ๆ วิทยุทรานซิสเตอร์

ผ่องศรี วรนุช ศิลปินแห่งชาติ ผู้ได้รับฉายา "ราชินีลูกทุ่งไทย" เปิดเผยกับบีบีซีไทยว่า วิทยุทรานซิสเตอร์มีส่วนสำคัญอย่างมากที่ทำให้เธอกลายมาเป็นนักร้องขวัญใจมหาชน

"สมัยก่อนตอนที่เป็นเด็กบ้านนอกมีวิทยุทรานซิสเตอร์ หิ้วขึ้นหลังควายก็ได้ แขวนคอก็ได้ สะพายไหล่ก็ได้ สมัยนั้นมีสถานีวิทยุไม่กี่สถานี พอกรมประชาสัมพันธ์เขาเปิดเพลงที่เราชอบก็เอากระดาษมาจดเนื้อเพลง แต่มันจดไม่ได้หมด วันไหนเขาเปิดอีก เรามาจดต่อ ต้องรอฟังหลายครั้งหน่อยกว่าจะได้ครบทั้งเพลง เพราะวิทยุทรานซิสเตอร์ไม่มีเทปอัด" แม่ผ่องศรีเล่า

วิทยุทรานซิสเตอร์ทำให้เธอรักเสียงเพลง หัดร้องเพลง และเมื่อเวลาผ่านไป เพลงของเธอก็ได้เปิดผ่านวิทยุทรานซิสเตอร์ให้แฟน ๆ ได้ฟัง

นอกจากฟังเพลงแล้ว เธอยังฟังข่าวทางวิทยุทรานซิสเตอร์เป็นประจำ

"วิทยุทรานซิสเตอร์ช่วยให้คนมีความสุข คลายความทุกข์ คลายความเครียด ทำงานแล้วก็เพลิดเพลิน อยากให้ลองใช้กันดู การฟังเพลงจากวิทยุทรานซิสเตอร์มันทำให้เรามีความสุข ลืมความทุกข์ได้เลย" แม่ผ่องศรีกล่าว

วิทยุทรานซิสเตอร์ไม่ตาย

ก่อนหน้าที่วิทยุทรานซิสเตอร์จะถูกนำมาใช้ในรัฐสภาโดย ส.ส.วิปรัฐบาล รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยมีแนวคิดที่จะใช้ประโยชน์จากอุปกรณ์ "โลว์เทค" นี้มาก่อนแล้ว เมื่อปี 2560 ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการหารือกันถึงเรื่องการซื้อวิทยุทรานซิสเตอร์เพื่อแจกประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมในภาคใต้ เพื่อรับฟังข้อมูลข่าวสารจากทางการ แต่แนวคิดดังกล่าวก็พับไปหลังถูกชาวโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์หนัก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง