เปิดบัญชีทรัพย์สิน “ส.ว. เฉพาะกาล” ไร้ข้อมูล ผบ. เหล่าทัพ

  • 15 สิงหาคม 2019
ส.ว. Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ผบ. เหล่าทัพที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็น ส.ว. โดยตำแหน่งถอดเครื่องแบบประจำ แล้วสวมสูทร่วมรับฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภาเมื่อปลาย ก.ค. ที่ผ่านมา

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กรณีเข้ารับตำแหน่งเมื่อ 24 พ.ค. 2562 จำนวน 128 ราย พบว่า พี่สาวของ รมต. จุติ ไกรฤกษ์ ร่ำรวยสุดในฐานะผู้ครอบครองทรัพย์สิน 2.5 พันล้านบาท ส่วน เสรี สุวรรณภานนท์ มี "5 จ็อบ" พร้อมกัน อู้ฟู่ 500 ล้านบาท

สำนักงาน ป.ป.ช. ระบุว่า มี ส.ว. ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ทั้งหมด 137 ราย แต่มีอยู่ 8 รายที่แจ้งขอขยายเวลาในการยื่นบัญชี ส่วนอีก 1 รายให้เหตุผลว่าเคยยื่นบัญชีไปแล้วและไม่ประสงค์จะดำเนินการซ้ำ

แม้ ส.ว. เฉพาะกาลมีจำนวนทั้งสิ้น 250 ราย แต่มีอยู่ 113 รายที่เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มาก่อน หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ซึ่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาตรา 105 เปิดช่องให้ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ในกรณี "ถ้าพ้นจากตำแหน่งและได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเดิมหรือตำแหน่งใหม่ภายใน 1 เดือน" แต่ไม่ห้ามที่จะยื่นไว้เป็นหลักฐาน

"ส.ว. โดยตำแหน่ง ผบ. เหล่าทัพ" ที่เป็นอดีต สนช. รวม 5 คน ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงกลาโหม, ผู้บัญชาการทหารบก, ผู้บัญชาการทหารเรือ, ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ จึงได้รับอานิสงส์ทางกฎหมาย คงเหลือก็แต่ พล.อ. พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ แต่ในการเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะโดย ป.ป.ช. วันนี้ (15 ส.ค.) ยังไม่ปรากฏข้อมูลของเขาแต่อย่างใด

เช่นเดียวกับบรรดา "ส.ว. เครือญาติ ครม." จำนวน 4 คน ทั้งน้องชาย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม, คู่เขย พล.อ. ประยุทธ์, น้องชาย พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และพี่ชายนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ก็ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ เพราะเป็นอดีต สนช. มาก่อน ยกเว้นน้องชายนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และพี่สาวนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว. พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินฯ ในครั้งนี้

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ พล.อ. ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว. และน้องชายนายกฯ ลงมติสนับสนุนให้ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกฯ อีกสมัย ระหว่างการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติเลือกนายกฯ เมื่อ 6 มิ.ย.

พี่สาวจุติรวยสุด 2.5 พันล้าน ใช้จ่ายเดือนละ 2 แสน

นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ นายกสยามสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ และพี่สาวนายจุติ กลายเป็น ส.ว. ที่ "รวยที่สุด" โดยแจ้งว่ามีทรัพย์สินร่วมกับสามี 2,542,726,475.70 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนใน บจก. และกองทุนต่าง ๆ 1,463,878,815.41 บาท รองลงมาเป็นเงินให้กู้ยืม 5 รายการ 525,720,000 บาท ที่ดิน 90 แปลง มูลค่า 266,124,132.08 บาท เงินฝาก 25 บัญชี รวม 120,600,632.45 บาท เครื่องประดับรวม 36 รายการ มูลค่า 35,755,000 บาท ส่วนที่เหลือเป็นทรัพย์สินอื่น ๆ ขณะเดียวกันเศรษฐีนีรายนี้มีหนี้สิน 305,746.32 บาท โดยเป็นหนี้จากการใช้จ่ายบัตรเครดิต 17 ใบ รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 2,542,420,729.38 บาท

ในแต่ละปี นางพิกุลแก้วและสามีมีรายได้ 41,986,229.51 บาท ในจำนวนนี้มาจากเงินปันผลของ ส.ว. หญิงถึง 28,403,180.74 ล้านบาท ขณะที่รายจ่ายรวมของทั้งคู่อยู่ที่ 12,981,750 บาท โดยแจ้งว่าเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัวคนละ 2,400,000 บาท เมื่อลองนำไปคิดคำนวณรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนจึงอยู่ที่ 200,000 บาท

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ ประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินฯ ของ ส.ว. ทั้ง 142 คนได้ ตั้งแต่ 15 ส.ค.-13 ก.ย. เวลา 08.30-16.30 น. ณ ห้องแสดงทรัพย์สิน อาคาร 1 ชั้น 1 สำนักงาน ป.ป.ช. สนามบินน้ำ จ. นนทบุรี

น้องวิษณุทำบุญปีละแสน

พล.อ.ต. เฉลิมชัย เครืองาม อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปประเทศ (สปท.) ที่เข้ามาเป็น ส.ว. สรรหา แจ้งว่า เขาครอบครองทรัพย์สินร่วมกับคู่สมรส 202,607,818.49 บาท แบ่งเป็น เงินฝาก 34 บัญชี รวม 29,511,120.28 บาท เงินลงทุนซื้อพันธบัตรและกองทุน 44 แห่ง รวม 46,217,361.23 บาท ที่ดิน 21 แปลง มูลค่า 32,633,000 บาท บ้านและคอนโดมีเนียม 5 หลัง มูลค่า 32,400,000 บาท นอกจากนี้ยังมีรถ 4 คัน, ประกันชีวิต 32 รายการ รวมถึงเครื่องประดับ 5 รายการ ขณะเดียวกันพวกเขามีหนี้สินเป็นเงินเบิกเกินบัญชี 160,877.54 บาท รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 202,446,940.95 บาท

เขามีรายได้ปีละ 1,300,622.16 บาท จากเงินบำนาญ, เงินจากกองทุน ส.ว., ค่าขายไฟโซลาร์รู้ฟทอป และดอกเบี้ย/เงินปันผล/เงินฝาก/เงินลงทุนต่าง ๆ ส่วนคู่สมรสมีรายได้จากดอกเบี้ย/เงินปันผล 1,200,000 บาท ขณะที่รายจ่ายของ 2 สามีภรรยาคู่นี้อยู่ที่ 2,223,000 บาท ในจำนวนนี้แจ้งว่านำไปทำบุญและบริจาคเพื่อการกุศลปีละ 140,000 บาท

อดีตสามีปารีณารวยพันล้าน ครองซูเปอร์คาร์ 5 คัน

ขณะที่นายอุปกิต ปาจรียางกูร อดีตสามีนางปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ รวยเป็นอันดับ 3 ในหมู่สมาชิกสภาสูง ด้วยทรัพย์สิน 1,774,334,576 บาท โดยเป็นเงินฝากมากที่สุด 39 บัญชี รวม 648,639,979.65 บาท ที่ดิน 16 แปลง มูลค่า 324,260,000 บาท รถยนต์ 17 คัน ในจำนวนนี้เป็นซูเปอร์คาร์ 5 คัน ได้แก่ FERRARI 488GTB ปี 2017 มูลค่า 27 ล้านบาท, FERRARI 458 ITALIA ปี 2011 มูลค่า 19 ล้านบาท, BENTLEY CONTINENTAL GTC V8S ปี 2017 มูลค่า 15 ล้านบาท ROLLS-ROYCE GHOST ปี2010 มูลค่า 15 ล้านบาท และ PORCHE 911 CARRERA S COUPE3.0 PDK ปี 2016 มูลค่า 10 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินอื่น ๆ ที่มีมูลค่ารวม 418,150,000 บาท อาทิ พระเครื่อง 126,600,000 บาท แหวน 90,200,000 บาท นาฬิกา 82,350,000 บาท งาช้าง 8 รายการ ปืน 4 กระบอก อย่างไรก็ตามเขาแจ้งว่ามีหนี้สินจากเงินเบิกเกินบัญชี และเงินกู้ 48,468,415.39 บาท รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 1,725,866,160.96 บาท

ส.ว. รายนี้ยังระบุด้วยว่า ตัวเองมีรายได้ 566,954,720 บาท ซึ่งนอกจากเงินเดือนและเบี้ยประชุม ส.ว. เขานอนกินดอกเบี้ยปีละ 11 ล้านบาท และมีรายได้จากการขายหุ้น บมจ. ยูไนเต็ด เพาเวอร์ ออฟเอชัย 554,400,000 บาท ส่วนรายจ่ายประจำอยู่ที่ 6,400,000 บาท โดยแจ้งว่าเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว 2,400,000 บาทเช่นกัน

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ในรายการเงินฝากของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ และเกิดกับนางปารีณา อดีตภรรยา นายอุปกิตได้ทำบันทึกข้อความสั้นแจ้งต่อ ป.ป.ช. ว่าได้สอบถามยอดบัญชีไปทางผู้ปกครองเด็ก แต่ไม่ได้รับการแจ้งกลับมา แต่ได้ชำระเข้าบัญชีเดือนละ 2.5 แสนบาทนับจากปี 2557

เสรี "5 จ็อบ" อู้ฟู่ 500 ล้าน

ด้านคนการเมืองที่อยู่ในสภาสูงมาหลายยุคหลายสมัยด้วยระบบสรรหา เคยเป็น สปท. หลังรัฐประหารปี 2557 และถูกเลือกให้กลับมาทำหน้าที่ในสภาสูงอีกครั้งในฐานะ ส.ว. เฉพาะกาล มีอย่างน้อย 3 คนที่ประกาศตัวเป็นผู้สนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ โดยชัดแจ้ง ประกอบด้วย นายเสรี สุวรรณภานนท์, นายวันชัย สอนศิริ และนายคำนูญ สิทธิสมาน พบว่า ถือครองทรัพย์สินรวมกันกว่า 600 ล้านบาท

นายเสรีคือผู้มีความมั่งคั่งสูงสุดในกลุ่มนี้ แจ้งว่ามีทรัพย์สินรวมกับคู่สมรส 529,931,444.21 บาท ได้แก่ เงินฝาก 43 บัญชี รวม 17,371,999.25 บาท เงินลงทุนในกองทุนต่าง ๆ 7 แห่ง รวม 2,130,000 บาท เงินให้กู้ยืม 33,000,000 บาท ที่ดิน 18 แปลง มูลค่า 433,940,000 บาท ในจำนวนนี้เป็นที่ดินที่ไร่ขิง สามพราน จ. นครปฐม 6 ไร่เศษ ซึ่งราคาประเมินอยู่ที่ 202.8 ล้านบาท บ้านและคอนโดมีเนียม 8 หลัง 25,260,000 บาท ที่เหลือเป็นทรัพย์สินอื่น ๆ

นายเสรีไม่มีหนี้สินสักบาท ขณะที่ภรรยามีหนี้สินจากการกู้เงิน 7,693,433.03 บาท รวมแล้วมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 522,238,011.18 บาท

นอกจากการเป็น ส.ว. สรรหา นายเสรียังระบุว่าปัจจุบันเขามี "จ็อบอื่น" อีก 4 ตำแหน่ง ประกอบด้วย กรรมการบริหาร บ. ศูนย์รวมกฎหมายกรุงเทพฯ, ผู้บริหารตลาดเสรี 1, ผู้บริหารตลาดเสรี 2 และผู้บริหารตลาดเสรี 3 ไนท์บาซาร์ ทำให้รายได้ในแต่ละปีของเขาอยู่ที่ประมาณ 4,836,720 บาท มาจากเงินเดือน ส.ว. 1,362,720 บาท, เงินเดือน/ค่าจ้าง 1,200,000 บาท, เบี้ยประชุม/ค่าตอบแทน 774,000 บาท, ค่าจ้างว่าความ 1,000,000 บาท และค่าเช่าที่ดินอีก 600,000 บาท ส่วนคู่สมรสมีรายได้ 1,320,000 บาท ขณะที่รายจ่ายของทั้งคู่อยู่ที่ 5,349,204 บาท

วันชัย "คนไร้หนี้" มีสมบัติ 40 ล้าน

นายวันชัย เป็นอีกคนที่แจ้งว่ายังประกอบอาชีพทนายความควบคู่ไปกับการเป็น ส.ว. มีรายได้หลักจากเงินเดือนปีละ 720,000 บาท, ที่ปรึกษากฎหมาย 1,080,000 บาท, ค่าว่าความ 2,400,000 บาท ส่วนคู่สมรสไม่มีรายได้ ทั้งคู่มีรายจ่าย 3,240,000 บาท

ส.ว. ฝีปากกล้ารายนี้ครอบครองทรัพย์สินรวม 40,364,164.62 บาท ได้แก่ เงินฝาก 25 บัญชี รวม 3,089,316.62 บาท เงินลงทุนใน บมจ. และสหกรณ์ 2 แห่ง 459,900 บาท ที่ดิน 5 แปลง มูลค่า 11,858,000 บาท บ้าน 2 หลัง 16,800,000 บาท ที่เหลือเป็นทรัพย์สินอื่น ๆ นายวันชัยยังเป็น "คนไร้หนี้" ทว่าคู่สมรสมีหนี้สินอยู่ 285,961 บาท รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 40,078,203.62 บาท

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ วันชัย สอนศิริ เป็นอดีต สปท. ที่ได้กลับเข้ามาทำหน้าที่ในสภาในฐานะ ส.ว. สรรหา

คำนูญรวย 30 ล้าน

ระดับความมั่งคั่งของนายคำนูญใกล้เคียงกับนายวันชัย โดยนายคำนูญแจ้งว่า มีทรัพย์สิน 32,133,315.45 บาท ได้แก่ เงินฝาก 11 บัญชี รวม 2,325,930.96 บาท เงินลงทุนในกองทุนต่าง ๆ 14 แห่ง รวม 1,413,665.49 บาท ที่ดิน 3 แปลง มูลค่า 4,250,000 บาท บ้านและห้องชุด 7 หลัง 20,157,719 บาท ที่เหลือเป็นทรัพย์สินอื่น ๆ ขณะเดียวกันเขาแจ้งว่ามีหนี้สิน 1,533,022.14 บาท รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 30,600,293.31

รายได้หลักของนายคำนูญก็มาจากเงินเดือนและเบี้ยประชุม และกองทุนอดีตสมาชิกรัฐสภา เมื่อรวมกับรายได้ของภรรยาก็ทำให้ทั้งคู่มีเงินปีละ 1,666,920 บาท แต่มีรายจ่ายของตัวเอง ภรรยา และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะรวม 1,909,000 บาท

ซากีย์มีทรัพย์สิน 26 ล้าน

ส.ว. สรรหาอีกคนที่เป็นที่สนใจของปัญญาชนฝ่ายก้าวหน้า หนีไม่พ้น นายซากีย์ พิทักษ์คุมพล อาจารย์ประจำสถาบันสันติศึกษา ม. สงขลานครินทร์ และบุตรชายจุฬาราชมนตรี แจ้งว่า ครอบครองทรัพย์สินร่วมกับภรรยา 26,879,423.19 บาท ส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนตาม บมจ. กองทุน และสหกรณ์ต่าง ๆ 10 แห่ง เงินฝากรวม 17 บัญชี และอื่น ๆ ขณะเดียวกันทั้งคู่มีหนี้สิน เป็นเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้จากธนาคารรวม 3,388,639.81 บาท รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 23,490,783.38 บาท

แต่ละปี นายซากีย์มีรายได้ 1,602,720 บาท จากเงินเดือน, เงินประจำตำแหน่ง, ค่าเช่าช่วงต่อ ส่วนคู่สมรสมีรายได้ 1,690,630 บาท ส่วนรายจ่ายรวมกันของพวกเขาอยู่ที่ 1,766,180 บาท

Image copyright BBC Thai

ส.ว. ชาวนาจนสุด แต่ยังมีรายได้ปีละล้าน

ส่วน ส.ว. ที่มีทรัพย์สินน้อยที่สุดคือ นายไพโรจน์ พ่วงทอง ถือครองทรัพย์สิน 2,362,289.88 บาท โดยเป็นบัญชีเงินฝากของตัวเองและคู่สมรส 14 บัญชี รวม 442,289.88 บาท ซึ่งมีตั้งแต่บัญชีที่ไม่มีเงินเลย มีเงินหลักร้อย ถึงบัญชีที่มีเงินสูงสุด 283,060.13 บาท ส่วนทรัพย์สินที่เหลือเป็นที่ดิน 2 แปลง บ้าน 1 หลัง 2 แสนบาท และรถจักรยานยนต์ 3 คัน มูลค่ารวม 20,000 บาท และแจ้งว่ามีหนี้สิน 440,000 บาท รวมมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 1,922,289.88 บาท

ส.ว. รายนี้ระบุว่า ตัวเองมีรายได้ปีละ 1,078,000 บาท นอกจากเงินเดือน ส.ว. เขายังหาเงินได้จากการทำนาปีและนาปรัง แต่มีรายจ่ายประจำจากต้นทุนการผลิตปีละ 124,200 บาท

ใครรวยที่สุด-จนที่สุดใน "ส.ว. เฉพาะกาล"

ชื่อ-สกุล มูลค่าทรัพย์สิน มูลค่าหนี้สิน
อันดับ 1 นางพิกุลแก้ว ไกรฤกษ์ 2,542 ล้านบาท 3 แสนบาท
อันดับ 2 นางศิรินา ปวโรฬารวิทยา 2,020 ล้านบาท 4.25 ล้านบาท
อันดับ 3 นายอุปกิต ปาจรียางกูร 1,774 ล้านบาท 48.4 ล้านบาท
อันดับ 128 นายไพโรจน์ พ่วงทอง 2.36 ล้านบาท 4.4 แสนบาท

ที่มา : บีบีซีสรุปจากข้อมูลการเปิดเผยบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ ส.ว. 128 คน ที่สำนักงาน ป.ป.ช. เผยแพร่เมื่อ 15 ส.ค. 2562

สำหรับ ส.ว. ชุด "เฉพาะกาล" มีที่มาจาก 3 แหล่งคือ 1. การเลือกกันเองของกลุ่มอาชีพก่อนให้ คสช. เคาะขั้นสุดท้าย จำนวน 50 คน 2. การสรรหาโดย คสช. จำนวน 194 คน และ 3. เป็นโดยตำแหน่ง 6 คน ทั้งหมดนี้มีวาระดำรงตำแหน่ง 5 ปี จึงสามารถร่วมลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีได้อย่างน้อย 2 สมัย

ในการประชุมรัฐสภาเมื่อ 6 มิ.ย. เพื่อลงมติเลือกนายกฯ คนที่ 29 ปรากฏว่า ส.ว. 249 เสียง พร้อมใจกันโหวตให้ พล.อ. ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อชนิดไม่แตกแถว ขาดเพียงนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ในฐานะรองประธานรัฐสภา ที่ต้อง "งดออกเสียง" ตามมารยาทขณะขึ้นทำหน้าที่บนบัลลังก์

วันเดียวกันนี้ ป.ป.ช. ยังเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ สนช. จำนวน 146 คน กรณีพ้นจากตำแหน่งด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง