ซ้อมทรมาน : จากควบคุมตัว หมดสติ ถึงเสียชีวิต เกิดอะไรขึ้นกับ อับดุลเลาะ อีซอมูซอ

  • 26 สิงหาคม 2019
นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ เสียชีวิตหลังจากหมดสติที่ค่ายอิงคยุทธบริหารและรักษาตัวในห้องไอซียูอยู่นานกว่า 1 เดือน Image copyright โมฮัมหมัด รอฮมัด มามุ
คำบรรยายภาพ นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ เสียชีวิตหลังจากหมดสติที่ค่ายอิงคยุทธบริหารและรักษาตัวในห้องไอซียูอยู่นานกว่า 1 เดือน

การเสียชีวิตของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ชาว จ.ปัตตานี ผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคง จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้ปรับปรุงกระบวนการควบคุมตัวและซักถามผู้ต้องสงสัยของฝ่ายความมั่นคง รวมทั้งตรวจสอบกรณีนี้อย่างโปร่งใส บีบีซีไทยสรุปเหตุการณ์นับตั้งแต่วันที่อับดุลเลาะถูกควบคุมตัว จนถึงวันที่เขาเสียชีวิต

อับดุลเลาะคือใคร

นายอับดุลเลาะ อายุ 34 ปี บ้านอยู่ที่ ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี มีอาชีพกรีดยางและหล่อเสาปูน

จากคำบอกเล่าของนายโมฮัมหมัด รอฮมัด มามุ ลูกพี่ลูกน้องของนายอับดุลเลาะ ทุกวันเขาจะตื่นแต่เช้าไปกรีดยาง จากนั้นจึงกลับมาทำงานหล่อเสาปูนที่ไซต์งานไม่ไกลจากบ้านพัก และกลับบ้านในตอนเย็นของทุกวัน

อับดุลเลาะมีภรรยาชื่อนางซูไมยะห์ มิงกะ อายุ 30 ปี มีลูกชายด้วยกัน 2 คน อายุ 7 ขวบและ 2 ขวบ เขาเป็นคนที่คอยดูแลนางกรือซง ยามา ผู้เป็นแม่ ซึ่งเป็นผู้พิการทางการสื่อความหมายแต่กำเนิด ส่วนพ่อเสียชีวิตไปนานแล้ว

นายอับดุลเลาะถูกควบคุมตัวขณะเตรียมตัวละหมาดที่บ้านพัก เจ้าหน้าที่ระบุตัวเขาเป็นผู้ต้องสงสัยว่าคอยช่วยเหลือสนับสนุนการก่อเหตุไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากถูกซัดทอดโดยผู้ต้องสงสัยที่ควบคุมตัวก่อนหน้า

ลำดับเหตุการณ์

จากข้อมูลของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า และคำบอกเล่าของญาติ สรุปเหตุการณ์ได้ดังนี้

20 ก.ค.

  • เจ้าหน้าที่ส่งกำลังเข้าควบคุมตัวนายอับดุลเลาะที่บ้านพักใน ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โดยมีผู้นำท้องที่ ผู้นำศาสนาและภรรยาอยู่ในเหตุการณ์ เจ้าหน้าที่คุมตัวเขาไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูธรสายบุรี และส่งต่อไปที่หน่วยซักถามเฉพาะกิจ กรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าระบุว่าผลการตรวจร่างกายของนายอับดุลเลาะก่อนเข้าสู่กระบวนการซักถามพบว่าเขามีร่างกายแข็งแรงดี
  • 21.30 น. ระหว่างการซักถาม นายอับดุลเลาะมีอาการเครียด เจ้าหน้าที่จึงให้ไปพัก

21 ก.ค.

  • 03.00 น. เจ้าหน้าที่พบว่านายอับดุลเลาะนอนหมดสติอยู่ภายในห้องควบคุม จึงนำตัวส่งโรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร เพื่อช่วยชีวิตเบื้องต้นก่อนนำส่งต่อ รพ.ปัตตานี

22 ก.ค.

  • 09.00 น. นางซูไมยะ ภรรยาของนายอับดุลเลาะ เดินทางไปที่ค่ายอิงคยุทธฯ เพื่อติดต่อขอเข้าเยี่ยมสามี แต่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าเขาถูกส่งตัวไปรักษาที่ รพ.ปัตตานี นางซูไมยะจึงตามไปที่ รพ. พบว่าสามีของเธออยู่ในอาการโคม่า ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ แพทย์แจ้งว่านายอับดุลเลาะมีอาการสมองบวมอย่างรุนแรง คาดว่าเกิดจากการขาดอากาศหายใจเป็นเวลานาน
  • ช่วงบ่าย พ.ท. พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวว่า พล.ท. พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการให้เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จในกรณีนี้ หากพบเป็นความผิดพลาดจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ก็จะทำการลงโทษสถานหนักทั้งทางวินัยและอาญาทหารโดยไม่ละเว้น แต่จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่า เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้องตั้งแต่การเชิญตัว การควบคุมตัวเพื่อซักถามและยังไม่พบหลักฐานใด ๆ ที่บ่งชี้ว่า เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่
  • ช่วงเย็น นายอับดุลเลาะถูกส่งตัวจาก รพ.ปัตตานี มารักษาต่อที่ รพ.สงขลานครินทร์ จ.สงขลา
Image copyright กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
คำบรรยายภาพ พ.ท.ปราโมทย์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า แถลงข่าวหลังจากนายอับดุลเลาะหมดสติที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร

23 ก.ค.

  • พญ. สุภัค พูลสวัสดิ์ แพทย์ รพ.ปัตตานีที่ดูแลอาการของนายอับดุลเลาะแถลงข่าวว่า จากการตรวจเบื้องต้นไม่พบบาดแผลที่เป็นสาเหตุของหัวใจหยุดเต้น เมื่อคนไข้มาถึงโรงพยาบาลปัตตานีคนไข้ไม่รู้สึกตัว แต่มีสัญญาณชีพคงที่ ผลการเอ็กซเรย์ปอดไม่พบภาวะลิ่มเลือดอุดกั้น ผลเอ็กซเรย์ตรวจสมองพบว่ามีอาการสมองบวมซึ่งเป็นสาเหตุจากภาวะขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน คณะแพทย์ยังไม่พบสาเหตุของภาวะหัวใจหยุดเต้น
  • กลุ่มผู้เห็นต่างกับรัฐไทยในนาม "มาราปาตานี" ส่งจดหมายเปิดผนึกประณามเหตุการณ์ผู้ต้องสงสัยคดีความมั่นคงหมดสติขณะอยู่ในค่ายทหารและต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ว่าเป็นการกระทำอันขลาดกลัวและละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง จดหมายเปิดผนึกซึ่งลงนามโดยนายอาบูฮาฟิส อัลฮากิม

โฆษกกลุ่มมาราปาตานี ระบุข้อเรียกร้อง ของกลุ่มต่อเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เลขาธิการองค์การความร่วมมืออิสลาม (โอไอซี) เลขาธิการอาเซียน นายกรัฐมนตรีไทยและมาเลเซีย และผู้แทนระหว่างประเทศอีกหลายองค์กร โฆษกกลุ่มมาราปาตานีระบุว่า หลังเกิดเหตุ กองทัพปฏิเสธทันทีว่าไม่มีการกระทำผิดเกิดขึ้น ขณะที่การสืบสวนของตำรวจพบว่า กล้องโทรทัศน์วงจรปิดภายในค่ายใช้การไม่ได้ สถานการณ์ที่คลุมเครือเช่นนี้ส่อเค้าน่าสงสัยว่าจะมีการทำสิ่งผิดกฎหมายเกิดขึ้น

"เราขอประณามการกระทำอันขลาดกลัวอย่างไร้ความปรานี ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงและประมาทเลินเล่อในระหว่างกระบวนการสอบสวน" มาราปาตานีระบุ

25 ก.ค.

  • ระหว่างการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ช่วงที่ลุกขึ้นชี้แจงนโยบายการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวถึงกรณีนายอับดุลเลาะว่าเขาไม่ได้ถูกทำร้ายร่างกาย "วันก่อนก็บอกมีการซ้อมอะไรต่าง ๆ มา เขาก็ตรวจสอบโดยหมอ ไม่มีร่องรอยสักอันเลย เป็นลมหน้ามืดไป จับมาแล้วก็เป็นลมหน้ามืด แล้วบอกไปซ้อม ดูหนังมากไปรึเปล่า" นายกฯ กล่าวในสภา

31 ก.ค.

  • คณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งมี พล.ต.ธิรา แดหวา ผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า เป็นประธาน สรุปผลการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีนายอับดุลเลาะหมดสติระหว่างถูกควบคุมตัว
Image copyright ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
คำบรรยายภาพ คณะกรรมการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ระบุว่า "การลื่นล้มหรือการเกิดอุบัติเหตุไม่น่าจะเป็นไปได้"

1.จากผลการตรวจทางการแพทย์ทั้ง 3 โรงพยาบาลที่ให้การรักษา คือ โรงพยาบาลค่ายอิงคยุทธบริหาร โรงพยาบาลปัตตานี และโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย ไม่มีร่องรอยฟกช้ำ และไม่มีรองรอยจากอุบัติเหตุ คณะกรรมการจึงเห็นว่า การลื่นล้มหรือการเกิดอุบัติเหตุไม่น่าจะเป็นไปได้

2. อาการสมองบวมของผู้ป่วย คณะกรรมการได้รวบรวมข้อเท็จจริงจากความเห็นของคณะแพทย์ที่ให้การรักษา สรุปว่าอาจเกิดขึ้นได้จาก 3 สาเหตุ คือ

-การที่สมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ซึ่งคณะแพทย์ได้ชันสูตรในชั้นต้นแล้วไม่พบร่องรอยการกระทบกระเทือนทางสมอง

-เกิดจากโรคหลอดเลือดโป่งพอง ซึ่งในชั้นนี้คณะกรรมการยังไม่สามารถตรวจสอบสาเหตุอย่างละเอียดชัดเจนได้

-เกิดจากการขาดอากาศหายใจหรือไม่มีออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในหลายกรณี เช่น ผู้ป่วยอาจถูกผู้อื่นกระทำหรือตัวผู้ป่วยหมดสติและมีภาวะปิดกั้นทางเดินหายใจ ไม่ได้รับการช่วยเหลือภายในระยะเวลาอันควร

3. รอยแผล 2 รอยที่บริเวณข้อพับแขนขวา ทางคณะกรรมการได้ดำเนินการตรวจสอบจากคณะแพทย์แล้ว พบว่าเป็นร่องรอยที่เกิดจากการรักษาอาการบาดเจ็บของผู้ป่วย

7 ส.ค.

  • ตัวแทนครอบครัวนายอับดุลเลาะเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อเรียกร้องขอความเป็นธรรมกรณีนายอับดุลเลาะหมดสติระหว่างการควบคุมตัวในค่ายทหาร ผ่านศูนย์ราชการจังหวัดชายแดนใต้ จ.ยะลา

24ส.ค.

  • แพทย์แจ้งญาติว่าอาการของผู้ป่วยเริ่มทรุดลง ภาวะความดันโลหิตต่ำและมีการแลกเปลี่ยนก๊าซที่ผิดปกติทางทีมรักษาได้ให้ยาควบคุมความดันโลหิตในขนาดสูง แต่ผู้ป่วยไม่ตอบสนองต่อการรักษาพยาบาล

25 ส.ค.

  • 4.03 น. โรงพยาบาลระบุว่า ผู้ป่วยเสียชีวิตจากปอดอักเสบติดเชื้ออย่างรุนแรง (severe pneumonia ) และมีภาวะพิษเหตุติดเชื้อ (septic shock)
  • 17.00 น. ครอบครัวจัดพิธีทางศาสนา ละหมาดญีนะซะห์ นายอับดุลเลาะ ที่มัสยิดฮูแตบาเซ ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี โดยตัดสินใจไม่ส่งศพชันสูตร

กสม. ออกข้อเสนอแนะ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ขอเข้าตรวจสอบสถานที่ควบคุมตัว

วันนี้ (26 ส.ค.) สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เผยแพร่เอกสารข่าวข้อเสนอแนะต่อกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ว่าควรให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของ กสม. เข้าตรวจสอบสถานที่ควบคุมตัวหรือพบผู้ถูกควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงทันทีเมื่อได้รับการประสาน

เอกสารเผยแพร่ข่าวยังระบุว่า เคยมีกรณีการกล่าวอ้างว่าถูกทำร้ายหรือซ้อมทรมานระหว่างการควบคุมตัวเช่นเดียวหรือคล้ายคลึงกับนายอับดุลเลาะตามกฎหมายพิเศษด้านความมั่นคง ระหว่างเดือน ธ.ค. 2559-พ.ค. 2561 จำนวน 100 คำร้อง

นอกจากนี้ กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า ควรกำหนดระเบียบว่าด้วยการควบคุมตัวบุคคลตามกฎหมายพิเศษด้านความมั่นคงซึ่งทำให้บุคคลสูญเสียอิสรภาพ และดำเนินการเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เช่น การแจ้งให้บุคคลที่ถูกทำให้สูญเสียอิสรภาพทราบถึงสาเหตุที่ถูกควบคุมตัว รวมทั้งให้ครอบครัวทราบข้อเท็จจริงของการควบคุมตัว สถานที่ และการเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่อื่น

อีกทั้งควรติดตั้งกล้องวงจรปิดในพื้นที่ควบคุมเพื่อความปลอดภัยของผู้ถูกควบคุมตัว เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเจ้าหน้าที่ และเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีมีข้อร้องเรียนการซ้อมทรมาน

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม