รถไฟฟ้าราคาออฟพีคใครควรรับผิดชอบ

  • 2 กันยายน 2019
ป้ายรถไฟใต้ดินลอนดอน Image copyright PA Media

"ตื่นเช้าหน่อยคนน้อยกว่า" สโลแกนในโฆษณาที่เผยแพร่อยู่บนขบวนรถไฟฟ้า บีทีเอส แนะนำให้ผู้โดยสารปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้บริการด้วยการตื่นเช้าขึ้นกว่าเดิม จะได้ไม่ต้องเบียดเสียดกับผู้โดยสารคนอื่นที่ใช้บริการหนาแน่นในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์กลายเป็น ประเด็นที่ผู้ใช้โซเชียลมีเดียหยิบขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นการผลักภาระให้ผู้โดยสาร

#ตื่นเช้าหน่อยคนน้อยกว่า ที่มีผู้ใช้ทวิตเตอร์โพสต์พร้อมข้อความ ดึงให้คนเข้ามาแลกเปลี่ยนความเห็น เรียกเสียงบ่น และเรียกร้องให้บีทีเอสลดราคาค่าโดยสาร กับเพิ่มขบวนรถเพื่อแก้ปัญหา แทนที่จะให้ผู้โดยสารต้องตื่นเช้าขึ้น เพื่อเดินทางตั้งแต่ 06.00 น.

เรื่องค่าโดยสารของระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ โดยเฉพาะบีทีเอส เป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงมาเป็นระยะ เมื่อเร็ว ๆ นี้ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ออกมาชี้ว่าไทยมีค่าโดยสารระบบรางสูงกว่าประเทศอื่น แม้แต่กรุงลอนดอนยังมีอัตราค่าโดยสารต่อ 1 กิโลเมตร ถูกกว่าของไทย

สำหรับคนอยู่อาศัยและใช้บริการรถไฟใต้ดิน (Tube) ในกรุงลอนดอนแล้ว ค่าโดยสารรถไฟใต้ดินที่นี่แพงเข้าขั้น "หูฉี่"

สองปีที่แล้ว Deutsche Bank เพิ่งออกรายงานว่าบัตรค่าโดยสารบริการขนส่งสาธารณะรายเดือนประเภทที่ใช้เดินทางได้ตลอดทั้งวันโดยไม่จำกัดรอบในกรุงลอนดอนนั้น แพงที่สุดในโลก คือประมาณ 135 ปอนด์ (ประมาณ 5,000 บาท) แพงกว่านครนิวยอร์ก กรุงอัมสเตอร์ดัม หรือกรุงโตเกียว

ในลอนดอนนั้น ผู้โดยสารที่ใช้บัตรออยสเตอร์การ์ด (Oyster) กับจ่ายโดยบัตร Contactless Payment Card ตามที่เดินทาง จะเสียค่าโดยสารถูกกว่าผู้ที่ซื้อตั๋วเที่ยวเดียว (Single Journey Ticket) ออยสเตอร์การ์ดยังใช้ร่วมกับรถเมล์ รถไฟบนดิน (ตามเส้นทางและโซนที่กำหนด) และรถ DLRได้ด้วย ในทำนองเดียวกับบัตรแมงมุมที่คนกรุงเทพฯ ยังรอคอยอย่างมีความหวัง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ทีดีอาร์ไอ ชี้ว่าไทยมีค่าโดยสารระบบรางสูงกว่าประเทศอื่น แม้แต่กรุงลอนดอนยังมีอัตราค่าโดยสารต่อ 1 กิโลเมตร ถูกกว่าของไทย

ออฟพีคถูกว่าจริง

โดยปกติแล้วค่าโดยสารรถไฟทั้งใต้ดินและบนดินจะปรับขึ้นทุกวันที่ 1 มกราคม ราวกับเป็นของขวัญต้อนรับปีใหม่ โดยอ้างอิงตามอัตราเงินเฟ้อ แต่ปีนี้นับเป็นปีที่สามแล้วที่มีการคงราคาค่าโดยสารรถไฟใต้ดินสำหรับผู้ใช้บัตรออยสเตอร์และผู้ที่จ่ายตามที่เดินทางในช่วงออฟพีค ตามนโยบายของนายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ที่จะคงราคาติดต่อกันสี่ปี

โดยค่าโดยสารรถไฟใต้ดิน ในช่วงที่มีผู้โดยสารน้อย หรือ ออฟพีคเฉพาะโซน 1 อยู่ที่ 2.40 ปอนด์ (ประมาณ 88 บาท) ส่วนค่าโดยสารทั้งรถไฟใต้ดิน รถไฟบนดิน และ DLR ในช่วงออฟพีค โซน 1-6 มีราคาเพียง 3.10 ปอนด์ (ประมาณ 115 บาท)

ค่าโดยสารรถไฟใต้ดิน รถไฟบนดิน และ DLR แบบจ่ายตามการเดินทาง คงที่ระหว่างปี 2017-2020
โซน พีค ออฟพีค
เฉพาะโซน 1 2.40 ปอนด์ 2.40 ปอนด์
โซน 1-2 2.90 ปอนด์ 2.40 ปอนด์
โซน 1-3 3.30 ปอนด์ 2.80 ปอนด์
โซน 1-4 3.90 ปอนด์ 2.80 ปอนด์
โซน 1-5 4.17 ปอนด์ 3.10 ปอนด์
โซน 1-6 5.10 ปอนด์ 3.10 ปอนด์

ที่มา: TFL

นักการเมืองอย่างนายซาดิก ข่าน นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน คาดว่าการคงราคาไว้แบบนี้ จะลดค่าใช้จ่ายของผู้โดยสารลงได้ประมาณ 200 ปอนด์

แต่ในส่วนของ การขนส่งมวลชนลอนดอน (Transport for London หรือ TFL) หน่วยงานที่ดูแลระบบบริการขนส่งสาธารณะของกรุงลอนดอน ประกาศเมื่อปีที่แล้วว่านับตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นไป จะขึ้นราคาค่าโดยสารสูงกว่าเงินเฟ้อราว 1% เพื่อช่วยให้ TFL บริหารงบประมาณได้ดีขึ้น

แม้ปัจจุบันจะได้เงินสนับสนุนจากรัฐบาลราว 700 ล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ผู้บริหารTFL บอกว่าช่วงสองสามปีมานี้ ชาวลอนดอนใช้รถใต้ดินน้อยลง ทำให้รายได้จากค่าโดยสารลดลงด้วย

เมื่อรายได้ลดลง คนทำงานอาจร้อน ๆ หนาว ๆ ผู้บริหาร TFL คาดว่าพนักงานราว 2,500 คน สุ่มเสี่ยงจะตกงาน เพราะองค์กรมีแผนลดรายจ่ายพนักงานในส่วนที่ไม่เกี่ยวกับการให้บริการลงราว 30%

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ปีนี้รถไฟใต้ดินลอนดอนมีอายุ 155 ปี ถือได้ว่าเป็นระบบรถไฟใต้ดินที่เก่าแก่ที่สุดในโลก

พีค-ไม่พีค ต่างกันอย่างไร

ในแง่ของ "คนนั่งทิวบ์" หลายคนเลือกวิธีบริหารจัดการการเดินทางให้สอดคล้องกับความจำเป็นและเงินในกระเป๋า เพราะค่าโดยสารนั้นกำหนดราคาแตกต่างกันไปตามเขตหรือโซน (Zone) ที่มีอยู่ 6 โซน และช่วงเวลาที่เดินทาง แน่นอนว่าช่วงเวลาที่ผู้โดยสารหนาแน่นที่สุด หรือพีคไทม์ (Peak time) นั้น ราคาค่าโดยสารจะแพงกว่าช่วงที่มีผู้โดยสารน้อย หรือออฟพีค (Off-peak time)

ช่วงพีค คือวันจันทร์ถึงศุกร์ (ไม่รวมวันหยุดราชการ) เวลา 06.30-09.30 น. และเวลา 16.00-19.00 น. การกำหนดเวลาช่วงพีคดูสมเหตุสมผล เพราะทั้งสองช่วงเป็นเวลา ที่คนทั่วไปเดินทางไปทำงาน ไปเรียน และเดินทางกลับบ้าน ความแออัดในขบวนรถช่วงนี้เข้าขั้น "แนบแน่น"

ส่วนช่วงออฟพีค ก็คือเวลาอื่น ๆ นอกเหนือจากเวลาพีค และช่วงเวลาที่ผู้ที่เดินทางจากสถานี ที่อยู่นอกโซน 1 เพื่อไปยังสถานีในโซน 1 ในเวลา 16.00-19.00 น. วันจันทร์ถึงศุกร์ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนเข้าเมืองน้อยลง

พีค ออฟพีค
จันทร์-ศุกร์ (ไม่รวมวันหยุดราชการ) 06.30-09.30 น. และ16.00-19.00 น. เวลาอื่นนอกเหนือจากเวลาพีค และเดินทางเข้าโซน 1 เวลา 16.00-19.00 น. จันทร์-ศุกร์

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุก ๆ เช้าจะมีผู้โดยสารที่ไม่รีบร้อนยืนรอหน้าทางเข้ารถไฟใต้ดิน รอแตะบัตรเมื่อเข็มนาฬิกาผ่าน 09.30 น. ไปแล้ว เพราะราคาค่าโดยสารจะถูกกว่า

ในช่วงพีคขบวนรถจะมาถึงสถานีถี่มากขึ้น บางสายจะห่างกันเพียง 1 นาทีเศษ อย่างสายวิคตอเรีย ที่สื่ออังกฤษรายงานว่ามีรถบริการชั่วโมงละประมาณ 36 ขบวน ความถี่ในการปล่อยรถอยู่ที่ 100 วินาทีต่อขบวน รถไฟใต้ดินสายนี้จึงได้ชื่อว่าให้บริการถี่ที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากรถไฟใต้ดินมอสโก ที่ขบวนรถไฟมาทุก ๆ 95 วินาที

ในแง่ของรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ตกเป็นเป้าวิจารณ์ในขณะนี้ ความถี่ในการเดินรถที่เผยแพร่อยู่ทางเว็บไซต์ ระบุว่าในวันจันทร์ถึงศุกร์ ช่วง 06.00-07.00 น. สายสุขุมวิท รถจะมาทุก ๆ 5 นาที โดยประมาณ และสายสีลมทุก ๆ 6 นาที ขบวนรถจะถี่มากขึ้นในช่วง 07.00-09.00 น. สายสุขุมวิทจะมาทุก ๆ 2.40 นาที โดยประมาณ และสายสีลม ทุก ๆ 3.45 นาที พอหลังเก้าโมงเช้าไปแล้ว รถสายสีลมจะมาถึงสถานีทุก ๆ 6 นาทีตามเดิม และสายสุขุมวิท ในช่วง 09.39-16.39 น. จะมาทุก ๆ 6.30 นาที โดยประมาณ

Image copyright BTS
คำบรรยายภาพ ความถี่การเดินรถไฟฟ้าบีทีเอส

ปีนี้รถไฟใต้ดินลอนดอนมีอายุ 155 ปี ถือได้ว่าเป็นระบบรถไฟใต้ดินที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ปัจจุบันมีเส้นทาง11 สาย ครอบคลุมระยะทาง 402 กิโลเมตร และมีสถานีบริการ 270 สถานี เมื่อ 3 ปีก่อน คนที่นี่ได้ "ตื่นเต้น" ที่รถใต้ดิน 2 สายเริ่มให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ตามหลังเมืองหลวงอย่างสต็อกโฮล์ม เบอร์ลิน เวียนนา อยู่หลายขุม

เก่าแต่เก๋า

แม้จะเข้าขั้น "หง่อม" แต่การซ่อมบำรุงก็ช่วยให้รถไฟใต้ดินลอนดอนก็ยังมีแรงรองรับผู้โดยสารในช่วงพีคได้สูงสุดถึง 5 ล้านคน ทุก ๆ เช้ารถไฟมากกว่า 543 ขบวน โลดแล่นอยู่ในทางใต้พื้นดินเมืองหลวงที่มีประชากรกว่า 8 ล้านคน

คนลอนดอนคุ้นชินกับเสียงเตือน Mind the Gap ให้ระวังเวลาก้าวลงจากรถเพราะช่องว่างระหว่างขบวนรถไฟและชานชาลาในบางสถานีห่างกันจนน่าใจหาย อีกเสียงประกาศที่มาถี่ไม่แพ้กันคือเสียงแจ้งว่าระบบสัญญาณขัดข้อง แต่เสียงประกาศที่ไม่อยากได้ยินเอาเลยเห็นจะเป็นประกาศที่ว่ามีผู้โดยสารอยู่บนรางรถไฟใต้ดิน ทำให้รถบริการต่อไปไม่ได้

เพราะนั่นหมายความว่าบางคนได้ใช้รางรถไฟใต้ดินเป็นสถานที่จบชีวิตตัวเอง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม