สตม.ยอมรับต้องปรับปรุงกฎหมายเข้าเมืองหลังต่างชาติวิจารณ์หนัก ตม. 30

  • 9 กันยายน 2019
นักท่องเที่ยว Image copyright Getty Images

ความเข้มงวดในการใช้กฎหมายตรวจคนเข้าเมืองของไทยที่กำหนดให้ผู้ครอบครอง เคหะสถานต้องกรอกแบบฟอร์ม ตม. 30 แจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวภายใน 24 ชม. นับแต่เข้าพักได้กลายเป็นเผือกร้อนสำหรับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ที่ล่าสุดต้องออกแนวปฏิบัติเพื่อแก้ปัญหานี้แบบเร่งด่วนเป็นการภายใน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าของที่พักและนักท่องเที่ยวที่ประสบปัญหาได้แลกเปลี่ยนความเห็น ทางโซเชียลมีเดีย ขณะที่ผู้ติดตามรายงานข่าวของบีบีซีจำนวนหนึ่ง ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และความยุ่งยากที่พบในการแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วยแบบฟอร์ม ตม. 30 ด้วยเช่นกัน

Image copyright FACEBOOK/BBC Thai

พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงาน ตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) บอกกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์ว่า สตม. ได้รับทราบปัญหาทั้งหมดแล้ว และได้สั่งการคลี่คลายสถานการณ์โดยด่วนมาตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยให้ออกแนวทางปฏิบัติแก่เจ้าหน้าที่เพื่อบรรเทาปัญหาแก่ชาวต่างชาติ

อย่างไรก็ดี สตม.ไม่อาจเปิดเผยรายละเอียดได้แต่ย้ำให้เจ้าหน้าที่ ดำเนินการโดยไม่ขัดกับหลักกฎหมาย

เตรียมเสนอปรับปรุง กม.คนเข้าเมือง

สตม. ยอมรับว่าการแกัปัญหานี้มีหลายมิติทั้ง เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว และความมั่นคง ซึ่งที่ผ่านมา นอกจากจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศมากขึ้นแล้ว กลุ่มคนต่างด้าวที่มาใช้ชีวิต หรือทำงานในไทยก็เพิ่มขึ้นมากด้วย

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ตม.30 ต้องยื่นภายใน 24 ชม.นับแต่คนต่างชาติเข้าพัก

พล.ต.ท.สมพงษ์ ระบุว่า พ.ร.บ. คนเข้าเมือง ฉบับปัจจุบันใช้มานาน 40 ปีแล้ว จำเป็นต้องแก้ไข ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ แต่จะดำเนินการอย่างไร และเมื่อใดไม่อาจระบุได้เพราะมีปัจจัย หลายอย่างที่ไม่ได้ขึ้นกับ สตม.

นักธุรกิจต่างชาติร่วมกดดัน

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. จอร์จ สไตล์ลิส ผู้สื่อข่าวอิสระที่ทำงานในกรุงเทพฯ ส่งรายงานข่าวให้เว็บไซต์บีบีซีนิวส์ ระบุว่าการเพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองได้ สร้างความไม่พอใจให้กลุ่มชาวต่างชาติที่พำนักและทำงานในประเทศไทย

ในวันเดียวกัน หอการค้าร่วมต่างประเทศในไทย ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้งเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนและสร้างภาพลักษณ์ที่ดี พร้อมทั้งยังส่งจดหมายถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เรียกร้องให้ทบทวนการใช้แบบฟอร์ม ตม. 30 ที่มีความซับซ้อนและสร้างความลำบากใหักับทั้งผู้ประกอบการไทยและนักท่องเที่ยว และยังกระทบต่อภาพลักษณ์ของนักท่องเที่ยวและการดึงดูดนักลงทุนชาวต่างชาติอีกด้วย

คำบรรยายภาพ แบบฟอร์ม ตม.30 มีความซับซ้อน และปัญหาในการกรอกแบบฟอร์มยื่นเรื่องทางออนไลน์ ทำให้มักต้องไปเดินเรื่องด้วยตัวเองที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

นายสแตนลีย์ กัง ประธานหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย กล่าวในแถลงการณ์ของหอการค้าร่วมต่างประเทศ เรียกร้องให้ทางการไทยแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยยกเว้นการบังคับใช้แบบฟอร์ม ตม. 30 ในกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้รับใบอนุญาตในทำงานในประเทศและวีซ่าทำธุรกิจ (work permit & business visa) เพื่อให้กฎระเบียบเอื้อต่อนักลงทุนและนักธุรกิจต่างชาติ

"ความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ คือสิ่งสำคัญของประเทศในการดึงดูดการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว พวกเราเสนอแนะรัฐบาลไทยให้ดำเนินมาตรการเชิงบวกในการอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจในไทย ซึ่ง แบบฟอร์ม ตม. 30 ไม่ได้ช่วยให้บรรลุความสำเร็จดังกล่าว ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่มีความต้องการติดตามชาวต่างชาติเช่นนี้" นายกัง ระบุในแถลงการณ์

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ นายสแตนลีย์ กัง ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม