ธรรมนัส : ฝ่ายกฎหมายตีความ พ.ร.บ. ล้างมลทินไทย ล้างผิดไปถึงคำตัดสินศาลออสเตรเลีย

  • 16 กันยายน 2019
ธรรมนัส Image copyright กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ
คำบรรยายภาพ ร.อ. ธรรมนัส เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ "จิตอาสาสืบสานการสร้างป่าและเกษตรกรรมยั่งยืน ในเขตปฏิรูปที่ดินเฉลิมพระเกียรติในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษกฯ" และมอบเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. 4-01 ให้เกษตรกรชาวพะเยา เมื่อวันที่ 15 ก.ย.

แม้แผนการเปิดแถลงข่าวชี้แจงข้อกฎหมายจากปมปัญหาเรื่องคุณสมบัติและวุฒิการศึกษาของ ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช. เกษตรและสหกรณ์ จะถูกพับไป แต่ทีมกฎหมายของเขาได้ร่อนเอกสารถึงสื่อมวลชนยืนยันว่ารัฐมนตรีวัย 54 ปี ไม่ขาดคุณสมบัติการเป็น ส.ส. และรัฐมนตรี

บีบีซีไทยได้รับเอกสารที่ใช้ชื่อว่า "ข้อมูล ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า.." จากคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของ ร.อ. ธรรมนัส ซึ่งมีเนื้อหา 4 หน้า ประกอบด้วยข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายรวม 10 ข้อใหญ่ และ 5 ข้อย่อย รายละเอียดส่วนใหญ่ไม่มีอะไรต่างจากข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะเมื่อสัปดาห์ก่อน

ที่น่าสนใจคือ การยอมรับว่า ร.อ. ธรรมนัส เคยถูกให้ออกจากราชการสังกัดกองบัญชาการทหารสูงสุด (บก.สส.) เมื่อคราวเป็น "ร.ท. พชร พรหมเผ่า" และถูก "ถอดยศทหาร" แต่ได้รับการล้างมลทินตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ล้างมลทินปี 2539 และ 2550 ซึ่งเนื้อหาของกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ ระบุตอนหนึ่งว่า "ให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้น ๆ" คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของ ร.อ. ธรรมนัส จึงตีความว่า พ.ร.บ. ล้างมลทินทั้ง 2 ฉบับ ทำให้เกิดผล 5 ประการ ดังนี้

  • ร.ท. พชร (ชื่อขณะต้องโทษ) ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาของศาลออสเตรเลีย และไม่เคยถูกลงทัณฑ์ทางวินัยคดีขาดราชการ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 9 มิ.ย. 2539
  • ร.อ. ธรรมนัส ไม่เคยถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ในกรณีที่ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธ.ค. 2550
  • ร.อ. ธรรมนัส เป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทย และไม่เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดตามคำพิพากษาศาล และไม่เคยถูกลงโทษหรือลงทัณฑ์ทางวินัย ทำให้มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วนในการลงสมัคร ส.ส. และดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
  • ปี 2557 พรรคเพื่อไทยได้พิจารณาส่ง ร.อ. ธรรมนัส ลงสมัคร ส.ส. ในนามพรรค
  • ปี 2562 ร.อ. ธรรมนัส ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส. เขต 1 จ. พะเยา ในสังกัดพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ด้วยคะแนนเสียง 52,417 คะแนน "เป็นคะแนนที่สูงมากเมื่อเทียบกับเขตการเลือกตั้งทั่วประเทศไทย ร.อ. ธรรมนัส จึงเป็นผู้มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วน ในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามกฎหมายรัฐธรรมนูญในปัจจุบันด้วย"
Image copyright กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ

ร.อ. ธรรมนัส ระบุเมื่อวานนี้ (15 ก.ย.) ว่าได้ตั้ง "ทีมวอร์รูมกฎหมาย" เพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่ทำให้เขาเสียหายจากเรื่องคุณสมบัติและวุฒิการศึกษาระดับปริญญาเอก โดยมี พล.ต.อ. ยงยุทธ เทพจำนงค์ และ พล.ต.ต. วรยุทธ อินทรสุวรรณ ร่วมทีม

ครั้งแรกมีการนัดหมายสื่อมวลชนว่าจะเปิดแถลงข่าวที่ห้องประชุมชั้น 25 อาคารทีพีแอนด์ที วิภาวดีรังสิต เวลา 14.30 น. วันที่ 16 ก.ย. ก่อนแจ้งยกเลิกในวันเดียวกัน

แจงเหตุตีความ พ.ร.บ. ล้างมลทิน ช่วยล้างผิดคำพิพากษาศาลออสเตรเลีย

พล.ต.ต. วรยุทธ กล่าวกับบีบีซีไทยทางโทรศัพท์ อธิบายการตีความว่าเหตุใด พ.ร.บ. ล้างมลทิน ถึงครอบคลุมไปยังผลการตัดสินคดีของศาลออสเตรเลีย โดยกล่าวว่า ในคดียาเสพติดจะมีมาตรการของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ระบุว่า คนไทยที่ตกเป็นผู้กระทำผิดในคดียาเสพติดนอกราชอาณาจักร ถ้าถูกดำเนินคดีในต่างประเทศ ถูกศาลพิพากษาและพ้นโทษแล้ว ไม่ให้ลงโทษผู้นั้นในไทยอีก ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 ประกอบกับประมวลกฎหมายอาญา (ป. อาญา) มาตรา 10 วรรคหนึ่ง (2)

Image copyright สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำบรรยายภาพ ประมวลกฎหมายอาญา

ผู้สื่อข่าวถามว่า ร.อ. ธรรมนัส ชี้แจงว่าไม่เคยเป็นผู้ต้องขังตามคำพิพากษาศาลออสเตรเลีย แต่เป็นกระบวนการ plea bargain ทำไมจึงเข้าเงื่อนไขตาม ป. อาญา ได้ พล.ต.ต. วรยุทธ บอกว่า "เราก็ต้องดูรายละเอียด มันไปได้ ก็จะได้เลิกถามกันเสียทีเรื่อง plea bargain"

ก่อนหน้านี้ รศ. อานนท์ มาเม้า อาจารย์ประจำศูนย์กฎหมายแพ่งและศูนย์กฎหมายมหาชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้ความเห็นผ่านบทความเผยแพร่ในเว็บไซต์สำนักข่าวอิศรา เมื่อ 10 ก.ย. โดยระบุว่ากรณี ร.อ. ธรรมนัสไม่มีปัญหาทางกฎหมายเกี่ยวกับลักษณะต้องห้าม จึงไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมาย แต่มีปัญหาเรื่องความไม่เหมาะสมหรือเหมาะสม ซึ่งเป็นปัญหาการเมือง

บทความของ รศ. อานนท์ ระบุว่า "คำว่า 'ถูกศาลพิพากษาหรือกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติด' ในรัฐธรรมนูญนั้นหมายถึงคำพิพากษาศาลไทยและการทำผิดกฎหมายไทย ที่ตีความเช่นนี้ เพราะเป็นไปตามหลักอธิปไตยของรัฐ ที่จะไม่รับรู้หรือยอมรับผลทางกฎหมายของอำนาจรัฐอื่นโดยอัตโนมัติ เว้นแต่จะเปิดช่องเอง เช่น เขียนโดยตรงถึงคำว่า คำพิพากษาของศาลในต่างประเทศ อาทิ ป.อ. (ประมวลปฎหมายอาญา) มาตรา 10"

เช่นเดียวกับความเห็นของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ผู้ออกมาการันตีเมื่อ 10 ก.ค. ว่า ร.อ. ธรรมนัส ไม่ขาดคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี โดยระบุว่า ในอดีตเคยมี ส.ส. ต้องคำพิพากษาในต่างประเทศกรณีขนยาเสพติดเข้าฮ่องกง ตรงนั้นไม่มีผลกระทบอะไรในส่วนของไทย แต่จะกระทบเรื่องชื่อเสียงเกียรติยศ และอะไรหลายอย่าง อาจจะเป็นข้อห้ามอีกแบบหนึ่ง แต่จะเอาข้อหานั้นตรง ๆ มาใช้ไม่ได้ "แม้ข้อหาอาจจะตรงกัน แต่ศาลไทยไม่ได้เป็นผู้ตัดสิน"

Image copyright STR/BBC Thai

วันนี้ (16 ก.ย.) นายวิษณุ ถูกสื่อมวลชนถามอีกครั้งเกี่ยวกับผลของ พ.ร.บ. ล้างมลทิน แต่เขาโยนให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจง เพราะมีอำนาจต้องตรวจสอบคุณสมบัติ แต่ในชั้นการตั้ง ครม. ไม่ได้ตรวจสอบในส่วนนี้เช่นกัน

ขณะที่การตรวจสอบวุฒิการศึกษาของ ร.อ. ธรรมนัส หลังถูกกล่าวหาว่าเป็น "ดอกเตอร์เก๊" นั้น รองนายกฯ ย้ำคำเดิมว่า ตอนสมัคร ส.ส. ไม่ได้มีการตรวจสอบวุฒิการศึกษา เพราะไม่ได้กำหนดวุฒิเอาไว้ และตอนเป็นรัฐมนตรีก็จะตรวจสอบเฉพาะวุฒิปริญญาตรี หากจบปริญญาตรีก็ถือว่าคุณสมบัติครบสามารถเป็นรัฐมนตรีได้ ส่วนปริญญาโทและปริญญาเอกจะจบหรือไม่ ถือเป็นสิทธิของบุคคลนั้น แต่หากไม่จบแล้วไปแสดงว่าจบโดยแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ ถือเป็นเรื่องของจริยธรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องตรวจสอบกันต่อไป หากพบว่าผิดจริยธรรมก็สามารถปรับออกได้

ล้มแถลงข่าวเพื่อกั๊กข้อมูลไว้ตอบฝ่ายค้าน คาดถูกอภิปรายพ่วง 18 ก.ย.

เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากรอบด้านที่เกิดจาก "ข้อมูลใหม่" ที่สื่อมวลชนนำมาเสนอต่อสาธารณะ ทำให้ ร.อ. ธรรมนัส สั่งให้ทีมกฎหมายฟ้องดำเนินคดีกับบุคคลหรือนิติบุคคลในความผิดฐานหมิ่นประมาท ซึ่งเขาอ้างว่ามีนับ 100 คนนั้น แต่ พล.ต.ต. วรยุทธ ปฏิเสธจะให้ข้อมูลในส่วนนี้ โดยบอกเพียงว่า "ขอเวลาคุยกับฝ่ายกฎหมายโดยตรงของ ร.อ. ธรรมนัส ก่อน"

เขายังชี้แจงเหตุผลที่ต้องยกเลิกการเปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า เป็นเพราะ ร.อ. ธรรมนัส ติดภารกิจ เมื่อจะมีการชี้แจงเจ้าตัวก็อยากจะร่วมด้วยเพื่อตอบข้อซักถามต่าง ๆ ของสื่อมวลชน อีกทั้งทีมวอร์รูมกฎหมายประเมินกันว่าฝ่ายค้านอาจหยิบยกกรณีของ ร.อ. ธรรมนัส ไปพาดพิงในสภาผู้แทนราษฎร ระหว่างการเปิดอภิปรายทั่วไปโดยไม่ลงมติ วันที่ 18 ก.ย. นี้ ก็ต้องเก็บข้อมูลไว้ก่อน เลยขอเลื่อนการแถลงข่าวออกไปก่อน

พบทีมกฎหมายผู้กองฯ ล้วนเป็น "บิ๊กพรรคประชานิยม" ทั้งนั้น

บีบีซีไทยพบว่า บุคคล 3 คนที่เข้ามาเป็นผู้ประสานงานและคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของ ร.อ. ธรรมนัส ล้วนเป็นผู้บริหารพรรคประชานิยม ซึ่งเป็น 1 ใน 11 "พรรคจิ๋ว" ที่เข้าร่วมรัฐบาล และประกาศสนับสนุน พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ 11 "พรรคเสียงเดียว" ร่วมรัฐบาล พปชร. หนุน พล.อ. ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. โดยมีพรรคประชานิยมรวมอยู่ด้วย

พล.ต.อ. ยงยุทธ เทพจำนงค์ เป็นหัวหน้าพรรค พล.ต.ต. วรยุทธ อินทรสุวรรณ เป็นเลขาธิการพรรค และนายศิริชัย ลักษณโกเศศ ซึ่งถูกระบุว่าเป็น "ผู้ประสานงานในการจัดแถลงข่าว" ตามเอกสารที่ถูกแจกจ่ายถึงสื่อมวลชนแขนงต่าง ๆ ก็เป็นรองหัวหน้าพรรคประชานิยม

พล.ต.ต. วรยุทธ ชี้แจงสาเหตุที่มาช่วยเป็นคณะทำงานของ ร.อ. ธรรมนัส ว่า "เราเห็นว่าเราไปร่วมรัฐบาลกันอยู่แล้ว ก็ไปร่วมกับทีมงานตำรวจอะไรต่าง ๆ ที่รู้ข้อกฎหมาย ก็เลยไปช่วยกันดูข้อกฎหมาย ท่านก็เป็นคนรู้จักกันกับเรา"

ส่วนปมปัญหาจากการเข้าไปพัวพันกับคดียาเสพติดและปัญหาวุฒิการศึกษา "ดอกเตอร์เก๊" ถูกมองว่าเป็น "เผือกร้อน" ในมือ ร.อ. ธรรมนัส ทำไมพรรคประชานิยมถึงยื่นมือไปรับความร้อนร่วมกับ รมช. เกษตรฯ นั้น เลขาธิการพรรคตอบว่า "คงไม่ถึงขนาดนั้น ก็เป็นแค่เฉพาะกิจ เป็นภาระแค่ตรงนี้ มาช่วยคนรู้จักกัน คงไม่ได้เป็นเรื่องไปรับเผือกร้อนร่วมกัน"

เทียบคำอธิบายทีมธรรมนัส VS ข้อเท็จจริงจากสื่อ

คำชี้แจงทีมกฎหมาย ร.อ. ธรรมนัส ข้อเท็จจริงที่ปรากฏก่อนหน้านี้
เดินทางออกจากประเทศไทยไปประเทศออสเตรเลีย เมื่อ เม.ย. 2536 ยืนยันคำแถลงของ ร.อ. ธรรมนัส และการสืบค้นของซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ (SMH)
เดินทางกลับถึงไทย เมื่อ เม.ย. 2539 "หลังจากพ้นโทษตามคำพิพากษาของศาลประเทศออสเตรเลีย" ข้อเท็จจริงแตกต่างจากที่ SMH พบว่า ร.อ. ธรรมนัส ถูกเนรเทศกลับไทยในวันที่ 14 เม.ย. 2540
บก.สส. พิจารณาให้ออกจากราชการ เนื่องจากขาดงานเกิน 15 วัน ตรงกับข้อมูลที่บีบีซีไทยสืบค้นได้และเผยแพร่เมื่อ 11 ก.ย. 2562
มี พ.ร.บ. ล้างมลทินในวโรกาสในหลวง ร. 9 ครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี ปี 2539 ตรงกับข้อมูลที่บีบีซีไทยสืบค้นได้และเผยแพร่เมื่อ 11 ก.ย. 2562
ยื่นเรื่องขอกลับเข้ารับราชการทหารเมื่อ 11 ก.ย. 2539 และ บก.สส. ได้อนุมัติรับกลับตามระเบียบ ตรงกับข้อมูลที่บีบีซีไทยสืบค้นได้และเผยแพร่เมื่อ 11 ก.ย. 2562
กระทรวงกลาโหมมีคำสั่งลงวันที่ 1 มิ.ย. 2541 เลื่อนยศจาก "ร้อยโท" เป็น "ว่าที่ร้อยเอก" ตั้งแต่ 1 พ.ค. 2541 ตรงกับข้อมูลที่บีบีซีไทยสืบค้นได้และเผยแพร่เมื่อ 11 ก.ย. 2562
มีประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศ ร.ท. พชร พรหมเผ่า สังกัด บก.สส. ออกเสียจากยศ ตั้งแต่ 9 ก.ย. 2541 "เนื่องจากประพฤติตนไม่สมควรตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยวินัยทหาร พ.ศ. 2476" ตรงกับข้อมูลที่บีบีซีไทยสืบค้นได้และเผยแพร่เมื่อ 11 ก.ย. 2562
มี พ.ร.บ. ล้างมลทินในวโรกาสในหลวง ร. 9 มีพระชนมพรรษา 80 พรรษา ปี 2550 ตรงกับข้อมูลที่บีบีซีไทยสืบค้นได้และเผยแพร่เมื่อ 11 ก.ย. 2562
นายธรรมนัส พรหมเผ่า สามารถใช้ยศ "ร้อยเอก" ได้ตาม พ.ร.บ. ล้างมลทิน 2550 ยืนยันคำแถลงของ ร.อ. ธรรมนัส

ที่มา : บีบีซีไทยสรุปจากเอกสาร "ข้อมูล ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า.." เทียบกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อสาธารณะก่อนหน้านี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในรายงานข่าวของบีบีซีไทย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม