คณากร เพียรชนะ : ทนายจำเลยพูดถึงการทำงานของผู้พิพากษายะลาในการพิจารณาคดี

  • 9 ตุลาคม 2019
ศาลจังหวัดยะลา Image copyright Kuyi Etae/BBCThai

อับดุลเลาะห์ หะยีอาบู ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายมุสลิมจังหวัดยะลา เป็นทนายจำเลยในคดีที่นายคณากร เพียรชนะ เป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนมาแล้วหลายคดี รวมทั้งคดีหมายเลขดำที่ 3428/2561 ซึ่งเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้นายคณากรตัดสินใจเขียนแถลงการณ์กล่าวหาผู้บังคับบัญชาของเขาว่าแทรกแซงการพิพากษาคดี

คดีนี้มีจำเลยทั้งหมด 5 คน ซึ่งถูกพนักงานอัยการจังหวัดยะลาเป็นโจทก์ยื่นฟ้องในความผิดต่อชีวิต อั้งยี่ ซ่องโจร จากเหตุฆาตกรรม 5 ศพที่บ้านหลังหนึ่งใน อ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อเดือน มิ.ย. 2561

อับดุลเลาะห์เป็นหนึ่งในทีมทนายจากศูนย์ทนายความมุสลิมที่ให้ความช่วยเหลือทางคดีแก่จำเลยทั้ง 5

ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่อับดุลเลาะห์ ในฐานะทนายจำเลยเผชิญหน้ากับผู้พิพากษาคณากรในห้องพิจารณาคดี รวมทั้งคดีอื่น ๆ ที่เคยเจอกันมาก่อนหน้านี้ สิ่งที่เขาสังเกตเห็นก็คือนายคณากรจะเปิดโอกาสให้อัยการซึ่งเป็นฝ่ายโจทก์และทนายฝ่ายจำเลยนำสืบอย่างเต็มที่ และจดบันทึกคำให้การอย่างละเอียด

ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายมุสลิมจังหวัดยะลาบอกอีกด้วยว่านายคณากรเป็นคน "ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอด" และมักให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์แก่ทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลยเพื่อนำสืบในประเด็นที่เป็นสาระสำคัญในคดี

Image copyright Lee Hayeeabu
คำบรรยายภาพ อับดุลเลาะห์ หะยีอาบู ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายมุสลิมจังหวัดยะลา เห็นด้วยว่ากระบวนการยุติธรรมโดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีปัญหาอย่างที่ผู้พิพากษาคณากรเขียนไว้ในแถลงการณ์

คดี 5 ศพบันนังสตา

อับดุลเลาะห์ให้ข้อมูลตรงกับแถลงการณ์ 25 หน้าของนายคณากรที่ระบุว่า คดีนี้เป็นคดีฆาตกรรมชาย 5 คน ซึ่งถูกยิงเสียชีวิตที่บ้านหลังหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่คดีความมั่นคง แต่การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในคดีนี้กลับใช้กฎหมายพิเศษทั้งกฎอัยการศึก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตามกระบวนการคดีความมั่นคง และยังนำผลการซักถามที่ได้จากการควบคุมตัวตามกฎหมายพิเศษมาเป็นพยานหลักฐานด้วย

ผู้พิพากษาคณากรเขียนไว้ในแถลงการณ์ว่า "คดีนี้เป็นคดีฆาตกรรม เป็นคดีอุกฉกรรจ์...คดีนี้ไม่ใช่คดีความมั่นคง ไม่ใช่คดีก่อการร้าย โจทก์ไม่ได้ฟ้องจำเลยทั้งห้าว่ากระทำความผิดฐานก่อการร้ายหรือความผิดต่อความมั่นคง แต่พยานหลักฐานทั้งหมดกลับเกิดจากหรือเกิดมีขึ้นในขณะที่จำเลยทั้งห้าถูกควบคุมตัวอยู่ที่ศูนย์ซักถามเป็นเวลานานในฐานะผู้ต้องสงสัยตามกฎหมายพิเศษ...ที่ใช้สำหรับคดีความมั่นคงหรือคดีก่อการร้าย"

นายคณากรให้ความเห็นไว้ด้วยว่า "พยานหลักฐานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลซักถาม คำรับสารภาพหรือบันทึกการยืนยันข้อเท็จจริง...รวมถึงบันทึกคำให้การของจำเลยทั้งห้าที่ให้ไว้ต่อพนักงานสอบสวนที่เกิดจากหรือเกิดมีขึ้นระหว่างที่จำเลยทั้งห้าถูกควบคุมตัวไว้โดยกฎหมายพิเศษนั้น เป็นพยานหลักฐานที่ไม่ควรรับฟัง แต่หากศาลจะรับฟังโดยอ้างเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ก็เป็นเพียงพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักน้อยมาก ๆ ต้องรับฟังอย่างระมัดระวังอย่างสูง กล่าวคือถ้าไม่มีพยานหลักฐานอื่นที่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือมาประกอบสนับสนุนแล้ว พยานหลักฐานดังกล่าวย่อมไม่มีน้ำหนักให้รับฟัง"

อับดุลเลาะห์บอกว่าเขาเห็นด้วยกับหลายประเด็นในแถลงการณ์ของนายคณากร โดยเฉพาะเรื่องผลกระทบของการใช้กฎหมายพิเศษในกระบวนการยุติธรรมของคดีในจังหวัดชายแดนภาคใต้

"ปัญหาในกระบวนการพิจารณาคดีในภาคใต้เป็นอย่างนั้นจริง ๆ และเราเห็นด้วยว่า พยานหลักฐานที่ได้มาด้วยการใช้กฎหมายพิเศษเป็นพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักน้อย ต้องมีอย่างอื่นมาประกอบ" ประธานมูลนิธิศูนย์ทนายมุสลิมจังหวัดยะลากล่าว

ในห้องพิจารณาคดี

สิ่งที่อับดุลเลาะห์ประทับใจในการทำงานของนายคณากรคือบันทึกถ้อยคำของทุกฝ่ายอย่างละเอียด

วันที่ 4 ต.ค. ซึ่งเป็นวันที่นายคณากรก่อเหตุยิงตัวเองหลังอ่านคำพิพากษาในคดีนี้ อับดุลเลาะห์ไม่ได้อยู่ในห้องพิจารณาคดี แต่มีทีมทนายคนอื่นไปฟังคำพิพากษา เขาตามไปที่ศาลและโรงพยาบาลแต่ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม

อับดุลเลาะห์บอกว่าเขาไม่รู้ว่าคำตัดสินในคดีนี้ถูกแทรกแซงจริงตามที่นายคณากรกล่าวอ้างหรือไม่ เขาบอกเพียงว่า "คดีนี้เดิมนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 19 ส.ค. แต่ศาลเลื่อนเป็น 4 ต.ค. ก็เลยคิดว่าน่าจะมีอะไรให้แก้ไข"

อับดุลเลาะห์บอกด้วยว่า ตลอดระยะเวลาของการพิจารณาคดีนี้ เขาไม่สังเกตเห็นว่าผู้พิพากษาคณากรจะมีความเครียดใด ๆ

ฝ่ายจำเลยไม่เคยส่งข้อมูลคดี ให้พรรคการเมือง

ส่วนกรณีที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล โพสต์เฟซบุ๊กว่าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ได้รับการติดต่อจากนายคณากรตั้งแต่เดือน ก.ย. และได้รับข้อมูลเกี่ยวกับคดีนี้จาก "ผู้หวังดี" นั้น อับดุลเลาะห์ยืนยันในนามของฝ่ายจำเลยและทนายจำเลยว่าไม่เคยส่งข้อมูลใด ๆ ให้ อนค. หรือพรรคการเมืองอื่น แต่ผู้พิพากษาจะส่งข้อมูลให้ใครบ้างนั้นเขาไม่ทราบ

Image copyright Wasawat Lukharang/BBCThai
คำบรรยายภาพ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่เปิดเผยว่าได้รับการติดต่อจากนายคณากรตั้งแต่ก่อนเขาก่อเหตุยิงตัวเองเมื่อ 4 ต.ค.

"ทางจำเลยไม่รู้เรื่องเลย เพราะจำเลยถูกขัง ทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนทนายจำเลยซึ่งมีอยู่ 3-4 คน เราก็ยืนยันได้ว่าไม่เคยส่งอะไรให้พรรคการเมืองเลย เราแค่รอฟังคำพิพากษา" อับดุลเลาะห์ยืนยันกับบีบีซีไทย

"แต่ในแถลงการณ์ (ของนายคณากร) บอกว่าเขาส่งข้อมูล (เกี่ยวกับการแทรกแซงการทำงานของผู้พิพากษาศาลชั้นต้น) ไปให้หลายฝ่าย ทั้งฝ่ายค้าน รัฐบาลและรัฐสภา"

อับดุลเลาะห์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะนี้จำเลยทั้ง 5 คนในคดียังคงอยู่ในเรือนจำ เพราะคำพิพากษาระบุว่าในขังจำเลยไว้ระหว่างอุทธรณ์ ทางทนายและญาติกำลังเดินเรื่องขอประกันตัวซึ่งในคดีฆ่าหลักทรัพย์ประกันตัวอยู่ที่ประมาณ 3-5 แสนบาท

กมธ.ยุติธรรมฯ ตรวจสอบกรณี "คณากร"

วันนี้ (9 ต.ค.) นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการที่คณะกรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน จะหยิบยกเรื่องผู้พิพากษายะลายิงตัวเองมาพิจารณาว่า สามารถทำได้หากเป็นการตรวจสอบว่าคดีมีความเป็นมาอย่างไร แต่การตรวจสอบในเรื่องนี้ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของศาล ไม่สามารถนำไปสู่การตั้งกระทู้ในสภาได้ เพราะจะไปเรียกให้ศาลมาตอบกระทู้ก็ไม่ได้ แต่อาจมีข้อเสนอได้ว่าให้รัฐบาลรับไปดำเนินการอย่างไร

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. คณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) ได้ตั้งอนุกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีนายคณากรยิงตัวเองและออกแถลงการณ์กล่าวหาผู้บังคับบัญชาว่าแทรกแซงการพิจารณาคดี โดยให้อนุกรรมการรายงานผลภายใน 15 วัน

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม