เหวนรก : โศกนาฏกรรมช้างป่าเขาใหญ่ จะป้องกันได้อย่างไร

  • 12 ตุลาคม 2019
ช้างป่าเขาใหญ่ Image copyright Getty Images

ครบรอบ 1 สัปดาห์โศกนาฏกรรมช้างป่าตกน้ำตกเหวนรกเมื่อวันที่ 6 ต.ค. 2562 เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งกู้ซากช้าง ซึ่งพบว่ามีทั้งหมด 11 ตัว โดยครั้งแรกพบ 6 ตัว หลังจากนั้นพบเพิ่มอีก 5 ตัว ส่วนช้างคู่แม่ลูกที่รอดชีวิตมี 2 ตัว

"เราไม่ได้นั่งรอ แต่ทำทุกวิถีทางเพื่อเอาเขาออกมา เราจะไม่ปล่อยให้ (ซาก) เน่าเปื่อยจนเขาปนเปื้อนลงในน้ำ" นายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยถึงความคืบหน้าในปฏิบัติการกู้ซากช้างที่เจ้าหน้าที่ยังเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

บีบีซีไทยสอบถามเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และผู้เชี่ยวชาญด้านช้างป่าถึงสาเหตุของโศกนาฏกรรมครั้งนี้และแนวทางการป้องกัน

"เขตอุทยาน" ไม่ใช่ "เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า"

สาเหตุหนึ่งที่หลายคนคาดว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ช้างป่าตกเหวนรกครั้งนี้อาจมาจากสิ่งก่อสร้างและร้านค้าในพื้นที่อุทยานฯ เขาใหญ่ ที่อาจส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงและจำกัดเส้นทางเดินของช้างป่า

ต่อประเด็นนี้ นายครรชิตชี้แจงว่า เขาใหญ่เป็นอุทยานแห่งชาติ ไม่ใช่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ซึ่งหน้าที่หนึ่งของอุทยานแห่งชาติคือการศึกษาธรรมชาติและการท่องเที่ยว ปลูกจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องทำควบคู่ไปกับการอนุรักษ์ระบบนิเวศและสัตว์ป่า

นายครรชิตกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ต้องบริหารพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งต่อการดูแลสัตว์ป่า รวมถึงช้างป่าและกิจกรรมนันทนาการและการค้า

"เจ้าหน้าที่ละเลย ไม่เคร่งครัดกับการเฝ้าระวังช้าง" เป็นเสียงสะท้อนที่เกิดขึ้นหลังเกิดเหตุ แต่นายครรชิตอธิบายว่าการดูแลนั้นต้องคำนึงถึง "สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลา" ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลอยู่ตลอด รวมถึงปรับพฤติกรรมของคนที่จะเข้าไป ในพื้นที่เพื่อลดการเผชิญหน้าอันจะนำมาซึ่งเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์

Image copyright กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

"พอเราสร้างเพนียด ช้างก็ไม่ตกลงไปตรงนั้น แต่ช้างก็มาใช้พื้นที่บนถนนมากขึ้น เขาก็มีโอกาสเผชิญหน้ากับคน ก็เกิดปัญหาเรื่องช้างมาเบียดรถ ช้างเข้ามาในลักษณะไล่มอเตอร์ไซค์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่คนเป็นสิ่งเร้าทั้งหมด"

สำหรับการกู้ซากช้างนั้น ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ แต่มีข้อจำกัดในเรื่องการใช้เครื่องจักรเพื่อดึงช้างออกมา จึงต้องพึ่งปัจจัยทางธรรมชาติอย่างเดียว คือให้น้ำพัดพาซากช้างออกมายังพื้นที่ซึ่งเจ้าหน้าที่เข้าถึง โดยเน้นว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการทุกวิถีทาง เพื่อไม่ปล่อยให้ช้างเน่าจนเกิดการปนเปื้อนลงสู่ลำน้ำ

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 11 ต.ค. เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงซากช้างแล้ว 2 ตัว และกำลังดำเนินการชำแหละเพื่อเคลื่อนย้ายมาเผาและฝังต่อไป

อุบัติเหตุโดยธรรมชาติ

"(น้ำตกเหวนรก)ไม่ได้มีความน่ากลัวอะไร เพียงแต่ว่าตัวหน้าผาจะชันเหมือนเราราดน้ำลงมาจากตึกสูง ๆ ใครไปยืนก็มีโอกาสตกได้หากไม่รู้ว่าเป็นจุดสิ้นสุดของล้ำธาร" ทรงธรรม สุขสว่าง ผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ พูดถึงน้ำตกเหวนรกว่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด ในไทยมีน้ำตกที่มีหน้าผาแห่งอื่น ๆ อย่างน้ำตกทีลอซู เพียงแต่ความสูงชัน ของเหวนรกอาจจะมากกว่า

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ หนึ่งในซากช้าง 11 ตัวที่ตกน้ำตกเหวนรกตายเมื่อ 6 ต.ค. 2562

นอกจากนี้ บริเวณดังกล่าวยังเป็นเส้นทางเดินปกติของช้างที่จะใช้เวลาออกหาอาหาร ประกอบกับฤดูนี้ จะมี "เต่าร้าง" พืชซึ่งเป็นอาหารโอชะของช้างที่หากินได้เพียงปีละครั้ง ยิ่งทำให้เพิ่มโอกาสเกิดอันตราย

"เราพยายามเบี่ยงเบนพฤติกรรมมัน ให้มันไม่เดินผ่านจุดนั้น แต่ช่วงฤดูนี้จะมีเต่าร้าง อาหารที่มันชอบอยู่บริเวณชายขอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนขุนด่าน ซึ่งช้างต้องเดินผ่านน้ำตกเหวนรกไป เลยเลี่ยงยาก" นายทรงธรรมบอก

แม้บริเวณดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้มีการสร้าง "เพนียดกั้นช้าง" ซึ่งลักษณะเป็นเสาคอนกรีต อยู่ห่างจากตัวหน้าผาราว 5 เมตร แต่ความที่ช้างยังสามารถเดินผ่านทางร่องน้ำไปยังหน้าผาชันได้จึงเป็นเรื่องที่ป้องกันยาก

Image copyright กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช

ปัจจัยอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ช้างพลัดตกลงเหวนรกในครั้งนี้ คือ ความอ่อนประสบการณ์ของ "ช้างเด็ก" โดยสังเกตได้ว่าช้างในโขลงที่ตกลงไปครั้งนี้มีอายุไม่เกิน 10 ปี ถือว่ามีประสบการณ์น้อย และเมื่อต้องเผชิญกับสภาพหน้าผาสูงชัน ท่ามกลางกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก จึงไม่อาจรับมือได้

"จากการลาดตระเวนในป่าลึก ก็จะพบช้างตกหน้าผาชันกลางป่าเป็นเรื่องปกติ"

นายทรงธรรมเห็นว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในพื้นที่ป่า เพียงแต่จำนวนช้างที่ต้องสูญเสียในเหตุการณ์ครั้งนี้มีจำนวนมาก จึงเป็นเรื่องน่าตกใจสำหรับคนทั่วไป

ไทยพีบีเอสออนไลน์รายงานถึงสถิติช้างป่าที่ล้มตายทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือน ม.ค. 62 ถึงขณะนี้ว่ามีกว่า 27 ตัว ทั้งจากการเจ็บป่วยโดยธรรมชาติและการกระทำของมนุษย์

มุมมองนักวิชาการ

ดร. พิเชฐ นุ่นโต ผู้เชี่ยวชาญช้างป่าเอเชียจากคณะกรรมการว่าด้วยการอยู่รอดของสปีชีส์ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติสำนักงานภูมิภาคเอเชีย (IUCN SSC) และหัวหน้าโครงการการวิจัยและพัฒนาระบบเพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับช้างป่าอย่างสันติ บนฐานพลเมืองมีส่วนร่วมและงานวิจัยเพื่อท้องถิ่น สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) บอกกับบีบีซีไทยว่า หากจะใช้เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดอีกในอนาคต อาจทำได้ 3 แนวทาง คือ

  • ปิดด่านที่ช้างใช้ข้าม และจัดเจ้าหน้าที่ดูแลเพนียดในจุดที่มีความเสี่ยงในช่วงหน้าฝน
  • ย้ำทางเดิน-ตัดเส้นทางที่หลีกเลี่ยงน้ำตกและอาจทดลองทำโป่งในที่ดอนเพื่อเพิ่มความน่าจะเป็นของช้างในการเดินทางไปสู่ทิศทางที่ปลอดภัย
  • สำรวจปัจจัยประกอบในพื้นที่ เช่น โป่ง ความลาดชัน การจราจร สิ่งปลูกสร้างขวางทาง และด่านช้าง

ดร.พิเชฐเห็นว่ามาตรการดังกล่าวน่าจะเป็นทางออกในระยะยาวในการออกแบบระบบจัดการด่านช้างบริเวณจุดเสี่ยงได้ดีขึ้น

โศกนาฏกรรมช้าง 8 ตัว

หลังเกิดโศกนาฏกรรมช้าง 11 ตัว สื่อหลายสำนักรายงานเหตุการณ์เมื่อ 27 ปีก่อนในเดือน ส.ค.2535 เมื่อเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้รับแจ้งเหตุ โขลงช้างป่าตกลงไปยังน้ำตกเหวนรก จึงเร่งเข้าช่วยเหลือในกลางดึกคืนนั้น

เจ้าหน้าที่พบซากลูกช้างที่ตายอยู่บริเวณผาชันสอง 2 ตัว และอีกตัวได้รับบาดเจ็บติดอยู่ บริเวณโขดหิน ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกราด

Image copyright กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
คำบรรยายภาพ ช้างสองแม่ลูก 2 ตัวที่รอดจากโศกนาฏกรรมช้างตกเหวนรกเมื่อ 6 ต.ค. 2562

ไม่ไกลออกไปมีแม่ช้างและลูกช้างอีกตัวหนึ่งส่งเสียงร้องลั่นป่า แม่ช้างพยายามจะลงไปช่วยลูกช้างที่อยู่ด้านล่าง แต่ไม่สามารถลงไปได้ ทุกเหตุการณ์ อยู่ในสายตาของเจ้าหน้าที่ ซึ่งไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ในช่วงเวลานั้น ต้องรอจนกว่าฟ้าสาง เพื่อนำอุปกรณ์ และกำลังสนับสนุนเข้าพื้นที่

เวลาผ่านไปท่ามกลางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังหาทางลงไปยังผาเบื้องล่าง ขณะที่เฮลิคอปเตอร์บินวนคอยสนับสนุนการทำงาน ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น

แม่ช้างที่รอคอยอย่างกระสับกระส่ายตลอดทั้งคืน ตัดสินใจลงไปช่วยลูกช้างที่ติดอยู่ แต่ไม่อาจต้านทานกระแสน้ำที่ไหลแรง แม่ช้างถูกพัดตกไปยังน้ำตกชั้นถัดไป ลูกช้างอีกตัวเห็นเช่นนั้นก็กระโดดตามแม่ลงไปเช่นกัน ทำให้ในเวลานั้นทั้งคู่ตายตามกันไป รวมเป็น 4 ตัว จากก่อนหน้าที่ลูกช้างตายไปแล้ว 2 ตัว

ในขณะนั้นยังมีลูกช้างที่บาดเจ็บสาหัสและติดอยู่ที่โขดหิน เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถลงไปช่วยเหลือขึ้นมาได้ ทำได้เพียงให้อาหาร แต่ด้วยร่างการที่อ่อนแอ จึงไม่ยอมกินอาหาร ผ่านไป 2 วันจึงเริ่มหมดแรง และถูกน้ำที่ไหลเชี่ยวพัดจนตายไปอีกตัว

ดูเหมือนภารกิจการช่วยเหลือจะสิ้นสุดด้วยความล้มเหลวและเศร้าสลด กับการสูญเสียช้าง 5 ตัวดังกล่าว ในระหว่างการกู้ซากช้างเจ้าหน้าที่ได้พบศพลูกช้างเพิ่มเติมอีก 2 ตัว ซึ่งคาดว่าจะมาจากโขลงเดียวกัน และตกเหวตายพร้อมกัน แต่ศพจมอยู่ใต้น้ำจึงไม่พบก่อนหน้านี้

เวลาผ่านไปไม่นานเจ้าหน้าที่ยังพบศพแม่ช้างอีก 1 ตัวลอยขึ้นอืดขึ้นมา รวมช้างสูญชีวิตไป 8 ตัว นับเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่

Image copyright NARONG SANGNAK
คำบรรยายภาพ น้ำตกเหวนรก

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับน้ำตกเหวนรก

จากข้อมูลของสำนักอุทยานแห่งชาติพูดถึง "น้ำตกเหวนรก" ว่าเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ และสูงที่สุดในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อยู่ในเขตจังหวัดนครนายก

น้ำตกดังกล่าวประกอบด้วย 3 ชั้นด้วยกัน ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร ซึ่งน้ำจะไหลผ่านหน้าผาชั้นแรกสู่ชั้นที่ถัด ๆ ไป ในลักษณะดิ่งลง 90 องศา รวมความสูงไม่ต่ำกว่า 150 เมตร

นี่จึงเป็นเหตุผลให้น้ำที่ไหลบ่ามีกำลังแรง โดยเฉพาะช่วงที่มีปริมาณน้ำมาก ประกอบกับเสียงน้ำกระทบหินที่กระจัดกระจายอยู่ ทำให้รู้สึกน่าตื่นตาและตื่นกลัวไปพร้อมกัน จึงไม่เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ แต่สามารถใช้เป็นพื้นที่พักผ่อน และเดินศึกษาธรรมชาติ

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม