ปิยบุตร : บรรยายกลับ อัดกองทัพยุคสงครามเย็น-สื่อดาวสยาม 4.0

  • 12 ตุลาคม 2019
ปิยบุตร Image copyright Thai News Pix

เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ระบุว่าจำเป็นต้องปฏิรูปกองทัพ หลัง ผบ.ทบ. ตบเท้าแสดงความคิดเห็นการเมือง ชี้ยังติดอยู่ในโลกยุคสงครามเย็น ไทยไม่มี "สงครามลูกผสม" มีแต่ "ระบอบลูกผสม" ที่แม้มีเลือกตั้ง แต่คราบไคลเผด็จการยังอยู่

การเปิดสำนักงานใหญ่พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) บรรยายพิเศษของ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ อนค. โดยใช้เวลากว่าชั่วโมงในครั้งนี้เกิดขึ้น หลังวานนี้ (11 ต.ค.) พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวบรรยายพิเศษในหัวข้อ "แผ่นดินของเราในมุมมองด้านความมั่นคง" โดยเนื้อหาตอนหนึ่งพาดพิงถึงนักการเมืองไทยโยงม็อบฮ่องกง และนักธุรกิจเจ้าของโรงงานที่เกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทองเหมือน "ฮ่องเต้ซินโดรม" ซึ่งถูกตีความว่าหมายถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า อนค. แม้ "แม่ทัพบก" ไม่ได้ระบุชื่อบุคคลใดก็ตาม

ปิยบุตรบอกว่า การบรรยายของเขาเป็น "ปฏิกิริยาตอบโต้การบรรยายของ ผบ.ทบ." และต้องแก้ความเข้าใจผิดของ ผบ.ทบ. เพราะแทนที่จะนำเสนอแนวทางแก้ปัญหา แต่กลับทำให้คนในชาติแตกแยก แบ่งแยกแล้วปกครอง และตอกลิ่มให้เกิด "การแตกแยกทางรุ่น"

"หาก ผบ.ทบ. ฟังแล้วไม่รื่นหู ไม่สบายใจ ก็ต้องขออภัย แต่นี่คือมิติใหม่ในการสร้างบทสนทนากับ ผบ.ทบ. ในพื้นที่สาธารณะ" ปิยบุตรออกตัว

Image copyright WASAWAT LUKHARANG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ คำบรรยายของ ผบ.ทบ. ระบุถึงนักธุรกิจที่เป็นพวก "ฮ่องเต้ซินโดรม" ตอนหนึ่งว่า เคยชุมนุมร่วมกับคนเผาบ้านเผาเมือง สมคบคิดกับชาวต่างชาติชักศึกเข้าบ้าน เจาะพฤติกรรมล้างสมองคนรุ่นใหม่เพื่อเป็นฐานให้กับตนเข้าสู่การเมือง มีพฤติการณ์ล้มล้างชาติสถาบัน

ชาติ = ประชาชน ความมั่นคงของชาติ = ความมั่นคงของประชาชน

ปิยบุตรเริ่มต้นบรรยายพิเศษในหัวข้อ "แผ่นดินของเราในมุมมองประชาธิปไตย : บทบาทของประชาชนในการสร้างชาติ" ด้วยรอธิบายคำว่า "ชาติ" ว่าเป็น "สิ่งประดิษฐ์" ที่มนุษย์คิดค้นขึ้นมาเพื่อการอยู่ร่วมกัน ร้อยรัดร่วมกัน มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันซึ่งก่อเกิดจากการเสียสละ ร่วมกันทำในอดีตและจะทำต่อไปอีกในอนาคต ดังนั้นเวลาพูดถึงการสร้างชาติจึงโยงกับประวัติศาสตร์ อย่างไรก็ตามนักประวัติศาสตร์หลายสำนักระบุตรงกันว่าจิตสำนึกร่วมกันในความเป็นชาติเพิ่งเกิดขึ้นในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ซึ่งในการสร้างชาติจำเป็นต้องมีอดีตร่วมกันและฝันถึงอนาคตร่วมกัน

ในโลกยุคสมัยใหม่ได้เกิดชาติแบบใหม่ ซึ่งเรียกว่า Secularization of state แต่ก่อนองค์ประธานที่มีอำนาจสูงสุดของรัฐคือพระเจ้า พระมหากษัตริย์ และผู้นำทหาร แต่โลกยุคปัจจุบันต้องถอดรื้ออำนาจศักดิ์สิทธิ์ออกจากองค์ประธานแล้วสร้างอำนาจสูงสุดใหม่คือประชาชน "ต้องสร้างประชาชนเพื่อให้ประชาชนมาเป็นผู้สร้างชาติ ชาติจึงเท่ากับประชาชน ประชาชนจึงเท่ากับชาติ ไม่มีประชาชนก็ไม่มีชาติ"

เขายังนำเสนอว่า การสร้างชาติจำเป็นต้องสร้าง "คุณค่าพื้นฐานใหม่" 4 ประการ ประกอบด้วย ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์, สิทธิมนุษยชน, การพึ่งพาช่วยเหลือกันฉันมิตรอย่างเพื่อนร่วมชาติ และเคารพความแตกต่างหลากหลาย จึงขอเชิญชวนคนไทยประชาชนไทยทุกคนมาร่วมกันสร้างชาติสร้างแผ่นดินของเราด้วยคุณค่า 4 ประการนี้ หากทำได้จะเป็นแผ่นดินของเรา แผ่นดินของคนไทยทุกคน

"เมื่อชาติเท่ากับประชาชน ความมั่นคงของชาติจึงเท่ากับความมั่นคงของประชาชนไปด้วย" ซึ่งปิยบุตรได้เสนอหลักความมั่นคงไว้ 4 ประการเช่นกันคือ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ, ความมั่นคงในชีวิต, ความมั่นคงในสิทธิเสรีภาพ และความมั่นคงทางการศึกษา

เขาจึงสรุปว่า แผ่นดินของเรานี้ต้องเป็นแผ่นดินของคนไทยทุกคน โดยที่ทุกคนยึดมั่นในคุณค่า 4 ประการ และรัฐบาลมีหน้าที่ในการสร้างความมั่นคงให้แก่ประชาชนใน 4 ประการ ทั้งหมดนี้คือแผ่นดินของโลกประชาธิปไตย

Image copyright EPA

ซัด ผบ.ทบ. "เข้าใจรัฐธรรมนูญผิดทั้งหมด" ยืนยันไม่คิดแก้ ม. 1

อดีตอาจารย์ด้านกฎหมายมหาชน สำนักธรรมศาสตร์ ยังบรรยายถึงรูปของรัฐซึ่งมี 2 เกณฑ์ในการแบ่ง 1. ถ้าประมุขของรัฐมาจากการสืบทอดทางสายโลหิตเรียกว่าราชอาณาจักร แต่ถ้าประมุขมาจากการเลือกตั้งเรียกว่าสาธารณรัฐ 2. การจัดวางโครงสร้างภายในรัฐ แบ่งเป็น สหพันธรัฐ กับ รัฐเดี่ยว

ปิยบุตรกล่าวต่อไปว่า รัฐธรรมนูญของไทยซึ่งมีมาแล้ว 20 ฉบับ ได้บัญญัติเรื่องรัฐเอาไว้ในมาตราต้น ๆ ว่าใครเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและใครเป็นผู้ใช้อำนาจอธิปไตย รูปของรัฐเป็นอย่างไร ระบอบการปกครองคืออะไร ก่อนวกไป "ให้ความรู้ทางกฎหมาย" แก่นายพลทหารผู้ออกมาประกาศห้ามแตะต้องมาตรา 1 โดยกล่าวว่าเวลาพูดว่าเรื่องไหนแก้ได้-แก้ไม่ได้ให้หยิบรัฐธรรมนูญมาดู อย่าเอาความรู้สึกส่วนตัว เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 กำหนดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ในมาตรา 255 และ 256 (8) ซึ่งระบุไว้ว่าถ้าจะแก้ไขหมวด 1 ต้องผ่านประชามติ ดังนั้นถ้าอ่านรัฐธรรมนูญแสดงว่ามาตรา 1 แก้ได้ แต่มีข้อจำกัดคือ หากแก้ไขแล้วมีผลกระทบ 3 อย่างคือ เปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข, เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจากราชอาณาจักรไป และเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐจากความเป็นรัฐเดี่ยวไป จะกระทำมิได้

ที่ผ่านมา ฝ่ายค้านได้ประกาศหลายครั้งในที่สาธารณะว่าไม่แตะต้องหมวด 1 และหมวด 2 ประเด็นที่ ผบ.ทบ. หยิบมาพูดจึงเป็น "ความเข้าใจรัฐธรรมนูญผิดทั้งหมด" เป็นการหยิบเอาความเห็นของนักวิชาการคนหนึ่งขึ้นมาแล้วมาทำลายความชอบธรรมในการแก้รัฐธรรมนูญของซีกฝ่ายค้าน และเป็นการ "จินตนาการ" เพราะ "ไม่มีวัน ไม่มีทาง ไม่มีสิทธิแม้แต่จะคิดที่จะทำแบบนั้น" เนื่องจากมีเพดานของมันอยู่

Image copyright กองโฆษก พรรคอนาคตใหม่
คำบรรยายภาพ เอกสารประกอบการบรรยายพิเศษของเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แสดงให้เห็นการบัญญัติเรื่องรัฐในรัฐธรรมนูญไทย

"ผบ.ทบ. ต้องไม่นำความเข้าใจผิดของท่านเอง ความรู้สึก ความเชื่อของท่านเอง มาทำลายขบวนการขับเคลื่อนแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยด้วยการให้ประชาชนเลือก ส.ส.ร. (สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ)" ปิยบุตรระบุ

เขากล่าวต่อไปว่า ตรงกันข้ามคณะรัฐประหารเวลาเข้ามายึดอำนาจการปกครองประเทศได้ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้งทั้งฉบับ นั่นหมายความว่าข้อห้ามเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญไม่มีอีกแล้ว ไม่มีกรอบเกณฑ์อะไรทั้งสิ้น กลับไปที่สุญญากาศ ตรงนั้นต่างหากที่มีโอกาสเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่รัฐสภาเปลี่ยนแปลงไม่ได้

"ดังนั้นอยากให้คิดให้ดีว่าเรื่องแบบนี้ เรื่องสำคัญแบบนี้ คนมีที่ปากกา มีมือ มีปาก มีความคิด กับคนที่มีอาวุธ ใครกันแน่ที่ละเมิดมาตรา 1" ปิยบุตรกล่าว

ไทยเผชิญระบอบลูกผสม "มีการเลือกตั้ง แต่ยังคงคราบไคลของเผด็จการอยู่"

เลขาธิการ อนค. ตั้งคำถามว่า ในต่างประเทศ มีใครจำชื่อ ผบ.ทบ. ได้บ้าง แต่คนไทยจำแม่นเลย บิ๊กนั่น-บิ๊กนี่ หรือเคยเห็น ผบ.ทบ. ของเขาออกมาแสดงความคิดเห็นทางการเมืองหรือไม่ นี่แสดงให้เห็นว่ารัฐสมัยใหม่ในหลากหลายประเทศประชาธิปไตยได้ถอดกองทัพออกไปแล้ว ไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ตรงกันข้ามกับประเทศไทยที่กองทัพเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอย่างต่อเนื่องและแยบคายขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเหตุผลที่จะคงอำนาจกองทัพได้คือต้องวิกฤตตลอดเวลา กองทัพจะได้ครองอำนาจต่อไปในฐานะผู้รักษาแก้ไขวิกฤต เพราะในยามวิกฤตจะนำมาซึ่งอำนาจพิเศษของกองทัพเพื่อเข้ามาแทรกแซงทางการเมือง

"มันมีความพยายามทำให้ข้อยกเว้นนั้นกลายเป็นเรื่องทั่วไป เรื่องปกติ สิ่งที่เป็นเรื่องยกเว้นจึงกลายเป็นสถานะถาวร สถานะพิเศษในช่วงยกเว้นจึงอยู่กับเราถาวร... ปรากฏการณ์ที่เห็นชัดที่สุดคือมาตรา 44" ปิยบุตรกล่าว

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ ผังแสดงองค์ประกอบ Hybrid Warfare ของ ผบ.ทบ. โดยเขาระบุว่า "กลุ่มคอมมิวนิสต์ที่ไม่ได้กลับตัวกลับใจ ยังมีแนวความคิดที่จะล้มล้างระบอบสถาบันพระมหากษัตริย์

ในขณะที่ พล.อ. อภิรัชต์ ระบุว่าไทยกำลังเผชิญกับ Hybrid Warfare หรือสงครามลูกผสม ทว่าปิยบุตรเห็นต่างและยกความเห็นของนานาอารยประเทศที่มองว่าไทยเป็น Hybrid Regime หรือระบอบลูกผสม หัวมังกุท้ายมังกร จนกลายเป็นระบอบที่เรียกชื่อไม่ได้ ซึ่งเขาบอกว่ามีองค์ประกอบ 8 ประการ

ในจำนวนนี้คือ "มีการเลือกตั้ง แต่ยังคงคราบไคลของเผด็จการอยู่ บทพิสูจน์คือการเลือกตั้งกลายเป็นเพียงเครื่องมือของการสืบทอดอำนาจ กลายเป็นเครื่องประดับแต่งหน้าทาปากเพื่อไปอวดอ้างกับชาวโลกว่าประเทศไทยกลับเข้าสู่การเลือกตั้งแล้ว"

ปิยบุตรกล่าวต่อไปว่า แม้มีประชาชน 24 ล้านคนออกไปลงคะแนนเสียงให้พรรคที่ไม่เอาการสืบทอดอำนาจ แต่คะแนนเสียงก็ไม่มีผล เนื่องจากกลไกของรัฐธรรมนูญปี 2560 มี ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งของ คสช. แล้วก็กลับไปเลือก พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกฯ อีกครั้ง

ส่วนอีกองค์ประกอบคือ ทหารอ้างว่าถอนกลับเข้ากรมกองแล้ว แต่ยังตบเท้าเป็นระยะ ๆ ที่ ผบ.ทบ. พูดเมื่อวานคือการยุ่งเกี่ยวกับการเมืองทั้งหมด แน่นอนไม่ได้ลงมาเล่นการเมืองผ่านการตั้งพรรค ลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ท่านใส่เครื่องแบบแสดงความเห็นทางการเมืองอย่างชัดแจ้ง

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ ผังแสดงองค์ประกอบ Hybrid Regime ของเลขาธิการ อนค. โดยระบุว่ากระบวนทัศน์ของ ผบ.ทบ. ยังอยู่ในยุคสงครามเย็น มองความคิดแตกต่างคือสิ่งที่ผิด ฝ่ายความมั่นคงต้องไปจัดการ ขณะที่ความมั่นคงสมัยใหม่พูดถึงเทคโนโลยี

"ประชาธิปไตยไม่ได้หมายความว่าตรงกันข้ามกับทหาร รัฐประชาธิปไตยจำเป็นต้องมีกองทัพ กองทัพเป็นส่วนสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เราสามารถอยู่อาศัยร่วมกัน พึ่งพาอาศัยกันได้ แต่ถ้า ผบ.ทบ. ยังมีลักษณะไฮบริด (ลูกผสม) แบบนี้ บอกไม่ยุ่งการเมือง แต่ตบเท้าแสดงความเห็นการเมืองได้บ่อย ๆ ในอนาคตก็จะสร้างปัญหาได้" เลขาธิการ อนค. กล่าว

เขาบอกด้วยว่า "ผบ.ทบ. พยายามนำคำศัพท์ใหม่ ๆ มาใช้ แต่วิธีคิดเนื้อในท่าน กระบวนทัศน์ยังอยู่ในยุคสงครามเย็น มองว่ามีความคิดที่แตกต่าง และเป็นสิ่งที่ผิด ดังนั้นความมั่นคงต้องเข้าไปจัดการความคิดต่าง" จึงเชื่อว่าประชาชนจะมีวิจารณญาณว่าเลือกความมั่นคงแบบใด

Lawfare VS Warfare

โลกยุคปัจจุบัน การยึดอำนาจโดยใช้กำลังไม่เป็นที่นิยม จึงจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงรูปจากการยึดอำนาจแบบ Warfare ให้เป็น Lawfare หรือใช้กระบวนการทางกฎหมายเข้าจัดการ ในต่างประเทศเริ่มที่ละตินอเมริกา เช่น บราซิล และแพร่หลายไปยุโรป

วิธีการทำงานของการ "ยึดอำนาจด้วยกฎหมาย"

  • เอาประเด็นปัญหาทางการเมืองไปอยู่ในมือของศาล ปรากฏให้เห็นถึงอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญในการยุบพรรค อำนาจศาลสูงในการตัดสินคดีคอร์รัปชันของนักการเมือง โดยมาในนามของ Rule of law (หลักนิติธรรม)
  • เอาคดีที่ปน ๆ กันแล้วไปอยู่ในมือศาล สร้างสื่อขึ้นมาช่วยกันปั่น เช่น เรื่องยังไม่ถึงไหน ก็เขียนข่าวทุกวัน ผิดแน่ ยุบแน่ ไม่รอดแน่ ตายแน่ ตัดสิทธิแน่ ทุกวัน ๆ บางทีหลักฐานไม่มี เจอตัวเลขตัวเดียวเอาไปปั้นข่าวได้ 200 ข่าว เพื่อให้ประชาชนคิดว่าพรรคนี้ไม่รอด จนสุกงอม ศาลก็เข้ามาตัดสินคดี
Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ พล.อ. อภิรัชต์ พูดถึงนักการเมืองไทยกับนักเคลื่อนไหวในฮ่องกงในการบรรยายพิเศษ

ถามกลับจะฝากประเทศไว้ในมือคน 3 กลุ่มหรือ

ส.ส. หนุ่มวัย 40 ปี กล่าวต่อไปว่า ในขณะที่สังคมไทยติดหล่มความขัดแย้งมา 13 ปี และมีปัญหาทั้งใหญ่และยากเกินกว่าจะฝากไว้ที่คน 3 กลุ่ม

กลุ่มแรก : กองทัพที่ไม่เป็นประชาธิปไตย แทรกแซงทางการเมืองได้เสมอ พร้อมรัฐประหารทุกเวลา และยังติดหล่มอยู่ในยุคสงครามเย็น

กลุ่มที่สอง : สื่อยุยงปลุกปั่นที่เขาเรียกว่า "ดาวสยาม 4.0"

กลุ่มที่สาม : รัฐบาลที่มาจากการสืบทอดอำนาจ ที่ตอนอำนาจล้นมือยังแก้ปัญหาไม่ได้เลย จะปล่อยให้เข้ามาแก้ไขปัญหา คิดว่าไม่มีทาง

เขายังชวน ผบ.ทบ. และชนชั้นนำมาร่วมพูดคุย อย่ามองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ต้องเลิกวิธีการสร้างศัตรูภายในใจของท่าน เพราะเมื่อใดสร้างศัตรูในใจก็จะคิดแต่การทำลายศัตรู ไม่ได้คิดว่าความเห็นต่างสามารถอาศัยอยู่ร่วมกัน นอกจากนี้ขอให้กล้ายอมรับความเป็นจริงว่าปรากฏการณ์อนาคตใหม่เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นจริง และ "มีเยาวชนคนหนุ่มสาวที่ตื่นรู้แล้ว" ถ้าแก้ปัญหาด้วยการมองว่าคนพวกนี้ถูกปลุกปั่น ก็จะคิดว่าคนเหล่านี้เป็นผู้ไม่หวังดี มีมาสเตอร์มายด์อยู่ข้างหลัง วิธีคิดอย่างนี้แก้ปัญหาไม่ได้ เขาจึงขอ ผบ.ทบ. อย่ากังวลกับตัวเขา ธนาธร อนค. และผู้สนับสนุน อนค.

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ สองผู้ร่วมก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่

"ท่านอาจคิดว่าผมเป็น 'พวกซ้ายจัดดัดจริต' ท่านอาจจะคิดว่าไอ้พวกนี้ชอบแต่เรื่องราวปฏิวัติต่าง ๆ ผมไม่เถียงครับ ผมศึกษาเรื่องปฏิวัติและประวัติศาสตร์ทั่วโลกต่าง ๆ เพื่อเป็นบทเรียนและพิจารณาร่วมกันว่าทำอย่างไรไม่ให้ประเทศไทยต้องเจอสถานการณ์แบบนี้"

อดีตนักวิชาการที่มีดีกรี "ดอกเตอร์" ด้านกฎหมายจากฝรั่งเศสชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงในโลกนี้มีได้ 2 แบบคือ ปฏิวัติ กับ ปฏิรูป โดยอย่างแรกเกิดจากคนกลุ่มหนึ่งที่ปราศจากอำนาจ โอกาส และทรัพยากรที่ลุกขึ้นมาบอกทำไมไม่แบ่งให้เขาบ้าง ถ้าคนที่ครองอำนาจเห็นว่าต้องแบ่งปัน ก็จะเกิดการจับมือกันปฏิรูป แต่ถ้าคนที่ครองอำนาจมัวแต่คิดว่าเป็นผู้ไม่หวังดี มีมาสเตอร์มายด์ ถ้าพวกเขาทนไม่ไหวก็จะเกิดการปฏิวัติ

"ผมศึกษาเรื่องการปฏิวัติ แต่ผมสนับสนุนและอยากเห็นประเทศไทยปฏิรูป เพื่อให้คนในชาติได้อยู่อาศัยร่วมกัน" เลขาธิการ อนค. กล่าวในตอนท้าย

Image copyright Hataikarn Treesuwan/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ชายที่ไม่ประสงค์จะเปิดชื่อรายนี้พยายามกล่าวแทรกและตั้งคำถามอย่างน้อย 3 ครั้ง ในระหว่างเลขาธิการ อนค. กำลังบรรยาย จนเกิดการปะทะคารมกับผู้ฟังคนอื่น ๆ และถูกเชิญตัวออกไปนอกห้องบรรยาย แต่ปิยบุตรขอให้เขากลับมานั่งฟังได้ตามปกติ และได้ซักถามในตอนท้าย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม