เจ้าสัววิชัย : อะไรคือ บทพิสูจน์ความสำเร็จของ คิง เพาเวอร์ รุ่นที่สอง

  • 25 ตุลาคม 2019
นางเอมอร ศรีวัฒนประภา ภรรยาของนายวิชัย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ มอบของที่ระลึกให้เจ้าชายวิลเลียม Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นางเอมอร ศรีวัฒนประภา ภรรยาของนายวิชัย ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกรรมการกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์ มอบของที่ระลึกให้เจ้าชายวิลเลียม

ตอบคำถามที่ว่า "เมื่ออาณาจักรคิง เพาเวอร์ ไร้บารมีของวิชัย ศรีวัฒนประภา อนาคตจะเป็นเช่นไร" หนึ่งปีผ่านไป ทายาทรุ่นที่ 2 ของยักษ์ใหญ่ดิวตี้ฟรี สามารถสานต่อภารกิจของพ่อผู้จากไปได้อย่างไร้รอยต่อ

ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางธุรกิจและนักวิชาการเศรษฐศาสตร์-การเมือง วิเคราะห์ตรงกันว่า นี่คือบทสะท้อนว่า พวกเขายังเก๋าในเกม สายสัมพันธ์ทางธุรกิจ-การเมืองยังแน่นปึ้ก ผลที่ตามมา คือ ชัยชนะในการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์และร้านค้าปลอดภาษีในสนามบินหลักต่อไปอีก 10 ปี

"หากพิจารณาโดยองค์รวมแล้ว การบริหารงานของกลุ่มคิง เพาเวอร์ยังมีความต่อเนื่องทางธุรกิจ โดยดัชนีชี้วัด หลัก ๆ คือ การที่บริษัท ชนะการประมูล ไม่ใช่แค่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ยังรวมไปจนถึงที่สนามบินภูเก็ต หาดใหญ่ และเชียงใหม่" นางสาวณัฐพร จึงสงวนสิทธิ์ ผู้อำนวยการ เอเชีย กรุ๊ป แอดไวเซอร์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาด้านการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ บอกกับบีบีซีไทย

ประเด็นเรื่องความต่อเนื่องในการบริหารงานกลายเป็นคำถามที่ถกเถียงตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา หลังจากที่นายวิชัย เสียชีวิตอย่างไม่คาดฝัน ในอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกข้างสนามฟุตบอลของสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ในค่ำคืนวันที่ 27 ตุลาคม ปีที่แล้ว

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

การสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของตระกูลศรีวัฒนประภา เกิดขึ้นท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในห้วงเวลาที่สำคัญของอาณาจักรคิง เพาเวอร์ ไม่กี่เดือนก่อนที่จะต้องเข้าประมูลพื้นที่เช่าร้านค้าดิวตี้ฟรีของบริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ในอาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 ของสนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงท่าอากาศยานในภูมิภาคอีก 3 แห่ง คือ เชียงใหม่ หาดใหญ่ และภูเก็ต กับ บมจ.ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) เนื่องจากสัมปทานทั้ง 3 สัญญาจะหมดลงพร้อมกันในเดือนกันยายนปี 2563

เจนเวที ย่อมมีภาษีดีกว่า

แม้ว่าคิง เพาเวอร์ จำต้องเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึกในเกมการแข่งขันที่เต็มไปด้วยผู้เล่นรายใหญ่ทั้งในไทยและจากต่างประเทศที่พร้อมจะเข้ามาช่วงชิงเค้กมูลค่ากว่าแสนล้านบาท แต่ผลปรากฏว่า คิง เพาเวอร์สามารถคว้าชัยชนะในการประมูล 3 สัญญา โดยยื่นข้อเสนอการันตีผลตอบแทนขั้นต่ำ 2.4 แสนล้านบาท ตลอดระยะ 10 ปี 6 เดือน นับตั้งแต่เริ่มสัญญาใหม่ในวันที่ 28 กันยายน 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2574

Image copyright Getty Images

สัญญาที่ 1 : สัญญาการบริหารดิวตี้ฟรีสนามบินสุวรรณภูมิ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด เสนอผลตอบแทนขั้นต่ำในปีแรก 15,419 ล้านบาท เฉือนชนะคู่แข่งรายใหม่ 2 รายคือ

  • กลุ่มที่ 1 : กิจการร่วมค้าการบิน กรุงเทพ ล็อตเต้ ดิวตี้ฟรี (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) ประกอบด้วย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารสายการบินบางกอก แอร์เวย์ส ร่วมกับ บริษัท โฮเต็ล ล็อตเต้ จำกัด กลุ่มทุนใหญ่จากเกาหลีใต้ และบริษัท บางกอกแอร์เวย์สโฮลดิ้ง จำกัด
  • กลุ่มที่ 2 : กิจการร่วมค้า ประกอบด้วย บริษัทโรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป จำกัด และ WDFG UK LIMITED ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยว (travel retailers) รายใหญ่ของโลกจากประเทศอังกฤษ

สัญญาที่ 2 : สัญญาประมูลสัญญาบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งบริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด ได้เสนอผลต่อแทนขั้นต่ำในปีแรกที่ 5,798 ล้านบาท เอาชนะคู่แข่งรายสำคัญคือ บมจ. เซ็นทรัล พัฒนา กลุ่มค้าปลีกรายใหญ่ของประเทศไปได้

สัญญาที่ 3 : สัญญาดิวตี้ฟรี สนามบินภูมิภาค 3 แห่ง ที่กำชัยชนะด้วยการเสนอผลตอบแทนขั้นต่ำในปีแรกที่ 2,331 ล้านบาท เหนือคู่แข่ง 3 ราย ที่เคยร่วมประมูลดิวตี้ฟรีที่สนามบินสุวรรณภูมิ

ดังนั้น จึงหมายความว่า ในปีแรก กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ จะสามารถมอบผลตอบแทนให้กับ ทอท. ได้ถึง 23,548 ล้านบาท

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายวิชัยเริ่มธุรกิจดิวตี้ฟรีมาตั้งแต่ปี 2532

นางสาวณัฐพร อธิบายว่า ปัจจัยหลัก ๆ คือ คิง เพาเวอร์ อยู่ในตลาดมานาน มีประสบการณ์ และรู้ว่าโครงการที่ดำเนินการอยู่เป็นเช่นไร นี่ก็คือหนึ่งในความได้เปรียบเมื่อเทียบกับ คู่แข่งรายอื่น ในแง่การประหยัดต้นทุน (economy of scale) อย่างในพื้นที่สุวรรณภูมิ สำหรับ คิง เพาเวอร์เอง ไม่จำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมมากนักเมื่อเทียบกับคู่แข่งรายอื่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสินค้า หรือแม้แต่การสร้างแบรนด์

ด้านรศ.ดร.สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระและที่ปรึกษาศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกกับบีบีซีไทยว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ากลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่สามารถพัฒนาความต่อเนื่องจากนายวิชัยได้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี

บารมีจากพ่อ คอนเน็คชั่นแกร่ง

อีกหนึ่งคำถามคือ การสั่งสมบารมีของนายวิชัย เกือบ 3 ทศวรรษที่ผ่านมา เป็นปัจจัยสนับสนุนทำให้ธุรกิจครอบครัวที่สร้างมาจนทำให้ติดทำเนียบตระกูลเศรษฐีที่ร่ำรวยอันดับ 6 จากการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ หรือไม่ นักวิชาการอิสระรายนี้ระบุว่า มีส่วนและสามารถส่งผ่านมาสู่รุ่นลูกได้

"พูดง่าย ๆ คือ ได้บารมีจากพ่อ ความรู้สึกดี ๆ จากพ่อก็ส่งต่อมายังลูก ๆ ได้" เขาอธิบาย

Image copyright สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์
คำบรรยายภาพ รศ. ดร. สมชาย ภคภาสน์วิวัฒน์ นักวิชาการอิสระและที่ปรึกษาศูนย์อาเซียนศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อย่างไรก็ตาม การที่จะประสบความสำเร็จนั้น รศ. ดร. สมชาย กล่าวว่า ไม่ได้มาจากบารมีเพียงอย่างเดียว พวกเขายังมีความสามารถที่จะเข้าใจในระบบการเมือง และมีความรู้ในเรื่องช่องทางในการทำธุรกิจ รวมทั้งการบริหารความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง อีกทั้ง พวกเขายังมีความสามารถเข้าใจกลไกหรือวัฒนธรรมทางการเมืองของแต่ละประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่ไทยหรืออังกฤษ

สัมพันธ์ยังแข็งแกร่ง

นายภารุต เพ็ณพายัพ ที่ปรึกษา บริษัท เอเชีย กรุ๊ป แอดไวเซอร์ ระบุว่า "โดยหลัก ๆ แล้ว ที่คิง เพาเวอร์ ยังแข็งแกร่งอยู่ ก็ เพราะมีสายสัมพันธ์กับกลุ่มหุ้นส่วน (key stakeholders) ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องธุรกิจดิวตี้ฟรีมากกว่า ในหนึ่งปีที่ผ่านมาสายสัมพันธ์ในระดับ key stakeholders ยังแข็งแกร่งอยู่

นอกจากนี้ หากพิจารณารายนามของคณะผู้บริหารของคิง เพาเวอร์แล้ว ยังเป็นชุดเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลงรวมทั้ง มือทำงานรุ่นบุกเบิกอย่าง นายจุลจิตต์ บุณยเกตุ ถึงแม้ว่าจะอยู่ในวัย 70 ปีแล้ว แต่เขายังดำรงตำแหน่งสำคัญของกลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์

ข้อมูลบริษัทที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า นายจุลจิตต์นั่งในตำแหน่งกรรมการบริษัทในเครือคิง เพาเวอร์ อีก อย่างน้อย 7 บริษัท อาทิ บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด, บริษัท คิง เพาเวอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด และ บริษัท คิง เพาเวอร์ มาเก็ตติ้ง แอนด์ เมเนจเมนท์ จำกัด เป็นต้น

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายเนวิน ชิดชอบ คือหนึ่งในเพื่อนสนิทของนายวิชัย

ในขณะที่ นายกนกศักดิ์ ปิ่นแสง ผู้กว้างขวางในวงการธุรกิจและการเมือง มีบทบาทสำคัญในบริษัทมาช้านาน เขาเป็นผู้ชักนำให้นายวิชัยรู้จักกับนายเนวิน ชิดชอบ อดีตนักการเมืองชื่อดัง ปัจจุบันคือประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นอกจากนี้นายกนกศักดิ์ ยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งสโมสรบุรีรัมย์ พีอีเอ ก่อนพัฒนาเป็นสโมสร บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดในปัจจุบัน

นิตยสารโพซิชันนิ่ง ฉบับวันที่ 5 พฤษภาคม 2552 ได้ระบุถึงความสัมพันธ์ของนายกนกศักดิ์และนายวิชัยว่า มีความใกล้ชิดกันอย่างมาก โดยนายวิชัยไว้วางใจเขาให้เป็นผู้บริหารของคิง เพาเวอร์ เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มูลนิธิคิง เพาเวอร์ และเป็นเลขาธิการสมาคมขี่ม้าโปโลแห่งประเทศไทย ในขณะนั้นซึ่งนายวิชัยก็เคยเป็นนายกสมาคมอยู่

นอกจากนี้ นายวิชัย ยังเป็นผู้สนับสนุนหลักของกิจกรรมต่าง ๆ ของนายเนวินอีกด้วย สะท้อนจากข้อความแสดงความเสียใจกับครอบครัวศรีวัฒนประภาและกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ บนเฟซบุ๊กแฟนเพจ "ลุงเนวิน" ซึ่งภริยาของนายเนวินเป็นผู้จัดการเพจดังกล่าวโพสต์หลังการจากไปของนายวิชัย

นี่คือส่วนหนึ่งของข้อความนั้น "...กล่าวได้ว่า คุณวิชัย และกลุ่มคิงเพาเวอร์ คือผู้สนับสนุนหลักการสร้างสรรค์ และเปลี่ยนแปลงบุรีรัมย์ จากเมืองผ่าน เป็นเมืองพัก มีส่วนร่วมกับการสร้างเมืองบุรีรัมย์ ให้เติบโตแบบก้าวกระโดดมาถึงวันนี้..."

สายสัมพันธ์กับราชวงศ์อังกฤษยังเหมือนเดิม

นอกจากสายสัมพันธ์อันดีกับหุ้นส่วนสำคัญในประเทศแล้ว ครอบครัวศรีวัฒนประภายังคงรักษาความสัมพันธ์อันดีกับราชวงศ์อังกฤษ เห็นได้จากการแข่งขันขี่ม้าโปโลการกุศลที่สนามบิลลิงแบร์ พาร์ค ที่เมืองโวกคิมแฮม มลฑลเซอร์รีย์ เพื่อระดมทุนมอบให้องค์กรการกุศล 15 แห่งในประเทศอังกฤษ และเพื่อร่วมรำลึกถึงนายวิชัย ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จัดขึ้นโดยกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ทีมคิง เพาเวอร์ นำโดย เจ้าชายวิลเลียมและนายอัยยวัฒน์

สื่อมวลชนไทยที่ได้รับเชิญจากคิง เพาเวอร์ให้ไปร่วมเป็นสักขีพยาน รายงานตรงกันว่า บรรยากาศเต็มไปอย่างชื่นมื่น โดยเจ้าชายวิลเลียม ดยุคแห่งเคมบริดจ์ และเจ้าชายแฮร์รีแห่งซัสเซกซ์เสด็จพระราชดำเนินมาพร้อมครอบครัวของพระองค์ และทั้งสองทรงร่วมการแข่งขันด้วย โดยดยุคแห่งเคมบริดจ์และนายอัยยวัฒน์นำทีมคิง เพาเวอร์ ส่วนดยุคแห่งซัสเซกซ์และนายอภิเชษฐ์ ศรีวัฒนประภา นำทีม Tacmac ผลปรากฏว่า ทีมคิง เพาเวอร์เอาชนะไปได้และครอง The Vichai Srivaddhanaprabha Memorial Trophy 2019 ไป ซึ่งนางเอมอร ศรีวัฒนประภา ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์เป็นผู้มอบถ้วยรางวัลดังกล่าวให้เจ้าชายวิลเลียมด้วย

นอกจากสมาชิกราชวงศ์อังกฤษแล้ว ภายในงานยังได้รับเกียรติจากบบรรดาผู้มีชื่อเสียงในสังคมและดาราที่เดินทางจากไทยอีกด้วยจำนวนหนึ่ง

ความท้าทายใหม่ หลังรักษาเส้นเลือดสายหลัก

ธุรกิจดิวตี้ฟรีถือเป็นเส้นเลือดใหญ่ของอาณาจักรคิง เพาเวอร์ แม้ว่าจะเผชิญกับความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ผลประกอบการในปี 2561 ยังคงเติบโต จากการรวบรวมข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่า ธุรกิจเกี่ยวข้องกับดิวตี้ฟรี 10 บริษัทในเครือ ปีที่แล้วมีรายได้รวม 111,090 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.28% จาก 104,520 ล้านบาท 1 ปีก่อนหน้า

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ กลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ คว้า 3 สัญญาสัมปทานพื้นที่เช่าร้านค้าดิวตี้ฟรีของคิง เพาเวอร์ ในอาคารผู้โดยสารหลังที่ 1 ของสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินภูมิภาค 3 จังหวัดได้ รวมทั้งสัญญาบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ที่สนามบินสุวรรณภูมิได้อีก 10 ปี

ส่วนกำไรสุทธิกลับลดลง 26% จาก 7,873 ล้านบาทในปี 2560 มาเป็น 5,824 ล้านบาท ในปี 2561 โดยปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรลดลง คือ ผลประกอบการของธุรกิจในเครือบางแห่งประสบปัญหาขาดทุน เช่น บริษัท คิง เพาเวอร์ มาเก็ตติ้ง แอนด์ เมเนจเมนท์ จำกัด ผู้จำหน่ายสินค้าปลอดอากรบนเครื่องบินของการบินไทย และ บริษัท คิง เพาเวอร์ มหานคร จำกัด ผู้บริหารโครงการคิง เพาเวอร์ มหานคร

ผลประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับดิวตี้ฟรี ของกลุ่มคิง เพาเวอร์ ปี 2561
ชื่อบริษัท รายได้ (ล้านบาท) เปลี่ยนแปลง (%) กำไร/ขาดทุน (ล้านบาท) เปลี่้ยนแปลง (%)
บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 60,480 7.7 2,104 -46.64
บริษัท คิง เพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด 37,884 6.31 1,914 4.17
บริษัท คิง เพาเวอร์ แท็กซ์ฟรี จำกัด 5,552 1.54 158 -36.38
บริษัท คิง เพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด 6,044 13.53 2,035 15.34
บริษัท คิง เพาเวอร์ มาเก็ตติ้ง แอนด์ เมเนจเมนท์ จำกัด 324 -19.88 -187 29.99
บริษัท คิง เพาเวอร์ โฮเทล เมเนจเมนท์ จำกัด 683 2.7 29.8 -29.9
บริษัท คิง เพาเวอร์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ จำกัด 16 82.22 3.5 400.42
บริษัท คิง เพาเวอร์ เอวิเอชั่น จำกัด 0.2 -6.12 0.15 -8.99
บริษัท คิง เพาเวอร์ มหานคร จำกัด* 104 ไม่ระบุ -234 ไม่ระบุ

บีบีซีไทยรวบรวมข้อมูลจากกรมพัฒนาการค้า กระทรวงพาณิชย์

*หมายเหตุ -บริษัท คิง เพาเวอร์ มหานคร จำกัดรับรู้รายได้ประจำปี 2561 เป็นปีแรกหลังเปิดดำเนินการ

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ โครงการคิง เพาเวอร์ มหานคร ถือเป็นหนึ่งธุรกิจท่องเที่ยวแบบครบวงจร โรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว และร้านค้าดิวตี้ฟรี ในที่เดียว

รศ.ดร.สมชาย ระบุว่า โจทย์ที่ท้าทายต่อไปของผู้บริหารรุ่นใหม่ ซึ่งนายวิชัยได้วางตัวลูก ๆ ไว้แล้ว ก่อนหน้าที่เขาจะเสียชีวิต คงจะต้องแบกรับภาระสำคัญต่อไปคือ การขยายธุรกิจไปยังธุรกิจอื่น ๆ เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยง เฉกเช่นเดียวกับเจ้าสัวราย ๆ อื่น ที่รุกไปในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยก่อนหน้านี้นายวิชัยก็ขยายไปยังธุรกิจกีฬา ด้วยการเข้าซื้อสโมสรฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ และสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาล 2015-16

"ในเชิงธุรกิจเขาเรียกว่าการนำ cash cow หรือธุรกิจที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงในตลาดแต่มีอัตราการเติบโตไม่สูงมาก มุ่งสู่ธุรกิจดาวรุ่ง หรือ star บวกกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปจากเทคโนโลยี พวกเขาจำเป็นต้องปรับตัว เปลี่ยนแปลงให้ได้" นักวิชาการรายนี้กล่าว

เล็งลงทุนธุรกิจโรงแรมในอังกฤษ

นายภารุต แห่ง เอเชีย กรุ๊ป แอดไวเซอร์ มองว่าการที่ครอบครัวศรีวัฒนประภามีธุรกิจกีฬาและมีประสบการณ์ทางธุรกิจในอังกฤษ ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป ทำให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็เป็นหนึ่งในธุรกิจที่คิง เพาเวอร์สนใจ

ในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในวันที่ 25 ก.ย. ที่ผ่านมา นายอัยยวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ กล่าวว่า สนใจลงทุนในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวในสหราชอาณาจักร เนื่องจากราคาอสังหาริมทรัพย์ทั้งในยุโรปและอังกฤษปรับตัวลดลง เนื่องจากภาวะการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก

Image copyright Getty Images

ทายาทตระกูลศรีวัฒนประภา วัย 33 ปี ผู้ที่กลายเป็นสมาชิกที่มีอายุน้อยที่สุดในทำเนียบ 50 ตระกูลเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศ ตามการจัดอันดับของนิตยสารฟอร์บส์ในปีนี้ บอกว่า คาดว่าจะสามารถสรุปข้อตกลงได้ไม่ปีหน้าหรือไม่ก็ปีถัดไป อย่างไรก็ตาม เป้าหมายหลักของคิง เพาเวอร์ คือ ธุรกิจดิวตี้ฟรีในไทย

อันดับลดลง บนทำเนียบดิวตี้ฟรีโลก

หากพิจารณาภาพการแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกเชิงการท่องเที่ยวและสินค้าปลอดภาษีแล้ว บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป ยังคงติดอันดับ 1 ใน 10 ของกลุ่มธุรกิจประเภทนี้มาเป็นเวลา 5 ปีต่อเนื่อง แม้ว่าในปีที่แล้ว ผู้ประกอบการธุรกิจดิวตี้ฟรีสัญชาติไทยจะอยู่ในอันดับที่ 8 จากการจัดอันดับในรายงานของ The Moodie Davitt ซึ่งหล่นลงมาจากปี 2560 ที่ลำดับที่ 7 แต่ผลประกอบการยังคงเพิ่มขึ้น

ในรายงานฉบับนี้ระบุอีกว่า ปีที่แล้ว คิง เพาเวอร์ ประสบกับความสุญเสียครั้งใหญ่จากการจากไปของนายวิชัย แต่ผลประกอบการก็ถือว่าแข็งแกร่ง ด้วยการสร้างรายได้สูงถึง 2,428 ล้านยูโร หรือราว 8.12 หมื่นล้านบาท เพิ่มขี้นจากรายได้ปีก่อนหน้า ที่มีประมาณ 2,141 ล้านยูโร หรือประมาณ 7.18 หมื่นล้านบาท

รายงานฉบับดังกล่าวนี้ระบุว่า ปัจจัยที่ยังทำให้ คิง เพาเวอร์ ฯ ยังคงติดลมบนมาตั้งแต่ 5 ปีที่ผ่านมา คือ การปรับธุรกิจตามการเติบโตของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่มาท่องเที่ยวไทยปีที่ผ่านมามีจำนวนกว่า 10 ล้านคน

ดังนั้น ความเสี่ยงต่อเส้นเลือดหลักล่อเลี้ยงธุรกิจกลุ่มคิง เพาเวอร์ ก็ยังคงต้องพึ่งพานักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ธุรกิจเกี่ยวเนื่องด้านการท่องเที่ยวอื่น ๆ อีกด้วย ยิ่งในภาวะที่การแข่งขันด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและคู่แข่งสูงขึ้น นี่คือ โจทย์หลักสำคัญของอาณาจักรแห่งนี้ว่าจะสามารถบริหารความเสี่ยงนี้อย่างไร