จีเอสพี : สหรัฐฯ ตัดสิทธิพิเศษทางการค้า เพราะไทยยกเลิกใช้สารเคมีหรือเพราะตกเกณฑ์ด้านสิทธิแรงงาน

  • 29 ตุลาคม 2019
ท่าเรือสินค้าในสหรัฐฯ Image copyright FREDERIC J. BROWN/AFP/Getty Images

การประกาศระงับข้อตกลงตามมาตรการสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ของสหรัฐฯ แก่ประเทศไทยในสินค้า 573 รายการ ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมเกือบ 40,000 ล้านบาท เมื่อวันที่ 25 ต.ค. กลายเป็นปัญหาใหม่ของรัฐบาลที่เกี่ยวโยงกับทั้งเศรษฐกิจ และด้านสิทธิแรงงาน

กระทรวงพาณิชย์แถลงว่าการตัดสิทธิจีเอสพี ทำให้สินค้าที่จะส่งออกไปขายที่สหรัฐฯ มีภาระภาษีที่ต้องจ่ายเพิ่มเติม 4.5 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลกระทบอยู่ที่ประมาณ 1,500-1,800 ล้านบาท มีผลในเดือน เม.ย. 2563

วันนี้ (29 ต.ค.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฐ์ รมว. พาณิชย์ ระบุว่า ประเทศไทยยังมีช่องทางขอให้สหรัฐฯ ทบทวนในช่วง 6 เดือนก่อนมาตรการมีผล ขณะที่กระทรวงพาณิชย์จะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน บุกตลาดส่งออกใน 10 กลุ่มตลาดใหญ่ เพื่อเพิ่มมูลค่าการส่งออกสินค้า

การประกาศตัดสิทธิจีเอสพีในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังจากที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติห้ามใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช 3 ชนิดเมื่อวันที่ 22 ต.ค. และเนื่องจากสารเคมีเหล่านี้ส่วนหนึ่งมีการนำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา จึงมีข้อสงสัยว่าการตัดสิทธิพิเศษทางการค้าของไทยเป็นการตอบโต้ของสหรัฐฯ ต่อการห้ามใช้สารเคมีทางเกษตรหรือไม่ ซึ่งรัฐบาลได้ออกมายืนยันแล้วว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน

ขณะที่ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ให้น้ำหนักการตัดสิทธิจีเอสพีไปที่ประเด็นการค้าที่ไทยเกินดุลสหรัฐฯ ส่วนผู้จัดการด้านนโยบายและการรณรงค์ องค์การอ็อกซ์แฟม ระบุว่า รัฐบาลควรรับฟังเหตุผลเรื่องสิทธิแรงงานที่สหรัฐฯ หยิบยกขึ้นมาเป็นเหตุผลประกอบการตัดจีเอสพี และเร่งแก้ไข เพราะอาจถูกนำมาใช้เป็นมาตรการกดดันจากประเทศคู่ค้าได้ในอนาคต

Image copyright AFP
คำบรรยายภาพ หนึ่งในสารเคมีการเกษตร 3 ชนิดที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติห้ามใช้คือ "ไกลโฟเซต" ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญในยาปราบศัตรูพืช "ราวด์อัพ" (RoundUp)

จีเอสพี คืออะไร

นายกีรติ รัชโน ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ อธิบายว่า จีเอสพี คือ สิทธิพิเศษทางภาษีที่ได้รับจากประเทศพัฒนาแล้ว

ในอดีตประเทศไทยไม่ได้รับจีเอสพีจากสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียว แต่มีทั้งสหภาพยุโรป รัสเซีย สวิตเซอร์แลนด์ นอร์เวย์ และญี่ปุ่น ประเทศเหล่านี้เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งให้สิทธิประเทศกำลังพัฒนา และประเทศด้อยพัฒนา เวลาส่งของไปขายแล้วจะไม่ต้องเสียภาษี

สิ่งที่สำคัญที่สุดของจีเอสพี คือ เป็นการให้ฝ่ายเดียวกับประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งสินค้าที่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีนี้มีทั้งกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรม แต่ส่วนใหญ่แล้วประเทศไทยจะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีสำหรับสินค้าอุตสาหกรรม

ระดับรายได้ สิทธิแรงงาน ทรัพย์สินทางปัญญา เงื่อนไขสิทธิจีเอสพี

นายกีรติ กล่าวต่ออีกว่า สำหรับประเทศไทยได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีจากสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 2519 และใช้สิทธินี้เรื่อยมา แต่ละช่วงเวลาที่ได้สิทธิจีเอสพีมีการ "ทบทวนและตัดบ้าง" ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการค้า

ปัจจุบันโครงการที่สหรัฐอเมริกาให้แก่ประเทศไทยเป็นการต่ออายุครั้งที่ 10 เป็นการต่ออายุตั้งแต่เดือน ม.ค. 2561 จนถึง 31 ธ.ค. 2563

"เรายังส่งออกสินค้าไปสหรัฐฯ ได้ เพียงแต่ต้องเสียภาษีในอัตราปกติ ซึ่งอยู่ที่ 4 เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ ขึ้นอยู่กับสินค้า ที่ถูกดีดกลับมากที่สุดคือ ผลิตภัณฑ์ภาชนะเซรามิค 26 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสินค้าที่ถูกกระทบน้อยที่สุดอยู่ที่ 0.1เปอร์เซ็นต์"

รักษาการอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า ถ้าได้รับสิทธินั้นแล้วส่งออกไปเรื่อย ๆ ถ้ายอดการส่งออกไปเกินปริมาณที่กำหนดคือ 185 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ไทยก็อาจถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีได้

Image copyright SAUL LOEB/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เยือนสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2560

"พูดง่าย ๆ คือ เราส่งสินค้าไป อาจจะไปกระทบอุตสาหกรรมภายของเขา หรือดูแล้วเราเริ่มมีสตางค์มากขึ้นเขาอาจจะตัด หรืออาจจะดูจากรายได้ต่อหัว เขากำหนดไว้ 12,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ตัด" นายกีรติกล่าว ระหว่างการแถลงชี้แจงเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ที่กระทรวงพาณิชย์

นอกจากนี้การทบทวนจีเอสพียังพิจารณาเรื่องการดูแลทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิแรงงาน ซึ่งตรงกับที่สหรัฐฯ พิจารณาไทยในตอนนี้ และกรณีเหล่านี้เป็นเรื่องที่สหรัฐฯ พยายามพิจารณาในแต่ละช่วงเวลา

สอดคล้องกับความเห็นของ ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศ (ทีดีอาร์ไอ) ซึ่งกล่าวกับบีบีซีไทยว่า การตัดสิทธิจีเอสพีไทยไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับการห้ามใช้สารเคมี เพราะสิทธิจีเอสพีที่แต่ละประเทศให้กับประเทศอื่น ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป ประเทศต่างๆ มีการทบทวนต่อเนื่อง และการตัดสิทธิรอบนี้ไม่ได้มีแค่ประเทศไทย

"ด้วยระดับรายได้ ประเทศไทยเป้าหมายที่ถูกเพ่งเล็งอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่เกิดมาหลายครั้ง แต่จริง ๆ ข่าวที่ออกมาช่วงนี้ ประจวบเหมาะเลยทำเกิดให้ความเชื่อมโยง" ดร.สมเกียรติกล่าว

"เราเกินดุลการค้าสหรัฐฯ เรียกว่าระดับรายได้ของเรา ควรจะพ้นเรื่องจีเอสพีมาตั้งนานแล้ว การที่เราอยู่ใต้ระบบสิทธิประโยชน์แปลว่าเราต้องคอยเอาอกเอาใจประเทศคู่ค้าให้ขยายสิทธิประโยชน์ ระหว่างนั้นเขาต่อรองเรา เพราะฉะนั้นสิทธิประโยชน์ทางภาษีไม่ใช่ได้มาฟรี เพราะเขามีกฎต่าง ๆ"

ดร. สมเกียรติกล่าวเพิ่มเติมว่า ถ้ามองความเชื่อมโยงเกี่ยวกับสงครามการค้า ขณะที่สหรัฐฯ ทำสงครามการค้ากับจีน การตัดสิทธิจีเอสพีก็ส่งสัญญาณหลายตัวออกมา

แม้ว่าเป็นประเทศไทยไม่ใช่คู่สงครามก็ไม่ได้แปลว่าจะไม่ถูกสหรัฐฯ กีดกันการค้า เพราะกระแสเกิดขึ้นกับทุกประเทศ เช่น เขตการค้าเสรีอเมริกาเหนือที่สหรัฐฯ เปิดเจรจาใหม่กับแคนาดาและเม็กซิโก

"แม้ไทย ประเทศในอาเซียน และประเทศอื่น ๆ ในโลกไม่ได้เป็นเป้าหมายของสหรัฐฯ แต่อย่าตายใจ"

เพราะไทยห้ามใช้สารเคมีหรือไม่

การประกาศตัดสิทธิจีเอสพีของสหรัฐฯ ในวันที่ 25 ต.ค. ที่เกิดขึ้นภายในไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากไทยมีมติห้ามใช้สารเคมี 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอต ไกลโฟเซต คลอริไพฟอส ทำให้บางฝ่ายและสื่อบางแห่ง ชี้ว่านี่เป็นมาตรการ "เอาคืน" ของสหรัฐฯ

ความเคลื่อนไหวที่ถูกนำมาเชื่อมโยง คือการทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีของสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย คัดค้านการห้ามใช้สารไกลโฟเซต 1 ใน 3 สารเคมีทางการเกษตร ที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติให้ยกเลิกใช้ และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ธ.ค. นี้

Image copyright PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ เกษตรกรไทยใช้สารเคมี่กำจัดศัตรูพืชทั้งในไร่อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา

เหตุผลของสหรัฐฯ คือ สารตัวใหม่ที่จะใช้ในการทำการเกษตรอาจมีราคาแพงกว่า และจะส่งผลกระทบกับสินค้าเกษตรที่ไทยนำเข้า เช่น ถั่วเหลือง ข้าว สาลี

อย่างไรก็ตาม ภายหลังสหรัฐ ฯ ประกาศตัดสิทธิจีเอสพี รัฐบาลตั้งแต่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว. กลาโหม พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว. สาธารณสุข ออกมาชี้แจงกรณีนี้ว่าอย่าคาดเดาและอย่านำไปโยงเรื่องการที่ไทยมีมติห้ามใช้สารเคมี 3 ชนิด แต่ยอมรับว่าประเทศไทยยังต้องเดินหน้าแก้ปัญหาแรงงาน

จีนส่งออกสารเคมีเกษตรเข้าไทยมากกว่าสหรัฐฯ

จากรายงานข่าวของไทยพีบีเอส ซึ่งตรวจสอบข้อมูลนำเข้าสารเคมีในไทยรอบ 10 ปีย้อนหลังของพาราควอตกับไกลโฟเซต พบว่าบริษัทสารเคมีในสหรัฐฯ ส่งออกสารเคมีเข้าไทยน้อยมาก

สหรัฐฯ ส่งออกพาราควอตเข้าไทยเพียง 0.02 กิโลกรัม ส่วนไกลโฟเซตก็นำเข้ามา 11 ตัน มูลค่ารวมทั้งสองสาร อยู่ที่ 1.3 ล้านบาท ในระยะเวลา 10 ปี

ส่วนประเทศที่มีการส่งออกสารเคมีเข้าประเทศไทยโดยเฉพาะพาราควอต และไกลโฟเซตมากที่สุด คือ ประเทศจีน ซึ่งส่งออกพาราควอตให้ไทย ในรอบ 10 ปีประมาณ 280,000 ตัน ไกลโฟเซต 470,000 ตัน มูลค่ารวมกว่า 57,000 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่ารวมกว่าร้อยละ 89 สำหรับสารเคมีในไทย

กดดันไทยแก้ปัญหาสิทธิแรงงาน

ตามหลักเกณฑ์ของโครงการให้สิทธิจีเอสพี รัฐบาลสหรัฐฯ จะเปิดให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียยื่นคัดค้านการให้สิทธิแต่ละประเทศ

สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน ระบุข้อมูลว่า สมาพันธ์สหภาพแรงงานสหรัฐ (AFL-CIO) ได้มีคำร้องคัดค้านการให้สิทธิจีเอสพีไทยต่อสำนักผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 2556 โดยอ้างว่ามีการละเมิดสิทธิแรงงานในหลายประเด็น แต่ตอนนั้นร่างกฎหมายโครงการต่ออายุจีเอสพีไม่ผ่านการรับรองของรัฐสภาสหรัฐฯ ทำให้โครงการระงับ จึงไม่มีการพิจารณาคำร้อง

ต่อมาในเดือน ต.ค. 2558 สมาพันธ์สหภาพแรงงานสหรัฐฯ ได้ยื่นขอถอดถอนไทยออกจากบัญชีรายชื่ออีกครั้ง โดยอ้างเหตุผลเรื่องการละเมิดสิทธิแรงงาน

ประเด็นสำคัญต่อการรักษาสิทธิจีเอสพีของไทยที่สหรัฐฯ ต้องการ คือ การให้สิทธิแรงงานต่างด้าวตั้งสหภาพ การบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับความไม่เป็นธรรมอย่างมีประสิทธิภาพ และการคุ้มครองสิทธิในการพูดของลูกจ้าง

Image copyright FREDERIC J. BROWN/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ นักวิชาการมองว่าในบริบทของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ประเทศอื่น ๆ อย่างไทยอาจได้รับผลพวงไปด้วย

หลังจากนั้น ตัวแทนรัฐบาลไทยได้เข้าชี้แจงและเจรจารักษาสิทธิมาโดยตลอด และได้เสนอแนวทางทำงานเพื่อปรับปรุงกฎหมายตามเป้าหมายของสหรัฐฯ เป็นระยะ

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวเมื่อวันที่ 28 ต.ค. ว่า กฎหมายแรงงานเป็นปัญหาหลัก และเป็นกฎหมายในประเทศ ถ้าทำตามเขามาก ๆ จะมีปัญหาอะไรหรือไม่กับประเทศไทย เพราะฉะนั้นต้องลดปัญหาทั้งภายในภายนอก

ส่วน พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการโจมตีของฝ่ายค้านเกี่ยวกับเรื่องที่รัฐบาลยกให้การแก้ปัญหาแรงงานเป็นความสำเร็จของรัฐบาลว่า ก็เห็นชัด ๆ ว่าไทยได้เลื่อนขั้นมาเป็นเทียร์ 2 ซึ่งสำเร็จทั้งภาคประมงและแรงงานพร้อม ๆ กัน

ส่วนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในไทย นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย บอกกับพีพีทีวีว่าจากผลประชาพิจารณ์ของภาคอุตสาหกรรมและแรงงานเมื่อกลางปี 2561 ไม่เห็นควรให้แรงงานต่างด้าวตั้งสหภาพแรงงานได้ แต่ควรให้กับแรงงานไทยที่ยังขาดสิทธิสวัสดิการอยู่อีกมาก

ถ้ายังไม่มีมาตรฐานแรงงานระดับสากล ไทยยังต้องรับความเสี่ยง

จักรชัย โฉมทองดี ผู้จัดการด้านนโยบายและการรณรงค์ องค์การอ็อกซ์แฟม อธิบายกับบีบีซีไทยว่า การให้สิทธิจีเอสพีเป็นเครื่องมือเพื่อใช้ประโยชน์ได้หลายทางมาตั้งแต่ต้น สหรัฐฯ ใช้ทั้งในการบริหารหรือส่งเสริมการผลิตภายใน ผ่านการลดต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า รวมทั้งใช้ดำเนินเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นการให้ไว้ก่อน แล้วใช้การให้สิทธินี้เป็นเครื่องมือทางการค้าชนิดหนึ่งในการบริหารตามเป้าหมายของรัฐบาลสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม เครื่องมือนี้ไม่ถึงกับสามารถทำตามอำเภอใจได้ 100 เปอร์เซ็นต์

การตัดสิทธิจีเอสพีที่เคยเป็นข่าวมาคือการใช้เหตุผลด้านมาตรฐานแรงงาน และทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นประเด็นที่สหรัฐฯ ให้ความสำคัญ สำหรับประเทศไทย ข้ออ้างของสหรัฐฯ เรื่องแรงงาน หากไม่มีประเด็นจริง คงยากที่จะหยิบยกขึ้นมาอ้างได้

Image copyright PORNCHAI KITTIWONGSAKUL/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ไทยมักถูกตรวจสอบเรื่องการละเมิดสิทธิแรงงานจากสหรัฐฯ รวมทั้งสหภาพยุโรป

ที่ผ่านมาช่วงเวลา 5 ปี ประเด็นด้านแรงงานในไทยถูกเปิดเผยออกมามาก โดยเฉพาะแรงงานข้ามชาติในห่วงโซ่อุปทานอาหาร จักรชัยชี้ว่า ต้องยอมรับว่ารัฐบาลได้แก้ไขและทำจริงในหลายเรื่อง แต่ก็ยังมีช่องว่างอยู่ใหญ่มาก โดยเฉพาะเรื่องสิทธิพื้นฐานของแรงงานข้ามชาติ เช่น สิทธิในการรวมตัว และสิทธิในการเรียกร้องเจรจากับนายจ้าง ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานสากลของแรงงาน ตราบใดที่ไม่มีตัวนี้ ก็ยากที่จะยืนยันว่าแรงงานจะได้รับสิทธิที่พึงได้

จักรชัยเห็นว่า รัฐบาลควรทำให้แรงงานที่ผลิตในระบบเศรษฐกิจไทย ทั้งแรงงานไทยและแรงงานที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย ได้สิทธิพื้นฐานที่ทัดเทียมกัน เนื่องจากการใช้เกณฑ์ของประเทศคู่ค้าไม่ได้แยกการถือสัญชาติแรงงานออกจากกัน

"ตราบใดที่เรายังไม่ให้สัตยาบันที่สำคัญขององค์การแรงงานระหว่างประเทศข้อ 87 และ 98 ไทยก็สามารถถูกสหรัฐฯ หรือคู่ค้าอื่นดำเนินมาตรการได้ ตรงนี้เป็นช่องโหว่ อยู่ที่รัฐบาลไทยว่าพร้อมดำเนินการหรือไม่ ผมคิดว่าไม่จำเป็นต้องการคาดการณ์หรือเดาว่าทำไมสหรัฐฯ ตัดสิทธิ เป็นเรื่องแบน 3 สารเคมี หรือเปล่า คือนี่เป็นสิทธิของประเทศเขา ตราบใดที่เรายังมีปัญหาเรื่องแรงงาน โดยไม่มีมาตรฐานแรงงานระดับสากลรองรับ ความเสี่ยงก็มีเสมอ"

ผู้จัดการด้านนโยบายและการรณรงค์ องค์การอ็อกซ์แฟม ระบุอีกว่า หากไทยยังเดินหน้าเศรษฐกิจที่เน้นต้นทุนแรงงานต่ำ แบบเดิม ๆ ที่ผ่านมา ก็ยากที่ไปต่อ ส่วนการอ้างเรื่องความมั่นคงในการไม่ให้สิทธิการรวมตัวของแรงงานข้ามชาติ เขาเห็นว่า

"รัฐควรมองความมั่นคงในมิติใหม่ และพิจารณาโครงสร้างเศรษฐกิจที่ตรงกับความเป็นจริง ตอนนี้ระบบเศรษฐกิจรวมถึงสังคมไทยมีแรงงานข้ามชาติมากกว่า 5 ล้านคนเป็นส่วนประกอบสำคัญ และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นต่อไปอีก ถ้าไม่มีการบริหารจัดการและส่งเสริมสิทธิแรงงานในการรวมตัวและเจรจาเพื่อการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นทางการและเสมอภาค ปัญหาก็ยิ่งจะเกิดขึ้น ยิ่งถ้าแรงงานไม่มีช่องทาง ก็อาจยิ่งรวมตัวในรูปแบบที่รัฐไม่สบายใจ"

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม