คดีเกาะเต่า : แม่นักโทษชาวเมียนมาคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวอังกฤษหวังพึ่งพระบารมี ร.10 ต่อชีวิตลูกชาย

  • 30 ตุลาคม 2019
หญิงชาวเมียนมาร้องไห้ Image copyright Wiwat Pandhawuttiyanon
คำบรรยายภาพ เม เต็ง บอกว่าเธอเคารพในคำตัดสินของศาล แต่ในใจเชื่อเสมอว่าลูกชายของเธอไม่ใช่ฆาตกร

กำแพงปูนหนาทึบนั้นสูง 6 เมตร ฝังลึกลงไปใต้ดินอีก 1 เมตร ด้านบนมีรั้วไฟฟ้าแรงสูงขึงรอบ ตัวหนังสือสีแดงขนาดใหญ่เขียนไว้ว่า "เขตหวงห้าม" แต่ พิว ชเว นู และ เม เต็ง อ่านไม่ออก พวกเธอรู้แต่ว่าลูกชายผู้เป็นที่รักถูกขังอยู่หลังกำแพงนั้น—แดน 2 โทษประหาร

นางพิว ชเว นู อายุ 55 ปี เป็นแม่ของ ซอ ลิน ส่วน นางเม เต็ง อายุ 52 ปี เป็นแม่ของวิน ซอ ตุน หรือเวพิว ชายชาวเมียนมาทั้ง 2 คน ถูกศาลฎีกาพิพากษาประหารชีวิตเมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2562 ในความผิดฐานฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 คนที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เหตุเกิดเมื่อปี 2557

แม้คดีจะเพิ่งถึงที่สุดเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา แต่ครอบครัวของแรงงานชาวเมียนมาทั้ง 2 คนทุกข์ระทมใจมานานกว่า 5 ปี นับตั้งแต่ซอ ลินและเวพิวถูกจับกุมไม่นานหลังมีผู้พบศพนายเดวิด มิลเลอร์ และ น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอริดจ์ บริเวณหาดทรายรี ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2557

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ซอ ลิน และเวพิว ในวันฟังคำพิพากษาศาลฎีกาเมือเดือน ส.ค. 2562

นางพิวและนางเมเดินทางมาประเทศไทยราว 7 ครั้งนับตั้งแต่ลูกชายถูกจับกุมดำเนินคดี ทุกครั้งต้องกลับบ้านไปด้วยทุกข์หนักกว่าเดิม เพราะทั้งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์และศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ประหารชีวิตจำเลยทั้ง 2 คน

พวกเธอเดินทางมาไทยอีกครั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเพื่อยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายผ่านหัวหน้าทัณฑปฏิบัติเรือนจำบางขวางเมื่อวันที่ 24 ต.ค. โดยมีทีมทนายความสิทธิมนุษยชนในไทยช่วยดำเนินการ

เนื้อหาในฎีการะบุว่า ผู้ยื่นและจำเลยได้น้อมรับคำพิพากษาศาลฎีกาซึ่งเป็นที่สิ้นสุดแล้ว แต่มีความประสงค์จะขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยเปลี่ยนโทษประหารชีวิตเป็นจำคุกแทน

ก่อนเดินทางกลับบ้านที่รัฐยะไข่ นางพิวและนางเมเดินทางมาเยี่ยมและร่ำลาลูกชายที่เรือนจำบางขวางเมื่อวันที่ 28 ต.ค. บีบีซีไทยพูดคุยกับพวกเธอผ่านล่ามภาษาพม่าระหว่างรอเข้าเยี่ยมนักโทษทั้งสอง

ยะไข่-บางขวาง

ซอ ลิน กับ เวพิว ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน พวกเขาเพิ่งจะมารู้จักกันตอนมาทำงานที่เกาะเต่า เช่นเดียวกับนางเมและนางพิว ที่เพิ่งมารู้จักกันหลังจากลูกชายตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีเดียวกัน

นางเมและนางพิวใช้เวลาราว 2 วันในการเดินทางจากหมู่บ้านในรัฐยะไข่มากรุงเทพฯ นางเมเดินทางมาจากหมู่บ้านกาพีชอ นางพิวมาจากหมู่บ้านมินเจายี่เตา นั่งเรือจากหมู่บ้านราวชั่วโมงครึ่งมาที่ท่ารถ แล้วนั่งรถโดยสารอีก 1 คืนมาถึงย่างกุ้ง จากย่างกุ้งจึงขึ้นเครื่องบินมากรุงเทพฯ

ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าที่พัก การเยี่ยม การติดต่อต่าง ๆ ระหว่างสู้คดีนั้น ส่วนใหญ่เป็นเงินที่ชาวเมียนมาบริจาคช่วยเหลือ อีกส่วนหนึ่งมาจากนักการเมืองท้องถิ่นรัฐยะไข่ ไปจนถึง ส.ส.ของเมียนมา นอกจากนี้ยังมีองค์กรไม่แสวงหากำไรในไทยและเมียนมาที่คอยให้ความช่วยเหลือด้านคดีแก่ทั้งสองครอบครัวอีกด้วย

Image copyright Wiwat Pandhawuttiyanon
คำบรรยายภาพ นักธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในรัฐยะไข่ (ขวา) ช่วยประสานงานในการพาแม่ของผู้ต้องขังทั้งสองคนมาเยี่ยมลูกที่เรือนจำบางขวาง

เรือนจำบางขวางเป็นเรือนจำแข็งแรงมั่นคงระดับสูงที่ใช้ควบคุมผู้ต้องขังชายคดีอุกฉกรรจ์ที่เสร็จเด็ดขาดหรืออยู่ระหว่างอุทธรณ์ ฎีกาที่มีกำหนดโทษตั้งแต่ 15 ปี ขึ้นไปถึงประหารชีวิต ซอ ลินและเวพิว ถูกส่งตัวมาที่นี่เมื่อ 4 ปีที่แล้ว หลังถูกศาลจังหวัดเกาะสมุยตัดสินประหารชีวิตเมื่อเดือน ธ.ค. 2558

แม้ชื่อ "บางขวาง" จะน่าหวาดหวั่นเพียงใด แต่แม่ของทั้งคู่ก็อุ่นใจขึ้นมาบ้างเมื่อลูกชายบอกว่าในเรือนจำมีสภาพความเป็นอยู่ดี ได้เล่นกีฬาและได้เรียนหนังสือด้วย

"ไม่มีใครมาเมืองไทยเพื่อฆ่าคนอื่น"

ยังไม่ทันที่เราจะได้เอ่ยปากถาม เม เต็งก็ร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ น้ำตาไหลนองหน้าขณะพร่ำพูดว่าขอให้ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงมีพระเมตตาพระราชทานอภัยโทษแก่ลูกชายของนาง ขอให้เขาไม่ต้องเดินเข้าสู่ลานประหาร

เม เต็งมีลูกชาย 2 คน เวพิวเป็นลูกชายคนเล็ก นางกับสามีกัดฟันทำงานหาเงินส่งเสียให้ลูกทั้งสองได้เรียนหนังสือ แต่สุดท้าย รายได้จากการเปิดร้านขายขนมจีนในหมู่บ้านนั้นก็ไม่เพียงพอจะส่งให้เวพิวได้เรียนต่อ เมื่อจบชั้น ม.4 ชายหนุ่มจึงตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนแล้วไปทำงานที่เมืองไทยเพื่อหาเงินส่งมาช่วยเหลือทางบ้าน

เขามาทำงานร้านอาหารที่เกาะเต่าได้เพียง 6 เดือนก็โดนจับในข้อหาฆ่านักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ

นางเชื่ออยู่ทุกวันทุกนาทีว่าลูกเป็นผู้บริสุทธิ์

"เขาเป็นคนเงียบ ไม่ค่อยพูด แต่เป็นที่รักของเพื่อน ไม่เคยมีเรื่องกับคนอื่น ชอบเก็บตัว" นางเมพูดถึงลูกชายคนเล็กด้วยแววตาเศร้า เขาจะมีอายุ 26 ปีเต็มในเดือน ม.ค.ที่จะถึงนี้

Image copyright Wiwat Pandhawuttiyanon
คำบรรยายภาพ เม เต็ง และ พิว ชเว นู ระทมทุกข์มานานกว่า 5 ปี นับตั้งแต่ลูกชายถูกจับ

"ฉันคลอดเขามาเอง เลี้ยงเขามากับมือ รู้ดีว่าลูกเป็นคนยังไง เขายอมจากบ้านจากครอบครัวมาทำงานที่เมืองไทย คิดเพียงอย่างเดียวว่าจะตั้งใจทำงานหาเงินส่งกลับบ้านให้พ่อแม่ เขาคิดแค่นี้ คน (เมียนมา) ที่มาทำงานในไทย เขาแค่ต้องการทำงาน ต้องการหาเงิน ไม่มีใครคิดจะมาเมืองไทยเพื่อก่ออาชญากรรมหรือฆ่าคนอื่น"

นางน้ำตาซึมอีกเมื่อเล่าว่า ก่อนเวพิวจะถูกจับไม่กี่วัน เขาโทรศัพท์มาบอกว่าจะโอนเงินมาให้แม่ แม่จะได้เอาไปทำบุญวันออกพรรษา

ทุกครั้งที่เข้าไปเยี่ยมเวพิวในคุก เขามักจะบอกให้แม่ดูแลสุขภาพตัวเองดี ๆ อย่าเครียด

"ลูกบอกฉันว่าสักวันหนึ่งเขาจะได้รับอิสรภาพ เพราะเขาไม่ได้เป็นคนทำ"

นางเมบอกว่าเข้าไปเยี่ยมเวพิวคราวนี้ เธอจะสัญญากับลูกว่าจะรักษาสุขภาพให้ดีเพื่ออยู่รอวันที่เขาจะได้รับอิสรภาพ ถ้าหากวันนั้นมีจริง

และเธอจำเป็นต้องบอกให้ลูกชายทำใจเพราะยายที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่เล็กป่วยหนัก ยายอายุ 87 ปีแล้ว และคงอยู่ได้อีกไม่นาน

เป็นอีกครั้งที่เวพิวต้องทำใจกับการจากไปของคนในครอบครัวในขณะที่เขาอยู่ในเรือนจำ

เมื่อ 4 ปีก่อน นางเมบอกลูกชายที่อยู่ในเรือนจำว่าพ่อของเขาเสียชีวิตจากมะเร็งในสมอง

นางเมเล่าว่า สามีของเธอเครียดจัดหลังจากลูกถูกจับ เขาตรอมใจจนกระทั่งล้มป่วยและเสียชีวิตเมื่อเดือน พ.ค. 2558 ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำพิพากษาเสียอีก

ถ้าเวพิวไม่ถูกจับ วันนี้เขาจะเป็นอย่างไร

"เขาก็คงทำงานเก็บเงินได้พอสมควร ส่วนพ่อของเขาก็คงไม่ตาย" นางเมตอบ

"ฉันไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงวันนั้นหรือเปล่า"

พิว ชเว นู เดินทางมาคุกบางขวางพร้อมกับลูกชายคนโต—พี่ชายของซอ ลิน

"เขาเป็นเด็กกตัญญู ขยันทำงาน ได้เงินมาก็เอามาให้แม่ ให้ปู่ ให้ย่า บางทีก็เอาไปบริจาคที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า ฉันไม่เคยต้องทำงานอะไร ซอ ลินรับผิดชอบทุกอย่างในบ้าน" นางพิวเล่าถึงลูกชายคนเล็ก

พ่อของซอ ลินเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเด็ก ครอบครัวมีฐานะยากจน ซอ ลินจึงได้เรียนหนังสือถึงแค่ชั้น ป.4 เมื่อเริ่มโตเป็นหนุ่ม เขาทำงานรับจ้างทุกอย่าง เป็นแรงงานบนเรือประมงก็เคย ก่อนมาเมืองไทยเขาไปทำงานที่ย่างกุ้งอยู่ประมาณ 1 ปี ก่อนตัดสินใจมาทำงานร้านอาหารที่เกาะเต่าเพราะคิดว่าได้ค่าจ้างดีกว่า

มาทำงานที่เกาะเต่าได้แค่ปีเดียว ก็ถูกจับ นับตั้งแต่นั้น นางพิวต้องทำงานรับจ้างทุกอย่างเพื่อหารายได้ ความห่วงกังวลและความคิดถึงลูกทำให้เธอกินไม่ได้ นอนไม่หลับ และล้มป่วยเข้าโรงพยาบาลหลายครั้ง

Image copyright Wiwat Pandhawuttiyanon
คำบรรยายภาพ หากจะมีวันที่ลูกชายได้รับอิสรภาพจริง นางพิวก็ไม่รู้ว่าเธอจะมีชีวิตอยู่จนถึงวันนั้นหรือไม่

เช่นเดียวกับนางเม แม่ของเวพิว นางพิวเชื่อว่าลูกชายของเธอไม่เกี่ยวข้องกับเหตุฆาตกรรม

"เขาเป็นคนขี้เกรงใจ ขี้กลัว ไม่กล้ายุ่งเรื่องของคนอื่น ไม่เคยทะเลาะกับใคร" นางพิวยืนยัน

เธอร้องไห้ทุกครั้งที่เข้าไปเยี่ยมลูกในเรือนจำ จนลูกต้องเอ่ยปากขอร้อง "แม่ไม่ต้องร้องไห้ ร้องไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมา"

"ลูกบอกกับฉันว่า ถือว่าเป็นเวรกรรมของเขาเมื่อชาติที่แล้ว เขาอาจจะไปก่อเวรกรรม ชาตินี้ถึงต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ ก็ขอชดใช้เวรกรรมให้หมดในชาตินี้"

เข้าไปเยี่ยมลูกครั้งนี้ นางพิวตั้งใจจะบอกเขาว่า อยู่ในเรือนจำให้ทำตัวดี ๆ ปฏิบัติตามกฎระเบียบทุกอย่าง

"อยากบอกเขาว่าไม่ต้องห่วง ผู้หลักผู้ใหญ่ของเมียนมากำลังพยายามช่วยเหลือลูกอย่างเต็มที่ ตอนนี้ก็ได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษแล้ว ขอให้ลูกสวดมนต์ แผ่เมตตา แม่ก็จะทำเหมือนกัน"

นางพิวกล่าวอ้อนวอนขอพระเมตตาจากในหลวงรัชกาลที่ 10 พระราชทานอภัยโทษให้ลูกชายด้วย แม้ถึงที่สุดแล้ว หากเขาได้รับการลดโทษหรือได้รับอิสรภาพจริง นางก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงวันนั้นหรือไม่

"ถ้าได้รับพระราชทานอภัยโทษหรือลูกได้พ้นโทษออกมา ก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ถึงวันนั้นหรือเปล่า ยังจะอยู่ได้เห็นหน้าลูกหรือเปล่า เพราะฉันสุขภาพไม่ดีแล้ว แต่ถ้ามีชีวิตอยู่ถึงวันที่ลูกได้ออกจากคุกมาก็จะพาลูกกลับบ้านแล้วจะไม่ให้มาทำงานในเมืองไทยอีกเลย ต่อให้ต้องอดตายที่บ้านก็ตาม"

Image copyright NICOLAS ASFOURI/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ซอ ลินและวิน ซอ ตุน เดินทางกลับเรือนจำเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2558 หลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตทั้ง 2 คนในคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ

ลำดับเหตุการณ์คดีฆาตกรรม "มิลเลอร์-วิทเธอริดจ์"

15 ก.ย.2557

  • ตำรวจได้รับแจ้งพบศพนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ 2 คนบริเวณหาดทรายรี ตรวจสอบพบว่าผู้ตายเป็นนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษชื่อ นายเดวิด มิลเลอร์ อายุ 24 ปี และ น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ อายุ 23 ปี สภาพศพนายเดวิดถูกทุบด้วยของแข็งที่ท้ายทอย ส่วน น.ส.ฮันนาห์ถูกตีด้วยของแข็งที่ใบหน้าและอยู่ในสภาพเปลือย

2 ต.ค. 2557

  • ตำรวจจับกุมนายวิน ซอ ตุน อายุ 21 ปี และนายซอลิน อายุ 21 ปี แรงงานชาวเมียนมาซึ่งทำงานอยู่ที่ร้านอาหารบนเกาะเต่า เป็นผู้ต้องหาฆาตกรรมชาวอังกฤษทั้ง 2 คน ตำรวจระบุว่าชาวเมียนมาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ
Image copyright PA Media
คำบรรยายภาพ ฮานนาห์ วิทเธอร์ริดจ์ และ เดวิด มิลเลอร์

1-2 ก.ย. 2558

  • จำเลยให้การต่อศาลว่าถูกทำร้ายร่างกายระหว่างการสอบสวนเพื่อให้รับสารภาพ

24 ธ.ค. 2558

  • ศาลจังหวัดเกาะสมุยตัดสินประหารชีวิตนายซอลินและนายวิน ซอ ตุน แรงงานชาวเมียนมา 2 คน ที่ตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมนายมิลเลอร์และฆาตกรรมและข่มขืน น.ส.วิทเธอริดจ์ หลังจากใช้เวลา 15 เดือนในการรวบรวมพยานหลักฐานและสืบพยาน ศาลยังพิพากษาด้วยว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดข้อหาลักทรัพย์และเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
  • ญาติของจำเลยที่เดินทางจากเมียนมามาฟังคำพิพากษาต่างตกใจและอยู่ในอาการโศกเศร้า ขณะที่ครอบครัวของนายมิลเลอร์ ซึ่งเดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยเช่นกัน ออกแถลงการณ์ขอบคุณศาลที่ตัดสินอย่างยุติธรรม
  • หลังศาลมีคำพิพากษา ชาวเมียนมากลุ่มหนึ่งได้รวมตัวกันที่สถานทูตไทยประจำนครย่างกุ้ง เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปล่อยตัวชาวเมียนมาทั้ง 2 คน การชุมนุมเกิดขึ้นต่อเนื่องอีกหลายวัน
Image copyright PHYO MG MG/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ชาวเมียนมาและพระสงฆ์กลุ่มหนึ่งชูป้ายประท้วงคำตัดสินของศาลชั้นต้นที่ให้ประหารชีวิตซอลินและวิน ซอ ตุน เมื่อ 26 ธ.ค. 2558

23 พ.ค. 2559

  • ทีมทนายจำเลยนำโดยนายนคร ชมพูชาติ ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย

1 มี.ค. 2560

  • ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตจำเลยที่ 1 คือนายซอ ลิน และนายวิน ซอ ตุน จำเลยที่ 2
Image copyright NICOLAS ASFOURI/AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ นางเม เต็ง แม่ของนายวิน ซอ ตุน ร้องไห้หลังจากรู้ว่าศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตลูกชายของเธอ

21 ส.ค. 2560

  • ทีมทนายจำเลยยื่นฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยประเด็นหลักที่อ้างถึงคือ กระบวนการจับกุมและการสืบสวนสอบสวนที่ไม่ชอบ เรื่องจำเลยถูกซ้อมเพื่อให้รับสารภาพ การจัดเก็บดีเอ็นเอที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล

29 ส.ค. 2562

  • ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้ประหารชีวิตจำเลยทั้ง 2 คน

24.ค. 2562

  • จำเลยทั้ง 2 คน ซึ่งต้องขังอยู่ที่เรือนจำบางขวางยื่นทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะราย

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม