คดีค้ามนุษย์ : ศาลอุทธรณ์เพิ่มโทษจำคุก พล.ท. มนัส คงแป้น จาก 27 เป็น 82 ปี

  • 31 ตุลาคม 2019
พล.ท.มนัส คงแป้น Image copyright KRIT PHROMSAKLA NA SAKOLNAKORN/THAI NEWS PIX/AFP
คำบรรยายภาพ พล.ท.มนัส คงแป้น เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีค้ามนุษย์โรฮิงญาวันนี้ (31 ต.ค. 2562)

ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีค้ามนุษย์ที่พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายบรรณจง ปองผล อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์ จ.สงขลา จำเลยที่ 1 และเจ้าหน้าที่รัฐประกอบด้วยทหาร ตำรวจ ผู้บริหารการเมืองท้องถิ่น พลเรือนทั้งไทยและเมียนมา รวม 103 คน ในความผิดฐานสมคบกันค้ามนุษย์ อันเป็นความผิด ตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 , มีส่วนร่วมอาชญากรรมข้ามชาติ อันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 และความผิดอื่นตามประมวลกฎมายอาญา

ในระหว่างการพิจารณาคดีตั้งแต่ปี 2559 ได้มีจำเลยเสียชีวิตหนึ่งคน

สื่อหลายสำนักรายงานว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในวันนี้ (31 ต.ค.) มีจำนวน 791 หน้า โดยได้ใช้เวลาอ่านคำพิพากษากว่า 4 ชั่วโมงครึ่ง โดยในส่วนของจำเลยสำคัญคือ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก ศาลได้พิพากษาเพิ่มโทษจำคุกจาก 27 ปี เป็น 82 ปี โดยให้ได้รับโทษจริง 50 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อรวมกับโทษจำคุกฐานร่วมกันฟอกเงินอีก 20 ปี ที่อัยการแยกฟ้องคดีไว้ โทษจำคุก พล.ท.มนัส ขณะนี้รวม 70 ปี

นอกจากพิพากษาเพิ่มโทษ พล.ท.มนัส ในความผิดฐานค้ามนุษย์ฯ 4 กรรม และความผิดฐานให้คนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรฯ แล้ว ศาลยังเพิ่มโทษ ร.ต.ต.นราทอน สัมพันธ์ จำเลยที่ 33 ในความผิดฐานเดียวกัน จากเดิมจำคุก 27 ปี เป็นจำคุก 82 ปี

เช่นเดียวกับนายร่อเอ หรือเอ๋ สนยาแหละ จำเลยที่ 3 ให้จำคุกเพิ่มเป็น 34 ปี 32 เดือน โดยเมื่อรวมกับโทษเดิมที่ศาลชั้นต้นตัดสิน 14 ปี 8 เดือน เป็นให้จำคุกจำเลยที่ 3 รวม 48 ปี 40 เดือน แต่เมื่อรวมลงโทษทุกกระทงแล้ว ให้จำคุกสูงสุดไว้ 50 ปี

ขณะที่นายบรรณจง จำเลยที่ 1 นายอ่าสัน หรือหมู่สัน หรือบังสัน อินทธนู อดีตสมาชิกสภาเทศบาลเมืองปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 2 และ นายประสิทธิ์ หรือเดช หรือบังเบส หรือบังเค เหล็มเหล๊ะ อดีตรองนายกเทศมนตรีตำบลปาดังเบซาร์ จำเลยที่ 6 จากเดิมที่จำคุกคนละ 78 ปี ฐานสมคบค้ามนุษย์ฯ นายสมยศ อังโชติพันธุ์ จำเลยที่ 11 ที่เดิมศาลชั้นต้นจำคุก 74 ปี เป็นให้เพิ่มจำคุกอีกคนละ 1 ปี ฐานร่วมกันพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งเมื่อรวมโทษของจำเลยที่ 1, 2 และ 6 แล้วให้จำคุกคนละ 79 ปี

ส่วนนายปัจจุบัน หรือโกโต้ง อังโชติพันธุ์ อดีตนายก อบจ.สตูล ที่ศาลชั้นต้นพิพากษา ลงโทษจำคุก 75 ปี และนายซอเนียง อานู นายหน้าชาวเมียนมา จำคุก 94 ปี ที่รวมลงโทษสูงสุดแล้ว ให้จำคุก 50 ปีนั้น ศาลอุทธรณ์ไม่ได้พิพากษาแก้โทษ จึงยืนผลตามศาลชั้นต้น

จำเลยมีสิทธิฎีกาตามกฎหมาย

ภายหลังที่ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว นายวิทยา หรือโกจ๋วน จีระธัญญาสกุล จำเลยที่ 80 จากเดิมที่ศาลชั้นต้นยกฟ้อง แต่ในชั้นอุทธรณ์นี้ศาลพิพากษาแก้เป็นให้จำคุก 76 ปี ได้ลุกขึ้นแถลงต่อศาลทันทีว่าเขากับภรรยาไม่เคยกระทำความผิด ขณะที่ศาลชี้แจงว่าหากจำเลยไม่พอใจผลคำพิพากษาตามขั้นตอนยังสามารถฎีกาได้อีก

Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ (แฟ้มภาพ) การขุดค้นหาศพของชาวโรฮิงญา

ผลคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในวันนี้ โดยรวมแล้วได้แก้โทษจำเลยรวม 55 คน จากเดิมที่ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุกไว้ 62 คน สำหรับจำเลยที่ศาลชั้นต้นยกฟ้องมีจำนวน 40 ราย เมื่อคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แก้ในส่วนของจำเลยต่าง ๆ แล้ว คงมีจำเลยที่ยกฟ้องรวม 26 ราย

เรียกร้องตั้งกองทุนช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์

วานนี้ (30 ต.ค.) กลุ่มพิทักษ์สิทธิมนุษยชน โฟร์ตี้ฟายไรต์ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลไทยควรตั้งกองทุนให้ความช่วยเหลือทางการเงินกับผู้รอดชีวิตชาวโรฮิงญาหลายหมื่นคน ซึ่งเคยตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ระหว่างการเดินทางผ่านประเทศไทยตั้งแต่ปี 2555 ถึง 2558

ขณะเดียวกันองค์กรที่ไม่แสวงหากำไรดังกล่าวยังเรียกร้องศาลไทยให้รับประกันว่า ผู้กระทำความผิดทั้งหมดที่รับผิดชอบต่อการค้ามนุษย์ครั้งใหญ่ต่อผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาและบุคคลอื่น ๆ ต้องได้รับโทษตามกฎหมาย

"ศาลชั้นต้นได้วางบรรทัดฐานที่สำคัญให้กับไทยและภูมิภาค โดยพิพากษาว่า ผู้ค้ามนุษย์จำนวนมากมีความผิด จากการปฏิบัติมิชอบอย่างร้ายแรงต่อผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญา จากคำพิพากษาก่อนหน้านี้สะท้อนให้เห็นเจตจำนงที่น่ายินดีในการแก้ปัญหา การค้ามนุษย์" เอมี สมิธ ผู้อำนวยการบริหารฟอร์ตี้ฟายไรต์กล่าว

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ พล.ท.มนัส คงแป้น (กลาง) เข้ามอบตัวกับตำรวจเมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 2558

ย้อนรอยคดีโรฮิงญา

พบศพ

ปี 2558 ทางการไทยขุดค้นพบร่างชาวโรฮิงญาจำนวนหลายสิบศพบนเทือกเขาแก้ว จ.สงขลา ซึ่งถูกใช้เป็นค่ายสำหรับพักและกักขังชาวโรฮิงญาจากเมียนมาและบังกลาเทศ ก่อนส่งผ่านไปยังมาเลเซีย

สอบสวน

การพบศพชาวโรฮิงญานำมาสู่การสอบสวนขยายผลไปสู่ขบวนการค้ามนุษย์ พบการเชื่อมโยงบุคคลทั้งข้าราชการระดับสูง นักการเมืองท้องถิ่นและนายหน้าจากเมียนมา โดยบุคคลสำคัญที่ถูกกล่าวถึง คือ พล.ท. มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก

ฟ้องศาล

ตำรวจส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการ พนักงานอัยการคดีค้ามนุษย์เป็นโจทก์ฟ้องข้าราชการและพลเรือนเป็นจำเลยที่ 1-103 ในความผิด 16 ข้อหา ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ฯ พ.ศ.2551 และพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ฯ พ.ศ.2546

โอนคดี

10 ต.ค. 2558 ได้มีการโอนคดีจากศาลนาทวี มาพิจารณาคดีที่แผนกคดีค้ามนุษย์ของศาลอาญา เนื่องจากเป็นคดีร้ายแรง และมีอัตราโทษสูงถึงการประหารชีวิต จึงทำให้การพิจารณาคดีนี้จำเลยทั้งหมดไม่ได้รับการประกันตัว โดยศาลทำการไต่สวนพยานรวม 116 นัดต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2559 เดือนละ 8 วัน โดยไม่มีการเลื่อนคดี หรือยกเลิกนัดแต่อย่างใด

อุปกรณ์ของท่านไม่สามารถใช้งานเครื่องเล่นสื่อได้
โรฮิงญาคือใคร ทำไมชื่อนี้เป็น "ของแสลงหู" ของเมียนมา?

ศาลชั้นต้นพิพากษา

19 พ.ค. 2560 ศาลอาญาแผนกคดีค้ามนุษย์พิพากษาให้ พล.ท. มนัส และนายปัจจุบัน มีความผิดในคดีค้ามนุษย์ชาวมุสลิมโรฮิงญา

ในขณะนั้นคดีนี้ถือเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่ได้รับความสนใจจากสาธารณชนและสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติ โดยศาลตัดสินให้มีความผิด 62 รายจากจำเลยทั้งหมด 103 ราย ในฐานความผิดต่างกัน อาทิ เป็นสมาชิกองค์กรอาชญากรรมต่างชาติ, สมคบและร่วมกันค้ามนุษย์, นำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร, รับและให้ที่พักคนต่างด้าว, ความผิดต่อเสรีภาพ, เรียกค่าไถ่ และทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย โดยให้ลงโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 94 ปี

คดีฟอกเงิน

14 พ.ค. 2562 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ได้อ่านคำพิพากษาคดีร่วมกันฟอกเงินค้ามนุษย์โรฮิงญา หมายเลขดำ ฟย.16/2559 ที่ พนักงานอัยการ คดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชลชาสน์ ไชยมณี จำเลยที่ 1 กับพวก รวม 54 คน เป็นจำเลย สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐาน ฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ รูปชาวโรฮิงญาที่ถ่ายโดยกองทัพไทย เจ้าหน้าที่ทางการไทยได้สัมภาษณ์กลุ่มผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาบนเกาะแห่งหนึ่งของจังหวัดกระบี่

ศาลพิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้วที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า พวกจำเลยร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง โดยในจำนวนจำเลยทั้งหมด มี พล.ท. มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก เป็นจำเลยที่ 46 รวมอยู่ด้วย โดยศาลมีคำสั่งจำคุก พล.ท.มนัส รวม 2 ข้อหาเป็นระยะเวลา 40 ปี แต่ให้จำคุกได้ไม่เกิน 20 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 (20) ส่วนจำเลยสำคัญอีกคนคือ นายปัจจุบัน อังโชติพันธุ์ หรือ "โกโต้ง" อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สตูลจำเลยที่ 14 สั่งจำคุมรวม 10 ปี

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม