แม่น้ำโขง : อนาคตของแม่น้ำโขงจะเป็นอย่างไรในแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี

  • 7 พฤศจิกายน 2019
แม่น้ำโขง Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ แม่น้ำโขงช่วงที่ไหลผ่าน อ.สังคม จ.หนองคาย เหือดแห้งจนเห็นสันดอนทรายกลางแม่น้ำ ภาพนี้บันทึกไว้เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2562 ก่อนที่เขื่อนไซยะบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากจุดนี้ไปประมาณ 300 กม. จะเริ่มเดินเครื่องผลิตกระแสไฟฟ้าเมื่อ 29 ต.ค.

คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (Mekong River Commission--MRC) เปิดเวทีรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์แม่น้ำโขง 10 ปี ท่ามกลางสถานการณ์ของแม่น้ำโขงตอนล่างที่แห้งแล้งมากเป็นประวัติการณ์

ที่กรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว ระหว่างวันที่ 5-6 พ.ย. คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง (MRC) จัดการประชุมปรึกษาหารือและให้ข้อมูลระดับภูมิภาค ครั้งที่ 8 (Regional stakeholder forum) เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาลุ่มน้ำโขง (Basin Development Strategy--BDS) ปี 2021-2030 โดยมีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจาก 4 ประเทศสมาชิกคือกัมพูชา ลาว ไทย และเวียดนาม ตัวแทนจากคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง เอ็นจีโอ ภาคประชาสังคม นักพัฒนาโครงการและภาคเอกชนเข้าร่วม

การจัดทำแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี แม่น้ำโขง เริ่มมาตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2562 และมีกำหนดแล้วเสร็จในเดือน เม.ย. 2563 ซึ่งจะทำให้ทราบทิศทางการพัฒนาของลำน้ำโขงตอนล่าง

แผนยุทธศาสตร์แม่น้ำโขงฉบับก่อนหน้านี้ ระบุถึงแผนการสร้างเขื่อนแม่น้ำโขงตอนล่างทั้งหมด 11 แห่ง

Image copyright Thanyaporn Buathong/BBC Thai
คำบรรยายภาพ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงเปิดเวทีรับฟังความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการจัดทำร่างแผนยุทธศาสตร์แม่น้ำโขง 10 ปี

นอกจากวางแผนการจัดการแม่น้ำโขง การประชุมในเวทีผู้มีส่วนได้เสียในวันที่สอง (6 พ.ย.) ยังมีวาระการให้ข้อมูลและปรึกษาหารือโครงการสร้างเขื่อนหลวงพระบาง ซึ่งเป็นเขื่อนของประเทศลาวแห่งที่ 5 ที่จะสร้างบนแม่น้ำโขง

ท่ามกลางข้อกังวลต่อผลกระทบข้ามแดนจากเขื่อนไซยะบุรีที่เริ่มผลิตไฟฟ้าเมื่อปลายเดือน ต.ค. อดีตกรรมการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงประจำประเทศไทย แนะว่าควรใช้บทเรียนจากเขื่อนไซยะบุรีมาพิจารณาในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาลุ่มน้ำโขง ปี 2021-2030

เวทีลุ่มน้ำโขง

รายงานสถานการณ์ของลุ่มน้ำโขง 2018 (State of Basin report 2018) ที่นำเสนอในเวทีนี้ ระบุถึงสถานการณ์แม่น้ำโขงว่ามีการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำต่ำสุดในช่วงฤดูแล้ง แต่ปริมาณน้ำในลุ่มแม่น้ำโขงตอนล่างช่วงฤดูน้ำหลากมีปริมาณลดลง อีกทั้งยังมีปัญหาการลดลงของตะกอนดินในแม่น้ำโขง ปัญหาการลดลงของพื้นที่ชุ่มน้ำ รวมทั้งจำนวนสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในระบบนิเวศของแม่น้ำโขง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ ชาวประมงเดินขึ้นมาจากแม่น้ำโขงใน อ.ปากชม จ.เลย ที่มีระดับน้ำลดต่ำลงเป็นประวัติการณ์ ภาพนี้ถ่ายเมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2562

นายอนุลัก กิตติคุน ผอ. ฝ่ายยุทธศาสตร์และหุ้นส่วน สำนักเลขาธิการคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ให้ข้อมูลว่า สาเหตุที่แม่น้ำโขงแห้งแล้งมากเป็นประวัติการณ์ในปีนี้ มาจากฤดูฝนที่มาช้ากว่าปกติ โดยเฉพาะในแม่น้ำโขงตอนบน รวมทั้งการกักน้ำบางช่วงของประเทศจีน

นอกจากนี้ยังมีปัจจัย จากการทดสอบและการกักน้ำของเขื่อนในแม่น้ำสาขาของแม่น้ำโขงและแม่น้ำโขงสายหลัก ซึ่งข้อมูลส่วนนี้ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงยังไม่มีข้อมูลที่เป็นทางการ

"เขื่อนของจีนที่สร้างแล้ว ก็มีการปรึกษาหารือกันต่อไป เดี๋ยวนี้แม่น้ำโขงอาจจะไม่มีฤดูน้ำหลากหรือฤดูแล้งแล้ว มันอาจจะมีปัจจัยจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ฤดูฝนฤดูแล้งปั่นป่วน" นายอนุลักระบุ

เจ้าหน้าที่ MRC กล่าวว่า คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงได้มีการปรึกษาหารือร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิกรวมทั้งประเทศจีน โดยคณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงได้ประสานกับทางการจีนโดยตรงในการให้ข้อมูลระดับน้ำ ซึ่งมีความสำคัญในการพยากรณ์สถานการณ์น้ำในแม่น้ำโขง อย่างไรก็ตาม ในฤดูแล้งที่ผ่านมายังไม่มีการแชร์ข้อมูลจากทางการจีน

ความเห็นจากผู้แทนไทย

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สนทช.) กล่าวว่า คณะผู้แทนไทยนำโดย สนทช. ได้เข้าร่วมประชุมกับ 4 ประเทศ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาลุ่มน้ำโขง ซึ่งมีการปรับเป็น 10 ปี จากก่อนหน้านี้ที่ดำเนินการเป็นแผน 5 ปี

ในเวทีการหารือ 4 ประเทศ นายสมเกียรติระบุว่า แต่ละประเทศตระหนักถึงการใช้น้ำในลุ่มน้ำโขง ซึ่งมีทั้งการใช้น้ำเพื่อผลิตไฟฟ้า การเกษตร และการอุปโภคบริโภค ในการใช้ประโยชน์จากแม่น้ำที่ต้องเกิดผลกระทบน้อยที่สุด โดยเฉพาะผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อประชาชน ซึ่ง สปป. ลาว ได้เสนอให้สร้างการรับรู้เกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการเขื่อนหลวงพระบาง เพื่อให้แต่ละประเทศได้รับข้อมูลที่ตรงกัน ก่อนที่แต่ละประเทศจะมีกลไกในการขับเคลื่อนในเวทีต่าง ๆ ต่อไป

Image copyright JIRAPORN KUHAKAN/BBC THAI
คำบรรยายภาพ แม่น้ำโขงช่วงเมืองปากแบง แขวงอุดมไซย สปป.ลาว เมื่อเดือน ก.พ. ปี 2561

นอกจากนี้มีการหารือกันในเรื่องสถานการณ์ภัยแล้ง โดยทุกฝ่ายได้มีเจตนารมณ์ในการแก้ไขร่วมกัน เบื้องต้นจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และจะร่วมกันค้นหาสาเหตุของภัยแล้งว่าเกิดจากภัยธรรมชาติ หรือเกิดจากการบริหารจัดการเขื่อน

ตัวแทน MRC ชี้แจงกรณีเขื่อนไซยะบุรี

ย้อนกลับไปเมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา แม่น้ำโขงช่วง จ.เลย หนองคาย บึงกาฬ และนครพนม ลดระดับลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนมีสภาพแห้งขอด แม้เป็นฤดูฝน

สนทช. ชี้แจงในตอนนั้นว่าความแห้งแล้งเกิดจากปริมาณฝนที่น้อยลง เขื่อนในจีนลดการระบายน้ำ และการทดสอบเดินเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่เขื่อนไซยะบุรีใน สปป. ลาว

ต่อมาในช่วงวันที่ 23-29 ต.ค. สถานการณ์แม่น้ำโขงแห้งกลับมาอีกครั้งในพื้นที่เดิม

เกี่ยวกับกรณีนี้ นายอนุลักกล่าวว่าเขื่อนไซยะบุรีเป็นเขื่อนแบบน้ำไหลผ่าน (run of river) ถ้าดำเนินการตามหลักการนี้ "จะไม่มีผลกระทบที่สำคัญ" เนื่องจากน้ำที่ไหลเข้าและออกจากเขื่อนมีปริมาณเท่ากัน

Image copyright เพียรพร ดีเทศน์

นายอนุลักระบุอีกว่า คณะกรรมาธิการโขงได้จัดทำรายงานเพื่อให้มีการทบทวนทางเทคนิคและคำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่โครงการเขื่อนไซยะบุรี เน้นย้ำถึงหลักการของเขื่อนแบบน้ำไหลผ่าน อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า "ช่วงทำ testing (ทดสอบ) อาจมีการทดลองบางช่วงที่ไม่ได้เป็น run of river"

MRC ยืนยันว่าจะใช้กลไกติดตามร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก ทั้งเขื่อนไซยะบุรี และเขื่อนดอนสะโฮง ในแขวงจำปาศักดิ์ สปป.ลาว ตอนใต้ โดยพิจารณาในเรื่องการไหลของน้ำ คุณภาพน้ำ ผลกระทบเกี่ยวกับปลา และตะกอน ซึ่งจะมีการปรับทันทีหากมีผลกระทบเกิดขึ้น

แนะใช้กรณีเขื่อนไซยะบุรีเป็นบทเรียน

รศ.ดร. ชัยยุทธ สุขศรี อดีตกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทย ซึ่งร่วมในการประชุมครั้งนี้ กล่าวกับบีบีซีไทยว่า หลักการสำคัญที่ประเทศสมาชิกต้องพิจารณาร่วมกันในแผน 10 ปี คือ ความจำเป็นในการใช้ทรัพยากรน้ำของแต่ละประเทศ โครงการพัฒนาบนแม่น้ำโขงของประเทศใดประเทศหนึ่งต้องพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดแก่ประเทศที่ใช้แม่น้ำร่วมกัน แม้ประเทศต้นน้ำจะมีสิทธิในการใช้ประโยชน์ แต่ต้องมองถึงประโยชน์ร่วมกัน

คำบรรยายภาพ ภาพแม่น้ำโขงที่บันทึกจากริมฝั่งของนครหลวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เมื่อวันที่ 12 ก.ค. 2562 ฝั่งตรงข้ามจุดนี้คือ จ. หนองคายของประเทศไทย

อดีตกรรมการแม่น้ำโขงแห่งชาติไทยระบุอีกว่า กรณีของเขื่อนไซยะบุรีเป็นกรณีสำคัญที่ควรต้องถอดบทเรียนมาใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนยุทธศาสตร์ลุ่มน้ำโขง

แม้กลไกตามกระบวนการตามระเบียบปฏิบัติเรื่องการแจ้ง การปรึกษาหารือล่วงหน้า และข้อตกลง (Procedures for Notification, Prior Consultation, and Agreement - PNPCA) ในการใช้แม่น้ำโขงร่วมกันของกรณีเขื่อนไซยะบุรีจะเสร็จสิ้นแล้ว แต่กระบวนการหลังจากนี้ยังไม่ควรจบ ต้องมีการนำข้อมูลการดำเนินการของเขื่อนพลังงานน้ำ การเปิด-ปิดประตูเขื่อนมาเปิดเผยร่วมกันใน MRC เพื่อดูสภาพการไหลของแม่น้ำโขงว่าเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร

"ประเด็นของเขื่อนไซยะบุรีตอนนี้ไม่ใช่แค่การมอนิเตอร์ (ติดตามผลกระทบ) แล้ว แต่ต้องดูด้วยว่าจะต้องปรับตัวและลดผลกระทบอย่างไร ต้องไปสู่ขั้นตอนนั้นแล้วโดยการทำร่วมกัน ไม่ใช่ซื้อขายแล้ว ไฟสว่างแล้วก็จบ " รศ. ดร.ชัยยุทธ์ระบุ

Image copyright BELL SUPATTRA IN
คำบรรยายภาพ ภาพปลาตายในแม่น้ำโขงใน จ.หนองคาย ช่วงที่เกิดวิกฤติน้ำโขงแล้งเมื่อเดือน ก.ค. 2562

นอกจากนี้ MRC ต้องทำให้เกิดกระบวนการเพื่อนำไปสู่การจัดตั้งกองทุนเพื่อดูแลผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากโครงการพัฒนาในแม่น้ำโขง โดยบรรจุไว้ในแผน 10 ปีฉบับที่กำลังจัดทำ รวมถึงโครงการเขื่อนหลวงพระบางที่ สปป. ลาวเพิ่งนำเข้าสู่กระบวนการปรึกษาหารือด้วย

เขื่อนหลวงพระบาง

"เขื่อนหลวงพระบางก็ต้องถอดบทเรียนผลกระทบจากไซยะบุรีเตรียมไว้แต่เนิ่น ๆ ไม่ใช่รอจนกระทั่ง 8 ปีข้างหน้าค่อยมานั่งพูดถึงเรื่องนี้" รศ. ดร.ชัยยุทธ์ให้ความเห็น

โครงการไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนหลวงพระบาง เป็นโครงการพัฒนาในลำน้ำโขงสายประธานลำดับที่ 5 ต่อจากโครงการไซยะบุรี ดอนสะโฮง ปากแบง และปากลาย เป็นการร่วมทุนของรัฐบาลลาวกับบริษัท ช.การช่าง ของไทย และบริษัท PetroVietnam Power Corporation ของรัฐบาลเวียดนาม

เขื่อนหลวงพระบางจะเป็นเขื่อนผลิตไฟฟ้าแบบน้ำไหลผ่าน (Run-of-river Dam) ตัวสันเขื่อนมีความยาว 275 เมตร สูง 79 เมตร กว้าง 97 เมตร ขนาดกำลังผลิต 1,460 เมกะวัตต์ อยู่ในแม่น้ำโขงตอนบนของนครหลวงพระบางประมาณ 25 กิโลเมตร

กระบวนการปรึกษาหารือล่วงหน้าฯ โครงการเขื่อนหลวงพระบาง มีระยะเวลา 6 เดือน เริ่มต้นเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดกระบวนการในวันที่ 7 เม.ย. ปีหน้า ทั้งนี้ กระบวนการปรึกษาหารือฯ อันเป็นกลไกร่วมของ MRC กำหนดให้โครงการพัฒนาในแม่น้ำโขง ต้องแจ้งและรับฟังความเห็นจากประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากประเทศสมาชิกลุ่มน้ำโขง

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ สภาพความแห้งแล้งของแม่น้ำโขงใน อ.สังคม จ.หนองคาย เมื่ 28 ต.ค. 2562

นายประดับ กลัดเข็มเพชร รองเลขาธิการ สนทช. กล่าวบนเวทีฟังความเห็นของคณะทำงานด้านวิชาการ คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขง ที่เวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 6 พ.ย. ว่าส่วนของประเทศไทย จะมีการจัดเวทีรับฟังข้อมูลความเห็นจากประชาชนใน 8 จังหวัดแม่น้ำโขง ทั้งหมด 3 ครั้ง ที่ จ.เลย บึงกาฬ และอุบลราชธานี

นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ และข้อมูลศึกษาเกี่ยวกับผลกระทบข้ามพรมแดนที่ไทยดำเนินการมาแล้วเป็นเวลา 4 ปี

อย่างไรก็ตาม ทางไทยได้แสดงความกังวลถึงเงื่อนไขของระยะเวลาการรับฟังความเห็นที่ต้องให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 6 เดือน

งานวิจัยที่ทำร่วมกับจีน

คณะกรรมาธิการแม่น้ำโขงยังได้นำเสนองานวิจัยผลกระทบจากโครงการพลังงานน้ำในจีน (Joint Research on extreme floods and droughts) ที่ร่วมจัดทำโดยหน่วยงานวิจัยของจีนและสถาบันการจัดการน้ำนานาชาติ ซึ่งภาคประชาสังคมจากเวียดนาม ให้ความเห็นว่า เป็นข้อมูลที่ไม่เพียงพอต่อการนำมาพิจารณาจัดทำแผนยุทธศาสตร์แม่น้ำโขง

"ผลศึกษาครอบคลุมช่วงก่อนและหลังปี 2009 ซึ่งยังไม่มีเขื่อนไหนในแม่น้ำโขงตอนล่างสร้างเสร็จ ดังนั้นจำเป็นศึกษาข้อมูลตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นไปด้วย ซึ่งเป็นปีที่เขื่อนในลุ่มน้ำโขงตอนล่าง (ไซยะบุรี) เปิดดำเนินการ" เหงียน นานห์ กวง ที่ปรึกษาอิสระ จาก Integrated Water Resources Management Center องค์กรพัฒนาเอกชนในเวียดนามระบุ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม