ฟรีดอมเฮาส์เผยพลเมือง 40 ประเทศถูกส่องโซเชียลมีเดีย เสรีภาพอินเทอร์เน็ตในไทย ได้ 35/100

  • 6 พฤศจิกายน 2019
ชาวเน็ต Image copyright AFP/Getty Images
คำบรรยายภาพ ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กกดปุ่ม "โกรธ" ระหว่างฟัง กกต. แถลงผลการเลือกตั้งเมื่อ 25 มี.ค.

ฟรีดอมเฮาส์ (Freedom House) ชี้ว่าไทยเป็น 1 ใน 21 ประเทศที่ "ไม่มีเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต" ได้คะแนน 35 จาก 100 คะแนนเต็ม โดยมีการใช้ "กลยุทธ์ทางกฎหมาย" และ "กลยุทธ์ทางข้อมูลข่าวสาร" แทรกแซงการเลือกตั้ง

รายงานว่าด้วยเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต (Freedom on the Net) ประจำปี 2019 ของฟรีดอมเฮาส์ ที่เผยแพร่เมื่อ 5 พ.ย. พบว่า การใช้อินเทอร์เน็ตถูกจำกัดอย่างหนักในไทย ก่อนการเลือกตั้งเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นครั้งแรกหลังจากรัฐประหารเมื่อ 5 ปีก่อน รัฐบาลได้พยายามอย่างหนักในการกีดกันผู้สนับสนุนของฝ่ายตรงกันข้าม และออกมาตรการควบคุมและจำกัดในสื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) ผู้สมัครรับเลือกตั้งจากขั้วตรงข้ามถูกตั้งข้อหาภายใต้กฎหมายที่มีแนวปฏิบัติคลุมเครือ เพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ในการลบเนื้อหา หรือจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียรณรงค์เลือกตั้ง

รายงานยังระบุต่อไปว่า "แนวโน้มใหม่" ที่เกิดขึ้นการหายตัวไปและการเสียชีวิตปริศนาของนักกิจกรรมการเมืองฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยและต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ นอกจากนี้เสรีภาพในออนไลน์ยังถดถอยลงเมื่อกฎหมายการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์มีผลบังคับใช้เมื่อเดือน พ.ค. 2019

สำหรับฟรีดอมเฮาส์เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนเพื่อประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพ มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประเทศสหรัฐอเมริกา

Image copyright FREEDOM HOUSE
คำบรรยายภาพ หน้าปกรายงานฟรีดอมเฮาส์

พัฒนาการสำคัญ ระหว่าง 1 มิ.ย. 2018-31 พ.ค. 2019

  • การจัดการ, สร้างข้อมูลเท็จ, ทำให้เข้าใจผิดข้อมูลที่เผยแพร่ในช่วงรณรงค์เลือกตั้ง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อลดความน่าเชื่อถือของพรรคที่ต่อต้านการสืบทอดอำนาจของกองทัพ และผู้นำพรรคการเมืองต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ผู้เสนอตัวเป็นแคนดิเดตนายกฯ
  • กฎกติกาที่ไม่ชัดเจนของของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้จำกัดการใช้เครื่องมือดิจิทัลในการรณรงค์หาเสียง
  • ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน (นายประเวศ ประภานุกุล) ถูกศาลพิพากษาจำคุก 16 เดือน ในความผิดตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ และประมวลกฎหมายอาญา หลังโพสต์ข้อความปลุกระดมให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง เช่นเดียวกับนายธนาธรที่ถูกตั้งข้อหาด้วย พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ หลังวิพากษ์วิจารณ์ผู้นำทหารในเฟซบุ๊กของเขา
  • พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มีผลบังคับใช้เมื่อ พ.ค. 2019 โดยสาระสำคัญคือการให้คณะกรรมการ (บอร์ด) ของรัฐบาลมีอำนาจในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลและการติดต่อสื่อสารโดยปราศจากหมายศาล
  • 3 นักกิจกรรมการเมืองฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยและต่อต้านสถาบันพระมหากษัตริย์ที่อยู่นอกประเทศไทย หายตัวไปเมื่อ ธ.ค. 2018 ต่อมาในเดือน ม.ค. 2019 ได้พบศพของ 2 คนริมแม่น้ำโขง ชายแดนไทย-ลาว
  • 3 นักกิจกรรมการเมือง ซึ่งถูกตั้งข้อหาหมิ่นสถาบัน ได้หายตัวไปจากเวียดนามหลังเดินทางออกจากลาว ซึ่งกลุ่มเคลื่อนไหวทางสังคมกล่าวหาว่าการหายตัวไปเกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจของไทย ขณะที่ทางการปฏิเสธ

ที่มา : รายงานว่าด้วยเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ตปี 2019 จัดทำโดยฟรีดอมเฮาส์

ด้าน พ.ต.อ. ศิริวัฒน์ ดีพอ รองผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) ในฐานะโฆษก บก.ปอท. กล่าวกับบีบีซีไทยถึงรายงานฟรีดอมเฮาส์ที่ระบุว่า มีการใช้ "กลยุทธ์ทางกฎหมาย" และ "กลยุทธ์ทางข้อมูลข่าวสาร" แทรกแซงการเลือกตั้ง โดยออกตัวว่าไม่อยากวิจารณ์ประเด็นการเมือง แต่ยืนยันว่าในการทำงานของ บก.ปอท. ไม่ได้เลือกปฏิบัติ แต่มีผู้กล่าวหามอบอำนาจให้ดำเนินการ โดยนำพยานหลักฐานมาร้องทุกข์กล่าวโทษที่ตำรวจ จากนั้นก็มีขั้นตอนของอัยการ ศาล ซึ่งกระบวนการยุติธรรมของไทยก็เป็นที่เชื่อถือได้

Image copyright SOPA Images/Getty Images
คำบรรยายภาพ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ถ่ายภาพคู่กับคนรุ่นใหม่ ในระหว่างรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

เช่นเดียวกับกรณีมีการอ้างถึงนักกิจกรรมการเมืองที่หายตัวไป แล้วระบุว่าเป็น "แนวโน้มใหม่" ในการละเมิดสิทธิเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งโฆษก ปอท. ตั้งคำถามว่ารู้ได้อย่างไรว่าหายไปเพราะเจ้าหน้าที่รัฐ

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว. ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพิ่งเปิดตัวศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) เพื่อทำหน้าที่ดูแลกลั่นกรอง ตรวจสอบ หรือกําจัดข่าวปลอมที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง และให้ประชาชนรู้เท่าทันข่าวปลอม

Image copyright Future Publishing/Getty images

ประเทศไทยเป็น 1 ใน 21 ประเทศที่ถูกระบุว่า "ไม่มีเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ต" และยังเป็น 1 ใน 33 ประเทศ จากทั้งหมด 65 ประเทศที่ปรากฏในรายงานของฟรีดอมเฮาส์ ที่ถูกพบว่า "เสรีภาพทางอินเทอร์เน็ตลดลง" ซึ่งในปี 2019 ปรากฏว่าประเทศสหรัฐฯ เข้ามาอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ส่วนจีนยังครองความเป็นชาติที่ละเมิดเสรีภาพทางอินเทอร์เน็ตมากที่สุดในโลกติดต่อกันเป็นปีที่ 4 ในขณะที่ทางการปักกิ่งได้ยกระดับการควบคุมข้อมูลข่าวสารก่อนถึงวันครบรอบ 30 ปี เหตุสังหารหมู่กลางจัตุรัสเทียนอันเหมิน และท่ามกลางการประท้วงใหญ่ในฮ่องกง

รายงานฟรีดอมเฮาส์ยังพบว่า มี 40 ประเทศที่ปรากฎหลักฐานการมีอยู่ของ "โปรแกรมขั้นสูงที่ใช้สอดส่องโซเชียลมีเดีย" นั่นหมายความว่า 89% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือเกือบ 3,000 ล้านคนทั่วโลกกำลัง "ถูกสอดแนม" โดยที่จีนอีกเช่นกันที่เป็นผู้นำแห่งการติดตามสอดส่องพลเมืองของตน ขณะที่ 47 ประเทศ มีผู้ถูกจับกุมเพราะแสดงความคิดเห็นทางการเมือง สังคม และศาสนาทางอินเทอร์เน็ต