ประชุมสภา : สภาล่มรอบ 2 ในรอบ 2 วัน ยังตั้ง กมธ. ศึกษาผลกระทบ ม. 44 ไม่ได้

  • 28 พฤศจิกายน 2019
ประชุมสภา Image copyright Thai News Pix

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ต้องสั่ง "ปิดประชุม" เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 2 วัน หลัง ส.ส. ฝ่ายค้าน "วอล์กเอาต์" เป็นวันที่ 2 เนื่องจากไม่ต้องการให้มีการนับคะแนนใหม่ในญัตติขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44

เวลาผ่านไปเพียง 15 นาที หลังสภาเริ่มเข้าสู่วาระพิจารณา "ญัตติด่วน" ซึ่งค้างจากการประชุมสภาเมื่อวันที่ 27 พ.ย. คือการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบตามมาตรา 44 ปรากฏว่าประธานสภาต้องสั่ง "ปิดการประชุม" ในเวลา 11.24 น. หลังตรวจสอบองค์ประชุมแล้วพบว่ามี ส.ส. อยู่ในห้องประชุมเพียง 240 คน จากสมาชิกทั้งหมด 499 คน

เหตุ "สภาล่ม" ครั้งที่ 2 เกิดขึ้น เมื่อนายชวน หลีกภัย ประกาศเดินหน้ากระบวนการนับคะแนนใหม่ และขานชื่อกรรมการนับคะแนนท่ามกลางการคัดค้านของ ส.ส.ฝ่ายค้าน

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ลุกขึ้นแจ้งต่อที่ประชุมว่า ฝ่ายค้านได้ให้โอกาสรัฐบาลแล้วด้วยการลงชื่อเพื่อให้เปิดประชุมได้ และขอคงจุดยืนเดิมที่จะไม่ขออยู่ร่วมนับคะแนนด้วย และไม่ขอร่วมทุกกระบวนการ รวมถึงการเป็นกรรมการนับคะแนนด้วย

ขณะที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ และนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย พยายามขอความชัดเจนจากประธานว่าในการนับคะแนนใหม่ จะยึดตามสมาชิก 467 เสียงที่ร่วมลงมติในที่ประชุมสภาเมื่อวานนี้ หรือนับคะแนนของสมาชิกรายอื่น ๆ ด้วย เพราะจะกลายเป็นการลงคะแนนใหม่

"อยากให้ประธานชี้แจงเป็นบรรทัดฐาน เผื่อผมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ" นายพิเชษฐ์ถาม

ทว่านายชวนปฏิเสธจะชี้แจงเพิ่มเติม โดยบอกว่า "ถ้าเพียงเท่านี้ท่านตีความไม่ได้ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรครับ" และเดินหน้าตรวจสอบองค์ประชุมก่อนให้นับคะแนนใหม่ ระหว่างนั้น ส.ส.ฝ่ายค้านได้ลุกออกจากที่นั่งไปยืนอยู่ด้านหลังห้องประชุม ทำให้เหลือองค์ประชุมเพียง 240 คน ไม่ถึงกึ่งหนึ่งของสมาชิกที่มีอยู่ 499 คน

นายชวนจึงสั่ง "ปิดการประชุม" ในเวลา 11.24 น. โดยไม่สามารถหาข้อสรุปในการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบตามมาตรา 44 รวมถึงพิจารณาวาระอื่น ๆ ต่อไปได้

Image copyright STR/BBC Thai

เหตุ "สภาล่ม" ครั้งที่ 2 เกิดขึ้นหลังจากเย็นวานนี้ (27 พ.ย.) ที่ประชุมสภามีมติเห็นชอบให้ตั้ง กมธ. ด้วยคะแนนเสียง 236 ต่อ 231 งดออกเสียง 2 เป็นผลให้นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ต้องรีบแก้เกมกลับด้วยการเสนอให้นับคะแนนใหม่ ท่ามกลางการคัดค้านของฝ่ายค้านและไม่อาจหาข้อยุติได้ ก่อนที่ ส.ส.ฝ่ายค้านจะทยอยเดินออกจากห้องประชุมไป หรือวอล์กเอาต์ เป็นผลให้ "สภาล่ม" เป็นครั้งแรกนับจากเปิดประชุมนัดแรกเมื่อ 6 เดือนก่อน

ญัตติด่วน ให้ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบตามมาตรา 44 เสนอโดย ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) รวม 5 คน นำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการ อนค.

ต่อมาปรากฏชื่อ ส.ส.รัฐบาล 6 คน "แหกมติวิปรัฐบาล" ด้วยการลงมติสนับสนุนให้ตั้ง กมธ. ดังกล่าว ทำให้รัฐบาลต้อง "แพ้โหวตกลางสภา" ในที่สุด

มีรายงานว่า ส.ส. 6 คนล้วนสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประกอบด้วย นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา, นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก, นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช, นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง และนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี

Image copyright กองโฆษก พปชร.
คำบรรยายภาพ ประธานวิปรัฐบาล (ขวามือ) จับเข่าคุยกับประธานวิปฝ่ายค้าน (ตรงกลาง) โชว์สื่อมวลชนที่รัฐสภา หลังเกิดสภาล่ม 2 วันติดเนื่องจากฝ่ายค้านวอล์กเอาต์

ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล เปิดแถลงข่าวว่า ได้พูดคุยกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้า ปชป. แล้วถึงกรณีที่เกิดขึ้น ส่วนการใช้ "แท็กติก" ขอนับคะแนนใหม่หลังรัฐบาลแพ้โหวตกลางสภา นายวิรัชอธิบายว่า หากมีอะไรที่สงสัย ก้ำกึ่ง ทำได้ก็ทำ ถ้าข้อบังคับไม่ให้ทำ ก็ไม่ทำ

เขาถูกสื่อมวลชนตั้งคำถามว่าจะยังทำหน้าที่ประธานวิปรัฐบาลต่อไปได้หรือไม่ เจ้าตัวตอบว่า "เมื่อวานก็ไม่ถือว่าล่ม เป็นอุบัติเหตุธรรมดาในทางการเมือง" หลังจากนี้ถือเป็นหน้าที่ของเขาในการประสานให้สมาชิกเข้าร่วมการประชุมไม่ว่ารัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ประชาชนชุมนุมต่อต้านคณะรัฐประหาร

ขณะที่ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเหตุการณ์รัฐบาล "แพ้โหวต" กลางสภาว่า "เป็นเรื่องธรรมดา" เท่าที่ติดตามพบว่า ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลหลายคนไม่ได้เข้าร่วมการประชุมสภา เพราะติดภารกิจราชการ และหลายคนก็เดินทางไปต่างประเทศกับนายกฯ ด้วย ทำให้มาลงมติไม่ทัน

"ไม่ใช่เรื่องของความไม่มั่นคง เพราะผมเชื่อว่ามีความมั่นคงอยู่ ผมเป็นทหารเก่า เพราะฉะนั้นสัญญาลูกผู้ชาย และความเป็นสุภาพบุรุษสำคัญที่สุด การเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาลจริง ๆ รัฐบาลทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่ใช่ต่อสู้ทางการเมืองอย่างเดียว หรือจะมองอนาคตเฉพาะการเลือกตั้ง ซึ่งก็ยังมาไม่ถึงตอนนี้ ถึงเวลาค่อยว่ากัน" นายกรัฐมนตรีกล่าว

ลำดับเหตุการณ์จาก "แพ้โหวต-สภาล่ม-(ลุ้น)พลิกมติ" กลาง "สภาห้าร้อย"

27 พ.ย. ใช้เวลาไป 2 ชม. 27 นาที

16.50 น. เข้าสู่วาระเสนอตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบ ม. 44 โดยนายปิยบุตรนำทีมอภิปรายปัญหาในการใช้มาตรา 44 ของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในคราวเป็นหัวหน้า คสช. เป็นเวลา 5 ปีเต็ม

- สภามีมติเห็นชอบให้ตั้ง กมธ. ด้วยคะแนน 234 : 230 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 1 ตามที่ประธานขาน ทว่าตัวเลขที่ปรากฏในบันทึกการออกเสียงลงคะแนนทางเว็บไซต์รัฐสภาคือ เห็นชอบด้วยคะแนน 236 : 231 งดออกเสียง 2

- ประธานวิปรัฐบาลเสนอนับคะแนนใหม่ ตามข้อบังคับข้อที่ 85 ท่ามกลางเสียงโห่ของฝ่ายค้าน และเกิดการประท้วงนาน 30 นาที

- ประธานสภาสั่งพักการประชุมเป็นเวลา 15 นาที ตามที่นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภา เสนอ

18.55 น. สภากลับมาประชุมต่อ โดยประธานสภายืนยันคำวินิจฉัยเดิมให้นับคะแนนใหม่ แต่ต้องเปลี่ยนวิธีการลงคะแนนเสียงโดยเปิดเผยด้วยวิธีเรียกชื่อ ตามข้อบังคับข้อที่ 83 ระหว่างนี้ ส.ส. ฝ่ายค้านเริ่มวอล์กเอาต์

- นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย เสนอให้นับองค์ประชุม ก่อนที่ประธานสภาจะขานองค์ประชุมว่ามี 92 เสียง ถือว่าองค์ประชุมไม่ครบ

19.17 น. ประธานสภาสั่งปิดการประชุม

28 พ.ย. ใช้เวลาไป 15 นาที

11.09 น. เข้าสู่วาระเสนอตั้ง กมธ.ศึกษาผลกระทบ ม. 44

-ประธานวิปฝ่ายค้านแจ้งว่าฝ่ายค้าน "ไม่ขออยู่นับคะแนน ไม่ร่วมทุกกระบวนการ" ขณะที่ ส.ส. ฝ่ายค้านรายอื่นยืนยันหากจะนับคะแนนใหม่ ต้องขานมติเฉพาะ ส.ส. 467 เสียงที่อยู่ในองค์ประชุมเมื่อวาน

11.19 ประธานสภาสั่งตรวจสอบองค์ประชุม โดย ส.ส. ฝ่ายค้านทยอยวอล์กเอาต์

11.24 น. ประธานสภาสั่งปิดการประชุม

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม