ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี อดีต รมช.คลัง-ขรก.สรรพากร ฐานช่วยโอ๊ค-เอมเลี่ยงภาษีขายหุ้นชินฯ

  • 26 ธันวาคม 2019
ครอบครัวชินวัตร Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกนางเบญจา หลุยเจริญ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังในสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และจำเลยอีก 4 คน เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ในความผิดฐานช่วยให้นายพานทองแท้ ชินวัตร และ น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ บุตรของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ไม่ต้องเสียภาษีหรือเสียภาษีน้อยกว่าที่กำหนด จากการซื้อหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด เมื่อปี 2549

ศาลฎีกาอ่านคำพิพากษาว่า ฎีกาทุกข้อของจำเลยที่ 1-5 ฟังไม่ขึ้น แต่จำเลยทั้งหมดให้ทางนำสืบพอเป็นประโยชน์อยู่บ้าง จึงพิพากษาแก้ลดโทษให้ 1 ใน 3

จำเลยที่ 1-4 มีความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

จำเลยที่ 5 เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ความผิดฐานสนับสนุนให้เจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

จำเลยทั้ง 5 คน ได้แก่

1. นางเบญจา หลุยเจริญ อดีต รมช.คลัง ในฐานะอดีตรองอธิบดีกรมสรรพากร จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

2. น.ส.จำรัส แหยมสร้อยทอง อดีตผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมสรรพากร จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

3. น.ส.โมรีรัตน์ บุญญาศิริ อดีตผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมสรรพากร จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

4. นายกริช วิปุลานุสาสน์ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมสรรพากร จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

5. น.ส.ปราณี เวชพฤกษ์พิทักษ์ เลขานุการส่วนตัวของคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร จำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา

คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2558 เมื่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนางเบญจา น.ส.จำรัส น.ส.โมรีรัตน์ นายกริช ในความผิดฐานร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และฟ้อง น.ส.ปราณี ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ป.ป.ช. กล่าวหาว่าจำเลยร่วมกันวินิจฉัยว่านายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทา ไม่ต้องเสียภาษีอากรจากการซื้อหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด เมื่อปี 2549 คนละ 164 ล้านหุ้นในราคาพาร์หุ้นละ 1 บาท ขณะที่ราคาหุ้นในตลาดขณะนั้นอยู่ที่ 49.25 บาท ทั้งที่ทั้งสองคนถือเป็นผู้ได้รับเงินพึงประเมิน ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 39 และมีหน้าที่ต้องเสียภาษีของส่วนต่างราคาหุ้น ทำให้กรมสรรพากร กระทรวงการคลังและราชการเสียหายราว 7.9 พันล้านบาท

28 ก.ค. 2559 ศาลอาญาแผนกคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พิพากษาจำคุกจำเลยที่ 1-4 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 83 จำคุกคนละ 3 ปี ส่วน น.ส.ปราณี มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และ 86 มีโทษ 2 ใน 3 ให้จำคุกเป็นเวลา 2 ปี

ต่อมาวันที่ 19 ต.ค. 2560 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น คือ จำคุกนางเบญจาและพวก 3 ปี และจำคุก น.ส.ปราณี 2 ปี หลังจากนั้นจำเลยได้ขอประกันตัวออกมาต่อสู้คดีในชั้นฎีกาจนกระทั่งศาลมีคำพิพากษาในวันนี้

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม