ธนาธร วิจารณ์ กองทัพ ถาม รายได้นอกงบประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท ใช้จ่ายอย่างไร

  • 29 พฤศจิกายน 2019
ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ Image copyright Facebook ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

เมื่อช่วงค่ำของ 29 พ.ย. นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ จัดเฟซบุ๊กไลฟ์ ณ ที่ทำการพรรค ชี้แจงเหตุผลของการลาออกจากการเป็นกรรมาธิการ ในสภาผู้แทนราษฎร และเรียกร้องให้กระทรวงกลาโหมอธิบายถึงที่มาของรายได้นอกงบประมาณ 1.9 หมื่นล้านบาท ที่ไม่ได้ถูกส่งกลับเข้าคลัง และไม่มีการตรวจสอบ

ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงบ่าย นายธนาธร แถลงที่รัฐสภาว่า เขายื่นหนังสือลาออกจากทุกตำแหน่งในกรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และจะขอเริ่มทำงานกับประชาชนตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน

"เมื่อพวกเขาไม่ต้องการเห็นผมในสภา ผมก็ไม่ขออยู่ในสภา ผมจึงขอกลับไปอยู่กับประชาชน ผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อพี่น้องประชาชนลุกขึ้นยืนตรง ไม่ยอมก้มหัวให้เผด็จการ ไม่ยอมทนกับระบอบที่กดหัวประชาชนไว้อีกต่อไป สิ่งที่อภิสิทธิ์ชนพยายามทำอยู่ในสังคมไทยทุกวันนี้ คือการรวบอำนาจเข้าสู่ตัวเอง และพวกพ้อง และใช้กลไกเครื่องมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพ ส.ว. (สมาชิกวุฒิสภา) หรือคนร่างรัฐธรรมนูญที่เขาแต่งตั้งมาเอง นั่นคือการรวบอำนาจมาอยู่ที่กลุ่มอภิสิทธิ์ชน ซึ่งเป็นคนส่วนน้อยของประเทศ" นายธนาธร กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า "เขา" ในที่นี้หมายถึงใคร นายธนาธร หัวเราะก่อนตอบว่า "ทุกคนก็น่าจะรู้" แล้วเขาชี้แจงทางเฟซบุ๊กในเวลาต่อมาว่า "กลุ่มอภิสิทธิชนที่มีอำนาจอยู่ ไม่อยากเห็นผมทำงานใน สภาฯ ผมจึงลาออก"

Image copyright Media Office, Thai Parliament
คำบรรยายภาพ นายธนาธร แถลงที่รัฐสภาว่าเขายื่นหนังสือลาออกจากทุกตำแหน่งในกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว

ต่อข้อถามว่า หากมีการเสนอชื่อเข้าเป็นกมธ.ศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเข้าร่วมหรือไม่ นายธนาธร กล่าวว่า ขอพิจารณาเป็นรายกรณีไป แต่ต่อจากนี้ไป จะออกไปทำความเข้าใจกับประชาชน เรื่องปัญหาโครงสร้างว่ารัฐธรรมนูญนี้เป็นเครื่องมือของอภิสิทธิ์ชนอย่างไร เป็นเครื่องมือกดขี่ประชาชนอย่างไร

หนังสือลาออกจากตำแหน่งกมธ.งบฯ ของนายธนาธร ที่ส่งถึงนายอุตตม สาวนายน ประธาน กมธ. เมื่อ 29 พ.ย. ระบุว่า "ข้าพเจ้าขอลาออกจากตำแหน่งกมธ. และตำแหน่งอื่นในคณะกมธ ชุดนี้ ทุกตำแหน่ง ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป ข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านประธานฯ และเพื่อนสมาชิกกมธ. ทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนการทำงานของข้าพเจ้าอย่างดี ในช่วงเวลาที่ได้ทำงานด้วยกัน ข้าพเจ้าได้เรียนรู้ และได้ประสบการณ์อย่างมากในการทำหน้าที่ในกมธ ชุดนี้ และจะนำความรู้ และประสบการณ์ที่ได้ไปรับใช้ประชาชนให้ดีที่สุดต่อไป ข้าพเจ้าหวังว่าความคิดเห็น และข้อเสนอแนะของข้าพเจ้าจะเป็นประโยชน์กับกมธ.บ้างไม่มากก็น้อย อนึ่ง ข้าพเจ้าขอไม่รับผลตอบแทนใดๆ จากทำงานในฐานะกมธ. ที่ผ่านมา เมื่อพวกเขาไม่ต้องการให้ข้าพเจ้าเข้าสภา ข้าพเจ้าขออยู่กับประชาชน"

Image copyright AFP

ต่อมา นายธนาธรเดินทางมาที่ทำการพรรคแล้วจัดเฟซบุ๊กไลฟ์ เล่าถึงบรรยากาศการซักถามผู้นำเหล่าทัพในที่ประชุม คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายงบประมาณประจำปี 2563 เมื่อ 28 พ.ย. โดยมี พล.อ. ณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ประกอบด้วย พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ. ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้ติดตามหลายสิบนายมาชี้แจง

Image copyright Str/BBC Thai
คำบรรยายภาพ บรรยายกาศห้องประชุม กมะ. งบประมาณ 28 พ.ย. 2562

นายธนาธร ในฐานะกรรมาธิการ ได้ตั้งคำถาม และข้อสังเกตต่อการใช้เงินนอกประมาณของกระทรวงกลาโหม 18,657 ล้านบาท ดังนี้

  1. วงเงินนี้มากเกือบเท่างบประมาณรวมกันของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ราว 1.9 หมื่นล้านบาท) ซึ่งสามารถนำไปใช้เป็นงบสร้างรถไฟทางคู่กรุงเทพฯ-หัวหิน ได้เกือบครบเส้น (2 หมื่นล้านบาท) หรือเอาไปเฉลี่ยเป็นเบี้ยเด็ก 0-6 ปี ได้เดือนละ 300 บาท
  2. ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ เงินนอกงบประมาณทั้งหมดต้องปฏิบัติตามกฎหมายกำหนด หรือเว้นแต่จะมีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น หรือตกลงกับกระทรวงการคลัง ไว้เป็นอย่างอื่น ซึ่งระเบียบการคลัง ทำไว้กับกระทรวงกลาโหมกระทรวงเดียว ว่างบประมาณของกระทรวงกลาโหมให้ถือปฏิบัติการบริหารตามข้อบังคับกระทรวงกลาโหม เท่ากับให้อำนาจพิเศษแก่กระทรวงกลาโหมมากกว่ากระทรวงอื่นๆ ซึ่งข้อบังคับกระทรวงกลาโหม แบ่งเงินนอกงบประมาณเป็น 2 บัญชี เงินในบัญชีที่ 2 อนุญาตให้ตั้งในระบบบัญชีเอง และตั้งระบบตรวจสอบบัญชีเองได้ หมายความว่างบประมาณบางส่วนของกลาโหมมีความไม่โปร่งใส
  3. ขอให้กระทรวงกลาโหมเปิดเผยรายละเอียดของรายได้นอกงบประมาณ เช่น รายได้จากการใช้ทรัพยากรคลื่นวิทยุย้อนหลัง 10 ปี, รายชื่อบริษัทผู้รับบริหารสัมปทานคลื่นวิทยุ และสัญญากับทุกบริษัท, สัญญาระหว่างกองทัพบกกับ ช่อง 7 ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2512, รายได้จากการให้สัมปทานช่อง 7 ทุกปี ตั้งแต่ปี 2512, รายได้อัตราค่าเช่าโครงข่ายภาคพื้นดิน หรือ MUX

"ประชาชนตั้งคำถามว่าทำไมบรรดานายพลจึงร่ำรวยผิดปกติ โดยดูจากบัญชีทรัพย์สินหนี้สินที่แสดงต่อ ป.ป.ช. เมื่อเดือน พฤษภาคม 2562 รายได้ของนายพล 81 คน ที่อยู่ใน สนช. มีทรัพย์สินเฉลี่ย 78 ล้าน รายได้เฉลี่ย 12.72 ล้านบาทต่อปี หรือมีทรัพย์สิน 6.13 เท่าของรายได้ รายได้และทรัพย์สินเหล่านี้ไม่สามารถได้มาโดยลำพังเงินเดือนการเป็นทหารอย่างเดียว"

Image copyright Getty Images

ด้านเพจเฟซบุ๊กของนายธนาธร อ้างคำชี้แจงในที่ประชุม กมธ. งบประมาณ ของ พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ว่า เงินนอกงบประมาณที่สูงถึง 1.8 หมื่นล้านบาท ไม่ได้มาจากการจัดทำของกระทรวงกลาโหม แต่เป็นการรวบรวมข้อมูลของสำนักงบประมาณของรัฐสภา และการเบิกจ่ายก็เป็นไปตามปกติ ไม่ได้มีสิทธิพิเศษเหนือกระทรวงอื่นๆ แต่อย่างใด

ส่วนเรื่องความโปร่งใสของรายได้นายพล ผบ.สส. ยืนยันว่าผู้ได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่ละคนอาจมีฐานความร่ำรวยแตกต่างกัน และได้แสดงความโปร่งใสผ่านการแสดงบัญชีทรัพย์สินแล้ว ทั้งก่อนและหลังการเข้ารับตำแหน่ง ส่วนรายละเอียดอื่นๆ พล.อ.พรพิพัฒน์ยืนยันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะจัดส่งเอกสารให้แก่นายธนาธรต่อไป

เพจเฟซบุ๊กของนายธนาธร อ้างคำชี้แจงในที่ประชุม กมธ. งบประมาณของ พล.อ.อภิรัชต์ ว่าเงินนอกงบประมาณบางส่วนเป็นรายได้จากโรงพยาบาลของกองทัพ ซึ่งประชาชนก็เข้ารับการรักษาพยาบาลเหมือนโรงพยาบาลทั่วไป รายรับบางส่วนนำกลับมาหมุนเวียนในการบริหาร

Image copyright Str/BBC Thai

ในการออกอากาศสด นายธนาธรตั้งคำถามถึงกิจกรรมของกองทัพที่ไม่อยู่ในภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นม้า มวย หวย หรือกิจการพาณิชย์ สนามมวยลุมพินีแห่งใหม่ ตั้งอยู่ในศูนย์พัฒนากีฬากองทัพบก ใช้งบประมาณ 380 ล้านบาท ตั้งอยู่ที่รามอินทรา ไม่มีความชัดเจนว่าเป็นกิจการของรัฐหรือเอกชนกันแน่

"กระทรวงกลาโหมไม่ได้เขียนไว้ในพันธกิจว่า มีภารกิจต้องเปิดสนามมวย สนามม้า สนามกอล์ฟ ทำไมต้องมีเรื่องเหล่านี้"

พล.อ.พรพิพัฒน์ ผบ.สส. ชี้แจงต่อ กมธ.ว่า าการดำเนินกิจการมวย ม้า มาจากกิจกรรมการพัฒนาศักยภาพของเยาวชน และการดูแลสวัสดิการทหารผ่านศึก แต่หากจะให้ตอบว่าการให้กิจการเหล่านี้อยู่ในการดูแลของกองทัพเหมาะสมหรือไม่ ก็คงต้องตอบว่ากองทัพทำแบบนี้มานานแล้ว คงต้องอยู่ที่นโยบายรัฐบาลว่าจะปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมหรือไม่อย่างไร

ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ชี้แจงกับบีบีซีไทย ว่า ทางกระทรวงกลาโหมพร้อมชี้แจงในกรอบของกฎหมาย เมื่อมีการร้องขอผ่านทางสภาฯ ก็น่าจะเป็นการชี้แจงผ่านสภาฯ ไม่ใช่เรื่องปิดลับ

"เงินเพื่อสวัสดิการของกำลังพลของกองทัพไม่ต่างจากสวัสดิการของข้าราชการหน่วยอื่น ๆ ซึ่งเราชี้แจงได้...ไม่ใช่เรื่องลึกลับ"

Image copyright Getty Images

นายธนาธรกล่าวปิดท้ายการออกอากาศสดว่า จากนี้ไป เขาจะออกรณรงค์ทั่วประเทศ "อย่างหนักแน่น" ในการผลักดันให้ประชาชนสนับสนุน ร่างกฎหมาย 3 ฉบับ ให้ผ่านสภาฯเป็นกฎหมายได้ คือ

1.กฎหมาย ยกเลิก ประกาศ-คำสั่งคณะรัฐประหาร คสช. 27 ฉบับ ที่เป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจและสังคม

2.ร่างกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ให้ลูกจ้างมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

3.ร่างกฎหมายยกเลิกการเกณฑ์ทหาร

"แม้ไม่ได้เป็น รบ เราต้องรณรงค์เต็มที่ 80 เสียงไม่พอผลักดันให้ กม ผ่านสภา ต้องได้เสียงจากพรรคอื่น จำเป็นต้องมีแรงสนับสนุนจากประชาชน...ถ้าเราฝันเห็นการเปลี่ยนแปลง เราต้องเปิดพื้นที่การเมืองใหม่ ๆ"

Image copyright Getty Images

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม