ประชุมสภา : รัฐบาล “พลิกโหวต” คว่ำญัตติตั้ง กมธ. ศึกษาผลกระทบ ม. 44

  • 4 ธันวาคม 2019
แม้ฝ่ายค้านขอวอล์กเอาต์เป็นครั้งที่ 3 แต่มี ส.ส. ฝ่ายค้านนับสิบคนที่ "แหกมติ" และเลือกอยู่เป็นองค์ประชุมให้รัฐบาล Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ แม้ฝ่ายค้านขอวอล์กเอาต์เป็นครั้งที่ 3 แต่มี ส.ส. ฝ่ายค้านนับสิบคนที่ "แหกมติ" และเลือกอยู่เป็นองค์ประชุมให้รัฐบาล

สภาผู้แทนราษฎรมีมติด้วยคะแนนเสียง 244 ต่อ 5 "ไม่เห็นชอบ" ให้ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการกระทำ ประกาศ และคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และการใช้อำนาจของหัวหน้า คสช. ตามมาตรา 44 และงดออกเสียง 6

นี่ถือเป็นการที่รัฐบาลสามารถ "พลิกมติ" เดิมของสภาได้สำเร็จ โดยที่ฝ่ายค้านประกาศว่าจะส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีประธานสภาสั่งให้ "ลงคะแนนใหม่" ไม่ใช่ "นับคะแนนใหม่"

ขณะเดียวกันมี ส.ส.ฝ่ายค้านจาก 4 พรรคการเมืองได้ "แหกมติ" คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ด้วยการอยู่เป็นองค์ประชุมช่วยรัฐบาล

หลังสภาใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายวันนี้ (4 ธ.ค.) ไปกับการปรึกษาหารือของสมาชิก และการตั้งกระทู้ถามจนเสร็จสิ้นลงในเวลา 17.35 น. นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาคนที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ประธานที่ประชุม ได้ตรวจสอบองค์ประชุมสภาเบื้องต้นพบว่ามีสมาชิกลงชื่อเข้าประชุมในวาระดังกล่าว 294 คน จากสมาชิกทั้งหมดในสภา 498 คน

จากนั้นได้แจ้งขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งเพื่อจะได้ดำเนินการ "นับคะแนน" ตามข้อบังคับข้อที่ 85 ต่อไป ซึ่งเป็นการดำเนินการต่อจากการประชุมสภาเมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าสภาเห็นด้วยกับการตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากมาตรา 44 หรือไม่

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นั่งอารมณ์ดีอยู่กลางสภา

ฝ่ายค้านประกาศส่งศาล รธน. ตีความ

ในระหว่างนี้มีสมาชิกขอหารือและเกิดข้อถกเถียงมากมาย โดยฝ่าย ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 2 คน นำโดยนายนิโรธ สุนทรเลขา ส.ส.นครสวรรค์ พยายามขอให้ประธานยึดองค์ประชุมตามที่สมาชิกลงชื่อไว้แต่ต้นในวันนี้ ตามข้อบังคับข้อที่ 25 เพราะเกิดกรณีลงชื่อได้องค์ประชุมครบถ้วนแล้ว แต่เมื่อเข้าห้องประชุมกลับไม่เสียบบัตร และเดินออกจากห้องประชุมไป (วอล์กเอาต์) ทำให้สภาไม่สงบเรียบร้อย

"เรื่องนี้เป็นเรื่องผิดกฎหมายนะครับ เพราะเป็นการตีกินนะครับ" นายนิโรธกล่าว

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ขึ้นทำหน้าที่ประธานที่ประชุมแทนนายชวน หลีกภัย ในวันนี้

ขณะที่ฝ่ายค้านให้ความเห็นออกเป็น 2 ทีม

ทีมแรก นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) เสนอให้รัฐบาลถอนญัตติขอนับคะแนนใหม่ แต่นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) ยืนยัน "ไม่ถอน" ทำให้ ส.ส.พท. อีกคน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ลุกขึ้นแจ้งว่า "ในฐานะเสียงข้างน้อยไม่มีวิธีการอื่นจริง ๆ ต้องขออนุญาตไม่อยู่ร่วมลงคะแนนด้วยครับ"

ส่วนอีกทีม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พท. กล่าวว่า "หากประธานดึงดันให้ลงคะแนนใหม่ ไม่ใช่นับคะแนนใหม่ พวกผมต้องยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความข้อบังคับข้อที่ 85 เราจำเป็นต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อญัตติที่เกิดขึ้น"

นายสุชาติชี้แจงว่า ข้อบังคับสภานี้เขียนแบบข้อบังคับฉบับเดิมล้อกันมาเลย ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และปฏิบัติกันมาตลอด "การนับคะแนนใหม่คือการลงคะแนนใหม่ ผมอยู่ในสภามาหลาย 10 ปี แต่ถ้าท่านอ่านดี ๆ ก็ไปยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความได้" และเดินหน้ากระบวนการนับคะแนนรอบใหม่

สภาไม่ล่มรอบ 3 เกณฑ์ ส.ส. มี "หมายจับ" ร่วมประชุม ได้ 10 ส.ส. ฝ่ายค้านช่วย

เวลา 18.10 น. นายสุชาติสั่งตรวจสอบองค์ประชุมโดยที่ฝ่ายค้านได้ทยอยวอล์กเอาต์ พบว่ามี 261 คน หรือเกินองค์ประชุมไป 12 คน (องค์ประชุมต้องอยู่ที่ 249 คน จาก ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 498 คน) โดยถือว่ารัฐบาลเสียงปริ่มน้ำสามารถรักษาองค์ประชุมเอาไว้ได้ หลังเกิดเหตุสภาล่มซ้ำ 2 ครั้งซ้อนเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ประธานวิปรัฐบาลกวาดต้อนทุกเสียงของ 18 พรรคร่วมรัฐบาลให้เข้าร่วมประชุมสภาอย่างพร้อมเพรียง

แม้แต่ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พปชร. ซึ่งมีหมายจับศาลจังหวัดพัทยาให้ไปรับฟังคำพิพากษาวันที่ 15 ม.ค. 2563 คดีบุกล้มการประชุมอาเซียนที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อปี 2552 ก็เดินทางมาร่วมประชุมด้วย ซึ่งมีคำยืนยันจากนายชวน หลีกภัย ประธานสภา ว่า พ.ต.ท.ไวพจน์ไม่สามารถใช้เอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญได้แล้ว เนื่องจากเป็นกรณีที่ศาลตัดสินคดีและออกหมายจับแล้ว "หากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบตัวก็สามารถควบคุมตัวได้เลย"

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ (คนที่ยืนอยู่) ปรากฏตัวในห้องประชุมสภาเพื่อเป็นองค์ประชุม แต่ไม่ได้ขานมติ
Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี พรรคอนาคตใหม่ เป็น 1 ในสมาชิกพรรคฝ่ายค้านที่อยู่เป็นองค์ประชุมให้รัฐบาล แต่ลงมติเห็นสนับสนุนให้ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบตามมาตรา 44

ที่น่าสนใจคือ มี ส.ส. ฝ่ายค้านอยู่ร่วมเป็นองค์ประชุมให้รัฐบาล 10 คน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 3 คน, พรรคอนาคตใหม่ 2 คน, พรรคเศรษฐกิจใหม่ 4 คน และพรรคประชาชาติ 1 คน

จากนั้นที่ประชุมได้เข้าสู่การ "นับคะแนน" ในญัตติตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบจากมาตรา 44 ซึ่งใช้การลงคะแนนโดยเปิดเผยด้วยการขานชื่อ

ผลปรากฏว่า สภามีมติด้วยคะแนนเสียง 244 ต่อ 5 "ไม่เห็นชอบ" ให้ตั้ง กมธ. วิสามัญศึกษาผลกระทบตามมาตรา 44 และงดออกเสียง 6 ทำให้ญัตติของฝ่ายค้านตกไป

ในการโหวต "ล้มญัตติ" ของฝ่ายค้าน พบว่า มีทั้ง ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ส.รัฐบาลที่ "โหวตสวน" มติวิปของตัวเอง

งดออกเสียง 6
รัฐบาล ฝ่ายค้าน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภา, นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา, นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา (โดยมารยาทการเมือง) นายจารึก ศรีอ่อน ส.ส.จันทบุรี อนค., พ.ต.ท.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี อนค., นายอนุมัติ ซูสารอ ส.ส.ปัตตานี พรรคประชาชาติ
เห็นชอบ 5
รัฐบาล ฝ่ายค้าน
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป., นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป., นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง ปชป. และนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี ปชป. น.ส.กวินนาถ ตาคีย์ ส.ส.ชลบุรี อนค.

ที่มา : บีบีซีไทยตรวจสอบและรวบรวมจากผลการลงคะแนนของสภาเมื่อ 4 ธ.ค. 2562

ปัจจุบัน 16 พรรคร่วมรัฐบาล และ 2 พรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่า "ฝ่ายค้านอิสระ" ก่อนกลับใจกลับมาเป็นพรรคร่วมรัฐบาลอีกครั้ง มีเสียงรวมกัน 254 เสียง ทว่ามี ส.ส.รัฐบาลขาดประชุมโดยแจ้งให้ประธานวิปรัฐบาลรับทราบ 3 คน โดยแจ้ง "ลาป่วย" 2 คนคือ นายชัย ชิดชอบ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย และนายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. และแจ้ง "ลากิจ" 1 คนคือ นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ ปชป. ซึ่งไปต่างประเทศ ทำให้เหลือ ส.ส.รัฐบาลเป็นองค์ประชุม 251 เสียง

ขณะที่ ส.ส.ปชป. ที่เคย "โหวตสวน" ในการประชุมสภานัดก่อน วันนี้มี 4 คนที่ยืนยัน "โหวตสวน" ดังเดิม และอีก 2 คนเลือกอยู่ในองค์ประชุม แต่ "ไม่ได้ขานมติ" คือ นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส.พังงา และนายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ส.ส.ตาก รวมถึง พ.ต.ท.ไวพจน์ด้วย

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ (กลาง) และนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย (ขวา) เป็น 2 ใน 4 ส.ส.ปชป. ที่โหวตสวนมติวิปรัฐบาล

ย้อนเหตุการณ์จาก "สภาล่ม" ถึง "ล้มญัตติ" ฝ่ายค้าน

การเริ่มต้นนับคะแนนใหม่ในวันนี้ ถูกมองว่าเป็นการ "ลงมติซ้ำ" ในญัตติเดิม หลังจากเมื่อ 27 พ.ย. ที่ประชุมสภามีมติเห็นชอบให้ตั้ง กมธ. ด้วยคะแนนเสียง 234 ต่อ 230 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 1 ตามที่ประธานขาน ทว่าตัวเลขที่ปรากฏในบันทึกการออกเสียงลงคะแนนทางเว็บไซต์รัฐสภาคือ เห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 236 ต่อ 231 งดออกเสียง 2 เป็นผลให้ประธานวิปรัฐบาลต้องรีบแก้เกมกลับด้วยการเสนอให้นับคะแนนใหม่ ท่ามกลางการคัดค้านของฝ่ายค้านและไม่อาจหาข้อยุติได้ ก่อนที่ ส.ส.ฝ่ายค้านจะทยอยวอล์กเอาต์ เป็นผลให้ "สภาล่ม" เป็นครั้งแรกนับจากเปิดประชุมนัดแรกเมื่อ พ.ค. 2562

วันรุ่งขึ้น (28 พ.ย.) เมื่อเข้าสู่วาระนี้อีกครั้ง องค์ประชุมก็ไม่ครบเป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากฝ่ายค้านยืนยันไม่เข้าร่วมกระบวนการนับคะแนนใหม่

Thai News Pix
เช็คเสียงในสภา จับตา “สภาล่ม” รอบ 3 หรือไม่

  • 2ครั้ง สภาล่ม 2 วันติดต่อกันเมื่อปลาย พ.ย.

  • 498เสียง ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้

  • 249เสียง องค์ประชุมที่ต้องมี

  • 252เสียง 16 พรรคร่วมรัฐบาล

  • 2เสียง 2 พรรครัฐบาลอิสระ

  • 244เสียง 7 พรรคฝ่ายค้าน

ที่มา : บีบีซีไทยรวบรวม โดย ส.ส.ขอนแก่นอยู่ระหว่างเลือกตั้งซ่อม และ ส.ส.สมุทรปราการ ถูกสั่งให้ยุติการปฏิบัติหน้าที่

การ "แพ้โหวต" ของรัฐบาลเกิดขึ้นระหว่างสภาพิจารณาญัตติด่วน ขอให้ตั้ง กมธ.วิสามัญศึกษาผลกระทบตามมาตรา 44 เสนอโดย ส.ส. อนค. รวม 5 คน นำโดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการ อนค. ซึ่งปรากฏว่ามี ส.ส.รัฐบาล 6 คนได้ "แหกมติ" วิป ด้วยการลงมติสนับสนุนให้ตั้ง กมธ. ดังกล่าว ทำให้รัฐบาลต้อง "แพ้โหวตกลางสภา" เมื่อ 27 พ.ย. ก่อนพลิกกลับมาคว่ำญัตติของฝ่ายค้านได้ในวันนี้

ปธ.วิปฝ่ายค้านปูดถูก "แจกกล้วย 8 หลัก" แลกองค์ประชุม

ก่อนการประชุมสภาจะเริ่มขึ้น นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวอ้างว่า วานนี้ (3 ธ.ค.) มีความเคลื่อนไหวจากฝ่ายรัฐบาลเพื่อล็อบบี้ ส.ส.ฝ่ายค้าน ทั้งที่องค์ประชุมสภาเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายรัฐบาลโดยตรง มีความพยายามยื่นข้อเสนอด้วยการ "แจกกล้วยให้ ส.ส.ฝ่ายค้าน 20 คน ด้วยเงินจำนวน 8 หลักต่อคน" ซึ่งพรรคฝ่ายค้านจะมีการตรวจสอบต่อไป

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ บรรยากาศภายในห้องประชุมสภาช่วง 17.00 น. จะพบว่าแกนนำรัฐบาล ทั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า มือประสานงานพรรคจิ๋ว (คนที่โทรศัพท์) และนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล (ยืนขวามือ ร.อ.ธรรมนัส) กำลังหารือกันอย่างจริงจัง

ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะผู้ประสานงานพรรคการเมืองเล็ก ปฏิเสธว่าไม่ทราบเรื่องการ "แจกกล้วย" ส่วนตัวยังประสานงานกับพรรคเล็กที่ร่วมรัฐบาลเหมือนเดิม แต่ไม่มีการประสานงานหรือพูดคุยกับฝ่ายค้าน ส่วนเรื่ององค์ประชุม เป็นหน้าที่ของวิปรัฐบาลที่จะดูแล เพราะมองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการชิงไหวชิงพริบในเกมการเมือง

ร.อ.ธรรมนัสเคยเปรียบเปรยตัวเองเป็น "คนเลี้ยงลิง เลยต้องเอากล้วยให้ลิงกินตลอดเวลา ซึ่งขณะนี้เชื่อว่ากินจนอิ่มแล้วน่าจะพอได้แล้ว" ในช่วงที่ "พรรคเสียงเดียว" ที่ถูกเรียกว่า "พรรคจิ๋ว" แสดงความไม่พอใจในการจัดสรรตำแหน่งทางการเมืองต่างๆ เมื่อเดือน ก.ย.

ประยุทธ์ปัดขู่ยุบสภา หากล่มซ้ำซาก

ส่วนที่สื่อบางสำนักรายงานข่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุในวงประชุม ครม. วงเล็กว่า "ถ้าผมอยู่ไม่ได้ พวกคุณก็อยู่ไม่ได้" พร้อมระบุว่าถ้าสภาล่มรอบ 3 "อย่างเบาก็ปรับ ครม. อย่างหนักคือยุบสภา" นั้น ปรากฏว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ออกมาปฏิเสธข่าวชิ้นนี้ โดยกล่าวว่า "ฉันไม่เคยพูดเลย พูดกันไปเอง"

เช่นเดียวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ออกมาระบุว่าไม่มีเรื่องนี้ เพราะทุกคนล้วนมีสปิริต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม