เลือกตั้งซ่อมขอนแก่น : วิเคราะห์ความพ่ายแพ้ของเพื่อไทย-ชัยชนะของพลังประชารัฐ

  • 23 ธันวาคม 2019
หาเสียงเลือกตั้ง Image copyright กองโฆษก พรรคเพื่อไทย

"ยอมรับความพ่ายแพ้" "ขอกราบคารวะพี่น้องเพื่อไทยเขต 7" และ "สู้ไปด้วยกันเด้อ" เป็นส่วนหนึ่งของข้อความที่แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) สื่อสารกับประชาชน โดยเฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต 7 จ.ขอนแก่น หลังรู้ผลการเลือกตั้งซ่อมเมื่อวานนี้ (22 ธ.ค. 2562)

แต่ในที่ประชุม พท. วันนี้ ซึ่งมีแกนนำมารวมตัวกันวิเคราะห์สาเหตุแห่งความพ่ายแพ้และชัยชนะของคู่ต่อสู้ย่อมมีอะไรที่มากกว่าคำพูดสวย ๆ เหล่านี้

การเลือกตั้ง ส.ส. ขอนแก่น เขต 7 แทนตำแหน่งที่ว่างครั้งนี้มีขึ้นหลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อวันที่ 13 พ.ย. ว่าสมาชิกภาพของนายนวัธ เตาะเจริญสุข ส.ส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย สิ้นสุดลงเนื่องจากนายนวัธถูกศาลจังหวัดขอนแก่นพิพากษาประหารชีวิตในคดีจ้างวานฆ่าปลัด อบจ.ขอนแก่น

เขต 7 ครอบคลุมพื้นที่ 2 อำเภอใน จ.ขอนแก่น คือ อ.หนองเรือ และ อ.มัญจาคีรี ผู้สมัครที่ขับเคี่ยวกันในการเลือกตั้งสนามนี้ คือ นายสมศักดิ์ คุณเงิน จากพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายธนิก มาสีพิทักษ์ จาก พท.

ทั้งคู่เป็นคนในพื้นที่ นายสมศักดิ์เป็นชาว อ.หนองเรือ และเป็นอดีต ส.ส.หลายสมัย ส่วนนายธนิกเป็นชาว อ.มัญจาคีรี

ผลการเลือกตั้งปรากฏว่านายสมศักดิ์เอาชนะนายธนิกไป 2,242 คะแนน ทำให้ พท. เสียที่นั่งให้ พปชร. ไป

Image copyright กองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ
คำบรรยายภาพ นายสมศักดิ์ คุณเงิน ผู้สมัคร พปชร. เป็นชาว อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น มีความกว้างขวางในพื้นที่

คะแนนที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศเป็นดังนี้

  • ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 132,063 คน
  • ผู้มาใช้สิทธิ 81,063 คน คิดเป็นร้อยละ 61.38
  • นายสมศักดิ์ คุณเงินพรรคพลังประชารัฐ 40,252 คะแนน
  • นายธนิก มาสีพิทักษ์พรรคเพื่อไทย 38,010 คะแนน
  • นายสุทัศน์ ผลบุญ พรรคพัฒนาชาติ 306 คะแนน

แต่หากมองย้อนไปถึงการเลือกตั้งซ่อมที่เขต 5 จ.นครปฐม เมื่อ 23 ต.ค. เพื่อแทนนางจุมพิตา จันทรขจร ส.ส. อนาคตใหม่ (อนค.) ที่ลาออกจากตำแหน่งเนื่องจากปัญหาสุขภาพ ซึ่งผลออกมาว่านายไพรัฐโชติก์ จันทรขจร ผู้สมัครจาก อนค.เสียที่นั่งให้นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ จากพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) การเลือกตั้งซ่อมที่ จ.ขอนแก่นก็นับเป็นความพ่ายแพ้ของพรรคฝ่ายค้าน คือ อนค.และ พท. ต่อพรรคร่วมรัฐบาลเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน

ผลการเลือกตั้งซ่อมที่ขอนแก่น รวมทั้งความพ่ายแพ้ 2 ครั้งซ้อนของพรรคฝ่ายค้านบ่งบอกอะไรหรือไม่ อย่างไร บีบีซีไทยชวน น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการ พท. นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้า พปชร. สด ๆ ร้อน ๆ และ ดร.สติธร ธนานิธิโชติ นักวิชาการจากสถาบันพระปกเกล้ามาวิเคราะห์

Image copyright คณะกรรมการการเลือกตั้ง

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ : "เราคิดว่าจะชนะเยอะกว่านี้ที่ อ.มัญจาคีรี"

เช่นเดียวกับแกนนำ พท. คนอื่น ๆ น.อ.อนุดิษฐ์บอกกับบีบีซีไทยว่าพรรค "ยอมรับความพ่ายแพ้" แต่เป็นความพ่ายแพ้แบบ "สูสี" และโดยส่วนตัวเขาเห็นว่า ความพ่ายแพ้นี้มาจาก 2 ปัจจัยหลักที่เป็นผลมาจากความได้เปรียบของ พปชร. ที่เป็นรัฐบาล

"ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ เมื่อเทียบกับจำนวนของผู้มาใช้สิทธิกับจำนวนของผลคะแนนถือว่าไม่ได้ทิ้งกันขาด คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ 49 ต่อ 51 ซึ่งถือว่าสูสี" น.อ.อนุดิษฐ์ให้สัมภาษณ์หลังจากลงเครื่องกลับมาจาก จ.ขอนแก่น

เลขาธิการ พท. วิเคราะห์ว่าปัจจัยที่ส่งผลให้ พท.แพ้มาจาก

1.จำนวนผู้มาใช้สิทธิ : น.อ.อนุดิษฐ์กล่าวว่า เนื่องจากนายสมศักดิ์เป็นชาว อ.หนองเรือ ส่วนนายธนิกของ พท. เป็นชาว อ.มัญจาคีรี ผลการเลือกตั้งจึงออกมาตามคาด คือ นายสมศักดิ์ชนะที่ อ.หนองเรือ ส่วนนายธนิกชนะที่ อ.มัญจาคีรี "แต่เราชนะในอำเภอมัญจาคีรีไม่มากพอเท่ากับที่เขาชนะที่หนองเรือ"

"เราก็คิดว่าจะชนะเยอะกว่านี้ที่ อ.มัญจาคีรี แต่จำนวนของผู้มาใช้สิทธิน้อยกว่าที่หนองเรือมากพอสมควร คำถามคือทำไมจำนวนผู้ใช้สิทธิถึงน้อย ก็มี 2 สาเหตุ คือ หนึ่ง-การเลือกตั้งซ่อมไม่มีการเลือกตั้งนอกเขตหรือเลือกตั้งล่วงหน้า ทำให้ผู้ใช้สิทธิที่ไปทำงานหรือเรียนนอกพื้นที่ไม่ได้ลงคะแนน และสอง-ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนหนึ่งก็ติดภารกิจในการทำมาหากิน"

เลขาธิการ พท.ยังตั้งข้อสงสัยถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างที่ทำให้คนใน อ.มัญจาคีรี ซึ่งเป็นฐานเสียงของ พท.ออกมาใช้สิทธิน้อยผิดปกติ ซึ่งเขาบอกว่า พท.จะตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป

Image copyright คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan
คำบรรยายภาพ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ช่วยผู้สมัคร พท.หาเสียง

2.กระบวนการใช้อำนาจรัฐ: เลขาธิการ พท.บอกว่าทางพรรคร้องเรียนกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตลอดทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจและฝ่ายความมั่นคงว่าการใช้บุคคลากรที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาทำหน้าที่ในหน่วยเลือกตั้งอาจมีผลกระทบต่อการตัดสินใจของประชาชนได้ เพราะบุคคลเหล่านี้อาจใช้ความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐชี้นำการเลือกตั้ง แต่ข้อเรียกร้องของ พท. ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง

เขายังมีข้อมูลด้วยว่า รัฐบาลอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนการเลือกตั้งพอดี

"ถามว่าผิดมั้ย มันก็พูดยากเพราะมันเป็นงบประมาณที่ต้องจัดสรรให้พี่น้องประชาชนอยู่แล้ว เพียงแต่มันมาออกช่วงนี้พอดี ซึ่งก็มองได้ว่าเป็นการจูงใจทางอ้อมเพราะห้วงเวลาสอดคล้องกับช่วงก่อนหย่อนบัตร"

ส่วนประเด็นความเชื่อมโยงระหว่างผลเลือกตั้งซ่อมที่ จ.นครปฐม กับที่ขอนแก่นนั้น น.อ.อนุดิษฐ์มองว่า ไม่ได้บอกอะไรมากถึงคะแนนนิยมของฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เพราะการเลือกตั้งซ่อมต่างจากการเลือกตั้งทั่วไป ทั้งเรื่องข้อมูลและเหตุผลที่ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจ อีกทั้งผลของการเลือกตั้งซ่อมก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสถานะของการเป็นพรรครัฐบาลหรือฝ่ายค้านอยู่แล้ว

ไพบูลย์ นิติตะวัน : "ชัยชนะครั้งนี้เป็นผลจากผลงานของรัฐบาล"

นายไพบูลย์ ซึ่งเพิ่งรับตำแหน่งรองหัวหน้า พปชร. สด ๆ ร้อน ๆ หลังจากการประชุม พปชร. เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. วิเคราะห์สั้น ๆ ว่า ชัยชนะของ พปชร.ในการเลือกตั้งซ่อมที่ขอนแก่นครั้งนี้ "เป็นผลจากผลงานของรัฐบาลโดยตรง ผสมกับความสำเร็จของทีมงาน พปชร.ที่สามารถนำนโยบายไปนำเสนอต่อประชาชนในเขต 7 ได้"

Image copyright STR/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้า พปชร. วิเคราะห์ว่าชัยชนะการเลือกตั้งซ่อมที่ขอนแก่นเป็นเพราะประชาชนพอใจผลงานของรัฐบาล

เขาบอกว่า แม้ พท.จะได้ประโยชน์จากคะแนนเสียงของพรรคฝ่ายค้านอย่างเสรีรวมไทยที่ถอนตัวผู้สมัครออกไป ก็ยังไม่สามารถเอาชนะ พปชร. ได้จึงเท่ากับว่า พปชร. ชนะโดยสมบูรณ์

"ผลการเลือกตั้งซ่อมก็เป็นไปตามสถานการณ์ที่มันเป็นอยู่ คือ รัฐบาลมีโครงการต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรมลงไปถึงมือประชาชนแล้ว และเมื่อพิจารณาจากผลการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.นครปฐม ก็ชี้ให้เห็นว่าประชาชนอยากได้ ส.ส. ที่สามารถทำงานเพื่อปากท้อง เพื่อประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง มากกว่าการทำงานของฝ่ายค้านที่มุ่งแต่การอภิปรายโจมตีรัฐบาลในเรื่องที่มันไม่ได้เกี่ยวกับเศรษฐกิจปากท้องเลย ไม่ได้นำเสนอนโยบายเศรษฐกิจอะไรที่ดี ๆ ที่จะมาแข่งขันกับทางภาครัฐ มีแต่เอาประเด็นที่เป็นความขัดแย้งตั้งแต่ในอดีตมาพูดกัน" รองหัวหน้า พปชร. ให้ความเห็น

เขาเชื่อว่า หากมีการเลือกตั้งซ่อมครั้งต่อ ๆ ไป ประชาชนก็จะไม่นิยมชมชอบในแนวทางของฝ่ายค้านที่ใช้ความขัดแย้งมาเป็นประเด็นหาเสียง ซึ่งต่างจากฝ่ายรัฐบาลที่ใช้นโยบายที่เป็นรูปธรรมเป็นจุดหาเสียง ซึ่งน่าจะโดนใจประชาชนมากกว่า

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า อนค. เกาะติดผลการเลือกตั้งซ่อมที่ จ.นครปฐม เมื่อ 23 ต.ค.

สติธร ธนานิธิโชติ : พท.กับ อนค. ทำงานไม่สอดประสานกันเท่าไหร่

ดร.สติธร รักษาการ ผอ. สำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า สรุปสิ่งที่เขาเห็นจากการลงพื้นที่สังเกตการณ์การเลือกตั้งซ่อมที่ขอนแก่นได้ 6 ประเด็น คือ

-ผู้สมัครของ พท. และ พปชร. ต่างก็มีความแข็งแกร่งเพราะเป็นคนในพื้นที่ มีฐานเสียงแน่นและเป็นที่ยอมรับของประชาชนอยู่แล้ว แต่นายสมศักดิ์ จาก พปชร. ทำงานการเมืองในพื้นที่มานานกว่า กว้างขวางกว่าและได้รับการยอมรับมากกว่า ขณะที่ผู้สมัครจาก พท.มีฐานเสียงแน่นเฉพาะที่ อ.มัญจาคีรี เพียงอำเภอเดียว

-จังหวะเวลาการเลือกตั้ง ซึ่งจัดขึ้นก่อนหยุดปีใหม่ 1 สัปดาห์ทำให้ฐานเสียงของ พท.ไม่มาลงคะแนน

"ถ้าดูข้อมูลการเลือกตั้งในเขตนี้เมื่อ 24 มี.ค. พท.ชนะคู่แข่ง 3,000 คะแนน ในจำนวนนี้ราว 2,000 คะแนนมาจากการลงคะแนนนอกเขต แต่คราวนี้ไม่มีการเลือกตั้งนอกเขตคนจึงไม่ค่อยได้กลับมาเลือกเพราะช่วงหยุดปีใหม่อาทิตย์หน้าก็ต้องกลับบ้านอยู่แล้ว" ดร.สติธรตั้งข้อสังเกต

-บทบาทของอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) : จากการสังเกตการณ์ ดร.สติธร พบว่า พปชร. มีกลุ่ม อสม. เป็นผู้สนับสนุนที่เข้มแข็งมาก ส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่ทำงานอย่างแข็งขันในการชวนผู้คนให้ไปลงคะแนนและคอยติดตามตรวจสอบคะแนน

"ช่วงที่ผ่านมา อสม.ได้รับการดูแลค่อนข้างดีจากรัฐบาล ทั้งเรื่องการเพิ่มจำนวน อสม.และการเพิ่มค่าตอบแทน กลุ่มนี้เฝ้าติดหน่วยเลือกตั้งทั้งวัน มีการจดบันทึกคะแนนและรายงานให้พรรค ทำให้รู้ผลเลือกตั้งเร็ว เพราะมีแขนขาอยู่ทุกหน่วย"

Image copyright คณะกรรมการการเลือกตั้ง

-ตอกย้ำนโยบายรัฐบาล : ดร.สติธรกล่าวว่า พปชร. หาเสียงด้วยการตอกย้ำนโยบายที่รัฐบาลทำอยู่แล้ว เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และนโยบายด้านการเกษตร ถึงขนาดที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ไปให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยเกษตรกร ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าน่าจะเกิดขึ้นได้จริงมากกว่าเลือกพรรคฝ่ายค้านที่ไม่รู้ว่าจะได้มาบริหารประเทศเมื่อไหร่

-กำจัดจุดอ่อนเรื่องบัตรเสีย : อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นชัดในการหาเสียงของ พปชร. คือเน้น "สอนกาบัตร" ซึ่ง ดร.สติธรมองว่าเป็นเพราะทีมผู้สมัคร พปชร. วิเคราะห์มาแล้วว่า เหตุที่เขาแพ้เลือกตั้งคราวที่แล้วเป็นเพราะมีบัตรเสียเยอะ เพราะผู้มีสิทธิกาไม่ถูก เพราะฉะนั้นในการหาเสียงครั้งนี้ก็เลยให้ความสำคัญกับการสอนกาบัตร ทำให้การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้บัตรเสียลดลง

-ขาดแรงหนุนจาก อนค. : ดร.สติธรมองว่า แม้ อนค.และ พท.จะมีเป้าหมายเดียวกัน คือไม่เอารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่ 2 พรรคนี้กลับไม่ค่อยทำงานสอดประสานกันนัก

"เห็นได้จากการเลือกตั้งซ่อมใน 2 สนามที่ผ่านมา คือ ที่ จ.นครปฐม พท.ถอยให้ผู้สมัครจาก อนค. แต่ก็ไม่ได้ลงไปช่วยในพื้นที่ ทำให้ อนค. ต้องใช้กระแสอย่างเดียวซึ่งก็ไม่เพียงพอที่จะชนะ เลือกตั้งซ่อมที่ขอนแก่นก็เหมือนกัน เพื่อไทยมีกลไกในพื้นที่ก็จริง แต่ อนค.ไม่ได้ช่วยปลุกกระแสคนรุ่นใหม่ให้มีการเทคะแนนจากพรรคหนึ่งไปสู่อีกพรรคหนึ่งทำให้คะแนนสูสีและ พท.แพ้ไปในที่สุด"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม