รีวิวนายกฯ 1 ปี กับ 12 วาทะเด่น "ประยุทธ์ จันทร์โอชา"

  • 25 ธันวาคม 2019

ผู้ใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ไทยต้อนรับเทศกาลคริสต์มาส และช่วงนับถอยหลังสู่เทศกาลปีใหม่ ด้วยการทบทวนผลงานของรัฐบาล ภาพลักษณ์ และคำพูด ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในรอบปีที่ผ่านมา โดยพร้อมใจกันวิพากษ์วิจารณ์และติดแฮชแท็ก #รีวิวนายก จนกลายเป็นเทรนด์ทวิตเตอร์อันดับ 1 เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยผู้ใช้งานทวิตเตอร์แสดงความเห็นอย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นในด้านบวกและลบ

บีบีซีไทยประมวล 12 วาทะเด็ดในแต่ละเดือนของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เคยเผยแพร่ผ่านทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ของบีบีซีไทย ตลอดปี 2562 เขาแสดงทัศนะไว้อย่างไรในช่วงเกิดความเคลื่อนไหวสำคัญทางการเมือง

เริ่มต้นด้วย...

วาทะเด่นประจำเดือน มกราคม 2562

หลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) "ปลดล็อก" การเมือง และเปิดปฏิทินเลือกตั้ง 2562 โดยที่พรรคการเมืองต่าง ๆ ได้เตรียมเฟ้นบุคคลมาชูเป็นจุดขายของพรรค-มาบรรจุลงบัญชีผู้เสนอตัวเป็นนายกฯ คนใหม่

เวลานั้น สื่อมวลชนทุกแขนงต่างรอดู-รอฟังการตัดสินใจอนาคตทางการเมืองของ พล.อ.ประยุทธ์ ผู้เป็นนายกฯ ควบหัวหน้า คสช. ว่าจะ "ขยายอำนาจ" ตัวเองออกไปอีกหรือไม่ หลังครองอำนาจมา 5 ปีเต็มนับจากรัฐประหาร 2557

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 29 ม.ค. ว่า จะรอพรรคการเมืองเชิญก่อน และขอเวลาศึกษานโยบายของเขาว่ายอมรับได้เพียงใด

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากตัดสินใจจะเลือกอยู่ในบัญชีรายชื่อพรรคการเมืองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า "มันต้องอยู่มั้ง ไม่มีอย่างอื่น ถ้าอยู่คือต้องอยู่ในบัญชีนายก ฯ เอาอย่างนี้แล้วกัน เดี๋ยวจะไปบอกว่าจะเป็นนายก ฯ คนใน คนนอก วุ่นวายไปหมด ถ้าอยู่ก็อยู่ในบัญชีรายชื่อ นายกฯ"

เมื่อถามย้ำว่า จะลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ นายกรัฐมนตรีตอบว่า"ถ้าลาออกแล้วใครจะทำ ไม่ออก เป็นนายกฯอยู่อย่างนี้แหละ กฎหมายไม่ได้ให้ออก"

วาทะเด่นประจำเดือน กุมภาพันธ์ 2562

หนึ่งใน "ตัวช่วย" ที่มีบทบาทสำคัญในการกำหนดตัวนายกฯ หนีไม่พ้น "ส.ว. เฉพาะกาล" ซึ่งมาจากการสรรหาและแต่งตั้งโดย คสช. และบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญกำหนดให้ร่วมลงมติกับ ส.ส. เพื่อเลือกนายกฯ ได้ถึง 5 ปี หรือเลือกนายกฯ ได้อย่างน้อย 2 คน

ในวันที่ 22 ก.พ. พล.อ.ประยุทธ์ถูกถามว่าคิดอย่างไรที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า 250 ส.ว. เข้ามาเพื่อเป็นต้นทุนสนับสนุนตัวเอง หัวหน้า คสช. ย้อนถามสื่อทันควันว่าจะมาเป็นต้นทุนอย่างไร วันนี้เขาเตรียมเผื่อไว้ เพราะ ส.ว. ที่ผ่านมาทุกคนก็รู้ว่าเป็นอย่างไร การเลือกตั้งเข้ามาเป็นอย่างไร เป็นเครือข่ายกันแบบไหน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ส.ว. ชุดนี้ไม่ใช่มาเพื่อโหวตเลือกนายกฯ แต่เป็นกรณีที่แต่ละพรรคเสนอชื่อนายกฯ ขึ้นมา ก็เป็นเรื่องที่ต้องเสนอร่วมกันทั้ง 2 สภา ซึ่ง ส.ว. มีอำนาจแค่ตรงนี้ เป็นการแก้ปัญหากรณีที่พรรคนี้ได้ แต่พอเสนอชื่อขึ้นมาแล้ว พรรคอื่นไม่ยอมรับ ก็จะมีความขัดแย้งกันต่อไป จึงต้องหาวิธีการปลดล็อคเพื่อให้ ส.ว. เข้ามาร่วมพิจารณาด้วยได้

"เป็นเรื่องของการมีสองสภา แม้ ส.ว.จะตั้งมาจากผม แต่ถามว่าพวกคุณจะดูถูกทั้ง 250 คนนี้หรือ เขาไม่มีสมองหรือ เขาไม่รักประเทศหรือ ทุกคนต่างก็รักประเทศ อย่าหวงความรักประเทศชาติ รักประชาธิปไตยอยู่แต่เพียงพรรคการเมือง นักการเมือง ผมขอแค่นี้" นายกฯ กล่าว

คำให้สัมภาษณ์ของนายกฯ มีขึ้นภายหลังจากการเป็นประธานพิธีมอบโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ เพื่อเป็นสมบัติของชาติ ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

วาทะเด่นประจำเดือน มีนาคม 2562

10 วันก่อนการเลือกตั้ง (14 มี.ค.) ครั้งแรกในรอบ 8 ปีของไทย และมีภารกิจด้านการต่างประเทศที่สำคัญรออยู่ นั่นคือ บทบาทการเป็นประธานอาเซียน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวปาฐกถาพิเศษในการประชุม CLSA อาเซียน ปี 2562 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในฐานะประธานอาเซียน ว่า

"ประเทศไทยถือเป็นตัวเลือกที่ดีอีกประเทศหนึ่ง ขอบคุณทุกคนที่มาลงทุนในประเทศไทย หากใครที่ยังไม่ได้ตัดสินใจขอให้ตัดสินใจเลย เพราะผมจะได้นอนหลับฝันดี จึงขอให้เชื่อมั่น ผมจะทำให้ดีที่สุด อย่างที่เคยได้ทำมาตลอด 5 ปี"

วาทะเด่นประจำเดือน เมษายน 2562

จากนั้น 1 เดือนหลังการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคเพื่อไทย (พท.) กำชัยชนะด้วยยอด ส.ส. 137 คน ตามด้วยพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่หิ้ว ส.ส. เข้าสภาได้ 116 คน โดยที่ทั้ง 2 พรรคกำลังกวาดแข่งขันกันต้อนคะแนนเสียงของพรรคการเมืองต่าง ๆ ไปร่วมตั้งรัฐบาล

ทว่า พล.อ.ประยุทธ์ ผู้เป็น "นายกฯ ในบัญชีของ พปชร." ยังเป็น "นายกฯ ที่มีอำนาจเต็ม" ตามรัฐธรรมนูญ 2560 กำหนดไว้ และออกปฏิบัติภารกิจต่าง ๆ ตามปกติ

วันที่ 22 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว เพื่อฉลองความสำเร็จในการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา และเป็นประธานในพิธีเปิดสถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้านคลองลึก โดยมีชาวสระแก้วมาตะโกนให้กำลังใจ "สู้ ๆ " ทำให้นายกฯ กล่าวขอบคุณ ก่อนระบุว่า ที่ให้นายกฯ สู้ ๆ นั้นต้องสู้กับความเดือดร้อนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ความรักความสามัคคีจะต้องเป็นอย่าง 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อให้บ้านเมืองสงบแบบนี้ แต่จะสงบหรือไม่ก็อยู่ที่พวกเรา อย่าให้คนไม่ดีมาเคลื่อนไหว ทำให้ความสงบในวันนี้หายไป

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยว่า ประชาธิปไตยคือการเลือกตั้งไปแล้ว ก็ต้องเกิดความสงบ ให้เลือกตั้งแล้วยังไม่สงบก็ไม่ได้ ปีนี้เป็นปีมหามงคล พระราชพิธีบรมราชาภิเษกกำลังใกล้เข้ามา ขอให้ช่วยกันทำบ้านเมืองให้สุขสงบ ข้อสำคัญคือคนไทยต้องรักกัน จะรักใครชอบใครเป็นเรื่องส่วนตัว อย่าเอาเรื่องของคนอื่นมาทะเลาะกัน เพราะจะกลายเป็นเครื่องมือ

"ขอความรักความสามัคคีคืนมาให้กับประเทศไทย สร้างความสุขหลังเลือกตั้ง พระราชพิธีบรมราชาภิเษกกำลังจะเกิดขึ้นต้นเดือนหน้า ทำให้สงบ รัชกาลนี้จะต้องเกิดความสงบสุข ใครทำผิดจะต้องถูกลงโทษ ซึ่งผมไม่อยากให้ใครถูกลงโทษ ถ้าทำความดีไม่มีถูกลงโทษ สังคมประเทศไทยต้องอยู่ด้วยคนทุกช่วงวัย เราต้องเลิกในสิ่งที่ไม่ดี สังคมเรามีปัญหาพอสมควรแล้ว" เขากล่าว

วาทะเด่นประจำเดือน พฤษภาคม 2562

แม้ผ่านการเลือกตั้งมาเกือบ 2 เดือน แต่ยังไม่ได้รัฐบาลใหม่ และเปิดประชุมสภาชุดใหม่

เมื่อถึงวันที่ 22 พ.ค. ทุกสายตาก็ยังจับจ้อง-วิจารณ์การยึดอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์กับพวก

ในวาระครบรอบ 5 ปีรัฐประหาร พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามผู้สื่อข่าววันนั้นว่า

"อย่าให้ความสำคัญกับวันไหนทั้งสิ้น"

วาทะเด่นประจำเดือน มิถุนายน 2562

แล้ววันกำหนดอนาคตของ พล.อ.ประยุทธ์ก็มาถึงอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 มิ.ย. เมื่อสมาชิกรัฐสภานัดประชุมร่วมกันเพื่อลงมติเลือกนายกฯ แต่กว่าจะได้มติจากการขานชื่อเป็นรายบุคคลก็เฉียดเที่ยงคืน

ตลอดช่วงเช้าวันแรกหลังได้รับเสียงโหวตจากสมาชิก 2 สภา เป็น "นายกฯ ห้าร้อย" พล.อ. ประยุทธ์หลีกเลี่ยงที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนวันที่ 6 มิ.ย.

แต่ในระหว่างเดินลงจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดการประชุมสุดยอดอาเซียน พล.อ.ประยุทธ์ หยุดทักทายสื่อมวลชนและช่างภาพอย่างอารมณ์ดี มีสีหน้าแจ่มใส ยกมือไหว้และกล่าวว่า "ขอบคุณทุกคนนะครับ" ก่อนจะขอตัวไปประชุม แต่มิวายหันมายิ้มพร้อมกับพูดว่า"ทุกอย่างก็เหมือนเดิมนั่นแหละ"

วาทะเด่นประจำเดือน กรกฎาคม 2562

ในวันที่สองของการอภิปรายนโยบายรัฐบาล (26 ก.ค.) ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ พยายามสะกดอารมณ์ตัวเอง และเรียนรู้คำชี้แนะ "วิธีเป็นนักการเมืองในสภา" จาก ส.ส. หลายคนในวันแรก

นายกฯ ทักทายสมาชิกรัฐสภาอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับบอกว่า "สบายดี อารมณ์ดี สนุกดี" และ "ผมเองกำลังปรับตัว ไม่ได้ติดใจ" ซึ่งน่าจะหมายถึงการปะทะคารมกับ พล.ต.อ. เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ที่โต้เถียงกันไปมา จน พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับประกาศ #ตัดพี่ตัดน้อง ที่เคยร่วมเรียนโรงเรียนเตรียมทหารกันมาก่อน

วาทะเด่นประจำเดือน สิงหาคม 2562

แม้เป็น "รัฐบาลเต็มขั้น" และไปพูดกับใครต่อใครว่าเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างภาคภูมิใจ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ต้องเผชิญกับเสียงวิจารณ์-ข้อสงสัยเรื่องการนำคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณด้วยข้อความไม่ครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญ

ต่อมา มีผู้ไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้พิจารณาเรื่องนี้ ก่อนที่ผู้ตรวจฯ จะมีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีนายกฯ นำกล่าวคำถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน

พล.อ.ประยุทธ์จึงจงใจจัดให้มี "ฉากสำคัญ" กลางทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 27 ส.ค. เขานำ ครม. เข้ารับกระแสพระราชดำรัส พร้อมลายพระราชหัตถ์ หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ก่อนแถลงต่อสื่อมวลชนว่า

"ปลาบปลื้มในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงพระราชทานมาให้ตามที่รัฐบาลที่ผมขอพระราชทานไป ท่านก็พระราชทานกลับมา ก็เท่านั้นเอง"

วาทะเด่นประจำเดือน กันยายน 2562

ในวันที่ 13 ก. ย. ระหว่างการเยี่ยมชม วิทยาลัยอาชีวศึกษาภาวนาโพธิคุณ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นายกฯ ได้รับการต้อนรับอย่างชื่นมื่นจากนักศึกษา คณาจารย์ ผู้บริหารและประชาชนชาวสมุย นำทีมโดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส. ผู้ก่อตั้งวิทยาลัยดังกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับนักศึกษาตอนหนึ่งว่า "ขอให้รักลุงสุเทพให้มาก ๆ เพราะเขาดูแลเรา" พร้อมวอนประชาชน "ถ้ารักผมก็ขอให้รักรัฐมนตรีของผมทุกคน"

วาทะเด่นประจำเดือน ตุลาคม 2562

อีกวาระที่ถูกถล่มกลางสภาเวียนมาถึง ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 เมื่อ 19 ต.ค.

ที่ถูกจับตามองอย่างหนักหนีไม่พ้นการตั้งงบประมาณของกลาโหม ซึ่งพบว่ามีการกันไว้ 7-8 หมื่นล้านบาท ทั้งที่ประชาชนประสบปัญหาปากท้อง

พล.อ.ประยุทธ์แจกแจงสื่อมวลชนว่า เป็นการตั้งงบผูกพันและเป็นงบในส่วนของกลาโหมเอง ไม่ใช่งบกลาง เว้นในกรณีจำเป็นเร่งด่วนที่เป็นข้อตกลงกับต่างประเทศ นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งมีจำนวนน้อยมาก

อีกทั้งต้องมีการซื้อทดแทน นอกจากนี้ยังมีเรื่องทหารตามแนวชายแดนที่มีจำนวนหลายแสนนายในพื้นที่ 5,000 กว่ากิโลเมตรทั้งทางบกและทางน้ำ ซึ่งไม่มีเรือที่ทันสมัยจะทำได้หรือไม่ เพราะเรือที่มีอยู่ใช้มากว่า 50 ถึง 60 ปีแล้ว จึงมีการผุพังบ้าง

"…การรักษาความมั่นคงทางทะเลซึ่งสำคัญที่สุด ของพวกนี้มันแพงทั้งสิ้น เราก็พยายามหาเรือขนาดเล็กและพยายามต่อเรือเอง อย่างเรือที่มีการติดอาวุธก็มีราคาแพง หากต่อไปมีการกระทบกระทั่งทางทะเล อาจมีเรื่องของเรือประมงมีปัญหากันยิงกัน เพื่อเห็นว่าเราคุ้มครองจะบานปลายไม่ได้ ดังนั้น ยุทโธปกรณ์ของเราต้องทันสมัยพอสมควรให้ทันกับโลกวันนี้" นายกรัฐมนตรีกล่าว

วาทะเด่นประจำเดือน พฤศจิกายน 2562

เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ในระหว่างการเปิดทำเนียบรัฐบาลต้อนรับและให้โอวาทแก่คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เจ้าหน้าที่และนักกีฬาทีมชาติไทยที่จะเดินทางไปร่วมการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ประเทศฟิลิปปินส์

หนึ่งโอวาทนั้นได้กลายเป็น"วาทะแห่งปี" โดยการลงมติของบรรดาผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล และไม่เกี่ยวอะไรเลยกับการให้กำลังใจกองทัพนักกีฬาไทย แต่เป็นการรำพึงรำพันที่บอกใบ้ "วาระอำนาจ" ของชายชื่อประยุทธ์ โดยมีความว่า

"อย่าเพิ่งเบื่อผมก็แล้วกัน ยังไงผมก็อยู่อีกนานพอสมควร"

วาทะเด่นประจำเดือน ธันวาคม 2562

ปิดท้ายปีด้วยความเคลื่อนไหวของพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ซึ่งหัวหน้าพรรคต้องพ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส. เพราะถือหุ้นสื่อ และพรรคต้นสังกัดยังเผชิญคดียุบพรรคจากปมหัวหน้าพรรคปล่อยกู้ 191 ล้านบาทให้พรรคตัวเอง ทำให้สถานการณ์การเมืองร้อนแรงขึ้นมา

วันที่ 11 ธ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ตอบคำถามผู้สื่อข่าวที่ว่า หากอนาคตใหม่ถูกยุบพรรค กังวลว่าจะเกิดความวุ่นวายหรือไม่ โดยบอกเพียงว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายความมั่นคงจะดูแล อีกทั้งเป็นเรื่องของศาลและกระบวนการยุติธรรมที่ต้องว่าตามหลักฐาน รัฐบาลไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ ดังนั้นขออย่าทำให้วุ่นวาย

เมื่อถามถึงกรณีที่โฆษกพรรคอนาคตใหม่ออกมาระบุว่ามี "ใบสั่ง" ถึงขั้นให้ยุบพรรคหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ใครสั่ง ไปหามาสิเขาระบุว่าใคร ผมหรือไง ที่พูดมาหมายความว่าผมใช่ไหม ผมไม่ได้ไปก้าวล่วงใครอยู่แล้ว ผมรู้ว่าต้องทำตัวอย่างไรไว้ใจผมสิ"

นี่คือการทบทวนวาทะเด่นของนายทหารผู้ผันตัวมาเป็นนักการเมือง จากนายกรัฐมนตรีที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะรัฐประหารสู่นายกรัฐมนตรีจากการเลือกตั้ง 12 เดือนที่ผ่านมา คุณคิดเห็นอย่างไรกับวาทะเด่นเหล่านี้