ข่าวเด่น 2562 : รวม 4 เรื่องเอ็กซ์คลูซีฟบีบีซีไทย

  • 28 ธันวาคม 2019
ภาพรวมปลายปี

บีบีซีไทยนำเสนอเรื่องราวที่เจาะลึกและเอ็กซ์คลูซีฟตลอดช่วงปี 2562 ที่ผ่านมา ทั้งการสัมภาษณ์พิเศษบุคคลสำคัญในแวดวงการเมืองภายหลังประเทศไทยมีการเลือกตั้ง ย้อนรอยคดีโจรกรรมข้ามชาติอันโด่งดัง ประวัติศาสตร์เหตุการณ์ล้อมปราบ 6 ตุลา 2519 และชีวิตของผู้ลี้ภัยการเมืองของไทยในต่างประเทศ

มาย้อนดูกันว่าข่าวสำคัญของบีบีซีไทยในปีนี้มีเรื่องอะไรบ้าง

ทักษิณ ชินวัตร กับ "ปรากฏการณ์ 8 กุมภาฯ" และ วาทะ "เราไม่เคยคิดดึงฟ้าต่ำ"

หลังการเลือกตั้ง 24 มี.ค. และงานแต่งงานของลูกสาวคนเล็ก น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ที่ฮ่องกง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศหลายสำนัก รวมทั้งบีบีซีไทย

นอกจากเรื่องผลการเลือกตั้งแล้ว หนึ่งในเรื่องสำคัญที่บีบีซีไทยถามอดีตนายกฯ ผู้นี้ คือ การเสนอพระนามทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) หรือ "ปรากฏการณ์ 8 กุมภาฯ"

Image copyright AFP

หลายฝ่ายเชื่อว่า เขาคือผู้อยู่เบื้องหลังการเสนอพระนามเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของ ทษช. แต่ทักษิณปฏิเสธเรื่องนี้โดยระบุว่า "ไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง"

หลังพระราชโองการของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ที่เป็นประหนึ่ง "โองการ" ยุติการเสนอชื่อบุคคลในราชวงศ์เข้าสู่การเมืองในอีก 13 ชั่วโมงต่อมา ข้อกล่าวหา "ดึงฟ้าต่ำ" ถาโถมไปยังนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ผู้พลัดถิ่น นายทักษิณปฏิเสธเรื่องนี้ในการให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทย

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ ร.ท. ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ แสดงเอกสารของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ มหิดล ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีของพรรค ทษช. เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2562

"เราไม่เคยคิดดึงฟ้าต่ำ เรามีแต่ยกฟ้าสูง แต่บังเอิญว่ามันเป็นเรื่องที่ท่านทรงสละ ต้องมองให้ดีว่าท่านรักบ้านเมือง รักประชาชน ท่านอยากทรงเสียสละที่จะมาทำงานให้บ้านเมือง ในเมื่อว่าพระเจ้าอยู่หัวท่านบอกว่าไม่ได้ ไม่ได้ก็ท่านก็จบ ไม่ได้ ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้น อย่าไปคิดว่าดึงฟ้าต่ำ คนที่ดึงฟ้าต่ำจริง ๆ ไม่ใช่ผมหรอก ผมมีแต่ยกย่องเทิดทูน แน่นอน"

30 ปี คดีเพชรซาอุฯ กับปากคำแรงงานไทยในวังซาอุฯ ผู้ก่อคดี

แม้จะผ่านมาสามทศวรรษ คดีเพชรซาอุฯ ก็ยังคงเป็นที่จดจำในสังคมไทย และทิ้งปริศนาสำคัญถึงการหายไปของ "บลูไดมอนด์" เพชรเก่าแก่หายากสีน้ำเงินขนาด 50 กะรัต ประจำราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย

บีบีซีไทยกลับไปย้อนเรื่องราวของคดีนี้ และคุยกับเกรียงไกร เตชะโม่ง ผู้เคยก่อคดีสะเทือนโลก ในวันที่เขากลับมาใช้ชีวิตเรียบง่ายตามปรารถนาในวัย 61 ปีที่ จ.ลำปาง บ้านเกิด

Image copyright PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI
คำบรรยายภาพ อดีตคนงานวังเจ้าชายซาอุฯ เปิดใจกับบีบีซีไทยถึงชีวิตของเขาหลังผ่านมรสุมชีวิตที่เป็น "ฝันร้าย" อันยากจะลืมเลือน

"ของกลางเราก็คืนไปหมดแล้ว แล้วเราก็อยู่ในเรือนจำชดใช้ความผิดที่เราได้ก่อไป จะให้เราไปขอโทษที่ซาอุฯ ก็คงไม่ได้ช่วยอะไร ถ้าไปก็เท่ากับเราไปตาย"

เดือน ส.ค. 2532 เกรียงไกร เตชะโม่ง แรงงานไทยชาวลำปาง คนงานในพระราชวังของเจ้าชายไฟซาล บิน ฟาฮัด โจรกรรมเพชร ทอง และอัญมณี ช่วงที่เจ้าชายไฟซาลเสด็จไปพักผ่อนที่ต่างประเทศ สื่อไทยรายงานว่าเขาขโมยเครื่องเพชรออกมาได้นับร้อยชิ้น น้ำหนักรวมกันกว่า 90 กก. รวมทั้ง "บลูไดมอนด์"

หลังเกิดเหตุ ซาอุฯ ติดต่อทางการไทยหาตัวผู้ก่อเหตุและส่งของมีค่าทั้งหมดคืน ในปี 2533 ตำรวจภายใต้การทำหน้าที่หัวหน้าชุดสืบสวนของ พล.ต.ท ชลอ เกิดเทศ สามารถจับกุมนายเกรียงไกรมาดำเนินคดีฐานลักทรัพย์ได้สำเร็จ เขาให้การรับสารภาพ และถูกศาลตัดสินจำคุกนาน 3 ปี

Image copyright KHAOSOD
คำบรรยายภาพ เกรียงไกรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยการสารภาพเกี่ยวกับคดี และทำการคืนของกลางที่เหลือทั้งหมด

แต่ทว่าคดียังไม่จบแค่นั้น เมื่อการตามหาเพชรของกลางที่หายไปกลับกลายเป็นมหากาพย์อันซับซ้อนและมีผู้คนล้มตายหลายชีวิต

เหตุการณ์ลอบสังหารนักการทูตซาอุฯ การฆาตกรรมสองแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ ครอบครัวพ่อค้าเพชร และเพชรปลอมที่ทางการไทยส่งคืน ทำให้เพชรซาอุฯ เป็นคดีในตำนานที่สั่นสะเทือนความสัมพันธ์ไทย-ซาอุฯ มาจนถึงทุกวันนี้

6 ตุลา : ภารกิจ "สืบต่อความทรงจำ" กับวาระ "รื้อคิดความเป็นไทย" ของ 2 ผู้รอดชีวิต

ผ่านมา 43 ปี สำหรับเหตุการณ์ล้อมปราบนักศึกษาและประชาชนภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อ 6 ตุลา 2519 ทว่าประวัติศาสตร์หน้านี้ยังมืดมิด ไม่ถูกชำระสะสางอย่างจริงจัง ปริศนาที่ว่าใครคือผู้บงการยังไม่คลี่คลาย ผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 ราย จาก 45 รายยังไม่อาจระบุตัวตนได้

บีบีซีไทยสนทนากับ 2 ผู้มีประสบการณ์ตรงใน 6 ตุลา 2519 และเหตุการณ์ต่อเนื่อง คนหนึ่งคือ ศ. กิตติคุณ ดร. ธงชัย วินิจจะกูล แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ ม. วิสคอนซิน-แมดิสัน อดีตผู้นำนักศึกษาและผู้ปราศรัยคนสุดท้ายบนเวทีชุมนุม

Image copyright ปฐมพร ศรีมันตะ/โครงการบันทึก 6 ตุลา
คำบรรยายภาพ บริเวณสนามฟุตบอล ม. ธรรมศาสตร์ ฉากของการสังหารหมู่ในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519

"หยุดยิงเถิดครับ เราไม่มีอาวุธ เราชุมนุมอย่างสันติ" ธงชัยอ้อนวอนผ่านไมโครโฟนซ้ำไปซ้ำมา ขณะกำบังตัวอยู่ข้างหลังถังเหล็กที่ถูกแปรสภาพให้เป็นฐานเวทีปราศรัย

ภารกิจ "สืบต่อความทรงจำ" ของธงชัยกำลังถูกบันทึกลงในหนังสือซึ่งเขาตั้งชื่อภาษาไทยว่า "ลืมไม่ได้ จำไม่ลง" เตรียมตีพิมพ์เผยแพร่ในปี 2563

"สังคมไทยไม่เปิดให้มีการพูดคุยสะสาง ถ้ามีการพูดคุยสะสางกันอย่างสุด ๆ เลย สอบสวน และเรียกหาความยุติธรรม มันก็อาจจะจบลงสักวันหนึ่ง แต่อาจจะอยู่นานขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ผมคิดมาตลอด ก็คิดง่าย ๆ แค่ว่าก็สืบต่อความทรงจำนี้ให้นานที่สุด" ธงชัยระบุ

อีกคนคือ ศ.ดร. เกษียร เตชะพีระ แห่งคณะรัฐศาสตร์ ม. ธรรมศาสตร์ อดีต "สหาย" ที่เข้าป่าจับอาวุธ เพื่อให้ "ความทรงจำ" ของพวกเขาได้ส่งเสียง และเป็นเครื่องเตือนใจไม่ให้เกิด "ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย"อีก

"ผมคิดว่าการฆ่าหมู่ การเกลียดชังกันขนาดนั้นที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในหมู่คนไทยด้วยกัน มันต้องมีโครงสร้างพื้นฐานทางการเมืองวัฒนธรรมจำนวนหนึ่งที่หล่อเลี้ยงพยุงมันไว้ผลักดันมันไปให้ถึงจุดนั้น หน้าที่ผมคือรื้อสิ่งเหล่านี้ รื้อด้วยการเมืองวัฒนธรรม ให้การฆ่ากันแบบนั้นเป็นไปได้ยากหรือเป็นไปไม่ได้อีก"

Image copyright PARIS JITPENTOM/BBC THAI
คำบรรยายภาพ ศ.ดร. เกษียร เตชะพีระ

ลี้ภัยการเมือง คนเห็นต่างหรือพวกหนักแผ่นดิน

ตั้งแต่รัฐประหารปี 2557 เป็นต้นมา มีคนไทยไปลี้ภัยในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 100 คน ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีนักเคลื่อนไหวอย่างน้อย 6 คนที่หายตัวปริศนา อีก 2 คนกลายเป็นศพ ถูกคว้านท้องและยัดด้วยเสาปูน

บีบีซีไทยได้สืบค้นเรื่องราวของผู้ลี้ภัยไทยในหลายประเทศทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นวงดนตรีที่หนีการขู่สังหารไปยุโรป, แม่ผู้เฝ้ารอวันที่ลูกชายที่หายตัวปริศนาจะกลับบ้าน, นักเคลื่อนไหววัย 20 กว่าปีในเกาหลีใต้ผู้ทิ้งบ้านเกิดเพื่อเสรีภาพในการแสดงออก และนักข่าวในสหรัฐฯ ที่ขับอูเบอร์ไปด้วยเพื่อหาเงินมาผลิตรายการ

Image copyright BBC THAI

"ไฟเย็น" วงดนตรีที่เคยลี้ภัยอยู่ในลาวกว่า 5 ปี เพิ่งได้สิทธิลี้ภัยในฝรั่งเศสเมื่อต้นเดือน ส.ค. สมาชิกทั้ง 4 คนไม่มีหนังสือเดินทางไทยติดตัว แต่มาด้วยเอกสารอนุญาตให้เดินทางเข้าประเทศเป็นกรณีพิเศษ (laissez-passer ในภาษาฝรั่งเศส) ซึ่งออกโดยสถานทูตฝรั่งเศสในประเทศต้นทาง ผ่านการประสานงานโดยโครงการช่วยเหลือผู้ลี้ภัยนานาชาติ

พวกเขาเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองด้วยเสียงเพลงหลังการสลายการชุมนุมปี 2553 แล้วลี้ภัยไปลาวหลังรัฐประหารปี 2557 โดยสมาชิกส่วนใหญ่มีหมายจับฐานขัดคำสั่งให้ไปรายงานตัวของคณะรัฐประหารในนาม คสช. และฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

หนึ่งในสมาชิกยังเปิดเผยช่วงชีวิตที่ลี้ภัยอยู่ในลาวว่า กระบวนการขอลี้ภัยล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แม้บอกว่าไม่กลัว แต่สมาชิกวงก็แทบไม่ออกจากบ้านหากไม่จำเป็นจริง ๆ และเขาเชื่ออย่างปักใจว่าทางการไทยอยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของนักเคลื่อนไหวทั้ง 8 คน ตั้งแต่เริ่มมีเพื่อนนักเคลื่อนไหวหายตัวช่วงกลางปี 2559 ไฟเย็นเริ่มผลัดเวรกันเข้านอนเพราะเชื่อว่าพวกเขาจะเป็นเป้าถูกอุ้มฆ่ารายต่อไป

วัฒน์ วรรลยางกูร นักเขียนศรีบูรพา เป็นอีกคนที่ลี้ภัยจากลาวไปยังฝรั่งเศส

หลัง "ภูชนะ" หรือ ชัชชาญ บุปผาวัลย์ เพื่อนร่วมบ้านในลาวกลายเป็นศพในแม่น้ำโขง และ สยาม ธีรวุฒิ คนที่เขาใกล้ชิด ผูกพันราวกับเป็นพ่อลูก หายตัวไปในเวียดนาม วัฒน์เป็นผู้ลี้ภัยไทยคนแรก ๆ จากกลุ่มผู้ลี้ภัยในลาวที่เดินทางหนีไปฝรั่งเศสได้สำเร็จก่อนที่ไฟเย็นจะตามมา ชีวิตระหกระเหินของวัฒน์เป็นภาพแทนอย่างดีของชะตากรรมนักเคลื่อนไหวในประวัติศาสตร์ที่ดูเหมือนจะเป็นวงจรซ้ำรอยอย่างไม่จบไม่สิ้น

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม