ธนาธร และพวก โดนอีกข้อหา “จัดม็อบใกล้วัง” หลังรับทราบข้อกล่าวหาคดี “แฟลชม็อบ”

  • 10 มกราคม 2020
ธนาธร Image copyright Thai News Pix

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) และพวกเดินทางมายังสถานีตำรวจปทุมวันตามหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อหาคดี "แฟลชม็อบ" แต่ตำรวจกลับแจ้งข้อหาเพิ่มอีก 1 ข้อหา คือชุมนุมในระยะไม่เกิน 150 เมตร จากเขตพระราชวัง

วันนี้ (10 ม.ค.) นายธนาธรเดินทางมาถึงบริเวณ สน. ปทุมวัน เวลาประมาณ 15.30 น. ท่ามกลางเสียงโห่ร้องให้กำลังใจ เสียงเรียกชื่อธนาธร และดอกกุหลาบสีแดงให้เป็นกำลังใจ โดยเขากล่าวกับผู้มาร่วมต้อนรับว่า

"พวกเรายังเชื่อและเรายังยืนยันอย่างหนักแน่นว่าสิทธิในการชุมนุมเป็นสิทธิพื้นฐานของสังคมประชาธิปไตย สิทธิในการแสดงออก สิทธิในการคิด สิทธิในการพูดเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน เผด็จการใช้วิธีนี้ข่มขู่ให้พวกเรากลัว ให้พี่น้องประชาชนไม่กล้าลุกขึ้นยืนทวงสิทธิอันชอบธรรมของพวกเราคืนมา" และหวังว่า "กระบวนการยุติธรรมในประเทศนี้จะเป็นที่พึ่งของพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้"

ผู้ถูกกล่าวหาในคดีทั้งหมด ได้แก่ นายธนาธร, นายปิยบุตร แสงกนกกุล, น.ส. พรรณิการ์ วานิช, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์, นายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร, นายพริษฐ์ ชิวารักษ์, น.ส. ณัฏฐา มหัทธนา, และ นายธนวัฒน์ วงค์ไชย

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ สื่อมวลชนทั้งไทยและต่างชาติร่วมทำข่าว

แต่นายปิยบุตร, น.ส. พรรณิการ์, และ นายพิธา ไม่ได้มาร่วมรับฟังข้อกล่าวหาเพราะ "ติดประชุมสภาผู้แทนราษฎร" จึงทำให้มีผู้ต้องหามารับฟังข้อกล่าวหาด้วยกันทั้งสิ้น 5 คน

โดข้อหาเพิ่มอีกหนึ่ง

ภายหลังจากที่นายธนาธรและพวก เข้าให้ปากคำ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมอีกหนึ่งข้อหาคือ ทำการชุมนุมสาธารณะในระยะไม่เกิน 150 เมตรจากพระราชวัง ซึ่งทุกคนที่มาในวันนี้ได้ทำการปฏิเสธข้อกล่าวหาไปในทุกข้อ โดยนายธนาธรยืนยันว่าจะต่อสู้คดีจนถึงที่สุดต่อไป

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ นายธนาธรและแกนนำพรรคอนาคตใหม่จัดการชุมนุม แฟลชม็อบ บริเวณสกายวอล์คหน้าห้างเอ็มบีเค เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่ผ่านมา

4 ข้อหา ตามหมายเรียกมีอะไรบ้าง

  1. ร่วมกันเป็นผู้จัดการชุมนุมสาธารณะ โดยไม่แจ้งการชุมนุมต่อผู้รับแจ้ง
  2. ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยกีดขวางทางเข้าออกหรือรบกวนการปฏิบัติงานหรือการใช้บริการสถานีรถไฟ
  3. ร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะโดยไม่ดูแลและรับผิดชอบการชุมนุมสาธารณะไม่ให้เกิดการขัดขวางเกินสมควรต่อประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ
  4. ร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

ประชาชนยังถูกลิดรอนสิทธิ

นายธนาธรตั้งข้อสังเกตว่า เสรีภาพของประชาชนยังคงถูกลิดรอน ในขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยังไม่คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพขึ้นพื้นฐาน

Image copyright Thai News Pix

"ผมขอยกตัวอย่างว่าเมื่อ 2 วันที่แล้ว ไพรัฎฐโชติก์ ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าไปเยี่ยมที่บ้านถึง 2 วันติดกัน วันแรกเข้าไปถ่ายรูป วันที่สองเอาเจ้าหน้าที่เข้าไป 5 คนเพื่อขอพูดคุย ดังนั้นเห็นได้เลยว่ามีความพยายามในการข่มขู่คุกคามพี่น้องประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกทางความคิดเห็น สิทธิเสรีภาพในการชุมนุม" เขากล่าว

นายธนาธรยืนยันในสิทธิเสรีภาพในการชุมนุม ในการแสดงออก โดยอ้างว่าเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน

Image copyright Psris Jitpentom/BBC Thai

"ผมเชื่อว่าปีนี้จะเป็นปีแห่งความกล้าหาญของประชาชน ที่ทนไม่ไหว ที่ไม่ทนอีกต่อไป ที่ไม่กลัวกับอำนาจเผด็จการประชาชนจะลุกขึ้นมาสู้ จะลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของตัวเอง"

ข้อตกลงใหม่ร่วมกัน

นายธนาธรได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่ามีวิธีเดียวที่จะหยุดความขัดแย้งได้นั่นก็คือการเขียนข้อตกลงใหม่ ข้อตกลงที่ทุกฝั่งทุกฝ่ายยอมรับด้วยกัน สมดุลอำนาจที่ทางสภาผู้แทนราษฏร องค์กรอิสระ พี่น้องประชาชน ฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ มีสมดุลที่ทุกฝั่งทุกฝ่ายยอมรับด้วยกันได้

"ถ้าแพ้ก็รณรงค์ตรวจสอบรัฐบาล โดยไม่ต้องทำการขุมนุมที่จะนำไปสู่ทางตันของสังคมไทย ถ้าชนะก็ไม่ต้องใช้อำนาจรัฐ มาฟาดฟันฝ่ายตรงข้าม จนสิ้นหายตายจากกันไป"

Image copyright Thai News Pix

ก่อนที่นายธนาธรจะเสร็จสิ้นการพูดคุยกับสื่อ เขายังได้เชิญชวนพลังคนรุ่นใหม่ ให้เข้ามามีส่วนร่วมและมีความตื่นตัวทางด้านการเมืองมากขึ้น

"เรียนพี่น้องประชาชนชาวไทย นี่คือเวลาที่เราจะทวงคืนอนาคตของพวกเราที่ไม่ควรถูกกำหนดโดยคนที่เราไม่ได้เลือกมา และไม่ควรถูกกำหนดโดยเผด็จการ"

Image copyright PAris Jitpentom/BBC Thai

"ถ้าเราอยากให้ประเทศของเราก้าวหน้า ผมขอเชิญชวนนิสิตนักศึกษาเยาวชนทุกคนให้ตื่นตัวทางการเมืองเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงและการเรียกร้องประชาธิปไตย จงอย่ารอคอยแต่ให้ลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมไทยให้ดีกว่านี้ไปด้วยกัน"

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะมียกระดับการชมนุมขึ้นหรือไม่ธนาธรอมยิ้มและพูดว่า "เดี๋ยวคอยดูครับ"

เตรียมร่วม "วิ่งไล่ลุง"

นายธนาธร น.ส. พรรณิการ์ วานิช และเพื่อน ส.ส. อีกหลายคนเตรียมไปร่วมกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" ที่จะจัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค. นี้ด้วย โดยบอกว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่มติพรรค พร้อมย้ำว่ากิจกรรมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคอนาคตใหม่

Image copyright Thai News Pix

ส่วนที่นายธนาธรส่งสัญญาณระหว่างจัด "แฟลชม็อบ" ที่ลานสกายวอล์ก เขตปทุมวัน เมื่อ 14 ธ.ค. 2562 ว่าพร้อมนำมวลชนลงสู่ถนนเพื่อขับไล่รัฐบาลในปีนี้ จะถือโอกาสใช้กิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" ประเมินกระแสมวลชนหรือไม่นั้น น.ส.พรรณิการ์ตอบว่า นายธนาธรพูดเพราะตอนนั้นตัดสินใจจะไปร่วมกิจกรรม "วิ่งไล่ลุง" ไม่ได้หมายความว่าจะนำประชาชนไปลงสู่ท้องถนน

ธนาธรนัดมวลชนลงถนนครั้งแรก 14 ธันวาคม 2562

  • ชื่อกิจกรรม : "เมื่อเสียงที่พวกเราเลือกเข้าสภาไม่มีค่า ได้เวลาประชาชนออกมาส่งเสียงด้วยตัวเอง"
  • รูปแบบ : "แฟลชม็อบ" ใช้เวลา 1 ชั่วโมง (17.00-18.00 น.)
  • สถานที่ : สกายวอล์ก เขตปทุมวัน เนื่องจากเป็นสถานที่สาธารณะ ประชาชนเดินทางมาสะดวก ยืนยันไม่ได้คิดฉวยจังหวะเพิ่มยอดมวลชนจากคนที่มาชมคอนเสิร์ตบริเวณสยามสแควร์ซอย 5 แต่อย่างใด ขณะที่ผู้จัดคอนเสิร์ตต้องแจ้งเปลี่ยนเวลาจัดงานกระทันหันโดยเริ่มงานเร็วขึ้นจากกำหนดเดิม
  • การรักษาความปลอดภัย : เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 6 (บก.น.6) จำนวน 1 กองร้อย หรือ 150 นายจะเข้าดูแลพื้นที่ ส่วนหัวหน้า อนค. ขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา

ที่มา : บีบีซีไทยสรุปจากคำให้สัมภาษณ์ของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล

เช็คเสียงหนุน-ต้าน แกนนำอนาคตใหม่เคลื่อนไหวบนท้องถนน

อย่างไรก็ตามมีทั้งเสียงสนับสนุนและคัดค้านการเคลื่อนไหวทางการเมืองบนท้องถนนของหัวหน้า อนค. บีบีซีไทยประมวลความคิดเห็นคนดังที่แสดงออกผ่านสื่อสังคมออนไลน์และสื่อมวลชนสำนักต่าง ๆ

  • สนับสนุน - นายอนุรักษ์ เจนตวนิชย์ หรือ "ฟอร์ด เส้นทางสีแดง", นักศึกษาสมัชชาเสรีแห่งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เพื่อประชาธิปไตย, นักศึกษากลุ่มดาวดิน ฯลฯ
  • คัดค้าน - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี, นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกพรรคพลังประชารัฐ, นายราเมศ รัตนเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์, นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์, นายเสรี สุวรรณภานนท์ ส.ว, นางทยา ทีปสุวรรณ อดีตแกนนำชุมนุมขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ และภรรยา รมว.ศึกษาธิการ, นายสุหฤท สยามวาลา อดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการ กทม., ดร.เสรี วงษ์มณฑา ผู้ร่วมก่อตั้งสถาบันทิศทางไทย ฯลฯ

ใครเคยถูกดำเนินคดีหลังรัฐประหาร จากการจัดชุมนุมจุดเดียวกับธนาธร

สำหรับลานสกายวอล์กถูกใช้ทำกิจกรรมทางการเมืองหลายครั้งหลังรัฐประหารปี 2557 แต่ครั้งที่เป็นที่จดจำของสังคมมีอย่างน้อย 2 เหตุการณ์

  • 22 พ.ค. 2558 นักศึกษาและนักกิจกรรมการเมือง นำโดยนายนัชชชา กองอุดม และนายธัชพงษ์ แกดำ ไปรวมตัวกันหน้าหอศิลป์กรุงเทพฯ เพื่อทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหารในวาระครบ 1 ปี ต่อมา แกนนำ 9 คนถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมการเมืองเกิน 5 คน กระทั่งเดือน ก.พ. 2562 ศาลทหารกรุงเทพได้สั่งยุติคดีหลัง คสช. "ปลดล็อกการเมือง" โดยให้ยกเลิกคำสั่งฉบับดังกล่าว
  • 27 ม.ค. 2561 กลุ่มประชาชนที่เรียกตัวเองว่า "คนอยากเลือกตั้ง" นำโดยนายรังสิมันต์ โรม และนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ "จ่านิว" นัดชุมนุมเรียกร้องไม่ให้รัฐบาล คสช. เลื่อนโรดแมปเลือกตั้ง ก่อนมี 39 คนถูกแจ้งความดำเนินคดี หรือที่รู้จักในชื่อคดี "MBK39" ในข้อหายุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (เฉพาะแกนนำ), ฝ่าฝืนคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2558 ห้ามชุมนุมการเมืองเกิน 5 คน และจัดการชุมนุมสาธารณะภายในรัศมี 150 เมตรจากเขตพระราชฐานตาม พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ กระทั่งเดือน พ.ย. 2562 อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องผู้ถูกกล่าวหาที่เป็นแนวร่วม คงเหลือแต่ระดับแกนนำ 8 คนที่ต่อสู้คดีอยู่ในชั้นศาล

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม