อภิรัชต์ ส่งหนังสือแจงแทน 4 นายพล คสช. เอาผิดผู้เห็นต่างการเมือง “สมควรแก่เหตุ-ไม่เลือกปฏิบัติ”

  • 15 มกราคม 2020
4 นายพล Image copyright BBC Thai

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีมติ "ไม่รับคำชี้แจงผ่านเอกสาร" ของ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะอดีตเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยให้ส่งหนังสือเชิญ "4 นายพล คสช." เข้าให้ข้อมูลแก่ กมธ. เป็นครั้งที่ 2 หลังนายกรัฐมนตรีนำทีม "ติดภารกิจ" ไม่ว่างมาพบ กมธ.

ในการประชุม กมธ.กฎหมายฯ ที่มีนายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เป็นประธาน ช่วงเช้าวันนี้ (15 ม.ค.) มีวาระสำคัญคือการเชิญ "4 นายพล คสช." มาให้ข้อมูลกรณีการดำเนินคดีโดยรัฐเพื่อกลั่นแกล้งประชาชนผู้เห็นต่างทางการเมืองนับตั้งแต่รัฐประหาร 2557 หลังนายทหารระดับปฏิบัติการซึ่งเป็น "มือแจ้งความของ คสช." ยอมรับต่อ กมธ. ว่า "เป็นเพียงฟันเฟืองเล็ก ๆ" ที่ทำตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา และไม่สามารถใช้ดุลพินิจใด ๆ ได้

ทว่านายพลทั้ง 4 คนไม่ได้เดินทางมาชี้แจงข้อมูลต่อ กมธ. แต่อย่างใด มีเพียงเอกสาร 2 ฉบับที่ส่งถึง กมธ. ตั้งแต่ช่วงเย็นวานนี้ (14 ม.ค.)

ฉบับแรก หนังสือของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.) ลงนามโดย น.ส.ปราณี ศรีประเสริฐ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แจ้งว่า ได้เรียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พิจารณาแล้ว เนื่องจากนายกฯ ติดภารกิจในวันและเวลาดังกล่าว

"ในชั้นนี้ จึงได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการทหารบกเข้าร่วมการประชุม เพื่อให้ข้อมูลกับ กมธ. จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ทั้งนี้ ได้แจ้งผู้บัญชาการทหารบกทราบด้วยแล้ว" หนังสือของ สลน. ระบุ

Image copyright Thai news pix

ฉบับที่สอง หนังสือของกองทัพบก ลงนามโดย พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ซึ่งได้รับมอบหมายให้ประสานการปฏิบัติและชี้แจงแทนนายพลอีก 3 คนที่เหลือ โดยได้ยืนยันว่า ขั้นตอนการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดกฎหมายของ คสช. ตามที่ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานพระธรรมนูญทหารบก เคยชี้แจงต่อ กมธ. "เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ตามสมควรแก่เหตุโดยไม่ได้เลือกปฏิบัติ" พร้อมแจกแจงขั้นตอนโดยสรุปไว้ ดังนี้

  • เมื่อเกิดเหตุการณ์การกระทำผิดกฎหมาย (ประกาศ/คำสั่ง/คำสั่งหัวหน้า คสช.) คสช. จะมอบหมายให้สำนักเลขาธิการ คสช. ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อผู้กระทำผิด
  • สำนักเลขาธิการ คสช. ในฐานะฝ่ายเลขานุการของ คสช. มอบหมายให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในขณะนั้นไปดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนในการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิด หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนตามกระบวนการทางกฎหมาย

"หาก กมธ. ต้องการทราบรายละเอียดอื่น ๆ เพิ่มเติม ขอให้สอบถามเป็นลายลักษณ์อักษรมายังกองทัพบก (ผ่านกระทรวงกลาโหมตามขั้นตอนของกฎหมาย) ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจาก คสช. ได้สิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ไปแล้วตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2562 จำเป็นต้องใช้เวลาในการค้นหา ตรวจสอบข้อมูล ตลอดจนเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงเรียนมาเพื่อกรุณาทราบ" หนังสือของ พล.อ.อภิรัชต์ ซึ่งมีเนื้อหา 23 บรรทัด ระบุไว้ตอนท้าย

พล.อ.อภิรัชต์ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการ คสช. ระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 2561-16 ก.ค. 2562

สำหรับ 4 นายพลที่ กมธ.กฎหมายฯ เชิญมาให้ข้อมูล ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะอดีตหัวหน้า คสช., พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีต รมช.กลาโหม และอดีต ผบ.ทบ., พล.อ.ธีรชัย นาควานิช องคมนตรี และอดีต ผบ.ทบ. และ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. ซึ่ง 3 คนหลังเคยเป็นเลขาธิการ คสช.

การไม่ปรากฏตัวของ 4 นายพล คสช. สร้างความคับข้องใจใน กมธ.กฎหมายฯ หลายคน อย่างนายนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ อนค. ได้พลิกพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. 2554 มาตรา 6 และมาตรา 8 ขึ้นตีความว่าคนที่ถูก กมธ. เชิญมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นประกอบการพิจารณาของ กมธ. ต้องมาด้วยตัวเอง ไม่สามารถส่งหนังสือชี้แจงแทนได้ หากไม่ปฏิบัติตามก็ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ ทว่าที่ผ่านมา กมธ. แค่ "เชิญ" ยังไม่ได้ส่งหนังสือ "เรียก"

"การส่งหนังสือ 1 หน้ามาชี้แจงแทนนายกฯ และอดีต ผบ.ทบ. คนอื่น ๆ ในทางกฎหมายก็ผิด ทางมารยาทก็ผิด" นายรังสิมันต์กล่าวและว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ กมธ.กฎหมายฯ เชิญข้าราชการและเจ้าหน้าที่รัฐมาให้ข้อมูล แต่เจ้าตัวไม่ยอมเดินทางมา

Image copyright Thai news pix

เช่นเดียวกับ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ อนค. ที่ตั้งข้อสังเกตว่า การทำหนังสือชี้แจงของ พล.อ.อภิรัชต์ "ไม่สามารถใช้ได้จริง" เพราะวันที่ กมธ.กฎหมายฯ ซักถาม พล.ต.บุรินทร์ได้รับคำยืนยันว่า พล.ต.บุรินทร์ไม่ใช่ผู้ตัดสินใจ เป็นการทำตามคำสั่ง ดังนั้นสิ่งที่ กมธ. ต้องการรู้คือเรื่องการใช้ดุลพินิจของเลขาธิการ คสช. แต่ละคน

กมธ.หญิงรายนี้ยังบอกด้วยว่า พล.อ.อภิรัชต์ เคยเข้าให้ข้อมูลต่อ กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดน ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ ที่มี พล.ท.พงศกร รอดชมภู ส.ส.บัญชีรายชื่อ อนค. เป็นประธาน

"เราต้องให้ความสำคัญกับกลไกสภา และต้องรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของ กมธ.กฎหมายฯ ท่านเคยมาชี้แจงกับ กมธ. อื่นแล้ว และบอกว่าพร้อมมาชี้แจงกับทุกกมธ." น.ส.พรรณิการ์กล่าว

ด้านนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เสนอให้ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวลองติดต่อ ผบ.ทบ. อีกครั้งเหมือนที่ประธาน กมธ. เคยติดต่อแม่ทัพภาคที่ 4 "ไม่ใช่เราเป็น กมธ. แล้วจะเรียกใครมา อาละวาดได้หมด ลองคุยอีกครั้ง ถ้าครั้งที่ 2 ไม่มา ครั้งต่อไปคงต้องทำ (ออกคำสั่งเรียก) เพราะความศักดิ์สิทธิ์ของสภามีอยู่"

Image copyright Thai News pix

ขณะที่นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะที่ปรึกษา กมธ.กฎหมายฯ ให้ความเห็นว่า หลังอ่านหนังสือชี้แจงของ ผบ.ทบ. แล้ว "ท่านอาจรู้สึกว่าถูกท้าทาย ทำอย่างไรจะให้ผู้มาชี้แจงรู้สึกว่าสิ่งที่ กมธ. ทำไม่ใช่การทำให้ใครเสียหน้า อับอาย หรือเพื่อแก้แค้น แต่มาเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชน แม้คำสั่ง คสช. ถูกยกเลิกไปแล้ว แต่ผลยังอยู่"

ท้ายที่สุดที่ประชุม กมธ.กฎหมายฯ เห็นควรให้ออกหนังสือเชิญ 4 นายพลเข้าให้ข้อมูลกับ กมธ. เป็นครั้งที่ 2 เนื่องจากเอกสารคำชี้แจงของ ผบ.ทบ. "มีเนื้อหาไม่สมบูรณ์" แต่ถ้ายังไม่ได้รับความร่วมมือ ก็อาจดำเนินการตาม พ.ร.บ.คำสั่งเรียกฯ มาตรา 8 ต่อไป ทั้งนี้นายปิยบุตรบอกว่าจะพยายามหาช่องทางในการติดต่อประสานงานเป็นการภายในกับ พล.อ.อภิรัชต์ เพราะพยายามให้เกียรติทุกคนทุกฝ่าย

"อยากให้ท่านสบายใจว่าเราไม่ได้กลั่นแกล้ง หรือต้องการแก้แค้น แต่ต้องการทำงานร่วมกัน" ประธาน กมธ.กฎหมายฯ ระบุ

Image copyright STR/BBC THAI
คำบรรยายภาพ กมธ.กฎหมายฯ ได้เชิญ พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ และ พ.อ.พิทักษ์พล ชูศรี หรือ เสธ.พีท มาให้ข้อมูลเมื่อ 27 พ.ย. 2562

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม