อนาคตใหม่ : เปิดคำแก้ข้อกล่าวหาคดียุบพรรคอนาคตใหม่ โต้ “ทำนิติกรรมอำพรางทางการบริจาค”

  • 6 กุมภาพันธ์ 2020
บรรยากาศที่ศาลรัฐธรรมนูญ Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ บรรยากาศที่ศาลรัฐธรรมนูญ วันที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ขึ้นไต่สวนคดีถือครองหุ้นสื่อ

พรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เผยแพร่เอกสาร 19 หน้า เพื่อชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคดียุบพรรคจากปมนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า อนค. ปล่อยเงินกู้ให้พรรคตัวเอง 191.2 ล้านบาท เพื่อทำกิจกรรมการเมืองช่วงรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของ อนค. ในฐานะผู้ถูกร้อง มีเนื้อหาหลักรวม 8 ข้อ ซึ่งพยายามชี้ให้เห็นว่าคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะผู้ร้อง "เป็นความเท็จทั้งสิ้น"

เอกสารชุดนี้ถูกส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่ 27 ม.ค. ก่อนที่พรรคสีส้มจะตัดสินใจเผยแพร่ต่อสาธารณะ หลังศาลรัฐธรรมนูญยืนยันเมื่อวานนี้ (5 ก.พ.) ว่าไม่เปิดศาลไต่สวนคดีนี้ แต่ให้พยานบุคคลรวม 17 ปาก ตามที่ผู้ถูกร้องยื่นบัญชีระบุพยาน จัดทำบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อเท็จจริงหรือความเห็นเป็นหนังสือยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 12 ก.พ.

ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยคดียุบ อนค. วันที่ 21 ก.พ. นี้

บีบีซีไทยสรุปเนื้อหาที่น่าสนใจในคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของ อนค. ซึ่งหลายเรื่องเป็น "ข้อมูลใหม่" ที่ไม่เคยปรากฏต่อสาธารณะมาก่อน แบ่งเป็น 3 ประเด็น ดังนี้

เปิดชื่อ 2 จนท.กกต. สาบาน "กู้เงินไม่ใช่รายได้"

ประเด็นแรก ชี้ให้เห็นการดำเนินการสืบสวนหรือไต่สวน ตลอดจนแสวงหาข้อเท็จจริงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดย อนค. ได้ "เปิดชื่อ" เจ้าหน้าที่ กกต. 2 รายที่เข้าให้ถ้อยคำภายใต้การสาบานตนต่อคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนตามคำสั่ง กกต. ที่มีนายเกรียงศักดิ์ ม่วงอ่อน เป็นประธาน ว่า การกู้เงินเป็น "หนี้สิน" ไม่ใช่ "รายได้" คือ น.ส.มณีรัตน์ อิสรัชตพล รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบบัญชีการเงินและทรัพย์สิน สำนักกิจการพรรคการเมือง และ น.ส.ญาณวรรณ อิสรา นักวิชาการการเงินและบัญชีชำนาญการ ฝ่ายตรวจสอบบัญชีการเงินและทรัพย์สิน สำนักกิจการพรรคการเมือง

Image copyright Hataikarn Treesuwan/BBC Thai
คำบรรยายภาพ เอกสารที่เผยแพร่ระหว่างเลขาธิการ อนค. แถลงข่าวเมื่อ 6 ธ.ค. ประกาศฟ้องดำเนินคดีแพ่งและอาญากับ 7 กกต.

ต่อมาคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนฯ ได้ทำความเห็นถึง กกต. ว่า "เห็นควรให้ยกคำร้อง" เพราะมองว่าเงินที่ได้จากการกู้ยืมไม่ใช่รายได้ แต่เป็นหนี้สิน จึงไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับมาตรา 62 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 และพรรคการเมืองเป็นนิติบุคคลสามารถกู้ยืมเงินได้ การที่นายธนาธรให้พรรคกู้ยืมเงิน จึงยังฟังไม่ได้ว่าเป็นการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมืองที่มีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 66 ของ พ.ร.ป. ฉบับเดียวกัน

คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของ อนค. ระบุว่า พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง กลับอาศัยข้อเท็จจริงจากสำนวนการสืบสวนดังกล่าว มาใช้ตั้งฐานความผิดตามมาตรา 72 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง และนำมาสู่การส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบ อนค.

อนค. แนบชื่อ 16 พรรคมี "หนี้" ยก 4 ประเทศเปิดทางพรรคกู้เงินได้

ประเด็นที่สอง ยืนยันว่าพรรคการเมืองสามารถกู้เงินได้และไม่มีกฎหมายห้าม โดย อนค. ได้แนบรายชื่อ 16 พรรคการเมืองที่มีการกู้ยืมเงินปรากฏในงบการเงินของพรรคการเมืองประจำปี 2562 ในจำนวนนี้มีอยู่ 4 พรรคการเมืองที่มีที่นั่งในสภา

  • พรรครักษ์ผืนป่าแห่งประเทศไทย เงินยืมทดรองจ่าย 43,740 บาท
  • พรรคเพื่อไทย เงินสำรองจ่ายจากกรรมการ 13 ล้านบาท
  • พรรคชาติไทยพัฒนา เงินยืมทดรอง 5.05 ล้านบาท
  • พรรคภูมิใจไทย เงินทดรองจ่ายจากกรรมการ 30.16 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามมีหลายพรรคการเมืองได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้วก่อนหน้านี้ว่าเป็น "ข้อมูลเก่า" หลังนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ออกมาเปิดเผยข้อมูลในทำนองเดียวกัน

นอกจากนี้ อนค. ยังไปสำรวจการกู้ยืมเงินในระบบกฎหมายต่างประเทศ พบว่า พรรคการเมืองกู้ยืมเงินได้โดยมีเงื่อนไขต่างกัน พร้อมได้ยกตัวอย่างมา 4 ประเทศ

ประเทศ ข้อกฎหมาย
สหราชอาณาจักร พรรคกู้ยืมเงินเพียงใดก็ได้ ไม่ว่ากู้จากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แต่มีหน้าที่ต้องรายงานต่อ กกต. เมื่อกู้เงินเกิน 7,500 ปอนด์ใน 1 ปีปฏิทิน สำหรับสำนักงานใหญ่ และเกิน 1,500 ปอนด์สำหรับสาขาพรรค
นิวซีแลนด์ พรรคกู้ยืมเงินเพียงใดก็ได้ ไม่ว่ากู้จากบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล แต่มีหน้าที่ต้องรายงานต่อ กกต. ภายใน 10 วันทำการ เมื่อกู้จากผู้กู้รายเดียวหรือหลายรายเกิน 30,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์
เยอรมนี ไม่ได้บัญญัติว่าการกู้เงินเป็นรายได้ของพรรค พรรคกู้เงินได้และเป็นที่แพร่หลายไปทั่ว ไม่ว่ากู้จากบุคคลธรรมดาหรือสถาบันทางการเงิน
ฝรั่งเศส พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองกู้เงินได้ ทั้งจากสถาบันทางการเงิน นิติบุคคล และบุคคลธรรมดา แต่ส่วนใหญ่สถาบันการเงินและธนาคารมักปฏิเสธการให้พรรคกู้ ทำให้พรรคและผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องหันไปกู้ยืมเงินบุคคลทั่วไปแทน

ที่มา : บีบีซีไทยสรุปจากเอกสารคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคดียุบพรรค ที่ อนค. ส่งถึงศาลรัฐธรรมนูญเมื่อ 27 ม.ค. 2563

คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของ อนค. ระบุว่า การที่พรรคการเมืองกู้ยืมเงินมิใช่การกระทำที่ผิดกฎหมายไทย และเมื่อเทียบเคียงต่อนานาอารยประเทศแล้ว ก็พบว่าการกู้ยืมเงินเป็นนิติกรรมปกติที่พรรคการเมืองสามารถกระทำได้ทั่วไป "หากระบบกฎหมายใดมุ่งห้ามพรรคการเมืองกู้ยืมเงินจะต้องมีบทบัญญัติห้ามการกระทำเช่นนั้นไว้โดยชัดแจ้ง เพื่อความแน่นอนชัดเจนแห่งนิติฐานะของพรรคการเมือง"

ปัด "ทำนิติกรรมอำพรางทางการบริจาค" โชว์ 3 เดือนหาเงินใช้หนี้ได้ 71 ล้าน

ประเด็นที่สาม ปฏิเสธเรื่องการ "ทำนิติกรรมอำพรางทางการบริจาค" หลัง กกต. กล่าวหาว่าการที่นายธนาธรทำสัญญากู้ยืมเงิน 2 ฉบับ รวมจำนวน 191.2 ล้านบาท เป็นการ "ให้ประโยชน์อื่นใด" แก่ อนค. ซึ่งมีมูลค่าเกิน 10 ล้านบาท และ "ไม่ปรากฏว่าผู้ถูกร้อง (อนค.) มีหลักประกันที่น่าเชื่อถือว่าจะชำระหนี้กู้ยืมกับดอกเบี้ยได้ตามสัญญา" อีกทั้งยังมีการทำสัญญาแก้ไขขยายเวลาชำระดอกเบี้ย

Image copyright กองโฆษก พรรคอนาคตใหม่
คำบรรยายภาพ การขายของที่ระลึกเป็นหนึ่งในกิจกรรมระดมทุนเข้าพรรคอนาคตใหม่

อนค. ชี้แจงว่า ที่ผ่านมาพรรคได้จัดกิจกรรมหารายได้เพื่อชำระหนี้ให้แก่นายธนาธร ส่วนการแก้ไขระยะเวลาชำระดอกเบี้ยจาก "รายเดือน" เป็น "รายปี" มิได้ทำให้ดอกเบี้ยลดน้อยลงไป พร้อมอ้างว่า "เป็นไปเพื่อความสะดวกในการชำระหนี้ครั้งละเป็นเงินก้อนเท่านั้น"

พรรคการเมืองแห่งนี้ยังยืนยันด้วยว่ามี "ศักยภาพในการหารายได้เพื่อชำระหนี้เงินกู้คืนให้แก่นายธนาธร" โดยได้ยกงบการเงินของพรรคประจำปี 2561 ซึ่ง อนค. สามารถหารายได้ในระหว่างวันที่ 3 ต.ค.-31 ธ.ค. 2561 หรือนับเป็นเวลา 2 เดือน 28 วัน เป็นเงิน 71.17 ล้านบาท หาก อนค. มีเวลาหารายได้ 12 เดือน ย่อมคะเนได้ว่าพรรคมีศักยภาพในการชำระหนี้เงินกู้ เพราะนับจากต้นปี 2562 อนค. ได้รับกระแสนิยมชมชอบจากประชาชนเป็นจำนวนมาก มีประชาชนเป็นสมาชิกพรรค 70,000 คน ผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคได้คะแนนรวมกันกว่า 6.33 ล้านเสียง

ประกาศล้มวัตถุประสงค์ "ผู้กำกับ" ยุบพรรค

ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงเช้า นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการ อนค. ได้นำทีม ส.ส. ของพรรคเปิดแถลงข่าวที่รัฐสภา โดยระบุว่า "ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง" กับกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่เปิดศาลไต่สวนคดียุบพรรค เนื่องจากมี "เอกสารหลุด" ที่เชื่อว่าเป็นของ กกต. ออกมา โดยที่คณะกรรมการ/อนุกรรมการ 2 ชุดได้มีมติให้ "ยกคำร้อง" คดีนี้ไปแล้ว แต่ กกต. ชุดใหญ่กลับเอาผิด อนค. แสดงให้เห็นถึงการดำเนินกระบวนการพิจารณาโดยไม่ชอบด้วย พ.ร.ป.กกต. อีกทั้งไม่เคยเปิดโอกาสให้ อนค. ต่อสู้คดีในฐานความผิดตามมาตรา 72 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมืองแต่อย่างใด พรรคจึงขอให้ศาลเปิดไต่สวนเพื่อเรียกเอกสารเหล่านี้มาพิสูจน์ในชั้นศาล แต่น่าเสียดายที่ศาลไม่ให้โอกาส

Image copyright ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รัฐสภา

เช่นเดียวกับการยื่นบัญชีพยานบุคคล 17 ราย เมื่อไม่มีการเปิดศาลไต่สวน ทำให้พรรคเสียโอกาสในการนำสืบพยานสำคัญในชั้นศาล

อย่างไรก็ตามนายปิยบุตรประกาศว่า อนค. จะทำให้วัตถุประสงค์ของ "ผู้กำกับภาพยนตร์" ที่ชื่อว่า "การยุบพรรค" ไม่สำเร็จใน 3 ประเด็น

  • เขาอยากได้ ส.ส.อนค. เขาจะไม่ได้
  • เขาอยากตัดสิทธิ์ ธนาธร-ปิยบุตร ไม่ให้ทำงานการเมือง เขาจะไม่เห็น
  • เขาอยากทำลาย อนค. เขาจะไม่ได้

ลั่นเดินหน้าเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รมต. ทั้งใน-นอกสภา หากพรรคถูกยุบ

การนัดอ่านคำวินิจฉัยคดียุบ อนค. ของศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นในช่วง 3 วันก่อนที่ฝ่ายค้านจะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ 6 รัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ระหว่างวันที่ 24-26 ก.พ. ซึ่งหากคำตัดสินออกมาในทางลบ ย่อมหมายถึงคณะกรรมการบริหาร อนค. ที่เป็น ส.ส. รวม 12 จาก 16 คน (รวมนายนิรามาน สุไลมาน ที่เป็น กก.บห. ในช่วงเลือกตั้งด้วย ก่อนลาออกจากตำแหน่งเมื่อ 19 ต.ค. 2562) จะหมดสิทธิ์ร่วมศึกซักฟอกรัฐบาล

Image copyright Thai News pix
คำบรรยายภาพ ส.ส.อนค. ระหว่างการอภิปรายงบประมาณ 2563

นอกจากนี้นายปิยบุตรยังสรุปข้อวิเคราะห์อื่น ๆ ที่ปรากฏตามสื่อมวลชน อาทิ ทำให้เสียงของฝ่ายค้านหายไป, ทำให้ ส.ส.อนค. ที่เหลืออยู่บางส่วนลงมติผิดแผกออกไป ฯลฯ ก่อนยืนยันว่า ส.ส.อนค. จะเดินหน้าอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแข็งขัน

"ถ้าหากว่าถูกยุบจริง ๆ คุณธนาธรและผม เราจะเดินสายอภิปรายไม่ไว้วางใจนอกสภา เพื่อผสมผสานกับเพื่อนในสภาต่อไป" นายปิยบุตรกล่าว

เลขาธิการ อนค. ผู้เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 2 ของพรรค บอกต่อไปว่าหากไม่ได้เป็น ส.ส. ก็ยังจะทำงานการเมืองต่อไป ถ้าเมื่อไรที่นายธนาธร นายปิยบุตร และ กก.บห.อนค. หยุดทำงานการเมือง ก็เท่ากับ "เรากำลังเข้าทางผู้กำกับภาพยนตร์ที่ต้องการให้เราหยุด แต่เราไม่หยุด เราจะเดินหน้าสู้ต่อ อนาคตใหม่ไม่ใช่ร่างกาย แต่พยายามทำให้อนาคตใหม่เป็นจิตวิญญาณ ความคิด ไม่ว่าตัวร่างกายจะถูกทำลายไปอย่างไร แต่จิตวิญญาณยังอยู่"

ส่วนข้อวิเคราะห์ที่ว่า กก.บห.อนค. ที่เป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ อาจลาออกจากตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้เลื่อนผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อในลำดับถัดไปขึ้นมาเป็น ส.ส. จะได้รักษายอด ส.ส. ฝ่ายค้านในสภาเอาไว้นั้น นายปิยบุตรยืนยันว่า จะใช้มาตรฐานเดียวกับคดีก่อนหน้านั้นนั่นคือคดีอิลลูมินาติ อนค. มั่นใจไม่ถูกยุบ การให้ กก.บห. ลาออก แล้วดัน ส.ส. ขึ้นมา แสดงให้เห็นว่ายอมจำนนต่อความอยุติธรรม อนค. ไม่ยอมจำนน จะต่อสู้

อย่างไรก็ตามผู้ก่อตั้งพรรคสีส้มรายนี้ยอมรับว่า ได้ตระเตรียมแผนสำรองเรื่องการย้ายพรรคของ ส.ส. เอาไว้แล้ว

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม