กราดยิงโคราช: นายทหารชั้นประทวนยิงผู้บังคับบัญชา แล้วโพสต์สดกราดยิงไม่เลือกหน้า เชื่อยังซ่อนอยู่ในห้างเทอร์มินอล 21 โคราช ยอดตาย-เจ็บจำนวนมาก

  • 8 กุมภาพันธ์ 2020
ภาพกล้องวงจรปิด ของห้างเทอร์มินอล 21 โคราช Image copyright Terminal 21 Korat
คำบรรยายภาพ ภาพกล้องวงจรปิด ของห้างเทอร์มินอล 21 โคราช

เกิดเหตุทหารคลุ้มคลั่งก่อเหตุยิงผู้บังคับบัญชาพร้อมแม่ยายของผู้บังคับบัญชาเสียชีวิต ที่นครราชสีมา จากนั้นได้ขับรถไปยังคลังอาวุธภายในค่ายทหาร ก่อนขับฮัมวี่พร้อมอาวุธสงครามจำนวนมากหลบหนีเข้าตัวเมือง และระหว่างทางได้ใช้อาวุธที่ขนมากราดยิงชาวบ้านที่สัญจรไปมาและตำรวจที่เข้าระงับเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จากนั้นหลบหนีเข้าไปในห้างเทอร์มินอล 21 โคราช

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจและทหารได้สนธิกำลังปิดล้อมคนร้ายที่ ห้างเทอร์มินอล 21 ขอให้ประชาชนอยู่ห่างจากพื้นที่ดังกล่าว และปฏิบัติตามคำสั่งของตำรวจที่คุมสถานการณ์อยู่อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย เบื้องต้นคาดมูลเหตุจากการทวงเงินเรื่องทางธุรกิจ

ต่อมาในเวลา 23.50 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวหลังรับฟังรายงานสถานการณ์จาก ผอ.โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาว่า ณ เวลา 23.00 น. ได้รับการยืนยันว่ามีผู้เสียชีวิต 20 ราย โดยศพทั้งหมดอยู่ที่ รพ.มหาราชฯ แล้ว

ผู้เสียชีวิต 20 รายนี้ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 16 ราย เสียชีวิตที่ รพ.มหาราชฯ 3 ราย และเสียชีวิตที่ รพ.กรุงเทพราชสีมา 1 ราย ผู้บาดเจ็บมีทั้งสิ้น 31 ราย อาการหนัก 10 ราย ในจำนวนผู้บาดเจ็บมีตำรวจ 2 นาย ถูกยิงที่หลังและขา ขณะนี้ได้รับการผ่าตัดอาการปลอดภัยแล้ว

Image copyright Facebook
คำบรรยายภาพ เชื่อว่า จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี (ภาพจากเฟซบุ๊ก)

บันทึกแจ้งเหตุของตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา ท้องที่เกิดเหตุ ระบุว่า เมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2563 เวลาประมาณ 15.30 น. ในขณะที่ พ.ต.ท.มงคล คุปติศิริรัตน์ สว.(สอบสวน) ปฏิบัติหน้าที่พนักงานสอบสวนเวรอยู่ที่สถานีตำรวจได้รับแจ้งเหตุทางวิทยุ ว่ามีเหตุคนร้ายยิงผู้อื่นเสียชีวิตอยู่ที่ บ้านเลขที่ 187 หมู่ 3 บ้านถนนหัก ต.หนองจะบก อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงได้เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ

ผู้เสียชีวิต1. พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแส อายุ 48 ปี สังกัด กรมสรรพวุธ กระสุน ที่ 22 บชร.22. นางอนงค์ มิตรจันทร์ อายุ 65 ปี (เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ)ผู้บาดเจ็บที่นำส่ง โรงพยาบาลมหาราช1. นายพิทยา แก้วพรม ผู้ก่อเหตุคือ จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา เป็นผู้ใต้บังคับบัญชา อยู่สังกัดเดียวกันกับผู้ตาย

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบ ผู้เสียชีวิต 1. พ.อ.อนันต์ฐโรจน์ กระแสร์ และ 2. นางอนงค์ มิตรจันทร์ หลังเกิดเหตุ คนร้าย ได้ไปแย่งอาวุธปืนจากทหารเวรประจำการ ที่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ และใช้อาวุธ ยิงทหารเวรจนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นได้ขับรถฮัมวี่ของทหาร หลบหนี ออกด้านหลังค่าย หลบหนีไปทางวัดป่าศรัทธารวม และได้ยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ที่มาสกัดจับ จนได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 นาย และกระสุนถูกชาวบ้านใกล้เคียงได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน ขณะนี้ผู้ก่อเหตุกำลังอยู่ระหว่างหลบหนี

สาเหตุเบื้องต้น สันนิษฐานว่า เกิดจากการที่ผู้ก่อเหตุไปทวงเงินค่านายหน้าค่าซื้อขายที่ดิน โดยผู้ก่อเหตุมาทวงค่านายหน้า จึงตกลงกันไม่ได้จึงได้ก่อเหตุดังกล่าว ซึ่งจะได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป

Image copyright Facebook

ด้านศูนย์วิทยุสื่อสาร หน่วยกู้ภัยฮุก 31 นครราชสีมา แจ้งว่า เหตุเกิดขึ้นตอน 15.00 นาฬิกา มีคนร้ายกราดยิงในพื้นที่ ตำบลไชยมงคล มีผู้เสียชีวิต 2 ศพ ต่อมาผู้ร้ายได้หลบหนีเข้ามาที่ค่ายสุรธรรมพิทักษ์ และเริ่มกราดยิง มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ไม่มีรายงาน ผู้เสียชีวิต จากนั้นผู้ร้ายได้หลบหนีไปทางข้างหลังค่าย เข้าไปในวัดป่าศรัทธาราม กราดยิงใส่คนในวัด (ไม่ทราบจำนวน) ก่อนหนีเข้ามาในกลางเมืองเข้าไปในห้าง Terminal 21 ซึ่งตอนนี้หน่วยกู้ภัยยังเข้าในพื้นที่ไม่ได้เพราะยังมีการยิงอยู่เป็นระยะ ๆ (ยังไม่สรุปผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต)

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์บีบีซีไทยว่า จากข้อมูลที่ได้รับเบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุเป็นทหารชื่อ จักรพันธ์ ถมมา ยศจ่าสิบโทหรือจ่าสิบเอกยังไม่ยืนยัน สังกัดกองพันกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 น่าจะมีอาการคลุ้มคลั่ง และใช้ปืนลูกซองยิงผู้พันกับแม่ยายเสียชีวิตที่บ้าน จากนั้นขับรถส่วนตัวเข้าไปในค่ายแล้วไปจี้เอาปืนของทหารที่กองรักษาการแล้วเข้าไปยิงทหารที่กองร้อยอีกด้วย จากนั้นไปบุกคลังกระสุน เอาปืนออกมาแล้วออกไปนอกค่าย

มีรายงานว่าเขาไปก่อเหตุยิงในวัดและในห้างเทอร์มินอล แล้วจึงเข้าไปหลบในชั้นใต้ดิน ขณะนี้กองกำลังร่วมของตำรวจและทหารกำลังควบคุมสถานการณ์อยู่ ขณะนี้ต้องดูเรื่องความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก

พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีอาญา เพราะเป็นการฆ่าคนตาย ต้องถูกดำเนินคดีทั้งอาญาและถูกสอบสวนทางวินัยอย่างเต็มที่ ตอนนี้เราต้องดูแลความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก หลังจากนี้จะมีการตั้งกรรมการสอบสวนหาสาเหตุที่ก่อเหตุต่อไป

โพสต์เฟซบุ๊กขณะก่อเหตุเป็นระยะ

ก่อนหน้าที่บัญชีเฟซบุ๊กจะถูกปิดการใช้งาน ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นการปิดบัญชีเอง หรือว่าถูกเฟซบุ๊กระงับ เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. นั้น ผู้ก่อเหตุได้โพสต์ข้อความและคลิปวิดีโอแสดงความรู้สึกเป็นระยะ รวมทั้งพูดว่าเหนื่อยแล้ว กระดิกนิ้วไม่ไหวแล้ว และยอมแพ้ดีมั้ยนะ เหนื่อยเหลือเกิน เป็นต้น ส่งผลให้มีผู้ใช้เฟซบุ๊กคนอื่น ๆ เข้ามาโพสต์ข้อความด่าทอ เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ โปรไฟล์ของผู้ก่อเหตุยังระบุข้อความว่า "ได้เวลาตื่นเต้นแล้วสินะ"

Image copyright Facebook

ก่อนหน้าจะเกิดเหตุคนร้ายได้โพสต์ข้อความในเชิงตัดพ้อหลายข้อความ

Image copyright Facebook
Image copyright Facebook

นายกฯ รับทราบและติดตามสถานการณ์ สั่งเร่งติดตามจับตัวคนร้ายและดูแลผู้บาดเจ็บ

ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้รับทราบสถานการณ์คนร้ายกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา ขณะร่วมพิธีพระราชทานเพลิงศพ พร้อมได้สั่งการให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บังคับบัญชากองทัพบก ติดตามสถานการณ์ สอบสวนหาสาเหตุ และดูแลผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ให้ดีที่สุด พร้อมกำชับให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขดูแลเรื่องการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลที่สะดวกอย่างดีที่สุด

นายกรัฐมนตรียังสั่งการให้เจ้าหน้าที่ปิดล้อมจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุให้ได้ ทั้งนี้ ในเบื้องต้นอาวุธที่คนร้ายนำมาก่อเหตุนั้น นำมาจากการแย่งชิงและทำร้ายเจ้าหน้าที่คลังเก็บอาวุธ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ขอให้รอผลการพิสูจน์ทราบอีกครั้ง

นายกรัฐมนตรีขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บทุกราย และจะเร่งหาสาเหตุอาการคลุ้มคลั่งที่มาของการก่อเหตุครั้งนี้ รวมทั้งการจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข สั่งการทุกโรงพยาบาลใน จ.นครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียง ขอให้เตรียมพร้อมรับผู้บาดเจ็บเหตุทหารกราดยิงกลางครั้งนี้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการก่อเหตุรุนแรงโดยถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก

ก่อนหน้านี้ได้เกิดเหตุสลดที่คนไทยใช้สื่อสังคมออนไลน์ประกาศความเศร้าและจบชีวิตตนเองและผู้อื่น

นับจากเฟซบุ๊กเปิดฟีเจอร์ถ่ายทอดสด (live-streaming) ให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้งานเมื่อปี 2559 ก็เริ่มมีผู้อาศัยช่องทางนี้ในการประกาศฆ่าตัวตายและถ่ายทอดสด บีบีซีไทยตรวจสอบข้อมูลเฉพาะที่ปรากฏเป็นข่าว พบว่า มีคนไทยพยายามฆ่าตัวตายผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ทั้งที่สำเร็จและไม่สำเร็จ อย่างน้อย 14 ครั้งระหว่างปี 2559-2561

ข่าวที่เกี่ยวข้อง