จิตแพทย์ไม่ฟันธง เหตุยิงปืนกลางกรุงเป็นพฤติกรรมเลียนแบบกราดยิงโคราช

  • 14 กุมภาพันธ์ 2020
ตำรวจ Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ จุดเกิดเหตุอยู่ที่ตึกแถวย่านจุฬาซอย 10 ถ.บรรทัดทอง เขตปทุมวัน

เกิดเหตุชายคนหนึ่งยิงปืนขึ้นฟ้าหลายนัดจากตึกแถวที่ ถ.บรรทัดทอง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ ตำรวจเข้าควบคุมเหตุการณ์และใช้เวลาเกลี้ยกล่อมผู้ก่อเหตุนานหลายชั่วโมงกว่าจะยอมมอบตัว โดยไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

จุดเกิดเหตุอยู่ที่ตึกแถวในจุฬาซอย 10 ถ.บรรทัดทอง โซนขายเสื้อผ้ากีฬา สถานีโทรทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติรายงานว่ามีเสียงปืนดังกว่า 20 นัดตั้งแต่เช้ามืดวันนี้ (14 ก.พ.) หลังได้รับแจ้งเหตุตำรวจได้เข้าปิดล้อมพื้นที่

พ.ต.ท.กัมปนาท สงวนศักดิ์ รอง ผปก.สน.ปทุมวัน ให้สัมภาษณ์ไทยพีบีเอสเมื่อเวลา 09.35 น.ว่า ตำรวจกำลังปิดล้อมพื้นที่ไว้ และส่งชุดเจรจาเข้าไปในตึกแถวหลังดังกล่าวเพื่อเกลี้ยกล่อมผู้ก่อเหตุ

กลุ่มวัยรุ่น 4 คนที่เป็นผู้เห็นเหตุการณ์ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ว่า พวกเขานั่งรวมกลุ่มกันอยู่บริเวณใกล้ที่เกิดเหตุ เวลาประมาณ 03.00 น. ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 3 นัด แต่คิดว่าเป็นพลุ แต่ไม่นานหลังจากนั้น ชายคนดังกล่าวก็ยิงปืนอีก และยังยิงมาที่กลุ่มของพวกเขาด้วย จึงพากันวิ่งหนี โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียงปืนเงียบไปเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น.

พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตราผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเดินทางมายังที่เกิดเหตุเพื่อบัญชาการเหตุการณ์

ล่าสุด เวลาประมาณ 10.40 น. เจ้าหน้าที่สามารถเกลี้ยกล่อมชายผู้ก่อเหตุจนยอมมอบตัวและนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สน.ปทุมวัน เบื้องต้นชายคนดังกล่าวบอกว่าก่อเหตุเพราะเกิดความเครียด

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ ตำรวจกันพื้นที่ด้านหลังตึกแถวที่ผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่ เพื่อตรวจสอบและสอบถามข้อมูลจากเพื่อนบ้าน

สื่อหลายสำนักรายงานคำให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ที่เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ได้ให้พี่ชายผู้ของผู้ก่อเหตุเข้าไปเกลี้ยกล่อมนานประมาณ 1 ชั่วโมงจึงสงบสติอารมณ์ลงและยอมมอบตัวกับตำรวจ

จากการตรวจสอบพบว่าผู้ก่อเหตุชื่อนายเอกชัย จารึกศิลป์ อายุ 48 ปี ครอบครองอาวุธปืนที่จดทะเบียนทั้งหมด 4 กระบอก ใช้ในที่เกิดเหตุ 2 กระบอก โดยยิงแบบไร้ทิศทางประมาณ 30-40 นัด

รอง ผบช.น.กล่าวว่าเจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะและยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร ส่วนความเสียหายอยู่ระหว่างตรวจสอบ นอกจากนี้จะเสนอขอเพิกถอนใบอนุญาตถือครองอาวุธปืนของนายเอกชัย

พล.ต.ต.ปิยะเปิดเผยว่านายเอกชัยให้การว่าก่อเหตุ เพราะเครียดเรื่องปัญหาครอบครัวและธุรกิจ เหตุที่ยิงปืนเพราะต้องการระบายความเครียด ไม่มีเจตนายิงผู้ใด

Image copyright Wasawat Lukharang / BBC Thai
คำบรรยายภาพ รอยกระสุนบนอาคารสำนักงานซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 120 เมตร จากตึกแถวที่ชายผู้ก่อเหตุยิงจากชั้นบน

พฤติกรรมเลียนแบบเหตุกราดยิงโคราชหรือไม่

นพ.บุรินทร์ สุรอรุณสัมฤทธิ์ ผู้อำนวยการกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุชายก่อเหตุยิงปืนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ปทุมวันเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาว่า เวลานี้ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นพฤติกรรมเลียนแบบจากกรณีกราดยิงที่โคราชหรือไม่ เนื่องจากทั้งสองเหตุการณ์ไม่ได้มีความเกี่ยวเนื่องกัน อีกทั้งเป้าหมายหรือจุดประสงค์มีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด

"เหตุการณ์ที่โคราชเป็นเรื่องของความตั้งใจยิงคนรอบข้าง แต่กรณีของปทุมวันไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เป็นเหมือนการระบายอารมณ์ เป็นลักษณะระบายโทสะ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ" นพ.บุรินทร์กล่าว

นพ.บุรินทร์อธิบายเพิ่มเติมว่า การเลียนแบบการก่อเหตุอาชญากรรมนั้น โดยปกติไม่ได้เกิดขึ้นกับคนทั่วไป แต่ผู้กระทำพฤติกรรมเลียนแบบมักเป็นผู้ที่มีความเปราะบางด้านอารมณ์ คนที่มีนิสัยและอารมณ์รุนแรง มีความเครียด ซึมเศร้า เป็นต้น ประกอบกับการเสพสื่อที่อธิบายขั้นตอนการก่อเหตุอย่างละเอียด ซึ่งสามารถนำไปสู่พฤติกรรมเลียนแบบได้

Image copyright Wiwat Pandhawuttiyanon
คำบรรยายภาพ ห้างเทอร์มินอล 21 โคราชซึ่งกลับมาเปิดให้บริการวันแรกเมื่อวานนี้ (13 ก.พ.) หลังเกิดเหตุกราดยิงวันที่ 8-9 ก.พ. ยังมีประชาชนมาวางดอกไม้และเขียนข้อความไว้อาลัยจำนวนมาก

"การเลียนแบบเหตุกราดยิงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ในอนาคต เราต้องเฝ้าระวัง ช่วยดูแลคนรอบข้างที่มีความเสี่ยง มีปัญหาทางจิตใจ หรือมีภาวะความเครียด ให้เขาได้พูดคุย และแนะนำให้ใช้สายด่วนปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อการช่วยเหลือแก้ไขสุขภาพจิตที่ถูกต้อง" นพ.บุรินทร์กล่าว

ผู้อำนวยการกองบริหารระบบบริการสุขภาพจิตแสดงความกังวลว่า หลังเกิดเหตุกราดยิงที่โคราชและเหตุยิงปืนขึ้นฟ้าที่ย่านปทุมวัน ประชาชนอาจมีความรู้สึกหวั่นไหว ตื่นตระหนก

"ผู้คนจะเริ่มรู้สึกว่าอาจเกิดเหตุแบบนั้นได้อีกกับตัวเอง และทำให้เกิดความรู้สึกว่าสังคมไม่ปลอดภัย อาจมีผลกระทบคือเขาอาจจะพยายามโทรศัพท์แจ้งข่าว หรือป้องกันเกินกว่าเหตุ เช่น ให้ลูกออกจากโรงเรียน ทั้งที่เรียนหนังสืออยู่"

นพ.บุรินทร์แนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารที่เป็นการบรรยายเหตุการณ์ให้น้อยลงแต่ให้รับข้อมูลข่าวสารในเชิงแนะนำให้มากขึ้น เช่น หากเกิดเหตุการณ์ขึ้นจะรับมืออย่างไร

นอกจากนี้เมื่อสังเกตว่าตัวเองมีอารมณ์เปลี่ยนไป เช่น วิตกกังวล มีอารมณ์ร่วมหรือโกรธง่ายกว่าปกติ จนส่งผลต่อการกินการนอน ต้องรีบหยุดบริโภคสื่อ แล้วหันไปทำกิจกรรมที่ผ่อนคลาย และสามารถติดต่อสายด่วนสุขภาพจิต 1323 เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตอย่างเหมาะสม

"สื่อมีส่วนช่วยได้เยอะในการป้องกันพฤติกรรมเลียนแบบ เช่น เลี่ยงการเปิดเผยชื่อผู้ก่อเหตุ หลีกเลี่ยงการให้รายละเอียดพฤติกรรมที่เกิดขึ้น จะช่วยให้คนที่มีความเสี่ยงไม่รับรู้สถานการณ์ อีกทั้งลดความถี่ของการเสนอข่าว เมื่อเวลาผ่านไปก็เน้นการเสนอข่าวด้านบวก ของความเป็นฮีโร่ของคนที่เข้าไปช่วยเหลือ หรือบทเรียนของการจัดการ การรับมือ ก็จะลดความตื่นตระหนกของสังคม และการเลียนแบบได้" นพ.บุรินทร์กล่าว