“ผู้หญิงก็บินได้” ความฝันที่ไร้พรมแดนอายุ ของ “น้องมิลค์” แชมป์โลกโดรนเรซซิ่งชาวไทย

  • เรื่องโดย สมิตานัน หยงสตาร์ ผู้สื่อข่าวพิเศษบีบีซีไทย
  • วิดีโอโดย ภานุมาศ สงวนวงษ์ ผู้สื่อข่าววิดีโอ
น้องมิลค์ซ้อม

ที่มาของภาพ, PANUMAS SANGUANWONG/BBC THAI

เมื่ออายุไม่ใช่ขีดจำกัดของความสามารถ เด็กผู้หญิงที่ยังไม่เปลี่ยนคำนำหน้า อย่าง "น้องมิลค์" ด.ญ.วรรรญา วรรณผ่อง จึงผงาดขึ้นเป็นแชมป์โลกโดรนเรซซิ่ง หรือ "อากาศยานไร้คนขับ" ประเภทบุคคลหญิง ของ FAI World Drone Racing Championship ได้ถึง 2 สมัยซ้อน จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งวงการ

ก่อนจะมาถึงวันที่ก้าวขึ้นไปยืนบนตำแหน่งสูงสุดของโพเดียม เธอต้องต่อสู้อย่างไรบ้าง และบุคคลเบื้องหลังที่คอยสนับสนุนเธอคือใคร บีบีซีไทยไปพูดคุยกับน้องมิลค์เจ้าของฉายา"เสือยิ้มยาก" รายนี้

"ผู้หญิงก็บินได้เหมือนกัน" คำพูดผ่านน้ำเสียงหนักแน่นประโยคนี้ บอกเล่าความเป็นเธอได้ดีที่สุด ด้วยความ "ใจถึง" เกินกว่าเด็กผู้หญิงธรรมดานี่เอง ทำให้เธอเริ่มเข้าร่วมแข่งขันรายการแรกหลังฝึกบินครั้งแรกได้เพียง 2 เดือน

คำบรรยายวิดีโอ,

“ผู้หญิงก็บินได้” ความมุ่งมั่นของแชมป์โลกโดรนเรซซิ่งหญิงวัย 12 ปี

โดรนเรซซิ่งไม่ใช่สิ่งแรกที่เธอเริ่มต้น ในวัย 7 ขวบ ด้วยการชักชวนของคุณพ่อ "อาวุธ วรรณผ่อง" ที่ต้องการให้ลูกสาวมีกิจกรรมยามว่าง สองพ่อลูกจึงชวนกันเล่นเฮลิคอปเตอร์บังคับก่อนเป็นอย่างแรก แต่ด้วยต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงมาก จึงต้องวางวิทยุบังคับเฮลิคอปเตอร์ หันมาทำความรู้จักกับเจ้าโดรน 4 ใบพัดที่กลายเป็นปัจจัยที่ห้าของเธออย่างทุกวันนี้

"มันง่ายขึ้น บังคับง่ายขึ้น...อาทิตย์หนึ่งก็บินได้" น้องมิลค์เล่าถึงความรู้สึกแรกหลังหันมาฝึกบินโดรนในวัย 8 ขวบ ด้วยมีพื้นฐานการบังคับเฮลิคอปเตอร์ซึ่งใช้วิทยุบังคับแบบเดียวกัน เพียงแต่เปลี่ยนมุมมองการบินเท่านั้น

หลังฝึกซ้อมบินลอดสิ่งกีดขวางอยู่ราว 2 เดือน เธอก็ได้ทดสอบสนามแรกในชีวิต กับบรรดานักแข่งทุกเพศทุกวัยในไทยกว่า 30 คน ซึ่งในครั้งแรกนั้นน้องมิลค์จบเป็นอันดับที่ 8 ต่อมาไม่นานเธอก็ประเดิมแชมป์แรกกับการแข่งขันโดรนเรซซิ่งที่จัดขึ้นในเมืองไทย ในประเภทมือใหม่ และบุคคลหญิง

ที่มาของภาพ, Panumas Sanguanwong/BBC Thai

คำบรรยายภาพ,

โดรนเรซซิ่งจะมีน้ำหนักเบา โดยประกอบด้วย 4 ใบพัด

"ซ้อมทุกวันหลังเลิกเรียน วันเสาร์อาทิตย์บินทั้งวัน" น้องมิลค์เล่าถึงตารางการฝึกซ้อมอย่างไม่มีวันหยุด ซึ่งเป็นเคล็ดลับที่ทำให้บินได้อย่าง "ชินมือ" และ "ไม่ตื่นเต้นระหว่างการแข่งขัน"

หนึ่งความภาคภูมิใจของครอบครัวที่ไม่มีวันลืม คือการคว้าถ้วยพระราชทานของในหลวงรัชกาล ที่ 9 จนก้าวขึ้นสู่การเป็นแชมป์ประเทศไทย และขยับเข้าสู่การเป็นแชมป์โลกอีกก้าวหนึ่ง

เส้นทางสายแชมป์โลก

กว่า 2 ปี ในวงการน้องมิลค์เริ่มเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ในฐานะเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่ฝีมือไม่เล็กตาม จากการตระเวนแข่งขันในหลายประเทศ ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงค์โปร์ ฮ่องกง เกาหลีใต้ จีน เยอรมนี รวมไปถึงไปตุรกี

"ตื่นเต้นนิดหน่อย" ประโยคสั้น ๆ เล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในวันแข่งขันชิงแชมป์โลก FAI World Drone Racing Championship 2018 จากผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 120 ชีวิต ทุกรุ่นทุกอายุที่ต้องมาประชันกันท่ามกลางอากาศหนาวของประเทศจีน

ในการแข่งนั้นจะมีทั้งรุ่นบุคคลทั่วไป และรุ่นจูเนียร์ ซึ่งต้องแข่งพร้อมกันหมด ใครทำเวลามากก็จะถูกคัดออกไปเรื่อย ๆ จนเหลือผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งในครั้งนั้นน้องมิลค์ก็ยังไม่สามารถยึดพื้นที่บนโพเดียมไว้ได้ ด้วยมีนักแข่งมากฝีมือจากนานาชาติ

แต่แล้วก็มีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้น เนื่องจากทีมจัดการแข่งขันประกาศว่าปีนั้น จะมีการแข่งขันรุ่น Women ขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งจะคัดจากผู้หญิงที่ทำเวลาในรอบคัดเลือกได้ดีที่สุด 4 อันดับ มาแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งในเวลานั้นน้องมิลค์ทำเวลานำเป็นอันดับหนึ่งในบรรดานักแข่งผู้หญิงด้วยกัน

ที่มาของภาพ, อาวุธ วรรณผ่อง

คำบรรยายภาพ,

ในการป้องกันแชมป์โลกปี2019สื่อหลายสำนักจับตาสาวน้อยคนนี้ด้วยความเก่งที่เกินอายุ และแชมป์เก่า

"ถ้าเราบินแล้วเราไม่ตก หรือไม่เกิดอุบัติเหตุยังไงเราก็เข้าอยู่แล้ว เพราะเวลาคัดเลือกเราอยู่เหนือเขามาก บินยังไงก็ได้ยังไงก็ชนะ" แล้วการคาดหมายของพ่ออาวุธก็ไม่ผิดพลาด เมื่อน้องมิลค์สามารถทำเวลาได้ดีจนสามารถคว้าแชมป์ในปีนั้นได้

คนว่ากันว่าสำเร็จครั้งแรกโชคอาจจะเข้าข้างคุณ แต่หากเป็นครั้งที่สองคงต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องของฝีมือ เช่นเดียวกับน้องมิลค์ ที่ในปี 2019 สามารถป้องกันแชมป์โลกในรุ่นนี้ไว้ได้ สร้างความดีใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ พร้อมขึ้นกล่าวขอบคุณทิ้งท้ายว่า "รู้สึกดีใจ และขอบคุณผู้สนับสนุนทุกคน"

ผู้ชายล่างโพเดียม

คำพูดที่น้องมิลค์กล่าวขอบคุณระหว่างการสัมภาษณ์หลังคว้าแชมป์โลก ฟังเผิน ๆ อาจเป็นเพียงการขอบคุณผู้สนับสนุนธรรมดา แต่หากมองลึกลงไปประโยคนี้บอกเล่าถึงการต่อสู้ที่เธอต้องเผชิญไปพร้อม ๆ กับโค้ชคู่กาย นั่นคือ อาวุธ วรรณผ่อง คุณพ่อของเธอซึ่งอยู่ในแวดวงเฮลิคอปเตอร์บังคับมาเป็นเวลานาน และได้เห็นแววของลูกสาวตั้งแต่ครั้งแรก

ที่มาของภาพ, Panumas Sanguanwong/BBC Thai

คำบรรยายภาพ,

คุณพ่ออาวุธทำหน้าที่เป็นโค้ชคู่ใจน้องมิลค์ทั้งในสนามแข่ง และสนามซ้อม

ตั้งแต่นั้นมาคุณพ่อเลยกลายเป็นเหมือนเงาที่อยู่คู่กายทั้งในและนอกสนาม คุณพ่อเป็นคนที่เริ่มทำสนามซ้อม ด้วยการไปเช่าที่โล่ง ลงแรงตัดหญ้า และทำสิ่งกีดขวางต่าง ๆ โดยเรียนรู้จากบรรดาคนรู้จัก และยูทิวบ์ที่กลายเป็นครูชั้นยอด

"ทำทุกวัน ทุกวันจะต้องทำ เวลาเรามาซ้อมมันจะมีความเสียหายเกิดขึ้น ชนบ้าง มอเตอร์ไหม้บ้าง ใบหัก บางทีตัวเครื่องก็หักเลย เราก็เอาซ่อมทุกวัน ทำตลอดเวลาแล้วก็ทำสนาม ตั้งอุปกรณ์ ตัดหญ้าอะไรพวกนี้ นี่แหละการต่อสู้เบื้องหลัง" นี่เป็นกิจวัตรของคุณพ่อที่ต้องทำในแต่ละวัน

ที่มาของภาพ, Panumas Sanguanwong/BBC Thai

คำบรรยายภาพ,

ในทุกวันคุณพ่ออาวุธต้องซ่อมแซมสนาม รวมถึงวางแผนการวางสิ่งกีดขวางในการฝึกซ้อม

นักกีฬาแทบทุกคนที่มีคุณพ่อทำหน้าที่โค้ชไปด้วย มักจะเจอคำถามที่เหมือนกัน คือ ยากไหมกับการที่เป็นทั้งพ่อและโค้ช พ่ออาวุธก็เป็นอีกคนหนึ่งที่พบคำถามนี้เป็นประจำ ตอบว่า "พยายามจะแบ่งว่าตอนนี้ผมสอนน้องอยู่นะ หลังจากซ้อมเสร็จอันนี้ผมเป็นพ่อนะดูแลลูก แบ่งกันจะไม่ผสมกัน เวลาสอนก็ทำตัวเกรี้ยวกราด ไม่ใช่ลูก คุณต้องบินให้มันเร็วกว่านี้ บินอย่างนี้ไม่ได้ ทำตัวเหมือนโค้ชครับ"

"ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม คุณพ่ออาวุธทิ้งท้ายไว้ว่า เราไม่รู้ว่าเด็กแต่ละคนมีความสามารถทางด้านไหน คือเราไม่รู้เลยถ้าเราไม่ลองให้เขาทำ อยู่ที่ผู้ใหญ่จะกล้าให้เขาทำไหมด้วย มีส่วนเยอะเลย คือเด็กมันเหมือนเป็นเมมโมรี่อันใหม่ เราก็เมมโมรี่ใส่ในสมองเขาเราเป็นคนทำ ในขณะที่เขายังเด็กอยู่นะครับ ถ้าเขาโตแล้วเมมโมรี่เขาเต็มเขาจะไม่รับอะไรแล้ว"