โคโรนา : กต.แนะนำให้คนไทยเดินทางออกจากจีน ขณะที่หลายประเทศยกระดับคุมการเข้า-ออก

  • 20 กุมภาพันธ์ 2020
ขนเข็นกระเป๋าเดินทาง Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ คนที่เดินทางจากประเทศที่มีผู้ป่วยโควิด-19 จำนวนมาก ไปสหราชอาณาจักรในช่วงนี้จะถูกคัดกรองอย่างเข้มงวด

สถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโรคโควิด-19 เริ่มกระทบการเดินทางระหว่างประเทศในวงกว้าง โดยหลายประเทศได้ยกระดับควบคุมการเดินทางเข้าออก ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศออกข่าวด่วนแนะนำให้คนไทยเดินทางออกจากจีน "ในขณะที่สายการบินยังเปิดให้บริการอยู่"

บีบีซีไทยรวบรวมประกาศของทางการไทยและประกาศของประเทศอื่นที่ส่งผลกระทบต่อไทยที่ออกมาในรอบสัปดาห์ ดังนี้

กรมการกงสุลขอให้คนไทยเดินทางออกจากจีน

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ เผยแพร่ข่าวด่วนเมื่อวานนี้ (19 ก.พ. 2563) แนะนำให้คนไทยในจีนเดินทางออกจากประเทศและขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปจีน เพื่อป้องกันการติดโรคโควิด-19

Image copyright Getty Images
คำบรรยายภาพ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินลำหนึ่งที่ออกเดินทางจากท่าอากาศยานในฮ่องกง สวมหน้ากากอนามัยและถุงมือยาง เพื่อป้องกันการติดโรคโควิด-19

"ตามที่องค์การอนามัยโลกประกาศว่าการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ กรมการกงสุลขอให้คนไทยในจีน (ยกเว้นฮ่องกง) ที่ไม่มีความจำเป็นต้องพำนักอาศัยในจีนพิจารณาเดินทางออกจากจีนในขณะที่สายการบินยังเปิดให้บริการอยู่ รวมทั้งขอให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปจีน สำหรับคนไทยที่อาศัยอยู่ในจีน ขอให้ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานทางการจีนในการปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันตนเองจากการติดเชื้ออย่างเคร่งครัด" กรมการกงสุลระบุ

พร้อมกับให้หมายเลขโทรศัพท์ด่วนของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ทุกแห่งในจีนสำหรับให้คนไทยติดต่อขอความช่วยเหลือและข้อมูลเพิ่มเติม

สถานทูตไทยในกรุงลอนดอน แนะนำชะลอการเดินทางไปสหราชอาณาจักร

สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงลอนดอน โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาในไทยว่า สหราชอาณาจักรยังคงมีกระบวนการคัดกรองผู้โดยสารที่เดินทางเข้าสหราชอาณาจักรจากพื้นที่ที่พบผู้ป่วยโรคโควิด-19 โดยหากท่าอากาศยานในสหราชอาณาจักรได้รับแจ้งจากสายการบินว่า มีผู้โดยสารที่มีอาการไข้ ไอ จาม หายใจติดขัด ฯลฯ บนเครื่อง ทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ประจำอยู่ที่ท่าอากาศยานจะทำการตรวจและคัดกรองผู้โดยสารท่านนั้น (รวมทั้งอาจรวมถึงผู้โดยสารอื่นที่นั่งบริเวณใกล้เคียงกับผู้โดยสารท่านนั้น) ซึ่งขั้นตอนการคัดกรองอาจเป็นเพียงการตรวจอาการเบื้องต้น ให้ข้อแนะนำในการดูแลสุขภาพ ไปจนถึงการขอให้ผู้โดยสารลงจากเครื่อง ขอให้หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่แออัด หรือขอให้เก็บตัวอยู่กับบ้าน

Image copyright Wasawat Lukharang/BBC Thai
คำบรรยายภาพ เจ้าหน้าที่ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อและเช็ดทำความสะอาดห้องผู้โดยสารภายในเครื่องบินของการบินไทยและสายการบินไทยสมายล์ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

"อย่างไรก็ดี ทางการสหราชอาณาจักรกำหนดมาตรการเพิ่มเติมในกรณีที่พบผู้ที่มีอาการมากถึงขั้นรุนแรง ผู้โดยสารท่านนั้นอาจถูกร้องขอให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ในพื้นที่ควบคุมที่ได้เตรียมไว้ในขณะนี้เพื่อเฝ้าระวังอาการเป็นเวลา 14 วัน"

สถานเอกอัครราชทูตฯ แนะนำให้คนไทย "ที่มีอาการต่าง ๆ อันอาจเข้าข่ายต้องถูกตรวจคัดกรอง ควรพิจารณาชะลอแผนการเดินทางออกไปก่อนหากยังไม่มีภารกิจจำเป็นเร่งด่วน" พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์สายด่วนเพื่อขอความช่วยเหลือ 07918651720

อิสราเอลยกระดับห้ามคนทุกสัญชาติที่เคยพำนักในไทย 14 วันก่อนเดินทางเข้าประเทศ

วันที่ 16 ก.พ. กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลออกประกาศให้ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศไทย สิงคโปร์ ฮ่องกงและมาเก๊า กักตัวอยู่ที่บ้านเป็นเวลา 14 วันหลังจากเดินทางมาถึงอิสราเอล ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการผิดปกติใด ๆ

ต่อมาวันที่ 17 ก.พ. ทางการอิสราเอลได้ยกระดับควบคุมผู้ที่เดินทางมาจากไทย โดยหน่วยงานประชาการและตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้กระทรวงมหาดไทยของอิสราเอลได้ออกประกาศปฏิเสธการเดินทางเข้าอิสราเอลของบุคคลทุกสัญชาติที่เคยเดินทางไปประเทศไทย สิงคโปร์ ฮ่องกงและมาเก๊าในช่วง 14 วันที่ผ่านมาทั้งทางบก ทางเรือและทางอากาศ ยกเว้นผู้ที่ถือสัญชาติอิสราเอลหรือมีถิ่นพำนักในอิสราเอล

Image copyright สถานทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ
คำบรรยายภาพ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้เข้าพบนาย Gilad Cohen รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลฝ่ายเอเชียและแปซิฟิก เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในประเทศไทย

มาตรการดังกล่าวทำให้ น.ส.พรรณนภา จันทรารมย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ เข้าพบนาย Gilad Cohen รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลฝ่ายเอเชียและแปซิฟิก เมื่อวันที่ 18 ก.พ. เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาในประเทศไทย ตลอดจนมาตรการและศักยภาพในการคัดกรอง ป้องกัน ควบคุมและรักษาโรคของไทย เพื่อสร้างความมั่นใจในปฏิบัติการของไทยในการรับมือกับการระบาดครั้งนี้

"รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลได้แสดงความเข้าใจ และแสดงความมั่นใจต่อศักยภาพของระบบสาธารณสุขไทย รวมทั้งพร้อมประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของอิสราเอลและร่วมมือกับไทยเพื่อแก้ไขสถานการณ์" สถานทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ รายงานผ่านเฟซบุ๊ก

สธ.แนะนำให้หลีกเลี่ยงเดินทางไปญี่ปุ่นและสิงคโปร์

วันที่ 17 ก.พ. นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แจ้งว่าจากการที่ญี่ปุ่นและสิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และมีสัญญาณบ่งชี้ว่ากำลังเข้าสู่ระยะที่ 3 ของการระบาด สธ. จึงขยายมาตรการคัดกรองทางการแพทย์คุมเข้มผู้เดินทางจากทั้ง 2 ประเทศนี้เทียบเท่ากับผู้ที่เดินทางมาจากประเทศจีน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการระบาด

สธ.ยังได้แนะนำประชาชนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังประเทศที่มีการระบาดเป็นวงกว้างอย่างสิงคโปร์และญี่ปุ่น เพิ่มเติมจากคำแนะนำที่ให้หลีกเลี่ยงการเดินทางไปจีนและฮ่องกง

ไทยยังไม่ห้ามคนเดินทางเข้าประเทศ

นพ. โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการสำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค ยืนยันระหว่างการแถลงข่าวสถานการณ์ประจำวันวันนี้ (20 ก.พ.) ว่า ประเทศไทยไม่มีนโยบายห้ามเข้าประเทศ แต่ผู้ที่เดินทางมาจากประเทศที่มีการระบาดเป็นวงกว้างจะต้องผ่านการวัดอุณหภูมิร่างกายด้วยเครื่องเทอร์โมสแกนวัดไข้และให้เจ้าหน้าที่ตรวจว่ามีอาการขอโรคติดต่อทางเดินหายใจหรือไม่ เกณฑ์ที่ใช้คือหากมีไข้ 37.5 องศาเซลเซียลขึ้นไป และมีอาการผิดปกติที่ทางเดินหายใจ ก็จะถูกแยกมาตรวจซ้ำ หากเข้าข่ายผู้ต้องสงสัยติดเชื้อก็จะนำส่งโรงพยาบาล

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม