อนาคตใหม่ : ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเมืองไทยชี้ยุบพรรคสะท้อนว่าการเมืองไทยยังอยู่ในมือชนชั้นนำ

  • 22 กุมภาพันธ์ 2020
Image copyright Getty Images

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติวันนี้ (21 ก.พ.) ให้ยุบพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) พร้อมเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) เป็นเวลา 10 ปี สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นที่จับตาของผู้เชี่ยวชาญเรื่องเมืองไทยหลายคน

"การยุบพรรคอนาคตใหม่คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่า อำนาจทางการเมืองในประเทศไทยตกอยู่ในมือชนชั้นนำเพียงไม่กี่คน ไม่ใช่ผู้แทนที่มาจากเลือกตั้งโดยประชาชน และผู้ใดก็ตามที่สั่นคลอนสถานะนี้ย่อมต้องถูกลงทัณฑ์" เพตรา เดซาโตวา นักวิจัยด้านการเมืองไทย จากสถาบันเอเชียศึกษา มหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน กล่าวกับบีบีซีไทย

ดร. เดซาโตวา กล่าวด้วยว่า คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ จะไม่ช่วยแก้ปัญหาการแบ่งฝักฝ่ายทางการเมืองระหว่างฝ่ายอนุรักษ์นิยมและฝ่ายที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยประกาศไว้เมื่อคราวยึดอำนาจปี 2557 ว่าจะเข้ามาสร้างความปรองดอง แต่การยุบพรรคอนาคตใหม่จะยิ่งเพิ่มความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้นในอนาคต

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ ดร.เพตรา เดซาโทวา, ยาสุฮิโตะ อาซามิ

"ตลอด 5 ปี ของการปกครองด้วยกองทัพ และตามมาด้วยการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยคำถาม ประเทศไทยจะยังคงแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันต่อไป หรือมากกว่าสถานการณ์ในช่วงก่อนการรัฐประหารปี 2557"

ด้านอาจารย์ ยาสุฮิโตะ อาซามิ ผู้เชี่ยวชาญการเมืองไทย แห่งภาควิชาการเมืองโลก แห่งมหาวิทยาลัยโฮเซ ประเทศญี่ปุ่น ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยในเรื่องนี้ว่าคำตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ เพิ่มความกังวลของนักลงทุนญี่ปุ่นซึ่งเป็นชาติที่ลงทุนมากที่สุดในไทยต่อสถานการณ์การเมืองไทยในอนาคต

Image copyright EPA
คำบรรยายภาพ มติศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคอนาคตใหม่ ตัดสิทธิ กก.บห. 10 ปี

"คนญี่ปุ่นให้ความสนใจกับคำวินิจฉัยวันนี้ของศาลรัฐธรรมนูญมาก หลังจากศาลแถลงคำวินิจฉัยไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง สื่อญี่ปุ่นก็ลงข่าวทันที" อ.อาซามิกล่าวในอีเมลที่เขียนเป็นภาษาไทย

เขาเสริมว่า การยุบพรรคอนาคตใหม่เพิ่มความกังวลของนักลงทุนญี่ปุ่นต่อเสถียรภาพทางการเมืองไทยมากขึ้นแน่นอน ไม่ใช่เฉพาะระยะสั้นเท่านั้นแต่ระยะกลาง ระยะยาวด้วย

Image copyright Reuters
คำบรรยายภาพ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้า อนค. ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 10 ปี

"นักลงทุนญี่ปุ่นก็รู้อยู่ว่าการยุบพรรคอนาคตใหม่จะทำให้คนไทยคนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยไม่พอใจและผิดหวังกับรัฐบาลปัจจุบันมากขึ้น และความเชื่อถือของสถาบันตุลาการในสายตาของคนรุ่นใหม่ก็คงลดลง"

อย่างไรก็ตาม อ.อาซามิ บอกว่า ยังยากที่จะประเมินในระยะใกล้ว่านักลงทุนญี่ปุ่นจะมีปฏิกิริยาในเรื่องนี้อย่างไร แต่ผลกระทบทางลบที่เห็นได้ชัดในขณะนี้ คือ การระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก

ส่วนผลกระทบทางการเมืองในอนาคตนั้น อ.อาซามิ เห็นว่าคนรุ่นใหม่จะหมดความหวังกับการต่อสู้ในระบอบรัฐสภาและคิดจะสู้นอกรัฐสภา ถ้าไม่มีทางเลือก สิ่งนี้อาจจำเป็น แต่มักจะมีต้นทุนทางสังคมสูง หากผู้มีอำนาจไม่เอาจริงเอาจังในการหาทางปรองดอง ความไม่พอใจของคนรุ่นใหม่อาจจะทำลายเสถียรภาพไม่เพียงเฉพาะทางการเมือง แต่ยังทำลายเสถียรภาพในด้านอื่น ๆ ในสังคมด้วย

"หากผู้มีอำนาจไม่ให้ผู้ที่มีความไม่พอใจได้ต่อสู้นอกสภาโดยใช้ทุกวิธี อาจจะทำให้คนรุ่นใหม่หมดความหวังโดยสิ้นเชิง ทำให้พวกเขาไม่กล้าคิดไม่กล้าพูด เมื่อเป็นเช่นนั้นรัฐบาลอาจจะอยู่รอด แต่สังคมที่ไม่มีคนรุ่นใหม่ที่กล้าคิดกล้าพูดยากที่จะมีพัฒนาการทางเศรษฐกิจด้วย"

ด้าน นายสุลักษณ์ ศิวรักษ์ ผู้เคยได้รับการยกย่องว่าเป็น "ปัญญาชนสยาม" ได้แสดงความคิดเห็นต่อคำตัดสินยุบพรรคอนาคตใหม่ของศาลรัฐธรรมนูญ โดยมีการโพสต์คลิปวิดีโอที่โพสต์ทางเฟซบุ๊ก Sulak Sivaraksa และได้พิมพ์ข้อความประกอบคลิปวิดีโอนั้นว่า "ไม่ว่าจะภยาคติ โทสาคติ ฉันทาคติ และโมหาคติ ถ้าท่านตุลาการที่เคารพนับถือพระพุทธศาสนา น่าจะตรวจตราอคติของตนเองให้ชัดเจน ก่อนที่จะอ้างมาตราโน้น มาตรานี้ อย่างสะเปะสะปะ"