อภิปรายไม่ไว้วางใจ : ประยุทธ์ท้าพิสูจน์ “มาดามหลังทำเนียบ” โยงแก้สัญญาโครงการไบโอเมทริกซ์

  • 26 กุมภาพันธ์ 2020
ประยุทธ์ Image copyright Thai News Pix

ในวันที่ 3 ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล เริ่มต้นเมื่อเวลา 09.30 น. และยังเป็นอีกวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ถูกรุมซักฟอก โดยพาดพิงไปถึง "มาดามหลังทำเนียบ" ทำให้อารมณ์ของนายกฯ ขุ่นขึ้นหากเทียบกับ 2 วันแรก

แม้เหลือเวลาอภิปรายอีกเพียง 1 วัน แต่ฝ่ายค้านยังไม่อาจเข้าสู่การอภิปรายรัฐมนตรีอีก 5 คนที่เหลือ ล่าสุดเวลา 15.30 น. นายสุทิน คลังแสง ประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) แถลงว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ จะเสร็จสิ้นในเวลา 12.00 น. ของวันพรุ่งนี้ (27 ก.พ.) จากกำหนดเดิมที่ต้องเสร็จสิ้นตั้งแต่วานนี้ (25 ก.พ.) เนื่องจากรัฐบาลได้แปรเวทีซักฟอกให้เป็นเวทีแถลงผลงานของรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทย (พท.) ยืนยันว่าจะมีอย่างน้อย 4 กรณีที่ฝ่ายค้านจะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อ โดยเป็นกรณีไม่ไว้วางใจนายกฯ 2 กรณี และกรณีไม่ไว้วางใจนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ อีกคนละกรณี

วันนี้ (26 ก.พ.) ที่ประชุมสภาต้องเสียเวลานับ ชม. กับการประท้วงกันไปมาระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้าน ในช่วงที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) ขึ้นอภิปราย โดยพยายามพูดถึงกรณีนายกฯ นำคณะรัฐมนตรี (ครม.) กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน ทั้งที่ประธานสภาสั่งห้ามอภิปราย เนื่องจากมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว จนหวิดถูกนายศุภชัย โพธิสุ รองประธานสภา ปฏิบัติหน้าที่ประธาน ไล่ออกจากห้องประชุม

ศุภชัย : ประธานวินิจฉัยแล้วให้ถือเป็นเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นจะเชิญออกนอกห้องประชุม ท่านเสรีพิศุทธ์ท่านต้องเลือกระหว่างจะอภิปรายต่อ หรือออกนอกห้องประชุม ท่านเสรีตัดสินใจเลยครับ ท่านจะเอาอย่างไร ผมไม่ขู่นะครับ ผมเอาจริง

Image copyright Thai News Pix

เสรีพิศุทธ์ : ถ้าเอาจริง ๆ เดี๋ยวเราก็เจอกันนอกสภา

(สมาชิกประท้วงกันไปมา โดยเฉพาะการใช้วาจาของ ส.ส.ฝ่ายค้านรายนี้ต่อประธาน)

ศุภชัย : ไม่ต้องห่วง ผมไม่เคยกลัวท่านเสรี ท่านเป็น "วีรบุรุษนาแก" ผมนี่ "สหายแสง" ผมให้ท่านตัดสินใจว่าจะอภิปรายต่อไหม ไม่อยางนั้นจะเชิญไปนั่งห้อง 30 นาที

Image copyright Thai News Pix

สุดท้ายหัวหน้า สร. ก็ยอมจบการอภิปรายของตัวเองลงหลังกล่าวว่า คนเราหลอกคนอื่นได้ แต่หลอกตัวเองไม่ได้ แต่นายกฯ ตรงกันข้าม คนอื่นก็รู้ว่าการถวายสัตย์ไม่ครบ แต่นายกฯ ก็หลอกตัวเอง "คนหลอกตัวเองสมควรจะเป็นผู้นำต่อไปหรือ ผมจบแค่นี้"

ส่วนเนื้อหาการอภิปรายที่น่าสนใจคือ การตั้งข้อสังเกตเรื่องความไม่ชอบมาพากลของโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจพิสูจน์บุคคลโดยเทคโนโลยีตรวจลายนิ้วมือและภาพถ่ายใบหน้า หรือไบโอเมทริกซ์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งเป็นองค์กรในกำกับดูแลของนายกฯ อภิปรายโดยนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.) ทว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ยกคำกล่าวของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) มายืนยันว่าโครงการนี้ "ไม่มีการทุจริต" และตอกกลับฝ่ายค้านเป็นรายประเด็น บีบีซีไทยขอสรุปไว้ ดังนี้

ย้อนเส้นทางไบโอเมทริกซ์ พบส่วนต่างราคา 600 ล้าน

นายวิสารลำดับความเป็นมาของโครงการไว้ ดังนี้

1) ประกาศราคากลางครั้งแรกเมื่อ เม.ย. 2559 ที่ 1,735 ล้านบาท ก่อนยกเลิกเพราะหาผู้รับเหมาไม่ได้ แล้วประกาศประกวดราคาครั้งที่สองเดือน พ.ค. 2560 วงเงิน 2,126 ล้านบาท ซึ่งมีการแก้ไขสัญญาเดิมกำหนดว่าไม่ต้องมีเงินค้ำประกัน และไม่ต้องมีผลงานมาก่อน ซึ่งเขาเห็นว่า "เรื่องนี้ถ้าไม่มีผู้ใหญ่สั่งการ ทำไม่ได้"

2) ผู้ชนะประกวดราคาคือ กิจการร่วมค้า เอ็มที ซึ่งประกอบด้วย บริษัท เอ็มเอสซี สิทธิผล จำกัด และบริษัท ไทยทรานมิทชั่น อินดัสทรี ส่งงานล่าช้า ทำให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ได้รายงานให้ ผบ.ตร. ทราบเมื่อ ต.ค. 2561 ว่าการเชื่อมต่อระบบสารสนเทศของ ตม. กับระบบไบโอเมทริกซ์เกิดปัญหาเข้ากันไม่ได้ จึงให้บอกเลิกสัญญา

Image copyright Thai News Pix
คำบรรยายภาพ นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย (พท.)

3) สตช. ไม่ยกเลิกสัญญา ซ้ำยังแก้ไขสัญญาเมื่อ 2 ก.พ. 2562 เปลี่ยนแปลงยี่ห้อจากบริษัทของเยอรมันเป็นอีกบริษัทหนึ่ง ซึ่งจากการตรวจสอบราคาหน้าเว็บไซต์สามารถซื้ออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลได้ในมูลค่า 113 ล้านบาท แต่กลับตั้งราคาสูงถึง 714 ล้านบาท จนเกิดส่วนต่าง 600 ล้านบาท

ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า เรื่องการส่งมอบงานล่าช้า "เป็นความบกพร่องของฝ่ายเราเองด้วย" เนื่องจากในช่วงที่กำหนดการส่งมอบงาน การติดตั้งสัญญาณเพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อกลับไม่สามารถดำเนินการได้ และสถานที่ในการดำเนินการติดตั้งก็ไม่มีความพร้อม

ส่วนการนำราคาในอินเทอร์เน็ตมาเปรียบเทียบ นายกฯ จำได้ว่าเคยมีการตรวจสอบการจัดซื้อรถถังครั้งหนึ่ง มีการบอกว่าราคาในเว็บไซต์ถูกกว่า แต่การซื้อของแบบนี้จะซื้อตามเว็บไซต์ไม่ได้ เราอยากได้ของดี เราต้องแยกแยะ และการทำสัญญาจัดซื้อนั้นจะต้องซื้อระบบด้วย ที่แพงคือระบบ (ซอฟต์แวร์) ซึ่งมาจากต่างประเทศ ถ้าเขาไม่ขายให้ก็ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งกรณีที่กล่าวมาเป็นเพียงราคาของเครื่องเปล่าเท่านั้น สรุปแล้วการจัดซื้อของจะต้องรวมการติดตั้งและการรับประกันด้วย

สายสัมพันธ์ บยส. 15 ของ "มาดาม" โยงยกเลิกสัญญา

นายวิสารอ้างว่าคนที่อยู่เบื้องหลังบริษัทเอ็มเอสซี อยู่ในหลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บยส.) รุ่น 15 พร้อมอ้างถึงชื่อ ดร.วัชรี พรรณเชษฐ์ ซีอีโอบริษัทเอ็มเอสซี, นายวัฒน์ชัย วิลัยลักษณ์ เจ้าของบริษัท สามารถ, นายประวุฒิ ถาวรศิริ อดีตรอง ผบ.ตร. ท่ามกลางเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่า "มีมาดามหลังทำเนียบฯ" ซึ่งมีงานวิจัยออกมาว่าหลักสูตรพิเศษเหล่านี้ เป็นที่คนเข้าไปเรียนเพื่อสร้างสายสัมพันธ์ และแสวงหาผลประโยชน์

"ผมไม่ได้คิดเลยว่าจะเป็นอาจารย์น้องที่ผมเคารพนับถือ อาจารย์ไปต่างประเทศไปที่ไหนผมยกย่องเป็นกุลสตรี เป็นแบบอย่างที่ดีของสตรีไทย ผมเห็นท่านไปไหนก็พามาดามไปด้วย ผมดีใจ... แต่ที่ออกมาอย่างนี้นายกฯ ต้องชี้แจง ผมไม่ไว้ใจจริง ๆ ไม่ทราบเกิดขึ้นได้อย่างไร" นายวิสารกล่าว

เกี่ยวกับประเด็นนี้ พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า เรื่องเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ก็มีหลายคนเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันเยอะแยะ ไม่ได้หมายความว่าต้องไปร่วมกระทำการไม่ดี ถ้าพูดในเรื่องเหมาจ่ายอย่างนี้ หลายคนที่หนี ๆ ไปก็มีเพื่อนร่วมรุ่นเยอะแยะ จะต้องทุจริตกันหมดอย่างนั้นหรือ

"ผมคิดว่าอยู่ที่ตัวบุคคล และภรรยาผมเป็นครูบาอาจารย์มาก่อน เขาก็เตือนผมเสมอในเรื่องการทุจริต" นายกฯ ระบุและย้ำว่า การดำเนินการจัดซื้อทุกขั้นตอนผ่านการตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบแล้ว

"จะมาดามอะไรก็แล้วแต่ไปยุ่งเกี่ยวก็ต้องมีการพิสูจน์กันต่อไป แต่ผมก็เชื่อมั่นในภรรยาของผม วันนี้มีคนอ้างชื่อนายกฯ รองนายกฯ เป็นจำนวนมาก มีแต่คนโง่น่ะที่ไปเชื่อ ผมบอกแล้วให้มาถามผม เชื่อได้อย่างไร" พล.อ.ประยุทธ์กล่าวด้วยสีหน้าตึง

โยงเครื่องใช้งานไม่ได้ ปล่อยผู้ต้องหาหมายแดงคดี 1MDB หลุดเข้าไทย

นายวิสารตั้งคำถามว่าเครื่องไบโอเมทริกซ์ใช้งานได้จริงหรือไม่ เพราะมีการพูดถึง 1MDB ของมาเลเซีย ซึ่ง ข่าวบอกว่าคู่กรณีผ่านด่านตลอด แม้มีหมายจับจากมาเลเซีย ก็ไม่จับเขา ให้เข้าออกบ้านเราหลายครั้ง ที่สำคัญมีหมายจับแดงจากสิงคโปร์ก็ไม่จับ ปล่อยให้เข้าออกหลายครั้ง

พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า ไม่อยากไปก้าวล่วง เพราะเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ยืนยันว่ามี 2 สองคนที่เกี่ยวข้อง โดยหนึ่งคนรับโทษในเรือนจำไปแล้ว อีกคนหนึ่งที่มีการอ้างว่ามีหมายแดงและยังเข้า-ออกประเทศไทยนั้น ได้ตรวจสอบอย่างเป็นทางการแล้วพบว่าหมายแดงออกมาหลังจากนั้น โดยก่อนหน้านั้น เขาเข้า-ออกประเทศเหมือนกับบุคคลทั่วไป และเขามีสิทธิของเขาพอสมควรเหมือนกันจากบัตรอีลิทการ์ด ซึ่งไม่รู้ว่าใครทำให้เขา

Image copyright Thai News Pix

"บางเรื่องไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาโจมตีกัน เพราะเสียหายต่อความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รู้สึกว่าท่านชอบเหลือเกินในการที่จะทำให้ต่างประเทศลดความเชื่อมั่นผมและประเทศไทย แต่ไม่เป็นไรครับ ผมทนได้ ขอบคุณครับ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

การเปิดประเด็นนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในระหว่างการเปิดอภิปรายนอกสภาของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช เมื่อ 23 ก.พ.

ย้อนบางพรรคก็ทำ IO สั่งตรวจสอบอยู่

พล.อ.ประยุทธ์ยังใช้การลุกขึ้นชี้แจงกลางสภารอบแรกของวัน พูดถึงอีกประเด็นร้อนว่าด้วย "ขบวนการ IO" อภิปรายโดยนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ เมื่อ 25 ก.พ. ทว่านายกฯ ไม่ได้ใช้สิทธิตอบประเด็นนี้โดยตรง โดยบอกว่า เวลานี้มีการใส่ร้ายป้ายสีทางสื่อสังคมออนไลน์เต็มไปหมด อย่างเมื่อวานที่มีการพูดจาในเรื่องนี้ เราต้องสืบหาข้อเท็จจริง เพราะเกิดความเสียหายกับหน่วยงานภาครัฐ เรื่องนี้เป็นเรื่องของการติดตามและตรวจพบว่าใครด่ากันด่ากันมา ซึ่งเป็นการไม่ดีเลยที่มีการปลุกระดมคนให้มาทะเลาะกัน

"ผมจะตรวจสอบด้วยว่าบางพรรคก็ทำ ๆ เยอะด้วย ต้องตรวจสอบหาข้อเท็จจริงกันหมด ไม่ได้ขู่ใคร แต่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย" พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

สตช. ตั้งโต๊ะแถลง 23 ประเทศใช้ไบโอเมทริกซ์

วันเดียวกันทีมโฆษก สตช.ได้เปิดแถลงข่าวทันควัน โดยระบุว่า ปัจจุบันมี 23 ประเทศทั่วโลกที่ใช้ระบบไบโอเมทริกซ์ อาทิ สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร เยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี ออสเตรเลีย แคนาดา อิสราเอล จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ พร้อมย้ำว่าตั้งแต่ติดตั้งมา มีผลการปฏิบัติที่สำคัญ

  • มีการบันทึกข้อมูลบุคคลเดินทางเข้าออก 59.7 ล้านคน
  • จับกุมบุคคลตามหมายจับได้ 3.3 พันคน
  • ตรวจพบบุคคลในบัญชีดำและบัญชีที่ต้องจับตามอง 5.7. พันคน
  • ตรวจพบผู้ที่อยู่เกินกำหนด 1.79 แสนคน
  • เกิดรายได้แผ่นดินจากค่าปรับ 282.3 ล้านบาท
Image copyright ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สตช.

สตช. ยังชี้แจงสาเหตุที่มีการขยายระยะเวลาแล้วเสร็จของงานออกไปว่า เนื่องจากห้วงดังกล่าวมีการปรับปรุงพื้นที่ท่านอากาศยานอุบลราชธานี ทำให้ สตม. ไม่สามารถส่งมอบพื้นที่ให้ผู้ขายเข้าติดตั้งระบบได้ตามกำหนด โดยภายหลังผู้ขายก็ได้เข้าดำเนินการจนแล้วเสร็จและส่งมอบระบบทั้งหมดก่อนกำหนด

ปัจจุบันโครงการนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบของ ป.ป.ช. หลัง พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ที่ปรึกษาพิเศษสำนักนายกรัฐมนตรี และอดีต ผบช.สตม. ออกมากล่าวหาว่าระบบไบโอเมทริกซ์ไม่มีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม