อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล : ธรรมนัสย้ำเป็น "รัฐมนตรีชอบด้วยกฎหมาย" แม้ฝ่ายค้านอ้างคำตัดสินศาลออสเตรเลียคดียาเสพติด

  • 27 กุมภาพันธ์ 2020
ธรรมนัส Image copyright THAI NEWS PIX

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมง แก้ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านว่าเขาขาดคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากคำพิพากษาของศาลออสเตรเลียในคดียาเสพติดเมื่อ 26 ปีก่อน

"ผมขอยืนยันว่า การเข้าดำรงตำแหน่งในฐานะรัฐมนตรีชอบด้วยกฎหมายและ ไม่ขัดรัฐธรรมนูญแน่นอน" ร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงต่อสภาเมื่อเข้าสู่ชั่วโมงแรกของ วันที่ 27 ก.พ.

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า การเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองเป็น ส.ส.พะเยา คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ตรวจสอบคุณสมบัติเรียบร้อยแล้ว ไม่เคยมีประวัติอาชญากรรมว่าถูกต้องโทษโดยศาลไทยแม้แต่ครั้งเดียว และเมื่อชาวพะเยากว่า 52,000 คะแนนเลือกก็พิสูจน์แล้วว่า เขาเห็นว่าจะสามารถทำประโยชน์ได้

"ประเทศไทยไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของใคร การจะอ้างคำสั่งใด ๆของประเทศอื่นมามีผลบังคับใช้กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2560 ไม่ได้ ดังนั้น การเข้าสู่ตำแหน่งของผม ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 และ มาตรา 98 (10) เนื่องจาก มาตรา 98 (10) ระบุชัดเจนว่า เกี่ยวกับการนำเข้า ส่งออก ผลิต และจำหน่าย ผมไม่ได้รับสารภาพว่า นำเข้า ส่งออก และผลิตหรือจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทเฮโรอีน"

ถ้อยแถลงของ ร.อ.ธรรมนัส เป็นการตอบโต้การกล่าวหาจาก นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส. จากอดีตพรรคอนาคตใหม่ ที่อ้างอิงสำเนาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ออสเตรเลียว่า "ปกปิด บิดเบือนความจริง ในประเด็นที่น่ารังเกียจระดับโลกคือ เคยเป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุกว่าด้วยกระทำผิดกฎหมายยาเสพติด ในความผิดฐานผู้นำเข้าหรือผู้ค้า ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง"

ตลอดการอภิปรายกว่า 1 ชั่วโมง สลับกับการประท้วงเป็นระยะจาก ส.ส.ของพลังประชารัฐ นายธีรัจชัยได้อ้างอิงข้อมูลจากรายงานพิเศษของบีบีซีไทยหลายครั้ง รายงานของอนุกรรมาธิการของสภาฯ และสำเนาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ออสเตรเลียที่ระบุว่า ร.อ.ธรรมนัส ในชื่อเดิม มนัส โบพรหม ได้เกี่ยวข้องกับการนำเข้าเฮโรอีน ได้ถูกพิพากษาจำคุกเป็นระยะเวลา 6 ปี โดยกำหนดโทษเป็นระยะเวลาขั้นต่ำ 4 ปี และระยะเวลาห้ามปล่อยตัวอีก 2 ปี

เริ่มต้นของการชี้แจง ร.อ.ธรรมนัส อ้างว่าหลักฐานเหล่านั้น "ไม่ได้มีความน่าตื่นเต้น" และตั้งคำถามถึงเจตนาของของบีบีซีไทยในการรายงานข่าวนี้ โดยการออกค่าใช้จ่ายเองเพื่อไปหาข้อมูลที่ นครซิดนีย์ ออสเตรเลีย

Image copyright BBC Thai
คำบรรยายภาพ เรือนจำพาร์คลีที่คุมขังนักโทษคดีอาญาในนครซิดนีย์ ที่ ร.อ.ธรรมนัสเคยต้องขัง

ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่าเป็นการตัดสินแบบ pre-sentence คือมีการเจรจาก่อนมีการพิจารณาคดีแบบลูกขุน พร้อมบอกว่าผู้อภิปรายไม่เข้าใจกฎหมายของศาลแขวง ออสเตรเลีย และปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับการนำเข้าเฮโรอีน

"ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ผมไม่ได้รับสารภาพว่า ผมเป็นผู้นำเข้า ส่งออก จำหน่าย และผลิต สิ่งเสพติดให้โทษประเภทเฮโรอีน" ร.อ. ธรรมนัส กล่าว

"ความผิดของผมเป็นความผิด knowingly concerned นั่นหมายความว่าเป็นความผิดฐานรู้ว่ามีผู้กระทำความผิด แต่คุณก็ปกปิดหรือไม่แจ้งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐนิวเซาท์เวลส์ได้รับทราบ"

ร.อ. ธรรมนัส ย้ำว่า "เป็นข้อเท็จจริงว่าผมไม่ได้ถูกดำเนินคดี ในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ไม่มีใครรู้ดีเท่าผมหรอกว่า เกิดอะไรขึ้นในชีวิตผม"

เขาอ้างด้วยว่าเขา อยู่ในคุกเพียง 8 เดือน หลังจากนั้นผมได้ไปอยู่ในฟาร์ม สำหรับนักโทษลหุโทษ เพราะ "ผมมีประสบการณ์เป็นทหาร เขาให้ไปฝึกเด็กและทำงานในฟาร์ม ไม่ได้ถูกขังในเรือนจำ "

ร.อ.ธรรมนัส เล่าถึงชีวิตขณะนั้นว่ารัฐบาลของนิวเซาท์เวลส์เห็นว่าได้ทำประโยชน์ให้ จึงส่งกลับมาที่พาร์คลี ซึ่งเป็นสถานที่กักขังวัยฉกรรจ์ที่สามารถออกไปทำงานได้ โดยขณะนั้น ร.อ.ธรรมนัส เล่าว่า ได้ไปสมัครงานบริษัทหนึ่งในนิวเซาท์เวลส์ โดยเป็นผู้จัดการขายวัสดุก่อสร้าง และวัสดุทำความสะอาด

ระหว่างการอภิปรายของนายธีรัจชัย เขาถูกประท้วงจาก ส.ส.พลังประชารัฐหลายคนไม่ให้อ่านหรือแสดงเอกสารทางจอใหญ่อยู่หลายครั้ง หลังการอภิปรายจบลง ทีมงานของอนาคตใหม่ได้เผยแพร่เอกสารทั้งหมดทาง Google Doc

ก่อนหน้านี้ ในช่วงบ่าย ร.อ.ธรรมนัส ลุกขึ้นชี้แจงกลางสภาเป็นครั้งแรก ในระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ระบุสิ้นสถานะ "5 เสือกองสลาก" แต่ยังต้องขายหวยเพื่อดูแลลูกค้าเก่า และหารายได้เสริมเลี้ยงชีพในฐานะ "ผู้แทนตลาดล่าง"

ร.อ.ธรรมนัสเป็น 1 ใน 6 รัฐมนตรีที่ถูกฝ่ายค้านยื่นญัตติซักฟอก แต่ผ่านมา 3 วัน การอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยังไม่เสร็จสิ้น

อย่างไรก็ตามนายนิคม บุญวิเศษ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ โดยกล่าวหาว่าแต่งตั้งบุคคลที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม มาเป็นรัฐมนตรี คือ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งถูกถอดยศทหารไปแล้ว แต่ยังใช้คำนำหน้าชื่อว่า "ร้อยเอก" รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่า ร.อ.ธรรมนัสแจ้งบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนี้สินต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อันเป็นเท็จหรือไม่ เนื่องจากไม่มีโควต้าจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลแล้ว แต่กลับแจ้ง ป.ป.ช. ว่ามีรายได้จากการขายสลาก 3 ล้านบาท

Image copyright THAI NEWS PIX

ชี้แจงแต่ยังไม่ชัดเจน

ส.ส.ฝ่ายค้านรายนี้ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการเลี้ยวไปพูดถึง รมช.เกษตรฯ แต่ได้กลายเป็นการสบช่องให้ ร.อ.ธรรมนัสได้ลุกขึ้นชี้แจงในเวลา 18.00 น. ในฐานะถูกพาดพิง แต่คำอธิบายต่อสภาก็ยังคลุมเครือ

ร.อ.ธรรมนัสเริ่มต้นด้วยการกล่าวขอบคุณฝ่ายค้านที่อภิปรายประเด็นที่เกี่ยวกับเขา ทำให้มีโอกาสได้ชี้แจงสิ่งที่สังคมอาจเข้าใจผิดไป โดยเขาระบุว่าเรื่องยศ-คำนำหน้าชื่อ มีสิ่งที่ทำให้ประชาชนสับสน เพราะคำสั่ง 2 ฉบับที่ออกมาห่างกันไม่กี่เดือน คือ

  • 24 ต.ค.2541 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดยศ ร.ท. พชร พรหมเผ่า ออกเสียจากยศ ตั้งแต่ 9 ก.ย. 2541 เนื่องจากประพฤติตนไม่สมควรตามพระราชบัญญัติว่าด้วยวินัยทหาร พุทธศักราช 2476" โดยมีนายชวน หลีกภัย นายกฯ เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
  • 1 มิ.ย.2541 คำสั่งกระทรวงกลาโหมเรื่อง เลื่อนยศนายทหารสัญญาบัตร โดย ร.ท. พชร ได้รับเลื่อนยศเป็น "ว่าที่ร้อยเอก" ลงนามโดย พล.อ. วัฒนชัย วุฒิศิริ รมช. กลาโหม ทำการแทน รมว.กลาโหม

ร.อ.ธรรมนัสไม่ได้ขยายความเพิ่มเติมว่าเขายึดคำสั่งใด แต่กล่าวว่า ชีวิตที่ผ่านมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าการทำมาหากิน หรือทำอะไรก็ตาม ไม่เคยแอบอ้างยศถาบรรดาศักดิ์ เมื่อครั้งแจงบัญชีทรัพย์สินฯ ก็ใช้คำว่านายธรรมนัส พรหมเผ่า และในการสมัคร ส.ส. ก็ใช้คำนำหน้าชื่อว่านาย แต่มาถึงคราวเสนอขึ้นไปให้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี ก็มีการถกเถียงกันหลายประเด็น

"ผมพยายามหาหลักฐานว่าสรุปแล้วยศผมยังอยู่ไหม แต่ก็หาข้อสรุปไม่ได้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเมื่อได้รับพระมหากรุณาโปรดเกล้าให้ชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็น รมช.เกษตรฯ ก็ใช้ตั้งแต่วันนั้นมา ไม่ใช่ประเด็นที่ใช้ยศนำหน้าเพื่อความได้เปรียบทางการเมืองเลย" ร.อ.ธรรมนัสระบุ

Image copyright THAI NEWS PIX

รายได้จากหวย กับ ผู้แทนฯ ตลาดล่าง

ส่วนเรื่องการค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่าไม่ปฏิเสธว่าก่อนเข้าสู่การดำรงตำแหน่งทางการเมืองในฐานะ ส.ส. เขามีชื่อเป็นหนึ่งใน "5 เสือกองสลาก" พร้อมขอว่าอย่าเห็นผู้ค้าสลากรายใหญ่เป็นโจร หรือเป็นผู้เอารัดเอาเปรียบทางสังคม เพราะ 5 เสือก็มีคุณธรรม ไม่ใช่จะเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค

ส่วนที่แจ้งบัญชีทรัพย์สินฯ ต่อ ป.ป.ช. ว่ามีรายได้จากสลากก็ไม่ใช่ว่าเพราะเขายังมีสัมปทานในฐานะคู่สัญญากับสำนักงานสลากฯ เมื่อรัฐบาลมีนโยบายยกเลิกผู้ค้ารายใหญ่ สัญญาสุดท้ายกับสำนักงานสลากฯ ก็คือเมื่อ 4 ส.ค. 2558 ทั้งนี้รายได้จากการทำธุรกิจในส่วนของสลาก ร.อ.ธรรมนัสบอกว่าเป็นรายได้จากการไปเช่าแผงค้าสลากเกือบ 10 แผงที่ข้างสำนักงานสลากฯ โดยเป็นการเช่าช่วงจากเจ้าของตลาด เพราะมีความจำเป็นต้องหล่อเลี้ยงลูกค้าที่ทำธุรกิจกันมาเกือบ 10 ปี เพราะลูกค้าเหล่านั้นเคยรับสลากฯ ของเขาไปขายทั่วประเทศ จำเป็นอย่างยิ่งต้องประคองชีวิตของพ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้น

"การทำอาชีพอย่างผมถือเป็นอาชีพสุจริต แม้เราจะเป็นรัฐมนตรี เป็น ส.ส. ก็ตาม... การเป็น ส.ส. โดยเฉพาะผู้แทนฯ ตลาดล่าง เงินเดือนแต่ละเดือนได้เงินจากรัฐบาล 1.2 แสนบาท ถามว่างานแต่ละงานในฐานะ ส.ส. มันเลี้ยงพวกเราอยู่ได้หรือครับ ใครไม่เป็นผู้แทนฯ ที่เป็นผู้แทนฯ จากเขตไม่รู้หรอกครับว่า อย่าง ส.ส. บ้านผมดูแลพะเยาตั้งกี่อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน เดินออกมาจากบ้านก็เสียตังค์แยะแล้วครับ สิ้นเดือนยิ่งกว่าสิ้นใจ" ร.อ.ธรรมนัสกล่าวและย้ำว่า เราต้องทำมาหากินเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นอยู่ไม่ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวนี้เพิ่มเติม