ระเบิดราชประสงค์ : ทนายชี้โอนคดีจากศาลทหารมาศาลยุติธรรม "เป็นผลดี" ต่อสองจำเลยชาวอุยกูร์

  • กุลธิดา สามะพุทธิ
  • ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
ผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

นายอาเด็ม คาราดัก ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวน แต่กลับคำให้การเป็นปฏิเสธในชั้นศาล

กว่า 4 ปีหลังเหตุระเบิดที่ศาลพระพรหมเอราวัณ แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2558 ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 20 คน บาดเจ็บ 130 คน คดีระเบิดราชประสงค์มีความคืบหน้าสำคัญในวันนี้ (2 มี.ค. 2563) เมื่อศาลอาญากรุงเทพใต้นัดพร้อมโจทก์คือพนักงานอัยการและจำเลยมาศาลเพื่อตรวจพยานหลักฐาน

การนัดตรวจพยานครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่ศาลทหารกรุงเทพโอนคดีนี้มายังศาลอาญากรุงเทพใต้เมื่อวันที่ 14 พ.ย.2562 ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 9/2562 ที่ให้โอนคดีที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีของศาลทหารไปยังศาลยุติธรรม

คดีนี้อัยการเป็นโจทก์ฟ้องนายบิลาล โมฮำเหม็ด หรือ อาเด็ม คาราดัก เป็นจำเลยที่ 1 และนายเมียไรลี ยูซุฟู เป็นจำเลยที่ 2 ในข้อหาเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ ส่วนจำเลยอีกคนในคดีนี้คือ น.ส.วรรณา สวนสัน อัยการได้แยกฟ้องเป็นอีกสำนวนหนึ่ง

ปัจจุบันนายอาเด็มและนายยูซุฟู ถูกควบคุมตัวที่เรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้อง ซึ่งอยู่ภายในกองพันทหารราบ มณฑลทหารบกที่ 11 (พัน ร.มทบ.11) ถ.แจ้งวัฒนะ ส่วน น.ส.วรรณาได้รับการประกันตัวระหว่างการพิจารณาคดี ขณะนี้อาศัยอยู่ที่บ้านพักใน จ.พังงา

ศาลสั่งเลื่อนนัดตรวจพยานเป็น 26 พ.ค.

นายชูชาติเปิดเผยกับบีบีซีไทยว่าวันนี้ (2 มี.ค.) ศาลมีคำสั่งให้เลื่อนนัดตรวจพยานไปเป็นวันที่ 26 พ.ค. 2563 เวลา 09.00 น. ซึ่งเป็นการเลื่อนครั้งที่ 2 หลังจากที่เลื่อนมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 27 ม.ค.

ศาลให้เหตุผลในการเลื่อนคดีว่า เนื่องจากสำนักงานศาลไม่ได้จัดล่ามภาษาอุยกูร์มาให้นายอาเด็ม ประกอบกับการที่โจทก์คือฝ่ายอัยการยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี อ้างว่าต้องใช้เวลาในการตรวจคัดกรองพยานบุคคลในคดีนี้ ซึ่งมีเป็นจำนวนมาก และยังมีข้อเท็จจริงเป็นเอกสารจำนวนมากที่จะต้องจัดเตรียมให้ฝ่ายจำเลยทั้งสองตรวจดูว่ารับข้อเท็จจริงได้หรือไม่ ซึ่งฝ่ายโจทก์ไม่สามารถทำได้ทัน ศาลจึงเห็นควรให้เลื่อนการนัดพร้อมเพื่อตรวจพยานไปเป็นวันที่ 26 พ.ค.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

เมียไรลี ยูซุฟู ทำแผนประกอบคำรับสารภาพในชั้นสอบสวนของตำรวจเมื่อเดือน ก.ย.2558

อาเด็ม ยูซุฟูและวรรณา

หลังเหตุระเบิดราชประสงค์ ซึ่งทางการไทยเชื่อว่าเป็นฝีมือของ "ผู้เสียประโยชน์ในการค้ามนุษย์" และยืนยันว่าเหตุรุนแรงนี้ไม่ใช่การตอบโต้ไทยที่ส่งตัวผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ให้จีน ตำรวจออกหมายจับผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 17 คน แต่จับกุมได้เพียง 3 คน

ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณศาลพระพรหมเอราวัณและบริเวณท่าเรือสาทรซึ่งเกิดเหตุระเบิดหนึ่งวันหลังเหตุระเบิดที่ศาลพระพรหมนำมาสู่การออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 คน คือ นายอาเด็มซึ่งถูกจับที่อพาร์ตเมนต์ย่านหนองจอกเมื่อวันที่ 29 ส.ค. 2558 และนายยูซุฟู ซึ่งถูกจับที่พรมแดนไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว ในเดือน ก.ย.2558

นายอาเด็มและนายยูซุฟูให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของตำรวจ แต่กลับคำให้การเป็น "ปฏิเสธ" ในชั้นศาล โดยอ้างว่าพวกเขารับสารภาพในชั้นสอบสวนเพราะถูกกดดันและไม่เข้าใจภาษา

หลังจากนั้นอีก 2 ปี ตำรวจจับกุม น.ส.วรรณา หรือ "ไมซาเราะ" สวนสัน ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2560 ตำรวจระบุว่าเธอและสามีชาวตุรกีเป็นผู้เช่าห้องพักให้ผู้ก่อเหตุใช้เป็นที่พักพิง

ทั้ง 3 คนถูกดำเนินคดีที่ศาลทหารกรุงเทพ เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นในยุคของรัฐบาล คสช. ก่อนที่คดีจะถูกโอนมายังศาลอาญากรุงเทพใต้เมื่อเดือน พ.ย.2562

ระหว่างการพิจารณาคดีในศาลทหาร นายอาเด็มและนายยูซุฟูถูกควบคุมตัวที่เรือนจำ มทบ.11 ถ.นครไชยศรี จนเมื่อกลางปี 2562 ถูกย้ายมาคุมขังที่เรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้องซึ่งเป็นเรือนจำที่ตั้งขึ้นใหม่ สังกัดเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ใช้เป็นที่ควบคุมผู้ต้องขังคดีความมั่นคง

ที่มาของภาพ, Wasawat Lukharang

คำบรรยายภาพ,

เจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวนางสาววรรณา หรือ ไมซาเราะ สวนสัน ผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น สืบเนื่องมาจากคดีระเบิดราชประสงค์ ในปี 2558

"ผมไม่ใช่สัตว์ ผมเป็นคน ผมเป็นคน"

ขณะถูกนำตัวมาขึ้นศาลทหารเมื่อวันที่ 17 พ.ค.2559 ทันทีที่ลงจากรถของเรือนจำและเดินผ่านกลุ่มผู้สื่อข่าว นายอาเด็มตะโกนขึ้นเป็นภาษาอังกฤษว่า "ผมไม่ใช่สัตว์ ผมเป็นคน ผมเป็นคน" เขาพยายามนำมือที่ถูกพันธนาการไว้ด้วยกุญแจมือยกขึ้นไหว้ขอความเห็นใจ พร้อมกับดิ้นรนและทรุดเข่าลงกับพื้น จนเจ้าหน้าที่ต้องอุ้มเขาเข้าไปในศาล

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า เมื่ออยู่ต่อหน้าคณะผู้พิพากษา นายอาเด็มซึ่งมีน้ำตาคลอเบ้าได้เลิกเสื้อขึ้นให้ศาลดูรอยช้ำตามตัวและกล่าวผ่านล่ามว่าเดือนนี้เขาถูกซ้อมถึง 2 ครั้งในเรือนจำ ขณะที่นายยูซุฟู ซึ่งเดินทางมาขึ้นศาลพร้อมกันได้กล่าวก่อนขึ้นศาลว่า "พวกเราบริสุทธิ์ ช่วยเราด้วย สิทธิมนุษยชนอยู่ที่ไหน"

เหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้คดีระเบิดราชประสงค์กลับมาอยู่ในความสนใจของสังคมอีกครั้งในช่วงสั้น ๆ หลังจากนั้นกระบวนการพิจารณาคดีก็ดำเนินไปอย่างล่าช้าและเงียบเชียบในศาลทหารต่อไปเช่นเดิม

นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเด็มบอกกับบีบีซีไทยว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ศาลทหารสืบพยานโจทก์เสร็จไปเพียง 23 ปาก จากทั้งหมด 447 ปาก สาเหตุหลักที่การสืบพยานมีความล่าช้าคือเรื่องของการแปลภาษา เนื่องจากนายอาเด็มรู้เพียงภาษาอุยกูร์ จึงต้องมีล่ามแปลภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ และล่ามแปลภาษาอังกฤษเป็นภาษาอุยกูร์อีกต่อหนึ่ง

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 17 ส.ค.2558 มีผู้เสียชีวิต 20 คน มีทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ และบาดเจ็บอีก 130 คน

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

ร่องรอยความเสียหายจากระเบิดที่พระพรหมเอราวัณ

ไม่ห่วงเรื่องคดี แต่ห่วงความเป็นอยู่ในเรือนจำ

"เขาซูบผอมลงไปมาก แล้วก็ดูคล้ำลง" ทนายชูชาติพูดถึงนายอาเด็มหลังพบกันครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ม.ค.2563 ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานครั้งแรก แต่สุดท้ายศาลให้เลื่อนมาเป็นวันนี้ (2 มี.ค.) เพราะทนายของจำเลยที่ 2 คือนายยูซุฟูไม่สามารถมาศาลได้

"ผมสอบถามเขา (อาเด็ม) เรื่องสภาพความเป็นอยู่ในเรือนจำชั่วคราวทุ่งสองห้อง ดูท่าทางเขาไม่กล้าพูดเพราะมีเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ประกบอยู่ บอกแค่ว่าแย่มาก อยากย้ายกลับไปที่เก่า (เรือนจำ มทบ.11 ถ.นครไชยศรี)" นายชูชาติกล่าว

ก่อนหน้านี้ นายชูชาติได้รับฟังคำบอกเล่าจากลูกความว่าเรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้อง ซึ่งเป็นที่คุมขังนักโทษคดีความมั่นคง มีระเบียบที่เข้มงวดมาก เรื่องอาหารการกินก็ไม่ดีเหมือนที่เรือนจำ มทบ.11 ถ.นครไชยศรี โดยเฉพาะสำหรับผู้ต้องขังมุสลิม

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ,

นายอาเด็มเดินทางมาขึ้นศาลทหารเมื่อเดือน ก.พ.2559

"อาเด็มบอกว่าเขาไม่กล้ากินอาหารเพราะไม่รู้ว่าเป็นอาหารฮาลาลหรือเปล่า ไม่เหมือนเรือนจำ มทบ.11 ที่มีอาหารฮาลาลให้ผู้ต้องขัง ระเบียบเรื่องการเยี่ยมก็เคร่งครัด ตั้งแต่ย้ายมาที่นี่ ทนายไม่ได้เข้าเยี่ยมเลยสักครั้ง"

นายชูชาติซึ่งบอกกับบีบีซีไทยว่าเขาอาสาเข้ามาช่วยว่าความให้จำเลยในคดีนี้เป็นการส่วนตัวโดยไม่ได้รับค่าตอบแทน ยังคงเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของลูกความ และยืนยันว่าหลักฐานที่เจ้าหน้าที่นำเข้าสู่การพิจารณาคดีนั้นไม่มีน้ำหนักพอที่จะพิสูจน์ว่านายอาเด็ม รวมทั้งนายยูซุฟูและ น.ส.วรรณา มีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางระเบิด

เชื่อมั่นในศาลยุติธรรม

กว่า 3 ปีที่นายชูชาติเข้ามาทำคดีนี้ เขาเปิดเผยข้อมูลเท่าที่ทราบเกี่ยวกับนายอาเด็มและนายยูซุฟูให้บีบีซีไทยฟังดังนี้

  • อาเด็ม : อายุ 34 ปี มีครอบครัวอยู่ที่เมืองซินเจียง เป็นหนึ่งในชาวอุยกูร์ที่ต่อต้านรัฐบาลจีน เมื่อทางการจีนกวาดล้างชาวมุสลิมอุยกูร์ช่วงปี 2552 อาเด็มจึงหลบหนีออกจากจีน โดยจ่ายเงินให้ขบวนการค้ามนุษย์ที่พาเขาหลบหนีเข้าเมืองไทย เพื่อเดินทางต่อไปมาเลเซียและเข้าตุรกีที่เป็นจุดหมายปลายทาง อาเด็มเคยขอให้ทนายชูชาติโทรศัพท์ติดต่อครอบครัวของเขาในเมืองซินเจียง แต่ไม่สามารถติดต่อได้
  • ยูซุฟู : ทำธุรกิจเครื่องสำอางอยู่ในไทยมาระยะหนึ่ง สื่อสารภาษาอังกฤษได้ เจ้าหน้าที่บอกว่ายึดสารเคมีประกอบระเบิดได้ที่ห้องพักของเขา แต่นายชูชาติอ้างว่าสารเคมีเหล่านั้น แท้จริงแล้วเป็นเคมีภัณฑ์สำหรับผลิตเครื่องสำอาง ไม่ใช่สารประกอบระเบิด

นายชูชาติเห็นว่า การโอนคดีจากศาลทหารมาศาลอาญากรุงเทพใต้นั้นจะเป็นผลดีต่อจำเลย

"การโอนมาศาลยุติธรรมเป็นผลดีต่อจำเลย เพราะศาลจะมีความเชี่ยวชาญและการรับฟังพยานหลักฐานจะเคร่งครัดกว่าศาลทหาร ผู้พิพากษาก็มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจในคดีมากกว่า" นายชูชาติตั้งข้อสังเกต

กระบวนการต่อจากนี้ ศาลอาญากรุงเทพใต้จะแต่งตั้งล่ามทั้งล่ามภาษาอังกฤษและล่ามภาษาอุยกูร์ จากนั้นจะพิจารณาว่าการสืบพยาน 23 ปากของศาลทหารมีข้อบกพร่องอะไรหรือไม่ หากไม่มีก็จะสืบพยานลำดับต่อไป

แม้ว่าการโอนคดีจากศาลทหารมาศาลยุติธรรมจะเป็นผลดีแก่จำเลย แต่สภาพความเป็นอยู่ที่เรือนจำชั่วคราวแขวงทุ่งสองห้อง ประกอบกับอุปสรรคด้านภาษาที่ทำให้กระบวนการพิจารณาคดีเป็นไปด้วยความล่าช้า ทำให้ทนายชูชาติไม่สบายใจนัก และยอมรับความจริงว่าคดีนี้จะใช้เวลายาวนานมากที่สุดคดีหนึ่ง ซึ่งเขาประเมินว่าเฉพาะศาลชั้นต้นอาจต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 2 ปีกว่าที่ศาลจะมีคำพิพากษา